xs
xsm
sm
md
lg

ยุคทองของเอเชีย เมื่อคนชั้นกลางกุมบังเหียนเศรษฐกิจโลก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รายงานพิเศษ
โดยอาจารีย์ เอี่ยมพงษ์ไพฑูรย์
และทีมจัดการกองทุนบัวหลวง

จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN) ปี 2013 ประชากรโลก 7.16 พันล้านคน ประกอบไปด้วยชาวเอเชียกว่า 4.3 พันล้านคน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนมากถึง 1.4 พันล้านคน อินเดีย 1.3 พันล้านคน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) กว่า 600 ล้านคน

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่า จำนวนคนชั้นกลางทั่วโลก (รายได้เฉลี่ย 10-100 เหรียญสหรัฐต่อวัน)  จะเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งจากปัจจุบัน 2 พันล้านคน เป็น 4.9 พันล้านคน ในปี 2030 ซึ่งราว 85% ของคนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นมาจากตลาดเกิดใหม่ในฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะจีน อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย และมาเลเซีย ทั้งนี้ Euromonitor คาดการณ์ว่า ในช่วงปี 2012-2020 อัตราการเติบโตของรายได้ชนชั้นกลางจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 5.9% ต่อปี สูงขึ้นจากช่วงปี 1992-2012 ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียง 1.1% ต่อปี

การเพิ่มขึ้นของระดับรายได้ชนชั้นกลาง ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) ไปสู่หัวเมืองใหญ่ๆ ซึ่งส่งผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งภาคธุรกิจ และภาคแรงงาน ทำให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญ ผลการศึกษาของ UN และ BofA Merrill Lynch Global Research พบว่า Urbanization rate ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงต่ำอยู่เพียง 45% เมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้วที่ 78% ทำให้มีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก ขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 34% เท่านั้น

เมื่อคนชั้นกลางมีรายได้มากขึ้น ก็มีการใช้จ่าย บริโภค ท่องเที่ยวมากขึ้น ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม โดย OECD คาดการณ์ว่า ในปี 2030 คนชั้นกลางทั่วโลกจะมีการใช้จ่ายมากถึง 59 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 21 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยกว่า 80% ของการจับจ่ายใช้สอยนี้ก็มาจากเอเชีย โดยเฉพาะจีน และอินเดีย
    
นอกจากพฤติกรรมการใช้จ่ายที่มากขึ้นแล้ว ค่านิยมของผู้บริโภคชาวเอเชียก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน โดยมักจะเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ให้น้ำหนักต่อแบรนด์สินค้า รวมทั้งให้ความสำคัญต่อเรื่องสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า สินค้าส่วนบุคคล รวมไปถึงสินค้าเทคโนโลยีต่างๆ (ในอดีตผู้บริโภคอาจคำนึงถึงความคุ้มค่าต่อราคา ประโยชน์ใช้สอยที่หลากหลาย)

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังรู้สึกชื่นชอบ และมีความสุขไปกับประสบการณ์ในการได้พบเห็น ลิ้มลอง เลือกซื้อสินค้า ซึ่งหากใครเคยดูหนังเรื่อง Shopaholic คงจะพอเข้าใจความรู้สึกเช่นนี้ได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้บริโภคเหล่านั้นอยู่ในเขตเมือง มีอำนาจซื้อ สามารถเข้าถึงสินค้า และบริการต่างๆ ได้ง่าย เนื่องจากในเมืองเต็มไปด้วยแหล่งชอปปิ้ง มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง การเดินทางสะดวกสบาย อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างบัตรเครดิตได้ง่ายขึ้น
    
แม้ว่านานาประเทศในเอเชียจะมีวัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณีที่แตกต่างกัน แต่น่าสังเกตว่าหลายประเทศกำลังเข้าสู่ความเป็นสากลมากขึ้น สิ่งที่สะท้อนภาพได้ชัดเจนที่สุดก็คือ การแต่งกาย จากการซึมซับวัฒนธรรมจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้ตลาดแบรนด์สินค้าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเติบโตขึ้นอย่างมากในหลายปีมานี้

ดังนั้น หากบริษัทไหนสามารถเข้าถึง และตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ได้ ก็หมายถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะตามมา สิ่งสำคัญคือ ค้นหาว่าผู้บริโภคมองหา หรือให้ความสำคัญต่อคุณค่าอะไรในแบรนด์ ซึ่งผู้บริโภครุ่นใหม่มักให้ความสำคัญต่อคุณภาพ ดีไซน์ และรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี
    
สำหรับมุมมองการลงทุน กองทุนบัวหลวง เล็งเห็นโอกาสจากการเติบโตของกลุ่มคนชั้นกลางในเอเชีย ทั้งในแง่ของจำนวนประชากร และการจับจ่ายใช้สอย เราจึงให้ความสำคัญต่อบริษัท หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค โดยเฉพาะบริษัทที่เน้นการวิจัยและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างแบรนด์ มีการขยายธุรกิจโดยเข้าไปเป็นพันธมิตร หรือควบรวมกิจการยังต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะมีศักยภาพในการเติบโตไปพร้อมๆ กับการขยายขนาดของคนชั้นกลางในอนาคต


กำลังโหลดความคิดเห็น...