xs
xsm
sm
md
lg

ต้องสงสัย! พบเอาต์ซอร์ซ “การบินไทย” สนามบินสุวรรณภูมิ พิรุธลักทรัพย์กระเป๋าสัมภาระ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


การบินไทยแจงกรณีผู้เสียหายเดินทางเที่ยวบินนาริตะไปสวรรณภูมิ แล้วต่อเครื่องไปภูเก็ต นาฬิกาหรูและเครื่องสำอางสูญหาย ดูกล้องวงจรปิดพบพนักงานของบริษัทภายนอก แสดงอาการผิดสังเกต เตรียมเชิญตัวมาสอบสวน

จากกรณีที่เฟซบุ๊กเพจ “THE SNAP THAILAND” ได้เปิดเผยว่า มีผู้โดยสารสายการบินแห่งหนึ่ง เดินทางกลับจากสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ไปลงที่สนามบินภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา พบว่า มีคนร้ายค้นกระเป๋าสัมภาระ นาฬิกาหรูที่ซื้อจากญี่ปุ่น เพื่อนำไปฝากหายไป 8 เรือน เครื่องสำอางหลายชิ้นมูลค่ากว่า 25,000 บาท ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น


เตือนภัย โจรในสายการบินดัง พบทำแบบนี้หลายครั้ง ชี้ กระทบท่องเที่ยวแน่


วันนี้ (19 ส.ค.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า ตามที่มีผู้โดยสารการบินไทยโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีใจความว่า มีทรัพย์สินส่วนหนึ่งสูญหายไปจากกระเป๋าสัมภาระบรรทุกใต้ท้องเครื่องบิน ระหว่างการเดินทางในเที่ยวบินที่ ทีจี 641 โตเกียว (นาริตะ) - กรุงเทพฯ และต่อด้วยเที่ยวบินที่ ทีจี 221 กรุงเทพฯ - ภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 นั้น

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความเสียใจและใคร่ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนในทันทีที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนจากผู้โดยสาร ซึ่งบริษัทฯ ขอชี้แจงว่า การขนส่งสัมภาระภายในท่าอากาศยานนั้น มีกระบวนการที่ต้องผ่านการลำเลียงผ่านจุดให้บริการหลายจุดและมีพนักงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก อีกทั้งการเดินทางของผู้โดยสารท่านนี้ เป็นการเดินทางผ่าน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมีปลายทางอยู่​ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งบริษัทฯ ได้เร่งประสานไปยัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ของทั้งสองท่าอากาศยาน เพื่อขอดูภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดในเวลาที่สัมภาระจากทั้งสองเที่ยวบินมีการลำเลียงแล้ว ผลเบื้องต้นพบว่าพบผู้ต้องสงสัยเป็นพนักงานของบริษัทภายนอก (Outsource) แห่งหนึ่งที่จัดส่งแรงงานให้บริษัท การบินไทย ซึ่งปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แสดงอาการผิดสังเกต ซึ่งบริษัทฯ จะได้ประสานงานกับบริษัท Outsource ดังกล่าว รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาทำการสอบสวนและขยายผลต่อไป ซึ่งหากมีความคืบหน้าเป็นประการใดบริษัทฯ จะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อทรัพย์สินของผู้โดยสาร โดยบริษัทฯ มีมาตรการในการควบคุมการขนถ่ายสัมภาระอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากพบว่ามีพนักงานผู้ใดกระทำการทุจริตต่อทรัพย์สินของผู้โดยสาร บริษัทฯ จะได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทั้งทางวินัยตามระเบียบของบริษัทฯ และดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อนึ่ง บริษัทฯ จะได้แสดงความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินที่สูญหายตามมูลค่าไม่เกินตามได้ระบุไว้บนบัตรโดยสารซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล


กำลังโหลดความคิดเห็น