xs
xsm
sm
md
lg

สวิฟท์แดงไม่หลบรถฉุกเฉิน อ้างไม่ชินทาง โดนจี้ตูดทำอะไรไม่ถูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


หนุ่มเจ้าหน้าที่ สพฉ.แจงแฟนสาวเป็นคนขับรถสวิฟท์สีแดง ไม่หลีกทางให้รถฉุกเฉิน จนคนป่วยในรถเสียชีวิต อ้างเบี่ยงออกไม่ได้จริงๆ เพราะติดรถบรรทุก โบ้ยรถฉุกเฉินทำคนไข้ตกเตียงแสดงว่าไม่ได้มาตรฐาน ด้านแฟนสาวบอกไม่ชินทาง รถฉุกเฉินจี้ตูดจนทำอะไรไม่ถูก แนะถ้ามีทางไปได้ก็ไป

จากกรณีที่มีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ สีแดง ขับในเลนขวาและไม่ยอมหลบทางให้รถฉุกเฉินแม้จะเปิดไซเรนแล้วก็ตาม จนทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ถึงความแล้งน้ำใจของผู้ขับขี่รถเก๋งคันสีแดง กระทั่งต่อมาเพจ “Red Skull Uprising” ได้ออกมาโพสต์ข้อความสุดเศร้า โดยบอกว่าผู้ป่วยในรถฉุกเฉินคันในคลิปวิดีโอได้เสียชีวิตลงแล้ว คาดว่ามาจากอาการที่หนักและตอนเกิดเหตุพยายามแซง ส่งผลให้รถพยาบาลโยกไปโยกมาเพื่อหาทางแซง จนคนไข้แทบตกจากเตียง ยิ่งทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากรุมประณามรถเก๋งซูซูกิ สวิฟท์แดงเพิ่มมากขึ้น

ล่าสุดรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” ทางช่องอมรินทร์ทีวี ได้สัมภาษณ์เปิดใจหญิงผู้ขับรถเก๋งซูซูกิ สวิฟท์ สีแดง ที่กำลังตกเป็นเป้าโจมตีจากสังคมในขณะนี้ โดยนายภาณุวัฒน์ ศรีเจริญ เจ้าหน้าที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แฟนหนุ่มของผู้ขับรถยนต์ซูซูกิสวิฟท์ สีแดง ได้ออกมาแก้ตัวว่าตนเองนั้นขับรถไม่เป็น หลับอยู่ในรถโดยมีแฟนสาวเป็นคนขับ ไม่ใช่ว่าเราไม่ให้ทาง แต่เราไม่สามารถเบี่ยงออกไปได้ ตนเองได้คุยกับแฟนแล้วและมันไปไม่ได้จริงๆ ด้านซ้ายก็เป็นรถบรรทุกสลับกับรถมอเตอร์ไซค์ เราไม่สามารถออกไปได้ อีกทั้งยังตำหนิรถฉุกเฉินที่อ้างว่าพยายามแซงจนคนไข้จะตกเตียงอีกด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่ารถฉุกเฉินของคุณไม่ได้มาตรฐาน พร้อมฝากไปถึงคู่กรณีที่ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงในหน้าที่การงาน เดือดร้อนไปถึงสถาบันที่ทำงานอยู่และถูกขุดคุ้ยในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ด้าน น.ส.จิราพร จุ้ยเสงี่ยม ผู้ขับรถเก๋ง ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกันว่า ตนเองไม่ชินกับเส้นทางนี้ อีกทั้งทางรถฉุกเฉินก็ขับมาจี้ติดจนทำให้ตนเองทำอะไรไม่ถูก และมีรถขนาดใหญ่ประกบรถของตนเองอยู่ จนต้องปลุกแฟนหนุ่มเพื่อมาช่วยตัดสินใจ ทั้งนี้ยังพูดถึงผู้ที่ขับรถฉุกเฉินอีกด้วยว่า โดยสัญชาตญาณของคนขับรถพยาบาล ถ้าคุณจะต้องมาด้วยความเร็วหรือคุณต้องไปส่งคนไข้ ถ้ามันมีทางที่ไปได้ต้องไป

(ขอบคุณคลิปและภาพจากรายการทุบโต๊ะข่าว)




กำลังโหลดความคิดเห็น...