รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เอเอสทีวี เวลา 20.30-21.30 น.วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ดำเนินรายการโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
“สนธิ” เปิดเงื่อนงำอดีตนักการเมืองใหญ่ เตรียมยกดินแดนเขาพระวิหารให้กัมพูชาแลกสิทธิสัมปทานขุดก๊าซในเขตทับซ้อนทางทะเลไทย-เขมร แฉพิรุธไทยเคยเตรียมขอขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกคู่กับกัมพูชา แต่รัฐบาล “ลูกกรอก” กลับปล่อยกัมพูชายื่นฝ่ายเดียว จ่อเสียดินแดน 2.5 กม. ย้ำวิกฤตชาติครั้งใหญ่ รุนแรงยิ่งกว่าก่อน 19 ก.ย.เหตุ “ทักษิณ” เหลือเวลาไม่มากแล้ว
คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน โดย สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วงที่ 1
คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน โดย สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วงที่ 2
สนธิ - สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2551 เป็นรายการยามเฝ้าแผ่นดิน ซึ่งตามปกติแล้วทุกๆ วันศุกร์ หรือทุกๆ วันนั้นจะเป็นการสลับกันระหว่างคุณคำนูณ สิทธิสมาน และคุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แลกเปลี่ยนกันไปกับคุณแอน จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ และคุณแอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ แต่วันนี้เป็นวันศุกร์พิเศษที่ผม สนธิ ลิ้มทองกุล จะขอกลับมาพบกับท่านผู้ชมอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งพิเศษจริงๆ ถ้าไม่มีเรื่องที่สำคัญ ผมคงไม่กลับมานะครับ เพราะว่าวันนี้เป็นเรื่องราวที่ไม่มาพูดไม่ได้เด็ดขาด เพราะว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมาชี้แจงให้พ่อแม่พี่น้อง ประชาชน และท่านผู้ชมที่ชมอยู่
6 เดือนกว่าที่ผมไม่ได้มาออกรายการยามเฝ้าแผ่นดิน ที่สถานีโทรทัศน์ ASTV แต่ได้ไปปรากฏตัวบนหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2551 นั่นคือ ยามเฝ้าแผ่นดินสัญจร ครั้งที่ 1 และก็ 25 เมษายน 2551 ซึ่งเป็น ยามเฝ้าแผ่นดินสัญจร ครั้งที่ 2 อันนั้นก็เป็นกรณีพิเศษ การกลับเข้ามาสู่โทรทัศน์ครั้งนี้เป็นการกลับเข้ามาชั่วคราว เพียงอาทิตย์นี้อาทิตย์เดียว เพื่อจะเอาเรื่องราวที่สำคัญ ที่ผมคิดว่าต้องมากราบเรียนท่านผู้ชมและพ่อแม่พี่น้อง เพื่อนๆ ที่เป็นแฟนประจำกันให้ได้รับทราบ
วันนี้มีเรื่องที่จะมาพูดจากใจให้ฟังหลายๆ เรื่อง แต่ละเรื่องนับได้ว่าเป็นวิกฤตของชาติทั้งสิ้น ทุกเรื่องเป็นเรื่องที่วิกฤต และเป็นเรื่องที่บางครั้งคนที่อายุ 60 ปีขนาดผมยังคิดไม่ออกว่า ทำไมชาติบ้านเมืองถึงวิกฤตเช่นนี้ วิกฤตที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ เวลานี้ยังร้ายแรงกว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 19 กันยายน เสียอีก เหตุผลก็เพราะว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นด้วยความเร็วที่เร่งสูงมาก เนื่องจากเงื่อนไขเวลาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้นมีน้อยลง และตัวเองก็ไม่ได้เข้ามาทำการบริหารประเทศด้วยตนเอง เพียงแต่บริหารอยู่เบื้องหลัง และใช้ตัวแทน ไม่ว่าจะเป็นคุณสมัคร สุนทรเวช และพลพรรค
ซึ่งคนเหล่านี้พวกเราเคยเรียกเขาว่าเป็นพวกนอมินี จนกระทั่ง อ.ธีรยุทธ บุญมี ได้ตั้งฉายาคนพวกนี้ว่าเป็น “พวกลูกกรอก” เมื่อ อ.ธีรยุทธ บุญมี ได้ตั้งฉายานามรัฐบาลชุดนี้ว่า “เป็นรัฐบาลคนชั่วครองเมือง” ผมก็คิดว่าเป็นความรู้สึกทั่วๆ ไป ที่พ่อแม่พี่น้องและประชาชนที่ติดตามข่าวสารข้อมูลอย่างถ่องแท้ และไม่ได้ถูกบิดเบือนโดยข่าวสารข้อมูลแหล่งอื่น ทุกคนเห็นเป็นฉันทามติพ้องจองกันนะครับ ผมจะเรียกว่า "เมื่อคนชั่วครองชาติ และอันธพาลครองเมือง" มากกว่า
ท่านผู้ชมครับ ผมมาครั้งนี้เพื่อมาระบายความในใจให้ฟังนิดหนึ่ง มีหลายเรื่องที่ผมจะพูด แต่เรื่องสุดท้ายที่ผมจะพูดนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และผมไม่อยากให้พลาดกันเลยแม้แต่นิดเดียว อยากจะให้เห็นพ้องต้องกัน ใช้ปัญญาคิด แล้วถามตัวเองว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรกันบ้าง
ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลมาเป็นเวลา 3 เดือน กับอีก 3 วัน จนวันนี้ 93 วัน นอกจากเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้สร้างขึ้นมาแล้ว ยังมีเรื่องราวต่างๆ ความถ่อย ความสามหาย ความหยาบคาย มาจากปากนายกรัฐมนตรี มาจากปากรัฐมนตรี การข่มขู่ ผมเองนั้นได้ถูก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พูดจาข่มขู่มาตลอดนะครับ แต่ผมไม่ได้ถือสาอะไร เพราะว่าสันดานคนนั้นบางครั้งมันเกิดมาจากสิ่งแวดล้อม บางครั้งเกิดขึ้นมาจากสายเลือด บางครั้งก็เกิดขึ้นมาจากสันดานตัวเอง ที่เกิดมาก็เป็นคนถ่อย เป็นคนหยาบ แล้วก็เป็นคนซึ่งพูดจาสามหาว ท่านผู้ชมเคยสังเกตอะไรไหมว่า เวลาเรามีวิกฤตเราจะบ่น บ่นตลอดเวลาว่า ทำไมชาติบ้านเมืองมันถึงเป็นเช่นนี้ ทำไมชาติบ้านเมืองมันถึงเป็นเช่นนั้น
ผมจะอุปมาอุปไมยให้ท่านผู้ฟังฟัง ท่านผู้ชมฟัง อุปมาเหมือนเราอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง จู่ๆ แล้วมีคนมาอุจจาระใส่กลางบ้าน เหม็น เราก็อุดจมูก เสร็จเรียบร้อยสักพักหนึ่งก็มีคนมาอุจจาระเพิ่มก็เหม็นอีก เราก็อุดจมูกต่อ แล้วเราก็บอกว่า มันทำไมเหม็นอย่างนี้บ้านเมือง อุดจมูกไปเรื่อยๆ คนก็มาถ่ายอุจจาระทิ้งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอุจจาระกองเต็มห้อง แต่ความเหม็นนั้นยังคงเดิม มันไม่ได้เหม็นมากขึ้นหรือเหม็นน้อยลง มันก็คือเหม็นนั่นเอง เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อมันเหม็นขึ้นมาแล้วเราต้องทำการกวาดล้าง ชำระล้างบ้านเมืองให้มันสะอาดขึ้นมา
ท่านผู้ชมครับ ที่ผมพูดเรื่องนี้ ผมกำลังพูดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน 3 เดือน กับ 3 วัน 3 เดือนกับ 3 วัน เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นแทบไม่น่าเชื่อ เป็นเรื่องราวของการแต่งตั้งคนพาลเข้ามาครองเมือง เป็นเรื่องราวของการแทรกแซงสื่อมวลชน เป็นเรื่องราวของการแทรกแซงองค์กรอิสระ ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องราวของพฤติกรรมอันธพาล เป็นเรื่องราวของคอร์รัปชั่นเศรษฐกิจบนความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า เป็นเรื่องราวของการล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาภาคใต้ เป็นเรื่องราวของการปกป้องพวกพ้องที่ขาดคุณสมบัติ เป็นเรื่องราวของการมีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยการจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ เป็นเรื่องราวของการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ 14 ล้านเสียง และสุดท้ายเป็นเรื่องราวของความไม่ชอบมาพากลในการที่จะยกอธิปไตยของแผ่นดินไทยให้กับต่างชาติ ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึงกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งประเดี๋ยวผมจะพูดต่อไป
ท่านผู้ชมเคยฟังผมพูดมามาก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนกระทั่งรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ถูกถอดถอนออกจากช่อง 9 อสมทฯ และจากช่อง 9 ก็เลยกลายเป็นรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร และจากเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ก็ไปสิ้นสุดเอาที่ลานพระรูปทรงม้า และจากลานพระรูปทรงม้าก็แปรเปลี่ยน กลายเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในปี 2549 และเกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจในเดือนกันยายน วันที่ 19 กันยายน
ท่านผู้ชมครับ ถ้าท่านผู้ชมติดตามรายการที่ผมออกมาตลอด ตั้งแต่เมืองไทยรายสัปดาห์ ผมขอยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพูดนั้นไม่เคยผิดเลยแม้แต่เรื่องเดียว ไม่เคยผิด ไม่เชื่อท่านผู้ชมไปฟังดู เอาเทปเก่าๆ ไปดู แล้วมามองย้อนหลัง ผมพูดเรื่องราคาน้ำมันที่จะต้องแพงขึ้น ผมคาดผิดไปเท่าตัว จาก 20 กว่าเหรียญ ผมบอกต้องถึง 50-60 เหรียญ วันนี้ร้อยกว่าเหรียญ ผมพูดถึง ปตท. ที่ร่ำรวยขึ้นมาอยู่บนความทุกข์ยากของประชาชน ที่แปรรูป ขายหุ้นให้กับนอมินีของกลุ่มระบอบทักษิณเก่า โดยใช้ชื่อนอมินีสิงคโปร์เป็นคนมาซื้อหุ้น ปตท.ไป ผมพูดถึงเรื่องทำไมถึงต้องยกหุ้น ปตท.ให้กับคนบางคน ทั้งๆ ที่ ปตท.นั้นเป็น น้ำมันนั้นเป็นยุทธศาสตร์ปัจจัยที่สำคัญของชาติที่ไม่ควรจะยกให้ ผมพูดมาตลอด
ผมพูดมาถึงเรื่องการบินไทยที่ซื้อเครื่องบิน สมัยที่นายทนง พิทยะ เป็นประธานการบินไทย ที่ซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 เอ 340-600 ผมบอกการซื้อเครื่องบินครั้งนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะหาคอมมิชชั่นมาเพื่อที่จะเลือกตั้งครั้งใหม่ของพรรคไทยรักไทย แล้วผมก็บอกว่าการซื้อเครื่องนั้นมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ เพราะสายการบินเส้นทางที่ เอ 340-500 และ 600 นั้นบินไปก็ขาดทุน แต่ทำไมต้องซื้อแอร์บัส ผมพูดถึงคนที่วิ่งเต้น ผมพูดถึงซี 130 ที่น้องสาวคุณทักษิณเหมาพาเพื่อนฝูงไปงานวันเกิด ขึ้นบ้านใหม่ของตัวเอง ผมพูดถึงเรื่องเอ็กซิมแบงก์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พูดนั้น ได้ไปปรากฏเป็นหลักฐานชัดว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นมีความชอบธรรม มีตรรกะ แล้วนำพาไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทย ตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ
ท่านผู้ชมครับ การยึดอำนาจในวันที่ 19 กันยายนนั้น เป็นเรื่องที่ผมดีใจเพียงเล็กน้อย แต่ผมเศร้าใจมากกว่า ผมเศร้าใจที่ เมื่อยึดอำนาจแล้วก็ไม่ลงมือทำ จัดบ้านเมืองให้อยู่ในระเบียบเรียบร้อย ผมเป็นคนแรกที่เตือนสติรัฐบาลชุด คุณทักษิณ ชินวัตร สมัยที่เป็นพรรคไทยรักไทย ให้ทำอะไรให้ระวัง อย่าแสดงออกในลักษณะของการจาบจ้วงต่อสถาบันกษัตริย์ วันนั้นปี 2549 ผมโดนพลพรรคคุณทักษิณกล่าวหาตลอด ว่าผมดึงฟ้าลงมาต่ำ กล่าวหาทุกเรื่อง แจ้งความดำเนินคดีกับผม แล้วท่านผู้ชมครับ วันนี้ผลเป็นอย่างไร กระบวนการหมิ่นและจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ขยายตัวมากขึ้น มากขึ้น จากวันที่ผมเตือนในปี 2549 ต้นๆ ปี ปลายปี 2548 จากการที่ผมเตือนสติถึงการทำบุญ นั่งเป็นองค์ประธานในวัดพระแก้ว หรือคำพูดต่างๆ หรือการไปจัดประชุม ครม.ที่ปราสาทพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์
จากวันนั้นมาถึงวันนี้ กระบวนการพวกนี้ไม่ได้หยุดยั้งเลย มีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มขึ้นมาในหนังสือแมกกาซีน เพิ่มขึ้นมาในเว็บไซต์ต่างๆ เพิ่มขึ้นมาถึงขนาดที่นายโชติศักดิ์ คนซึ่งไม่ยอมยืนเคารพเพลงสรรเสริญบารมี คือคนซึ่งยืนแจกใบปลิวซึ่งจาบจ้วง พูดถึงราชวงศ์จักรีอย่างเสียหาย ที่ท่าน้ำเมืองนนทบุรี วันที่คุณจาตุรนต์ ฉายแสง ขึ้นไปปราศรัยในฐานะเป็น 1 ใน 111 คน และไม่ใช่นายโชติศักดิ์คนนี้หรือ ที่มาแต่งตัวใส่เสื้อสีดำ และบอกการไม่ยืนไม่ใช่อาชญากรรม เป็นคนๆ เดียวกัน เป็นกระบวนการกระบวนเดียวกันหมด เสริมด้วยครูบาอาจารย์บางคน ซึ่งไม่เคยเชื่อในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่เชื่อเฉพาะในระบอบประชาธิปไตย เพิ่มเติม จุดไฟเพิ่มโดยนายจักรภพ เพ็ญแข ที่โพกหัว เดินขบวน ลุกขึ้นมาด่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษอาวุโสของไทย อย่างสาดเสียเทเสีย โดยไม่ได้คำนึงถึงว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นั้น ยังไม่ต้องพูดถึงมีตำแหน่งเป็นประธานองคมนตรี อันเป็นตัวแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เอาเฉพาะตัวท่านเอง ท่านทำบุญทำคุณให้กับชาติบ้านเมืองมาตั้งแต่หนุ่ม จนกระทั่งท่าน 88 แล้ว หลักฐานต่างๆ เหล่านี้มีหมด
ท่านผู้ชมครับ ผมเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ สมัยที่ผมประท้วงสหรัฐอเมริกา ในสงคราม ในเวียดนาม ผมจำได้ว่าเราไปประท้วงกันที่สถานทูตอเมริกา ถ.วิทยุ เราไปวันนั้นเราไปอย่างมากที่สุดเราก็ตะโกนด่าทอกัน แต่ผมไม่เคยเห็นความถ่อย ความบัดซบ ความชั่วช้าของคนที่มายืนหน้าบ้าน พล.อ.เปรม แล้วควักของลับออกมาแกว่งที่หน้าบ้าน พล.อ.เปรม หรือมาประท้วงการชุมนุม ประชุมสัมมนาอย่างสันติของประชาชนที่หอประชุมธรรมศาสตร์
ท่านผู้ชมครับ เรื่องพวกนี้จะไม่มีวันเกิดถ้าไม่มีคนอยู่เบื้องหลัง การที่เดินขบวนแล้วไปด่า พูดจาถ่อย สามหาว หน้าบ้านป๋าเปรม เป็นการตีกระทบชิ่ง คนพวกนี้วางแผนไว้อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่า พล.อ.เปรม นั้นท่านเป็นรัฐบุรุษ เขารู้ยิ่งกว่ารู้ว่าเป็นประธานองคมนตรี ไปเรียก พล.อ.เปรม ว่า “ไอ้หัวขาว” ขอประทานโทษ พล.อ.เปรม ผมจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ มีคนลงมาจากพิษณุโลกมาพบผม พอถึงตัวผม เป็นผู้หญิง พูดจาปากคอสั่น คุณสนธิ ดิฉันเพิ่งนั่งแท็กซี่มา คุณสนธิรู้ไหมว่าแท็กซี่คันนี้พูดว่าอย่างไร แท็กซี่คันนี้คุยโวโอ้อวด บอกดิฉันว่า ผมนี่คือ นปก.ตัวจริง จตุพร พรหมพันธุ์ จักรภพ เพ็ญแข วีระ มุสิกพงศ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผมรู้จักหมด ผมเตรียมพร้อมแล้ว เป่านกหวีดปรี๊ดเมื่อไหร่พวกผมออกทันทีเลย ผมนี่สงสารนายกฯ ทักษิณมาก เป็นคนดีต้องการช่วยชาติบ้านเมือง ต้องการปราบปรามยาเสพติด แต่คุณรู้ไหมเขาพูดกับผู้โดยสารผู้หญิง รู้ไหมว่า ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ปราบไม่ได้เพราะว่าหัวหน้าค้ายาเสพติดตัวใหญ่ก็คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ท่านผู้ชมครับ นี่คือความจริง เมื่อใดก็ตามเรามีข้อมูลแบบนี้ขึ้นมา เมื่อใดก็ตามมีประชาชนที่ถูกล้างสมองด้วยข้อมูลแบบนี้ ท่านผู้ชมว่าไม่ใช่วิกฤตหรอวันนี้ ถ้าคนขับรถแท็กซี่อยู่ในกรุงเทพฯ ยังโดนล้างสมองได้แบบนี้แล้วประชาชนที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร ที่อยู่ทางอีสาน ทางเหนือ จะโดนล้างสมองขนาดไหน ท่านผู้ชมว่าชาติบ้านเมืองมันน่ากลัวไหม น่ากลัว น่ากลัวตรงที่ว่า ถ้า 1 เสียงสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ ไปไหนมาไหนก็ได้ ถูกจูงจมูกไปไหนมาไหนก็ได้ ด้วยเงิน 300 500 1 ล้านเสียงก็แค่ 300 ล้าน 500 ล้านเอง เป็นเงินที่เยอะมหาศาลสำหรับชาติบ้านเมือง แต่เป็นเงินที่น้อยกระจิ๊ดริดสำหรับคนโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง โกงเป็นหมื่นๆ ล้าน เป็นแสนล้าน เอะอะอะไรก็มีประชาชนเป็นล้านคน
ท่านผู้ชมก็เคยเห็นในทีวี ใน ASTV ที่แสดงให้ท่านผู้ชมเห็นแล้ว ว่าถึงเวลาก็มานั่งกัน มีหัวคิวเดินเอาเงินจ่าย พอถึงเวลาต้องกลับก็ลุกกลับบ้านเลยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น จะมีเฉพาะแกนอยู่ไม่กี่คน ในจำนวน 10,000 คน จะมีแกนไม่เกิน 100-200 คน 1 คนต่อ 100 คน ท่านผู้ชมครับถ้าเราสามารถเอาเงินให้ประชาชนแล้วสั่งให้ประชาชนมา จะมาด้วยเหตุใดก็ตามไม่สำคัญ แล้วก็มีคนเป็นแกนจำนวนไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชาชนทั้งหมด เป็นคนกำกับ แล้วก็อ้างที่รับคนละ 300 500 ว่านี่แหละคือความต้องการของประชาชน เมืองไทยน่ากลัวไหม มีวิกฤตไหม
วันนี้เขาต้องการแก้รัฐธรรมนูญ เขาบอกเขามี 150,000 คน 150,000 คนที่แสดงออกมาครั้งนี้ เขาพูดเขาเอามาได้ถึงล้านคน แล้วถ้าวันหนึ่งเขาใช้เงินสัก 1-2 พันล้านบาท แล้วเขาเอาไปจ่ายคนละ 200 บาท 2 พันล้านบาท เขาได้ 5 ล้านคน ทางอีสานและทางเหนือ แล้วออกมาพร้อมกัน แล้วบอกว่าประชาชนต้องการแก้รัฐธรรมนูญในหมวดกษัตริย์เพื่อไม่ให้มีกษัตริย์ต่อไป ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง เห็นด้วยกับผมไหมว่ามันวิกฤต เห็นด้วยไหม มันไม่วิกฤตอย่างไร เวลาคนมาเถียง นายโชติศักดิ์บอกผมมีสิทธิ์ ผมอยากจะยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีก็เรื่องของผม ผมไม่อยากยืนก็เป็นสิทธิของผม มันเกิดอะไรขึ้นในสังคมไทยวันนี้ ผมไม่เคยคิดว่าผมจะเจอเรื่องพวกนี้ แล้วเรื่องพวกนี้พอเกิดขึ้น แทนที่รัฐบาล อย่างเช่นนายสมัคร สุนทรเวช จะลุกขึ้นมาบอกว่า ไม่ได้แล้วงานนี้ คุณไปคิดอย่างนี้ได้อย่างไร มัวแต่นั่งด่าชาวบ้านใช้คำพูดหยาบคายในวิทยุ ด่าผม ด่าพันธมิตรฯ แต่คนที่ประพฤติปฏิบัติแบบนี้กลับไม่แสดงอาการออกเลยแม้แต่นิดเดียว
แล้วมันแปลว่าอะไร มันแปลว่าอะไร มันแปลว่าประเทศไทยถึงจุดที่จะต้องสิ้นสูญสลายแล้วหรืออย่างไร คุณสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ใหญ่ อายุมากแล้ว พ่อเป็นถึงพระยา ชีวิตพูดตลอดเวลาเลยว่าจะเทิดทูนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คุณสมัครมีอะไรกับ พล.อ.เปรม หรือถึงจงเกลียดจงชังท่านมากมายนัก คุณสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่คนถ่อยๆ ไปยืนหน้าบ้าน พล.อ.เปรม แล้วควักของลับออกมาแล้วแกว่งหน้าบ้าน พล.อ.เปรม ถึงคุณสมัคร จะไม่ชอบ พล.อ.เปรม จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่คุณสมัครจะยอมรับการกระทำเลวทรามต่ำช้าอย่างนั้นไม่ได้ ทำไมคุณสมัครนิ่งเงียบ ทำไมคนอย่างคุณเฉลิมนิ่งเงียบ ทำไมคนอย่างคุณจักรภพนิ่งเงียบ
เอาละ ไม่เกี่ยวกัน จะอ้างว่าผมไม่รู้เรื่อง คนพวกนี้ผมไม่เคยรู้จัก อ้างได้ แต่ว่าพฤติกรรมอย่างนี้ทำต่อหน้าบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อย่างนี้ นายกรัฐมนรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐ มนตรีประจำสำนักนายกฯ คุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คุณอะไรก็ตามที่เป็นลูกกรอกทั้งหลาย ทำไมไม่มีปฏิกิริยาบ้างล่ะ ทำไมไม่มีปฏิกิริยาบ้าง แต่ทีพรรคประชาธิปัตย์ หรือใครก็ตามในสภา พูดพาดพิงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลุกขึ้นมาประท้วงกันแหลกราญเลย ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ใครทำคุณงามความดีให้ชาติบ้านเมืองกัน ใครเคยปกป้องชาติบ้าง ใครเคยไปสู้รบอริราชศัตรูบ้าง ใครเคยดำเนินการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยใช้นโยบาย 66/23 แล้วทำให้สังคมสงบได้ ไม่ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรอก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
คุณโชติศักดิ์ โดนดำเนินคดี เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ให้สัมภาษณ์ ใส่เสื้อ “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากรรมฯ” คุณสมัคร ธรรมดาเป็นคนปากไวเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ออกมาล่ะ ปากไวกับเรื่องพวกนี้บ้างล่ะ ทำอย่างนี้ผมทนไม่ได้ ไม่เคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี มีได้อย่างไร ทำไมไม่พูดในรายการท่าน ท่านไม่พูดเลย คุณสมัครไม่เข้าใจคำว่า “จารีต” เหรอ กฎหมายน่ะไม่ผิด แต่ควรหรือเปล่า เวลาคุณอยู่ที่บ้าน ถ้าคุณสมัครอยู่ที่บ้าน ถ้าคุณเฉลิมอยู่ที่บ้าน ลูกชายท่านยกส้นตีน ขอประทานโทษคำพูดผม วางบนโต๊ะ แล้วหันเท้าไปหาคุณน่ะ ถามว่าลูกชายคุณทำผิดกฎหมายไหม ไม่ผิด กฎหมายไม่ได้ห้าม แต่จารีต ลูกต้องเคารพพ่อ ควรหรือไม่ควรทำ ก็ไม่ควรทำ กษัตริย์ พระเจ้าอยู่หัวเป็นพ่อหลวงของชาติ นอกจากลูกจะมีพ่อแล้ว เรายังมีพ่อหลวง เรายังมีแม่ของแผ่นดิน
ตรงนั้นเราถูกสอนถูกสั่งกันมาตั้งนาน อย่ามาว่าผมดึงฟ้าต่ำ ใครก็ตาม ขนาดผมเป็นพ่อ ถ้าผมเดินไปกับลูกชาย ใครแสดงอาการลบหลู่ผม แค่ผมนี่ ลูกชายผมก็โกรธแล้ว ไม่เห็นเหรอเรื่องบนโรงพัก พ่อลูกคู่หนึ่ง สองคู่ ตีกันบนโรงพัก เพราะอะไร เพราะว่าพ่อคนหนึ่งถูกลูกอีกคนหนึ่งตี ไอ้ลูกอีกคนหนึ่งมาหาพ่อโกรธ ก็เลยตีอีกฝ่ายหนึ่ง นี่คือการใช้ความรุนแรง แต่ความเคารพอย่างนี้มันต้องมีอยู่ในใจ คำถามที่ผมถามรัฐบาลชุดนี้ ส.ส.พรรคพลังประชาชน คำว่า “ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” และรัฐธรรมนูญว่าด้วยหมวดกษัตริย์ ลึกๆ แล้วพวกคุณยอมรับแต่ปากเฉยๆ หรือเปล่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณจะไม่ชอบ พล.อ.เปรม ยังไงก็ตาม จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เป็นสิทธิของคุณ แต่เมื่อคุณคำนึงถึง พล.อ.เปรม ท่านเป็นประธานองคมนตรี อย่างน้อยคุณจะต้องบอกพวกลูกไล่คุณ คนที่พวกคุณอยู่เบื้องหลัง หนุนเขา บอก เฮ้ยๆๆ ไปด่าไอ้สนธิมัน ไอ้สนธิมันลูกเจ๊ก ด่าโคตรพ่อโคตรแม่มันได้ แต่อย่าไปแตะต้อง พล.อ.เปรม เพราะว่าท่านเป็นประธานองคมนตรี ท่านเป็นตัวแทนในหลวง พวกคุณเคยคิดอย่างนี้ไหม คุณก็ไม่เคยคิด ไม่เคยทำ
เวลาเราทำอะไรในตัวเรานั้น เจตนาเป็นเครื่องแสดงว่าสิ่งที่คุณทำ กรรมน่ะมันส่อเจตนา กรรมมันส่อเจตนาจริงๆ วันนี้คุณบริหารชาติบ้านเมืองอย่างไร คุณทิ้งไปเลยภาคใต้ คุณทำเสมือนภาคใต้ไม่ใช่แผ่นดินไทย คุณไม่สนใจเลย ใครจะตายแค่ไหนคุณไม่แคร์ คุณบอก พูดเป็นอยู่คำเดียวว่า ให้ผู้บัญชาการทหารบกไปจัดการ คุณเคยมีการประชุม ครม.มั้ย คุณเคยเรียกเขามาชี้แจงใน ครม.มั้ย ว่าต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอะไรในเรื่องภาคใต้บ้าง งบประมาณพอมั้ย การเบิกจ่ายพอไหม ทันต่อเวลาไหม ยศตำแหน่ง ลูกหลานของคนที่ตาย คนที่ตายทหารหาญที่ตายไป จะเอาลูกเขามารับราชการทหาร หรือจะเลื่อนยศให้เขา ยศมีพอไหม ไม่ใช่วันดีคืนดีคุณก็มาเอา คุณดวง อยู่บำรุง แล้วก็ให้ยศเขาไปทันที แล้วทหารที่ตายไปทางใต้ พลทหารที่ตายควรได้ยศร้อยตรีทันทีไหม เก็บยศพวกนั้นเอาไว้ให้คนพวกนี้ ภาคใต้คุณทิ้งไปเลย
คุณไม่สนใจ คุณไม่สนใจ คุณเอาคุณยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้ซึ่งมีมลทินใน กกต. กำลังถูกสอบสวนอยู่ กำลังจะถูกชี้มูล แล้วคุณตั้งเขาเป็นประธานรัฐสภา คุณตั้งเขาเป็นประธานรัฐสภา คุณตั้งรัฐมนตรี คุณจักรภพ เพ็ญแข ที่เดินทางไปเที่ยวต่อว่า พูดจาหยาบคายหน้าบ้าน พล.อ.เปรม มีภาพให้เห็นปรากฏ ยืนอยู่บนเวที มีภาพเห็นปรากฏ ออกมาด่าอันโน้นด่าอันนี้ ตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แล้วคุณเอาคนพวกนี้มายืนถวายสัตย์ต่อหน้าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้วคุณคิดว่าความรู้สึกของพระองค์ท่านจะเป็นอย่างไร คิดให้ดีๆ วันนี้คุณกำลังจะเอาคุณชัย ชิดชอบ ขึ้นมา คุณหาประธานสภาที่สง่าผ่าเผยมากกว่านี้ไม่มีอีกแล้วหรือ คุณทำผิดแล้วผิดอีก คุณไม่สนใจความรู้สึกของคน คุณไม่สนใจความรู้สึกของคนที่อยู่ในบ้าน ขอให้คุณได้เดินมาแล้วก็นั่งแล้วก็อุจจาระกลางบ้านให้มันเหม็น คุณไม่สนใจคนอื่นในบ้านเขาเหม็นขนาดไหน กองแรกคุณอุจจาระไปยังไม่พอ กองที่สองก็อุจจาระซ้ำต่อไปอีก
ผมไม่ได้เกรงกลัวการโต้วาทีอะไรกับใครหรอก แต่ผมคิดว่าการโต้วาทีเพื่อเล่นฝีปาก เล่นการเมืองแบบเก่าๆ มันหมดยุคไปแล้ว มีคนเคยถามผมและพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ชีวิตนี้เคยทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองหรือเปล่า กรุณาอย่าพูดคำนี้ออกมา เพราะชาวบ้านเขาฟังแล้วเขาจะหัวเราะฟันหัก เพราะว่าเขาสมเพศคนที่ถามคำถามนี้
พี่น้องครับ เราอยู่ในบ้านหลังใหญ่ เราพูดมาตั้งแต่ต้นจำได้ไหม เราบอกเอาละ เมื่อพรรคพลังประชาชนต้องการที่จะเป็นรัฐบาลด้วยเสียงข้างมากเป็นไป เราไม่ว่าอะไร เราขออย่างเดียว กรุณาอย่าแทรกแซง บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม คุณไม่สนใจ พอคุณเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ สิ่งแรกที่คุณทำคือ คุณเดินไปแล้วนั่งอุจจาระในบ้านทันที เลยให้มันเหม็น คุณแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม คุณตั้งคุณยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาฯ คุณตั้ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทั้งๆ ที่คุณอภิวันท์มีพฤติกรรมหยาบคาย จาบจ้วงประธานองคมนตรีบนเวที นปก. แล้วก็ส่งเสริมพฤติกรรมการใช้คำพูดหยาบคายในสภาผู้แทนราษฎร อย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน คุณตั้ง พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เคยพิพากษาว่าคุณวิเชียรโชติ ทุจริตกรณีการขึ้นเงินเดือนตัวเองในตอนดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการและโฆษก ป.ป.ช. คุณไม่สนใจ คุณไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น คุณแต่งตั้งคนที่มีพฤติกรรมที่ใช้คำพูดยั่วยุ คุกคามความเคลื่อนไหวของประชาชน มาเป็นรัฐมนตรี คุณแทรกแซงสื่อสารมวลชน คุณแทรกแซงองค์กรอิสระ ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม
ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเคยได้ยินชื่อกำนันชัยวัฒน์ มั้ย กำนันชัยวัฒน์ เป็นกำนันที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เป็นพยานที่กล่าวหาว่าคุณยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นคนที่เอาเงินจ้างพวกเขาในการซื้อเสียง กำนันชัยวัฒน์ เป็นพยานปากเอก พอรัฐบาลชุดพลังประชาชนเข้ามามีอำนาจ ก็ทำอะไร ก็เปลี่ยนตำรวจ แล้วเอาตำรวจไปแจ้งข้อกล่าวหากำนันชัยวัฒน์ ออกหมายจับกำนันชัยวัฒน์ วัตถุประสงค์เพื่ออะไร เพื่อที่จะจับกำนันชัยวัฒน์ไม่ให้มาขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ซึ่งขึ้นไปเมื่อวานนี้
ทำถึงขนาดเข้าไปในศาลเพื่อขอหมายจับกำนันชัยวัฒน์ในศาล เพื่ออะไร เพื่อไม่ให้กำนันชัยวัฒน์มาให้การกรณีคุณยงยุทธ ติยะไพรัช ผมเกิดมาผมไม่เคยเจอแบบนี้ ทำไมไม่ให้เขาให้การให้เสร็จ แล้วถ้ามีหมายจับก็จับเขาไปสิ แต่วัตถุประสงค์ไม่ต้องการให้มาให้การ แล้วตำรวจ คือตำรวจ สภ.แม่จัน นี่ไงพี่น้อง ยกตัวอย่างให้ฟัง พวกนี้เวรกรรมมีจริง ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง คนพวกนี้สมควรจะได้รับผลเวรผลกรรมทั้งหมดเลย
พ่อแม่พี่น้องครับ ธรรมดาแล้วคนเป็นใหญ่เป็นโตเวลาจะทำอะไรก็ตาม ถ้าจะมีผลประโยชน์ เขาต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ไม่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน โครงการสร้างตึก มูลค่า 2 พันล้าน เรียกผู้รับเหมา 5 - 10 เปอร์เซ็นต์ ผู้รับเหมาเป็นคนจ่าย จริงอยู่ ตึกราคาประมูล สิ่งที่ผู้รับเหมาทำก็คือยอมจ่ายและลดกำไรตัวเองลงมา นั่นคือการที่นักการเมืองกับผู้รับเหมาตกลงกันเอง ผู้รับเหมาอยากได้งานชิ้นนี้ สเปกตรงตามที่ราชการวาง ตึก 2 พันล้าน ผู้รับเหมาจ่ายให้ 200 ล้าน ผู้รับเหมากะกำไรงวดนี้ 600 ล้าน เอ้ายอมเสีย 200 ล้าน เอากำไร 400 ล้าน เอากำไรแค่นี้พอ แต่ว่ารัฐได้ของเหมือนเดิมตามสเปก ราคาประมูลก็ไม่ได้เกินไปกว่าที่ตกลงกันเอาไว้ ใช่มั้ยพี่น้อง
นี่คือการคอร์รัปชั่นวิธีหนึ่ง เป็นการโกงอีกแบบหนึ่ง แต่เป็นการบีบคอผู้รับเหมา ใช้อำนาจที่ตัวเองมีบีบคอ แต่การขึ้นราคาน้ำตาลกิโลละ 5.35 บาท เป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่อำมหิตที่สุด อำมหิตที่สุดพี่น้องประชาชน เพราะอะไร เพราะไม่ใช่เป็นการตกลงกันระหว่างคนสองคน แล้วอีกคนหนึ่งยอมจ่ายทำให้ตัวเองได้เงินกำไรน้อย แต่เป็นการสร้างความทุกข์ให้ประชาชนคนไทย 63 ล้านคนต้องซื้อน้ำตาลแพงเพิ่มขึ้นอีก 5.35 ในเวลาที่ไม่ควรจะซื้อแพงเพิ่ม ทำไมผมต้องพูดอย่างนั้น เพราะว่าน้ำตาลมันปิดหีบ มันเรียบร้อยไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หมายความว่า อ้อยที่ไปขายให้กับโรงงานน้ำตาล แล้วบีบน้ำตาลออกมาทำเป็นน้ำตาลมันเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว แล้วมาขึ้นราคา 5 บาทกว่าตรงนี้ เป็นผลทำให้โรงงานน้ำตาลรวยเพิ่มขึ้นอีกกิโลละ 5 บาทกว่า แต่ชาวไร่อ้อยไม่ได้อะไร
แล้วก็ผ่องตรงนี้มาให้ใคร ให้ผม ให้คุณ ผมไม่เป็นไรหรอก แต่ครอบครัวที่เขาปากกัดตีนถีบ ข้าวแพงขึ้น น้ำตาลแพงขึ้น รถเมล์แพงขึ้น เงินเดือนเขาไม่ได้เพิ่ม เขาจะอยู่อย่างไร แม่ค้าทำทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง วางที่ตลาด ต้นทุนเขาเพิ่มขึ้นอีก เขาขายของแทบจะไม่ออกเลย เจ้าของร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่มีเงินมีทองเล็กๆ น้อยๆ เปิดร้านเบเกอรี่ขาย ต้องปิดร้านเบเกอรี่ไป คนทำขนมเมืองเพชรแทบจะล้มทั้งจังหวัด มีที่ไหนขึ้นน้ำตาลทีขึ้นครั้งละ 20 เปอร์เซ็นต์ ทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้ท่านผู้ชม เพราะรัฐบาลชุดนี้อยู่สั้น โกงอะไรได้รีบโกงซะ ไม่สนใจ คุณซื้อน้ำตาลแพงคุณซื้อไปซิ แค่กิโลละ 5 บาทเอง
เห็นหรือยังพี่น้องประชาชนว่ามันอำมหิตแค่ไหน แล้วอย่ามาพูดให้ผมฟังนะ ว่าไม่เคยได้รับเลยแม้แต่บาทเดียว ไหนคุณบอกคุณจะมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ชาติบ้านเมืองไง คุณไม่ได้แก้นี่ ไหนคุณจะมาดูแลประชาชนให้อยู่ดีกินดี คุณกำลังดูแลให้เขาอยู่เลวกินแพง การเข้ามาดูแลประชาชนให้อยู่ดีกินดี จู่ๆ ขึ้นน้ำตาลที 20 เปอร์เซ็นต์ นี่คือหน้าที่รัฐบาลที่อ้างบอกว่า รักประชาชนหรอ ข้าวสาร วันนี้พ่อค้าส่งออกร่ำรวย ชาวนาก็ยังได้เกวียนละ 6,000
พี่น้องประชาชนชาวอีสาน พี่น้องประชาชนชาวเหนือ ที่ชอบพรรคพลังประชาชน เสียดายท่านไม่มีโอกาสฟังผมพูดหรอก แต่ถ้าใครฟังผมพูดไปเล่าให้เขาฟังหน่อย ก็พวกท่านทั้งหลายนี่เองไม่ใช่หรอที่ทำให้น้ำตาลแพงขึ้น ทำให้ข้าวแพงขึ้น เห็นหรือยังพ่อแม่พี่น้อง มันไม่ไหวจริงๆ พี่น้องประชาชนรับได้หรอเรื่องแบบนี้ รับได้หรอ น้ำมันแพงขึ้นเอาๆ ทุกวัน น้ำตาลแพง ข้าวแกงวันนี้ 20 บาท หาซื้อได้มั้ย ค่าแรงขั้นต่ำก็ยังแค่ 9 บาท ที่จะได้ ทำไมไม่ขึ้นให้ 15 บาทล่ะ รัฐบาลชุดนี้เห็นแก่พ่อค้าข้าว เห็นแก่พ่อค้าน้ำตาล ไม่ได้เห็นแก่ประชาชนเลยแม้แต่นิดเดียว เห็นแก่อำนาจทางการเมือง พร้อมที่จะปล่อยให้ลูกกรอกทั้งหลายไปเหยียบย่ำ ดูหมิ่นดูแคลน จาบจ้วงคนอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพียงเพราะว่าตัวเองไม่ชอบ และถือโอกาสตีวัวกระทบคราดไปเลย นี่เป็นรัฐบาลของประชาชนหรือ
พี่น้องครับ จรรยาบรรณ มารยาท สมบัติผู้ดี เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ลำพังเราจะบอกว่าคนๆ นี้พ่อแม่สั่งสอนมาดี ไม่ดี เราดูการพูดการจา เราดูการแสดงออก เราดูความรับผิดชอบ เราดูหิริโอตัปปะ ความละอายในชั่ว กลัวในบาป ใช่มั้ยท่านผู้ชม แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่มีความละอาย ไม่มียางอาย ไม่สนใจ คนที่ขาดคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจ คตส.กล่าวโทษไปเรียบร้อยแล้ว หวยบนดิน มีรัฐมนตรีชุดปัจจุบันเกี่ยวข้อง นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อนุรักษ์ จุรีมาศ อุไรวรรณ เทียนทอง รัฐบาลก็เพิกเฉย เป็นต่อไปอย่าไปสนใจมัน
คุณไชยา สะสมทรัพย์ คุณวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ไม่แจ้งสถานภาพเมื่อภรรยาถือหุ้นในบริษัทเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ป.ป.ช.แจ้งมาแล้วว่าผิด ช่างมัน อย่าไปสนใจมัน แม้กระทั่งกรรมการสภาผู้แทนราษฎร ที่สภาตั้งขึ้นมาเพื่อสืบเสาะกรณีที่นายการุณ โหสกุล ทะเลาะกับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สรุปว่านายการุณ กระโดดถีบนายสมเกียรติจริง และใช้วาจาที่หยาบคาย ทุกคนลงชื่อกันหมด ยอมรับการตรวจสอบว่าถูกต้อง มีตัวแทนพรรคพลังประชาชนเท่านั้นเองที่ไม่ยอมลงชื่อ นี่มันอะไรกันท่านผู้ชม เมืองไทยเดี๋ยวนี้มันชั่วถึงขนาดนี้แล้วหรือ ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยอีกแล้วในประเทศไทย หมด
มาจนกระทั่งในที่สุด อยากจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อพ้นผิดก็เดินหน้าแก้ ไม่ฟังเสียงใครเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ฟังเสียง 14 ล้านคน ที่เขาลงประชามติ ผมไม่เคยขออะไรคุณ ผมเถียงคุณอยู่ประเด็นเดียว ผมบอกว่าคุณต้องการความเป็นประชาธิปไตยใช่มั้ย ผมให้เสนอประชาธิปไตยทางตรงเลย ก็ในเมื่อ 14 ล้านเสียง เขารับรองรัฐธรรมนูญปี 2550 ถ้าคุณจะแก้ อำนาจรัฐก็อยู่ในมือคุณนี่ คุณเสนอแก้ได้เลย ให้ผ่านประชามติ คุณก็ออกสิ โทรทัศน์ช่องคุณ จักรภพ เพ็ญแข ออกไปเชียร์สิ ตลอดเวลา คุณสั่งผู้ว่าฯ ได้นี่ สั่งผู้ว่าฯ ตลอดเวลาว่าผู้ว่าฯ ต้องบังคับให้คนลงคะแนนเสียงนะ บอกว่าให้แก้รัฐธรรมนูญได้ คุณทำไปสิ ผมจะยอมรับกติกา
แต่ทำไมคุณไม่ทำล่ะ เพราะคุณรู้ว่าถ้าทำเช่นนั้น ถึงคุณชนะ แต่มันก็ช้าเกินไปแล้วที่จะแก้ เพราะว่าคดียุบพรรคกำลังจะเข้าสู่กระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะว่ามาตรา 309 ที่คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในศาล กำลังเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ใช่มั้ย ที่คุณไม่ยอมประชามติก็เพราะเรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะว่าเวลาไม่ได้เข้าข้างคุณ ใช่มั้ย เท่านั้นเอง แล้วคุณกับโจรมันต่างกันตรงไหนล่ะ ต่าง เพราะพวกคุณนี่เลวกว่าโจร เพราะโจรมันต้องติดคุกเพราะเข้าสภาไปแก้กฎหมายไม่ได้ แต่คุณนี่ชั่วกว่าโจร เพราะว่าคุณสามารถที่จะแก้กฎหมายทำให้พวกคุณพ้นผิดได้
คุณผู้ชมครับ เดี๋ยวเราพักกันสักครู่หนึ่ง แล้วเดี๋ยวเรากลับมาพูดเรื่องที่สำคัญ สำคัญมากๆ ครับ พักกันสักครู่นะครับ
(รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ิช่วงที่สอง)
สนธิ - กลับมาอีกครั้งหนึ่งครับท่านผู้ชมครับ เป็นช่วงสุดท้ายของรายการยามเฝ้าแผ่นดินที่พิเศษสุดวันนี้ เพราะว่าผมกลับมาหลังจากที่ไม่ได้ออกรายการนี้มา 6 เดือนเศษๆ แล้ว ก็ออกมาครั้งนี้อีก แล้วไม่รู้จะได้ออกอีกเมื่อไร ก็ขึ้นอยู่กับทางผู้ดำเนินรายการหลัก คือ คุณปานเทพกับคุณคำนูณ คุณแอ้ม และคุณแอน-จินดารัตน์ ว่าจะอนุญาตให้ผมมาออกอีกครั้งได้เมื่อไร เพราะว่าการออกครั้งนี้ก็ต้องอนุญาตเพื่อให้เขาแบ่งเวลามาให้ผม
ตอนนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะพูดบางเรื่องให้ท่านผู้ชมฟัง ให้ตั้งใจฟังดีๆ 2505 15 มิถุนายน 2505 45 ปีกับอีก 11 เดือน แล้วเกือบ 30 วัน 28 วัน ตอนนั้นผมอายุ 16 ปี 14 ปี ปีนี้ 60 46 ปีที่แล้วศาลโลกได้ตัดสินให้เขาพระวิหารตกเป็นของเขมร หรือที่เรียกว่า ประเทศกัมพูชา วันนี้ประเทศกัมพูชากำลังจะเดินเรื่อง ยื่นเรื่องขอให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกอีกครั้งหนึ่ง เรื่องนี้มันสำคัญตรงไหนท่านผู้ชม 46 ปีที่แล้ว ตอนที่เขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชานั้น ศาลโลกอ้างว่า ประเทศไทยไม่ได้มีการโต้แย้งสิทธิ์ใดๆ ทำให้ศาลเชื่อได้ว่า ประเทศไทยยอมรับในเนื้อหาและความีอยู่ของแผนที่ดังกล่าว
ช่วงนั้นเขมรได้ใช้แผนที่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามายึดครองกัมพูชา เป็นคนร่างแผนที่นั้นขึ้นมา แล้วประเทศไทยไม่ได้โต้แย้ง ประเทศไทยจึงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องว่าแผนที่นั้นไม่ถูกต้อง ดังสุภาษิตลาติน ซึ่งเป็นพื้นฐานของกฎหมายทางตะวันตก บอกว่า ผู้ที่เงียบเฉยอยู่ย่อมเสมือนได้ว่ายินยอม ถ้าเขามีหน้าที่ที่จะพูดและสามารถที่จะพูดได้ คือถ้าไม่พูดถือว่ายอมแล้ว ด้วยเหตุนี้ศาลโลกถึงพิพากษาให้เขาพระวิหารตกเป็นของประเทศเขมร ช่วงนั้นถึงผมจะเป็นเด็กก็ตาม แต่ผมจำได้ว่าเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตมโหฬาร ทุกคนก็โวยวายกัน ทุกคนก็เสียอกเสียใจกันไปหมด นึกไม่ถึงว่าเราจะเสียดินแดนเขาพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา แล้วทางขึ้นนั้นขึ้นอยู่ทางประเทศไทย
คือทางเขมรจะขึ้นนั้นต้องปีนผาขึ้นมา 500 เมตร แต่ทั้งหมดที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นเพราะว่า ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่เข้ามายึดครองหลักฐาน เข้ามายึดครองประเทศกัมพูชา แล้วใช้อำนาจในความเป็นมหาอำนาจนั้น เขียนแผนที่ขึ้นมาใหม่ โดยเขียนแบ่งปันเขต แล้วระบุ ทั้งๆ ที่เขาพระวิหารนั้นอยู่ในประเทศไทย ก็เขียนว่า เนื่องจากว่าชะง่อนมันโผล่เข้าไปในพื้นที่กัมพูชาเขาก็ต้องถือว่าเขาพระวิหารนั้นเป็นของกัมพูชา
ท่านผู้ชมครับตอนนี้กำลังมีเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง พ.ศ.2547 ในช่วงนั้นผมกำลังออกเมืองไทยรายสัปดาห์อยู่ มีการประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรกระหว่างคณะรัฐมนตรีไทยและกัมพูชา และมีมติเห็นชอบพร้อมกัน ให้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่เขาพระวิหารเพื่อประโยชน์การท่องเที่ยว ศึกษาประวัติศาสตร์ และกำหนดร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชา ให้ดำเนินการเสนอเขาพระวิหารให้เป็นมรดกโลก นั่นก็คือทั้งไทยและกัมพูชาบอกว่า เขาพระวิหาร ตัวปราสาทนั้น ศาลโลกพิพากษาว่าอยู่ในกัมพูชา แต่มันยังมีส่วนองค์ประกอบของเขาพระวิหารอีกหลายๆ อย่าง เพราะฉะนั้นแล้วถ้ามาร่วมกันทำและร่วมกันเสนอว่าเป็นประเทศไทยและกัมพูชา เป็นส่วนร่วมกันเสนอเขาพระวิหารให้เป็นมรดกโลก นะครับ
คือ ทางไทยมองว่าถ้าจะพิจารณาเฉพาะองค์ปราสาทอย่างเดียวไม่พอ เพราะถัดออกมายังมีปราสาทโดนตวล ปราสาท บรรณาลัย ปราสาทสถูปคู่ สระตราว และทางขึ้นปราสาท ซึ่งอยู่ในประเทศไทยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาถึงเขาพระวิหารแล้ว ต้องพิจารณาทั้งพื้นที่ จะพิจารณาเฉพาะตัวปราสาทอย่างเดียวไม่ได้ เพราะว่าประเทศไทยกลัวว่าถ้าประกาศให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกไปแล้ว บางส่วนของเขาพระวิหารที่อยู่ในดินแดนไทยก็จะกลายเป็นของเขมรไปเลย เนื่องจากกติกาของมรดกโลก เขาบอกว่า โอเค ปราสาทอันนี้อยู่ในพื้นที่แวดล้อมอีก 2 กิโลครึ่ง อันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกด้วย ก็หมายความว่าถ้าเรายอมเช่นนั้น เราต้องยกพื้นที่อีก 2 กิโลครึ่ง ให้เป็นของเขมรไปด้วย
อย่าสับสนนะครับ เรายอมรับในคำพิพากษาศาลโลก ว่าตัวปราสาทเขาพระวิหารนั้นเป็นของเขมร แต่ถัดออกจากปราสาทแล้วยังมีอีกหลายอย่าง ยังมีปราสาทโดนตวล ปราสาทบรรณาลัย สถูปคู่ และสระตราว และทางขึ้นมันเป็นส่วนหนึ่งของเขาพระวิหารทั้งหมด ถ้าเรายอมตามที่มรดกโลกกำหนดไว้ มันก็ต้องยอมทั้ง 2.5 กิโลเมตร ทั้งหมดเลย
เอาล่ะ ไทยถึงร่วมประท้วง ว่าขอให้ยื่นให้เป็นมรดกโลกร่วมกัน ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือว่า เขมรกำลังจะยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการให้องค์การยูเนสโกพิจารณาว่าเขาพระวิหารควรจะเป็นมรดกโลก โดยเขมรอ้างว่าเขายื่นเฉพาะส่วนที่เป็นปราสาท แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว คณะกรรมการมรดกโลกไม่ยอมรับเรื่องปราสาท เขาบอกว่าต้องเป็นพื้นที่ทั้งหมด และการยื่นครั้งแรกที่เคยยื่นไปแล้วที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ แล้วคณะกรรมการมรดกโลกเขาตีกลับมา เขาบอกว่าเนื่องจากเขาพระวิหารและบริเวณรอบๆ เขาพระวิหาร ซึ่งประกอบด้วยปราสาทหลายอันนั้น เป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา ให้ไปตกลงกันก่อน เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ถึงจะมายื่น คือเขาไม่ได้บอกว่าให้ทำยังไง แต่สามารถที่จะใช้สองประเทศร่วมกัน และถ้าตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วขอยื่นให้เป็นมรดกโลกร่วมกัน ถ้าอย่างนั้นแล้วคณะกรรมการมรดกโลกเขาไม่ขัดข้อง
มันก็ฟังดูดีนะพี่น้องประชาชน แต่เผอิญมันมีอะไรบางอย่างซึ่งมันไม่เข้าท่าเข้าทาง ไม่เข้าท่าเข้าทางตรงไหน มันไม่เข้าท่าเข้าทางตรงที่ว่า คุณสมัคร สุนทรเวช กำลังบอกกับประชาชนคนไทย บอกว่า ทางเขมรที่จะยื่นเรื่องเขาพระวิหารนั้น เขายื่นแค่ปราสาทเฉยๆ เขาไม่ยื่นอันอื่น เราไม่ต้องยุ่ง ปล่อยเขมรยื่นไปเอง พี่น้องครับ 2505 ที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อกี้นี้ 15 มิถุนาฯ ศาลโลกพิพากษาตัดสิน ตัดสินว่า เขาพระวิหาร ปราสาทเขาพระวิหารนั้นเป็นของกัมพูชา เพราะอะไร เพราะเราไปยอมรับสิทธิของเขา แล้วถ้ากัมพูชาเสนอไปอยู่ประเทศเดียว โดยที่เราไม่เข้าไปคัดค้าน โดยที่เราไปเชื่อคำพูดเขาที่บอกเขาจะขอยื่นเฉพาะตัวปราสาทเขาพระวิหาร ตัวปราสาทอย่างเดียว
ซึ่งมรดกโลกเขาบอกแล้วว่ายื่นปราสาทอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องเป็นพื้นที่ทั้งหมด เหมือนมรดกโลกทางจีน หลายๆ แห่งเวลาเขายื่นไปเขาไม่ได้ยื่นไปเฉพาะตัวสุสาน เขายื่นพื้นที่รอบๆ สุสานด้วย ฉันใดฉันนั้น เมื่อเราไม่เข้าไปคัดค้าน เราไม่ส่งคนเข้าไปแสดงเจตนารมณ์ของเรา ถ้าเกิดคณะกรรมการมรดกโลกเขาบอกว่า ยกให้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เท่ากับว่าเรายอมรับสถานภาพเขาพระวิหาร และองค์ประกอบแวดล้อมเขาพระวิหารนั้นเป็นของกัมพูชา เห็นหรือยังพ่อแม่พี่น้อง นี่คือการยกอธิปไตยของชาติไทยให้กับเขมร จริงอยู่เรื่องนี้เป็นเรื่องทางการเมืองกัมพูชา เพราะเขากำลังหาเสียงกัน แต่มันมีลึกยิ่งกว่าการเมืองกัมพูชา
ผมอยากจะถามคุณนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมอยากจะถาม คุณสมัคร สุนทรเวช ว่ากรณีเขาพระวิหารที่เขมรจะไปยื่นนั้น ทำไมรัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะยื่นควบคู่กับเขมร แล้วเรียกร้องให้มรดกโลกนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ 2 ประเทศ นั่นคือทางออกที่ประนีประนอมที่สุด ที่ไม่มีความขัดแย้งกัน แต่ทำไมคุณสมัครบอกว่า เป็นเรื่องเขมรให้เขมรยื่นเอง ประเทศไทยไม่สนใจ เพราะเขาจะยื่นเฉพาะตัวปราสาท เขมรทำหนังสือยืนยันมาหรือยังเป็นทางการว่าเขาจะยื่นเฉพาะตัวปราสาท หรือว่าเป็นเพียงคำพูดของการตีกอล์ฟระหว่างนายกฯ ฮุน เซน กับผู้นำไทย
ผมมีหลักฐาน ผมมีหลักฐานบางอย่างซึ่งจะต้องชี้ให้เห็น คุณสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บอกว่า มีการเขียนแผนที่โดยมีการตัดเอาเขตแดนบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ฝั่งไทย บางส่วนเข้าไปอยู่ในเขตแดนของกัมพูชาด้วย ซึ่งคุณสุวรรณ ในฐานะหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ตัวเล็กๆ บอกว่า เรื่องนี้ต้องมีการเจรจาหารือกันในระดับหน่วยเหนือของทั้ง 2 ประเทศ ก็คือว่า ผมเองไม่มีอำนาจอะไร ผมรู้แต่ว่าเขาเขียนแผนที่ใหม่ แล้วเขาตัดพื้นที่บางส่วนของไทยเข้าไปรวมอยู่ในเขตแดนของเขมร
แล้วคุณสุวรรณ กล่าวอีกว่า การขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เขมรได้จ้างชาวต่างชาติมาดำเนินการ และมีการทำงานบิดเบือนข้อมูลบางส่วน เพื่อให้การขอขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเป็นไปตามความประสงค์ของฝ่ายกัมพูชา ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยจะยื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมเช่นกัน โดยกำหนดจะยื่นเอกสารข้อมูลความประสงค์ไปยังองค์การยูเนสโก ภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ก็คือเมื่อ 2 เดือนกว่าที่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้วทางไทยยืนยันว่าไทยจะขอยื่นเรื่อง ขอยื่นเรื่องขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกับเขมรเช่นกัน โดยกำหนดจะยื่นเอกสารข้อมูลความประสงค์ ความประสงค์ของไทยต้องการจะยื่นให้คณะกรรมการมรดกโลกร่วมกัน เช่นกัน ว่าเขาพระวิหารนั้นไทยต้องขอร่วมด้วย เพราะว่าอยู่ในพื้นดินไทย มีเจตนารมณ์ชัดเจนวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้
รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารชาติบ้านเมืองวันที่ 6 กุมภาพันธ์ มีเจตนารมณ์จะยื่น 25 กุมภาพันธ์ หายไปไหนแล้ว ทำไมไม่ยื่น ทำไมไม่ยื่น อ้าว หยุดแค่นี้ก่อน พักก่อน โอนกลับไปอีกที่หนึ่ง อย่าเพิ่งลืมนะครับเรื่องนี้ ว่าไทยเจตนารมณ์จะยื่น 25 กุมภาฯ แต่มาวันนี้ไม่ได้ยื่นแล้วคุณสมัครบอกว่าให้เขมรยื่นคนเดียว แล้วผมก็โยงกลับไปอีกว่าปี 2505 เนื่องจากไทยไม่ได้ท้วงติงสิทธิของไทยในแผนที่ที่เขมรฟ้องต่อศาลโลก ไม่เคยท้วงติงเลย ศาลโลกก็เลยยึดถือว่าเมื่อไทยไม่ท้วงติงสิทธิอันนี้ เขาพระวิหารก็เลยเป็นของเขมร ฉันใดฉันนั้นวันนี้เขมรกำลังจะยื่นขอสิทธิในการเป็นมรดกโลกในชื่อของกัมพูชา โดยไทยไม่ได้ยื่นเข้าไปร่วมด้วย เพราะฉะนั้นแล้วถ้าคณะกรรมการมรดกโลกเขายกให้เขมร ก็แสดงว่าพื้นที่ 2.5 ตารางกิโลเมตร ที่กินดินแดนไทยเข้ามาก็เป็นของเขมรด้วย
เอาล่ะครับ ไปที่ทะเลอ่าวไทยนิดหนึ่ง พี่น้องที่ชมรายการผมอยู่ จำได้ไหม สิงหาคม 2549 ผมเคยพูดเรื่องนี้มาแล้ว ผมเคยพูดเรื่องนี้มาแล้ว ไม่ทราบว่ามีเทปเก่ามั้ยลองเปิดให้พี่น้องฟังสั้นๆ ในช่วงที่ผมพูด มีไหมครับ ถ้าผมจำไม่ผิด ผมพูดที่สวนลุมฯ
(VTR สนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร)
สนธิ - ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมได้เห็นแล้วใช่ไหม ส่วนเศรษฐกิจที่มีแก๊สอยู่เยอะในขณะนี้ รัฐบาลตั้งแต่สมัยชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พยายามที่จะทำในลักษณะเดียวกับไทยกับมาเลเซีย เรื่องท่อแก๊สในทะเล คือแบ่งผลประโยชน์กันครึ่งๆ แบ่งผลประโยชน์ครึ่งหนึ่งคือ ครึ่งหนึ่งให้ไทยทำ อีกครึ่งหนึ่งให้เขมรทำ ครึ่งนึงให้ไทยก็คงจะหนีไม่พ้น ปตท.สผ. ปตท. ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของเขมร เขมรต้องไปให้ต่างชาติทำ เพราะเขมรไม่มีปัญญาทำ ตอนนี้ต่างชาติก็มีหลายประเทศที่พร้อมจะมาให้ผลประโยชน์ อาจจะรวมทั้งเงินใต้โต๊ะ อาจจะรวมผลประโยชน์ที่จะมาขุดเจาะแก๊สออกมา ได้ประโยชน์กันแต่ว่า
ผมไม่รู้ว่าข้อมูลอันนี้มันจะเท็จจริงแค่ไหน เพราะว่า วันนี้หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ 9 พฤษภาคม 2551 ตีพิมพ์คำพูดนี้มา แหล่งข่าวทางทหารเปิดเผยว่า กำลังจับตาการเคลื่อนไหวของอดีตนักการเมืองคนสำคัญที่ร่วมกับนักธุรกิจต่างชาติ ขอสัมปทานเข้าไปสำรวจแหล่งพลังงานในบริเวณเขตรอยต่อของไทย-กัมพูชา ก็คือพื้นที่สีเหลืองที่ผมชี้ เพื่อลงทุนด้านพลังงานในพื้นที่ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลระหว่าง 2 ประเทศ ก็คือพื้นที่สีเหลืองที่เมื่อกี้บอกว่า ตัดสินกันไม่ได้ว่าของใคร ก็เลยแบ่งกันคนละครึ่ง ครึ่งไทยนี่แน่นอนแล้ว แต่ครึ่งเขมร หนังสือพิมพ์เขาบอกว่า มีอดีตนักการเมืองคนสำคัญ ติดต่อขอสัมปทานเข้าไปเพื่อทำประทานบัตร เพื่อทำแหล่งพลังงานในเขตรอยต่อไทย-กัมพูชา แหล่งข่าวเปิดเผยต่อว่า มีความพยายามจะใช้กรณีเขาพระวิหารเป็นเงื่อนไขต่อรองเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล แปลว่าอะไร แปลว่ามีการพยายาม นี่ตามข่าวนะครับ ว่าขอให้ทางฝ่ายไทยยกเขาพระวิหารให้กับเขมรซะ
ท่านนายกฯ สมัครครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณนพดล ปัทมะ ผมไม่สบายใจ ผมไม่สบายใจตรงไหนรู้ไหม ผมไม่สบายใจ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือว่า ท่านไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ท่านไม่เคยแสดงออกว่าต่อกรณีของเขาพระวิหารนั้นทำไมท่านต้องให้เขมรยื่นแต่ฝ่ายเดียว ทำไมท่านไม่ให้ไทยยื่นไปด้วย เพื่อขอมีส่วนร่วม แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ท่านใช้เวลาทำงานให้ชาติบ้านเมืองน้อยมาก ส่วนใหญ่ท่านใช้เวลาทำงานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เวลาพ.ต.ท.ทักษิณ ไปที่ไหนท่านก็ไปด้วย ท่านมีหน้าที่จัดพาสปอร์ตทูตคืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ผมไม่อยากให้เขากล่าวหาท่านว่าท่านเป็นเครื่องมือของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในการที่ไม่ยอมให้กระทรวงการต่างประเทศจัดคณะทำงานเพื่อยื่นเรื่องควบคู่กับเขมรไป เพื่อยื่นไปที่คณะกรรมการมรดกโลก เพื่อให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาว่า เขาพระวิหารนั้นสมควรที่จะเป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ผมไม่อยากให้เขาว่า เวลามันสั้น ประวัติศาสตร์มันยาว เมื่อท่านแก่เฒ่าลงไปแล้ว ถ้าวันข้างหน้าท่านไม่ทำตรงนี้ ท่านไม่มีนโยบายชัดเจน และถ้าวันหนึ่งข้างหน้าเขมรเกิดได้รับคำพิพากษา หรือได้รับการยอมรับจากมรดกโลก ว่าพื้นที่นี่เป็นของเขมรแต่ฝ่ายเดียว และพอท่านไปแล้ว คนอื่นเข้าไปประท้วงมรดกโลกก็บอกว่า อ้าว ก็เวลาเขมรยื่นทำไมคุณไม่ยื่นบ้างล่ะ
เข้าใจหรือยัง ผมไม่อยากให้ชาวบ้าน ลูกหลาน เขากล่าวหาว่าท่านขายชาติ เพียงเพื่อแลกกับผลประโยชน์สัมปทานแก๊ส ที่ใครคนหนึ่งกำลังเจรจาบนสนามกอล์ฟกับนายกฯ ฮุน เซน ผมไม่ได้ว่าท่านนะ ผมไม่ได้กล่าวหาท่านนะ แต่ผมไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น ผมอยากให้ท่านระวัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเชื่อว่าท่านรักชาติ รักบ้านรักเมือง แต่ท่านยังไม่เคยแสดงกรรมการกระทำที่ส่อเจตนาว่าท่านชาติ รักบ้านรักเมืองให้ผมดูเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวต่างๆ ที่ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ท่านยังไม่เคยแสดงว่าท่านรักประชาชน เพราะการขึ้นราคาน้ำตาลของท่าน อย่างที่ใช้ไม่ได้ ท่านไม่ได้รักชาติรักประชาชน
และการที่ท่านบอกว่าท่านจะให้เขมรยื่นเรื่องฝ่ายเดียว มันเป็นข้อสงสัยแล้วว่าท่านมีส่วนร่วมในกระบวนการสมรู้ร่วมคิดที่จะยกเขาพระวิหารให้เขมรเพื่อแลกกับสัมปทานการขุดแก๊สบนพื้นที่สีเหลืองที่ผมชี้ให้ดูหรือเปล่า ผมไม่เชื่อ แต่ท่านต้องแสดงออกให้เห็น มันก็ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้ เมื่อ 3 วันที่แล้ว 6 พฤษภาคม 2551 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้นายวีระชัย พลาศัย อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ซึ่งอธิบดีวีระชัย เป็นผู้ดูแลการพิทักษ์สิทธิอาณาเขตของไทยกรณีเขาพระวิหาร ท่านย้ายเขากะทันหันเลย
มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ ว่าท่านอธิบดีวีระชัย เป็นก้างขวางคอกัมพูชาหรือเปล่า ในการที่จะไม่ให้กัมพูชายึดเขาพระวิหารไปแต่ผู้เดียว มันช่วยไม่ได้ผมต้องคิดให้ได้ และนอกจากนั้นแล้วยังมีคนเก่าในระบอบทักษิณได้ประสานเป็นการภายในเพื่อขอข้อมูลการสอบสวนของอเมริกาในเรื่องของ CTX ซึ่งสำนักงานอัยการของอเมริกาได้สรุปมาแล้ว FBI สรุปมาแล้วว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง แล้ว คตส.ส่งให้อธิบดีวีระชัย แห่งกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นผู้แปล ท่านวีรชัยท่านเป็นคนซึ่งตรง ท่านบอกว่าเรื่องนี้เป็นความลับ แล้วทางอเมริกาได้ระบุชัดแล้วว่า เอกสารเหล่านี้ไม่ให้ตกไปสู่มือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ท่านก็บอกว่า ให้รัฐมนตรีทำหนังสือมาขอเป็นลายลักษณ์อักษร คุณวีระชัย พลาศัย อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ผู้รักชาติรักบ้านรักเมือง เป็นคนซึ่งต่อสู้เรื่องอธิปไตยในสนธิสัญญา ด้วยความเป็นมืออาชีพ ซึ่งรวมถึงเขตแดนอธิปไตยระหว่างไทย-กัมพูชา ท่านผู้ชมครับ มาฟังคำพูดนี้หน่อย ท่านวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พอรู้ว่าจะต้องย้ายคนๆ นี้ก็เลยเขียนจดหมายด้วยลายมือให้กับข้าราชการกรมสนธิสัญญาฯ ความตอนหนึ่ง พูดว่าอย่างนี้ ผมมีความภูมิใจที่ราชอาณาจักรไทย จำคำพูดนี้ไว้นะครับ ไม่ค่อยได้ยินเลยหมู่นี้
ตั้งแต่สมัยคุณทักษิณมาเป็นนายกฯ ต่อมาจนกระทั่งยุคคุณสมัครเป็นนายกฯ คำว่า ราชอาณาจักรไทย ผมไม่เคยได้ยินเพิ่งจะมาได้ยินวันนี้ "มีความภูมิใจที่ราชอาณาจักรไทยมีนักการทูตที่เก่งกาจ ท่านอธิบดีวีระชัย ซึ่งทำหน้าที่อย่างดีเลิศในการปกป้องผืนแผ่นดินไทยและผลประโยชน์ของชาติ ขอให้ข้าราชการทุกท่านของกรมสนธิสัญญายึดถือท่านอธิบดีวีระชัย เป็นบุคคลตัวอย่างที่ได้ทำหน้าที่รับใช้ชาติอย่างสุดความสามารถและรักษาเกียรติยศของชาติของกระทรวงการต่างประเทศและของตนอย่างสมศักดิ์ศรีของข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
ผมขนลุกเลย ผมไม่ได้ฟังคำพูดนี้มานานแล้ว เป็นเวลา 4-6 ปี ฟังใหม่พ่อแม่พี่น้อง "ขอให้ข้าราชการทุกท่านของกรมสนธิสัญญายึดถือท่านอธิบดีวีระชัย เป็นบุคคลตัวอย่างที่ได้ทำหน้าที่รับใช้ชาติอย่างสุดความสามารถและรักษาเกียรติยศของชาติของกระทรวงการต่างประเทศและของตนอย่างสมศักดิ์ศรีของข้าราชการของในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
ท่านผู้ชมครับ ผมไม่เคยคิดว่าวิกฤตของชาตินั้นจะรุนแรงมากมายถึงขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องความเศร้า มันเป็นเวรกรรมของประเทศหรือเปล่า นี่เรากำลังจะสูญเสียอธิปไตยของแผ่นดินไทย โดยการที่เราไม่ใส่ใจ คุณสมัคร คุณนพดล คุณต้องทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง แสดงเจตนารมณ์ของคุณออกมา ด้วยการให้กระทรวงการต่างประเทศให้เป็นนโยบายออกมาว่าจะต้องส่งตัวแทนไทย ส่งข้อมูล เข้าร่วมยื่นเสนอขอเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกับประเทศกัมพูชา
ถ้าคุณยังปฏิเสธที่จะทำเช่นนี้อยู่ก็แสดงว่าข้อกล่าวหาที่เขากล่าวหาว่ามีความพยายามที่นายกฯ ฮุน เซน พร้อมที่จะให้สัมปทานประทานบัตรการขุดเจาะแก๊สให้กับอดีตนักการเมืองคนหนึ่ง แต่ต้องพ่วงเขาพระวิหารให้เขมรด้วย ผมไม่เคยคิด 2551 ในรัชสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ ราชอาณาจักรไทยที่มีองค์พ่อหลวงของเราเป็นพระประมุข และมีระบอบประชาธิปไตยที่ถูกย่ำยี ข่มขืน ปู้ยี่ปู้ยำ โดยคนที่ไม่มีเจตนาดีต่อชาติบ้านเมือง เอากุ๊ย เอาอันธพาล เอาคนชั่วมาครองเมือง
แล้วยังส่อเจตนาว่าจะทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียดินแดน ยกดินแดนให้ต่างชาติเพียงเพื่อแลกผลประโยชน์ส่วนตัวของตัวเอง มันเป็นไปได้อย่างไรครับพ่อแม่พี่น้องครับ ประเทศนี้ มันถึงแก่กาลพินาศฉิบหายไปแล้วหรือ เราจะอยู่นิ่งเฉยอย่างนี้ต่อไปคงไม่ได้อีกแล้วนะครับ สวัสดีครับ
คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 1
( 56 k ) | ( 256 K )
คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 2
( 56 k ) | ( 256 K )



