xs
xsm
sm
md
lg

Nissan Skyline Crossover : รีแบรนด์ของหรูเพื่อทางเลือกใหม่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นอกจากเรื่องที่ว่ารถสปอร์ต GT-R จะมีตัวถัง 4 ประตูเป็นอีกทางเลือกแล้ว อีกข่าว (ลือ) ที่ของค่ายนิสสันที่ถือว่าได้รับความสนใจจากแฟนๆ ทั่วโลกมาพอสมควร คือ สายพันธุ์สกายไลน์จะไม่ได้มีเพียงแค่ตัวถังซีดาน 4 ประตู และคูเป้ 2 ประตูทำตลาดเหมือนกับที่ผ่านๆ มา แต่จะเปิดแนวรุกใหม่ด้วยตัวลุยในสไตล์เอสยูวีระดับหรูหราอีกด้วย ลือกันไปลือกันมาอยู่นานพอสมควร

ในที่สุด ข่าวนี้ก็ได้รับคำตอบที่แน่ชัดแล้ว เพราะก็ไม่ได้เป็นข่าวโคมลอยเหมือนอย่างที่หลายคนเคยเข้าใจ เพราะนิสสันตัดสินใจเตรียมเปิดทางเลือกใหม่แบบที่ไม่มีมาก่อนให้กับสายพันธุ์สกายไลน์ด้วยเอสยูวีระดับหรูหรา 5 ประตูในชื่อเรียกแบบง่ายๆ ว่า สกายไลน์ ครอสโอเวอร์ และเปิดตัวให้ลูกค้าในแดนปลาดิบได้เห็นหน้าตากันก่อนตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม งานนี้ไม่ใช่ของใหม่แบบแกะกล่องอย่างที่คิดกันในตอนแรก เพราะจากการที่พื้นตัวถังรหัส FM Platform ถือเป็นพื้นตัวถังสหกรณ์ที่มักจะถูกนำไปต่อยอดสำหรับพัฒนารถยนต์หลายต่อหลายรุ่นของนิสสัน เช่น สกายไลน์ ฟูก้า แฟร์เลดี้ แซด รวมถึงรถยนต์หลายรุ่นในแบรนด์อินฟินิตี้ด้วยเพื่อเป็นการลดต้นทุนในการผลิต ก็เลยทำให้นิสสันจัดการนำอินฟินิตี้ EX เอสยูวีระดับหรูที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดโลกเมื่อปีที่แล้วส่งกลับมาขายในญี่ปุ่นพร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นสกายไลน์ ครอสโอเวอร์ ถือเป็นครั้งแรกที่สกายไลน์มีตัวถังเอสยูวีทำตลาดนับตั้งแต่รุ่นแรกเปิดตัวออกมาในปี 1957 ภายใต้ชื่อบริษัท ปรินซ์ มอเตอร์ จำกัดเลยทีเดียว

เรื่องนี้อาจจะออกย้อนทางวิธีปฏิบัติสักหน่อย เพราะตามปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นแบรนด์อย่างเล็กซัสของโตโยต้า หรืออาคูราของฮอนด้า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บริษัทแม่มักจะนำรถยนต์ของตัวเองที่มีอยู่แล้วในญี่ปุ่นมารีแบรนด์และเพิ่มความหรูเพื่อขายในตลาดต่างแดน แต่คราวนี้นิสสันกลับนำผลผลิตที่เกิดจากแบรนด์อินฟินิตี้ส่งกลับมาขายบ้านตัวเอง

แม้จะมากับตัวถังแบบเอสยูวี 5 ประตู ซึ่งในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาขายในชื่อ EX35 และ EX37 แต่ความจริงแล้ว EX Series ก็มีสายสัมพันธ์โดยตรงกับสกายไลน์รุ่นปัจจุบันในรหัสตัวถัง V36 เพราะแชร์พื้นตัวถังรหัส FM เครื่องยนต์ ระบบช่วงล่างร่วมกัน และอเมริกาเอง ทางอินฟินิตี้ก็นำสกายไลน์ไปขายชื่อ G35 และ G37 ด้วย ไม่ว่าจะเป็นชื่อ EX หรือสกายไลน์ ครอสโอเวอร์ งานนี้ก็เล่นง่ายเหมือนเคยด้วยการยกมาทั้งคันเพื่อขาย

โดยเวอร์ชัน JDM จะต่างออกไปจากเวอร์ชันตลาดโลกก็ตรงที่พวงมาลัยอยู่ฝั่งขวา แทนที่จะเป็นฝั่งซ้าย รวมถังโลโก้ของอินฟินิตี้ที่แปะอยู่ทั่วคันก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นของนิสสันแทน

แม้เครื่องยนต์จะวางด้านหน้าแต่ก็ให้สมดุลของการกระจายน้ำหนักในแบบเกือบ 50:50% เพราะว่าเลย์เอาท์การวางเครื่องยนต์ของพื้นตัวถังรุ่นนี้เป็นแบบ Front Midship ด้วยการเลื่อนตำแหน่งการวางเครื่องยนต์ให้พ้นจากเพลาหน้าและเลื่อนไปให้ชิดกับผนังห้องเครื่องยนต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยตัวถังมีความยาว 4,630 มิลลิเมตร กว้าง 1,800 มิลลิเมตร สูง 1,590 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,780 มิลลิเมตร

อย่างไรก็ตาม งานนี้นิสสันไม่ได้นำสเปกอเมริกันมารีแบรนด์ แต่เลือกเอาผลผลิตจากฝั่งยุโรปมาใช้ เพราะเป็นการยกชุดเครื่องยนต์ในรุ่น EX37 มา (ส่วนเมืองลุงแซมมีขายเฉพาะรุ่น EX35 เครื่องยนต์ วี6 3,500 ซีซี) แรงเร้าใจด้วยเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ G37 หรือสกายไลน์ ซีดาน 370GT และอินฟินิตี้ G37 เป็นแบบวี6 ทวินแคม 24 วาล์ว 3,700 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผันแบบ VVEL หรือ Variable Valve Event and Lift ตัวเลขกำลังขับเคลื่อนของเวอร์ชัน JDM ยังไม่เปิดเผย แต่ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง น่าจะรีดกำลังออกมาได้ 320 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 36.7 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ตลอดเวลาด้วยเกียร์แบบใหม่ อัตโนมัติ 7 จังหวะ

ในเรื่องสมรรถนะไม่เป็นรองเพื่อนร่วมสายพันธุ์ เพราะทำความเร็วปลายได้ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียง 6.4 วินาทีในการแบกตัวถังที่หนักร่วม 2 ตันให้ทะยานจากจุดหยุดนิ่งสู่ย่านความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบอิสระ ปีกนก 2 ชั้นและด้านหลังแบบมัลติลิงก์

แม้จะเปิดตัวให้เห็นโฉมหน้ากันแล้ว แต่ก็เป็นการโชว์โฉมแบบยั่วน้ำหลาย เพราะกว่าจะเริ่มขายจริงต้องรอกันนานหน่อย เพราะนิสสันวางแผนเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าในญี่ปุ่นได้ในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่าการเริ่มทำตลาดจริงจะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมนี้ ส่วนเมืองไทย ถ้าอยากขับกันจริงๆ คงต้องหวังพึ่งการนำเข้าอิสระเพียงอย่างเดียว