xs
xsm
sm
md
lg

กสิกรไทยเพิ่มทางเลือกนักลงทุน จัด 8 กอง LTF ซื้อขายทุกวันทำการ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต, CFA, รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า หลังจากที่กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Fund : LTF) ได้สิ้นสุดการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อปลายปีที่ผ่านมานั้น ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ยังคงต้องการลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบเดียวกับกองทุน LTF เดิม แม้จะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีก

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยจึงได้เพิ่ม Share Class กองทุน LTF จำนวน 8 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาว-A ชนิดสะสมมูลค่า (KEQLTF-A(A)), กองทุนเปิดเค Mid Small Cap หุ้นระยะยาว-A ชนิดสะสมมูลค่า (KMSLTF-A(A)), กองทุนเปิดเค มินิมั่ม โวลาติลิตี้ หุ้นระยะยาว-A ชนิดสะสมมูลค่า (KMVLTF-A(A)), กองทุนเปิดเค เซ็ท 50 หุ้นระยะยาว-A ชนิดสะสมมูลค่า (KS50LTF-A(A)), กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (KDLTF-A(D)), กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K70LTF-A(D)), กองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คท์หุ้นระยะยาวปันผล-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K20SLTF-A(D)) และกองทุนเปิดเค โกรทหุ้นระยะยาวปันผล-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (KGLTF-A(D)) เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

นางสาวธิดาศิริกล่าวต่อไปว่า สำหรับกองทุน LTF ทั้ง 8 กองทุนจะมีนโยบายการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการเช่นเดียวกับกองทุน LTF เดิม ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการเพิ่ม Share Class ในครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ยังคงชื่นชอบนโยบายการลงทุนของกองทุน LTF เดิม และเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดหุ้นไทยได้เข้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนชนิดสะสมมูลค่าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) ส่วนกองทุนชนิดจ่ายเงินปันผล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอในรูปแบบของเงินปันผล ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 และหลังจากนั้นจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวในอัตรา 1.00% ของมูลค่าหน่วยลงทุน

“สำหรับมุมมองตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีหลัง บลจ.กสิกรไทยมองเป้าหมายดัชนีไว้ที่ระดับ 1400 จุด แต่ทั้งนี้ขึ้นกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังด้วย เนื่องจากมีหลายประเทศที่การระบาดยังมีความรุนแรงอยู่ สำหรับผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ที่คาดว่าส่วนใหญ่จะออกมาค่อนข้างแย่นั้น ตลาดน่าจะรับรู้อยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่สำคัญมากกว่าคือ มุมมองของบริษัทจดทะเบียนต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง โดยยอมรับว่ายังคงคาดการณ์ค่อนข้างลำบากเนื่องจากขึ้นกับสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการเปิดประเทศ อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดหุ้นน่าจะผ่านระดับต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสที่ 2 จากมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางทั่วโลกทำให้สภาพคล่องอยู่ในระดับสูง” นางสาวธิดาศิริกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...