ข่าวต่างประเทศ - โตโยต้า ประกาศความสำเร็จ ขายรถยนต์ไฮบริดทั่วโลกเกิน 2 ล้านคัน จากการทำตลาด 12 ปี เผยเตรียมพัฒนารถทุกรุ่นในเครือให้เป็นไฮบริดในปี 2563

รายงานจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ ทีเอ็มซี เปิดเผยว่า ยอดขายสะสมของรถยนต์โตโยต้าไฮบริด ทั่วโลกจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2552 มีจำนวนกว่า 2,010,000 คันแล้ว ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีรถยนต์ไฮบริดทำตลาดทั้งสิ้น 13 รุ่น ใน 50 ประเทศ ทั่วโลก รวมถึงรถยนต์ไฮบริดเพื่อการพาณิชย์ อีก 3 รุ่นที่มีขายในประเทศญี่ปุ่น
หลังกการนำรถยนต์ โคสเตอร์ ไฮบริด อีวี ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2540 ที่ประเทศญี่ปุ่น และต่อมาในเดือนธันวาคมได้แนะนำพรีอุส ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายเป็นรุ่นแรกของโลก จากนั้นได้มีการขยายตลาดไปยังทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และอีกหลายประเทศทั่วโลกในปี 2543 ต่อมาในปี 2546 โตโยต้า ได้แนะนำ พรีอุส เจนเนอเรชั่นที่ 2 และได้นำระบบไฮบริด ไปติดตั้งในรถยนต์รุ่นอื่นๆ อาทิ รถมินิแวน รถอเนกประสงค์ SUV และรถยนต์นั่งขับเคลื่อนล้อหลัง รถยนต์ไฮบริด ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลก ครบ 1 ล้านคัน ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2550
ในปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการขยายรถยนต์ไฮบริดในหลายผลิตภัณฑ์ นับตั้งแต่ การแนะนำเลกซัส RX450h ในเดือนเมษายน การแนะนำ พรีอุส เจนเนอเรชั่นที่ 3 ในเดือนพฤษภาคม และล่าสุด ได้แนะนำเลกซัส HS250h ที่เลกซัสได้มุ่งมั่นพัฒนาให้เป็นรถไฮบริด ในเดือนกรกฎาคม รถยนต์ทั้งสามรุ่นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและขยายความนิยมรถยนต์ไฮบริดอย่างมาก
จากความสำเร็จของยอดขายรถยนต์ไฮบริดทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาภาวะโลกร้อน โดยสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นปริมาณมากถึง 11 ล้านตัน เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ก๊าซโซลีนในขนาดเดียวกันและสมรรถนะการขับขี่ที่ใกล้เคียงกัน
รายงานจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ ทีเอ็มซี เปิดเผยว่า ยอดขายสะสมของรถยนต์โตโยต้าไฮบริด ทั่วโลกจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2552 มีจำนวนกว่า 2,010,000 คันแล้ว ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีรถยนต์ไฮบริดทำตลาดทั้งสิ้น 13 รุ่น ใน 50 ประเทศ ทั่วโลก รวมถึงรถยนต์ไฮบริดเพื่อการพาณิชย์ อีก 3 รุ่นที่มีขายในประเทศญี่ปุ่น
หลังกการนำรถยนต์ โคสเตอร์ ไฮบริด อีวี ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2540 ที่ประเทศญี่ปุ่น และต่อมาในเดือนธันวาคมได้แนะนำพรีอุส ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายเป็นรุ่นแรกของโลก จากนั้นได้มีการขยายตลาดไปยังทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และอีกหลายประเทศทั่วโลกในปี 2543 ต่อมาในปี 2546 โตโยต้า ได้แนะนำ พรีอุส เจนเนอเรชั่นที่ 2 และได้นำระบบไฮบริด ไปติดตั้งในรถยนต์รุ่นอื่นๆ อาทิ รถมินิแวน รถอเนกประสงค์ SUV และรถยนต์นั่งขับเคลื่อนล้อหลัง รถยนต์ไฮบริด ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลก ครบ 1 ล้านคัน ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2550
ในปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการขยายรถยนต์ไฮบริดในหลายผลิตภัณฑ์ นับตั้งแต่ การแนะนำเลกซัส RX450h ในเดือนเมษายน การแนะนำ พรีอุส เจนเนอเรชั่นที่ 3 ในเดือนพฤษภาคม และล่าสุด ได้แนะนำเลกซัส HS250h ที่เลกซัสได้มุ่งมั่นพัฒนาให้เป็นรถไฮบริด ในเดือนกรกฎาคม รถยนต์ทั้งสามรุ่นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและขยายความนิยมรถยนต์ไฮบริดอย่างมาก
จากความสำเร็จของยอดขายรถยนต์ไฮบริดทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาภาวะโลกร้อน โดยสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นปริมาณมากถึง 11 ล้านตัน เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ก๊าซโซลีนในขนาดเดียวกันและสมรรถนะการขับขี่ที่ใกล้เคียงกัน