xs
xsm
sm
md
lg

บัวหลวงชี้จังหวะดีช้อน BTSGIF อนาคตมีอัปไซด์-ผลงานฟื้นปันผล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กองทุนบัวหลวงชี้จังหวะดีลงทุนกอง BTSGIF ราคาถูกผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ระบุเวลาสัมปทานเหลือ 9 ปีสุดคุ้ม แถมมีอัปไซด์เพิ่มอีก มั่นใจผลงานเริ่มฟื้นจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นหลังโควิด รับอานิสงส์คงราคาค่าโดยสาร

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) รายงานจำนวนผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า BTS (เฉพาะส่วนหลัก สถานีหมอชิต-สถานีอ่อนนุช และสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสะพานตากสิน) ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ล่าสุด เดือน ม.ค. 2564 มีจำนวนผู้โดยสาร 7.0 ล้านเที่ยว ลดลง 43.5% จากเดือนก่อน และลดลง 66.5% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยที่กระทบต่อผลการดำเนินงานของกองทุนมาจากการล็อกดาวน์ประเทศเป็นหลักส่งผลให้คนไทยบางกลุ่มยังกังวลเรื่องการออกจากบ้าน การทำงานที่บ้านของพนักงานบริษัท ร้านค้าห้างที่ปิด และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่สามารถเข้ามาในประเทศได้

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของกองทุนยังมีสภาพคล่องดีและมีกระแสเงินสดที่สามารถจ่ายเงินลดทุนให้แก่นักลงทุนได้ โดยต่อจากนี้เชื่อว่าสถานการณ์จะเริ่มกลับมาดีขึ้นตามลำดับ และในเดือนกุมภาพันธ์ก็ปรับตัวดีขึ้นกว่า 50% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

การลงทุนใน BTSGIF ยังคงน่าสนใจอยู่เนื่องจากว่าจะสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานได้ต่อจากนี้และยังมีอัปไซด์การลงทุนเหลืออยู่ โดยหากมองที่ราคาประมาณ 5 บาทกับการเหลือสัญญาเช่าสัมปทานอีกถึง 9 ปีก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่น่าสนใจเข้าลงทุน

“ราคาของ BTSGIF เชื่อว่าน่าจะพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งนับเป็นโอกาสเหมาะในการลงทุนที่ราคา 5 บาทเนื่องจากหากมองแค่จ่ายเงินลดทุนในอัตราประมาณ 80 สตางค์ต่อปีกับระยะเวลาการเช่าระยะเวลาสัมปทานที่เหลือ 9 ปีก็ถือว่ามีอัตราผลตอบแทนที่น่าพอใจ”

สำหรับปัจจัยที่เป็นผลดีต่อการลงทุนใน BTSGIF จะมาจาก 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1. การคงราคาที่ระดับ 65 บาทตลอดสายซึ่งจะทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น และ 2. การประเมินราคาสินทรัพย์ใหม่ที่น่าจะเพิ่มอีกประมาณ 5-6 พันล้านบาทที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการขาดทุนสะสมได้ ซึ่งในส่วนแรกคงจะต้องรอการอนุมัติของ ครม.ก่อนจึงจะนำมาประเมินราคาสินทรัพย์ใหม่ได้ในช่วงประมาณเดือนมีนาคม นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มการลงทุนเพิ่ม และจะมีการอนุมัติสัมปทานออกไปอีก รวมถึงการลงทุนในเส้นทางใหม่ได้ทั้งในส่วนของหมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬา-วงเวียนใหญ่ ในระยะทางประมาณ 23.5 กิโลเมตร น่าจะส่งผลดีต่อกอง BTSGIF ในอนาคตด้วยเช่นกัน

ส่วนการดำเนินงานของรถไฟฟ้าบีทีเอสหลังจากนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งเรื่องของวัคซีนการท่องเที่ยวและพฤติกรรมการเดินทางของคนไทยต่อจากนี้ แต่เชื่อว่าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะกลับมาเป็นปกติได้ภายในปี 2565 ซึ่งจากเดิมเคยมีจำนวนผู้โดยสารประมาณ 240 ล้านเที่ยวในปี 61/62 และในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 120 ล้านเที่ยว

อนึ่ง การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ส่งผลต่อประมาณการกระแสเงินสดสำหรับผลการดำเนินงานของรถไฟฟ้าบีทีเอสในไตรมาส 4 ปี 2563/2564 และสำหรับปี 2564/2565 นอกจากนี้ ระยะเวลาคงเหลือของสิทธิในรายได้สุทธิตามสัญญาสัมปทานที่ลดลงทำให้กองทุน BTSGIF รายงานมูลค่าทรัพย์สิน ณ 31 ธ.ค. 2563 ที่ 50,310 ล้านบาท ลดลงจำนวน 2,900 ล้านบาท จากการประเมินครั้งก่อนหน้า และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยลงทุนอยู่ที่ 8.8598 บาทต่อหน่วย

สำหรับงบการเงินประจำปีสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2564 กองทุน BTSGIF จะให้ผู้เชี่ยวชาญทำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินอีกครั้ง เพื่อทบทวนประมาณการผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2565/2566 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
กำลังโหลดความคิดเห็น