xs
xsm
sm
md
lg

บีแคปเปิดกอง “คลีน อินโนเวชั่น” รับกระแสลดโลกร้อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นางเมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางกอกแคปปิตอล หรือ BCAP เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดขายหน่วยลงทุนครั้งแรกหรือ IPO กองทุนเปิดบีแคป คลีน อินโนเวชั่น (BCAP-CLEAN) ในวันที่ 28 มิ.ย.-2 ก.ค. 2564 โดยมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนในต่างประเทศ ในธุรกิจที่เกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

กองทุน BCAP-CLEAN  ถือเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนแห่งศตวรรษ กับนวัตกรรมเพื่อความอยู่รอดของโลก เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) และอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นคือวิกฤตที่เรากำลังเผชิญอยู่ เพราะก๊าซ CO2 เป็นสาเหตุหลักของปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งผู้นำทั่วโลกได้ลงนามในสนธิสัญญาปารีสที่จะผลักดันการแก้ปัญหามลภาวะนี้ โดยภายใน 20 ปีทุกประเทศในโลกจะมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) เป็นศูนย์ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากเป็นนโยบายที่ทุกประเทศต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญา

“กองทุน BCAP-CLEAN มีนโยบายที่เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายมิติให้ครอบคลุมนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง และลงทุนในนวัตกรรมที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มพลังงานทดแทน แต่ครอบคลุม clean climate innovation ในทุกด้าน เช่น การผลิตไฟฟ้าหมุนเวียน การขนส่งด้วยพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสะอาดในการผลิตภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสะอาดในภาคการเกษตรและปศุสัตว์ และเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้นประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร รวมทั้งเป็นกองทุน Thematic ที่มุ่งเน้นธีมการลงทุนที่เป็นเชิงโครงสร้าง โดยเลือกธุรกิจที่พลิกโฉมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือกับ Disruption ในอนาคต” นางเมธ์วดีกล่าว

สำหรับจุดเด่นของกองทุน BCAP-CLEAN จะกระจายการลงทุนในกองทุน Active และ ETF ทั่วโลก ครอบคลุม 400 หลักทรัพย์ในธุรกิจที่เป็นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยสัดส่วนจะให้น้ำหนักการลงทุนในเอเชียแปซิฟิก 43% รองมาเป็นอเมริกาเหนือ 27% ยุโรป 18% และอื่นๆ เนื่องจากมองว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดใหญ่ที่มีโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน
 
ทั้งนี้ กองทุน BCAP-CLEAN ไม่มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล ส่วนการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน


กำลังโหลดความคิดเห็น...