xs
xsm
sm
md
lg

วรรณชวนลุยอินเดีย เน้นเลือกหุ้นโตสูงราคาถูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


บลจ.วรรณเปิดกองหุ้นแดนภารตะ ลุยเลือกหุ้นกลุ่มราคาต่ำ แนวโน้มเติบโตสูงในตลาดหุ้นอินเดีย เปิดขายถึงวันที่ 12 มีนาคมนี้ มั่นใจเศรษฐกิจโตระดับ 7% แถมประชากรวัยทำงานและสังคมเมืองโตต่อเนื่องช่วยหนุน ระบุตลาดเกิดใหม่แนวโน้มโตต่อเนื่อง รับมาตรการทางการเงินแบบผ่อนคลาย และเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ เล็งออกกองเพิ่มอีกลุยกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตลาดหุ้นอินเดียจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่หากพิจารณาในระยะยาวเปรียบเทียบแนวโน้มการเติบโตผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในอนาคต ณ ระดับ P/E ที่ระดับ 18.5 เท่า ROE ประมาณ 15.8% จากปีก่อน 14.6% บริษัทมองว่าตลาดหุ้นอินเดียยังน่าสนใจ ดังนั้นจึงพิจารณาเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด วรรณ อินเดีย ออพพอร์ทูนิตี้ (ONE-INDIAOPP) ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.-12 มี.ค. 61

กองทุนจะลงทุนในกองทุน PINEBRIDGE INDIA EQUITY FUND เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวในประเทศอินเดีย ซึ่งจะเน้นคัดเลือกหุ้นในลักษณะ Bottom up จากบริษัทที่ยังคงมีความสามารถในการแข่งขันและเติบโตในระยะยาวรวมถึงมีผลการดำเนินงานที่ดีกองทุน ONE-INDIAOPP ยังเน้นนโยบายกระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรมลดความเสี่ยงในการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมและมีการลงทุนที่ยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด

“กองทุน ONE-INDIAOPP จะเน้นลงทุนแบบ Selective Stock ในหุ้นที่คาดว่ามีแนวโน้มการเติบโตในระดับสูงและมีราคาต่ำโดยเฉพาะมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี อีกทั้งกลุ่มหุ้นที่ PINEBRIDGE เลือกลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม IT Healthcare ซึ่งแตกต่างจากบริษัทจัดการอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน ดังนั้น หากผู้ลงทุนที่สนใจกระจายการลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และเน้นลงทุนจากหุ้นที่เติบโตจากปัจจัยพื้นฐาน โดยไม่อ้างอิงกับดัชนีตลาดฯ กองทุน ONE-INDIAOPP ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ” นายพจน์กล่าว

เศรษฐกิจของประเทศอินเดียปีนี้คาดว่าจะเติบโตที่ 7% และเป็นการเติบโตของตลาดแรงงานในระยะยาวที่คาดว่าจะเพิ่มมากกว่า 60% บ่งชี้ได้ว่าการเติบโตของสังคมเมืองจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า ส่งผลดีต่อรายได้ต่อบุคคลซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 15% ขณะที่ภาครัฐจะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณโครงสร้างพื้นฐานเพื่อปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคในชนบท เป็นการวางรากฐานสังคมเมืองรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ อีกทั้งยังช่วยให้ประชากรใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งประหยัดต้นทุนการใช้พลังงานของภาครัฐและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

ด้านความกังวลของอัตราเงินเฟ้อปีนี้ คาดว่าอินเดียจะมีการเติบโตของอัตราเงินเฟ้ออยู่ในกรอบของธนาคารกลางอินเดียในกรอบ 4% แม้ว่าแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะเพิ่มขึ้นทำให้คาดว่าธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ยังไม่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นผลดีต่อการขยายตัวของภาคธุรกิจในด้านการลงทุน

นายพจน์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพิจารณาออกกองทุนในแถบประเทศ EM เพิ่มเติมคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนหน้า ซึ่งแผนการเสนอขายกองทุนดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ผู้ลงทุนให้มีความหลากหลายและรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีเข้ามาในขณะนี้ โดยภาวะตลาดหุ้นในปีนี้คาดว่าจะปรับตัวผันผวน แต่การเติบโตของเศรษฐกิจในแถบประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) ยังคงสามารถเติบโตได้ในระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในเอเชีย ซึ่งหากพิจารณาจากตัวเลขการเติบโตของ GDP ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีก่อน โดยปีนี้คาดว่า GDP อยู่ที่ประมาณ 6.1% มีแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เอื้อผลดีต่อภาคการส่งออก ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หรือราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมย่อมเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจเอกชนในด้านการเติบโตของผลประกอบการ

นอกจากนี้ นโยบายทางการเงินยังอยู่ในลักษณะผ่อนคลายอัตราเงินเฟ้อยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว บ่งชี้ได้ว่าธนาคารกลางของหลายๆ ประเทศใน EM ยังคงดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมองว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะมีเสถียรภาพมากขึ้นจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ทำให้คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจน่าจะยังเติบโตได้ดี


กำลังโหลดความคิดเห็น