ศูนย์ข่าวภาคอีสาน - ตำรวจภูธรภาค 4 เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายจัดหาบัญชีม้าข้ามชาติ กวาดล้างเครื่อง Sim Box เร่งตัดวงจร Scammer ล่าสุดพบตะลอนเช่ารีสอร์ตแล้วนำ Sim Box ซ่อนบนฝ้าเพดาน สามารถจู่โจมทลายเครือข่ายบัญชีม้า ตรวจยึดมือถือ-บัญชีม้า-บัตร ATM พร้อมด้วยบัตรขูดรหัสพนันออนไลน์กว่า 160 รายการ
ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 ตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 4 (ศปอส.ภ.4) ได้นำของกลาง Sim Box และของกลางอีกจำนวนมาก หลังได้กวาดล้างเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน สามารถจับกุมผู้ต้องหาบัญชีม้าในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นจำนวน 3 ราย จากการสืบสวนทราบว่ามีการส่งบัญชีที่ได้ทำการเปิดแล้ว ไปยังสถานที่เดียวกันในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลผู้เกี่ยวข้อง พบว่ามีเครือข่ายที่มีการส่งพัสดุไปยังสถานที่แห่งเดียวกันอีกจำนวน 17 แห่ง จาก 7 จังหวัด ในพื้นที่ ภ.4
ผลการตรวจค้นพบเป็นที่อยู่สถานที่รับส่งพัสดุ 2 จุด บางแห่งเป็นสถานที่ที่ไม่มีผู้พักอาศัยแล้ว และได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ดังนี้ 1. น.ส.นงนุช (จับกุม พื้นที่ จ.อุดรธานี) 2. นายเกียรติศักดิ์ ที่อยู่ ม.3 ต.วัดธาตุ อ.เมือง จ.หนองคาย (จับกุม จ.หนองคาย) 3. น.ส.รัชนก ที่อยู่ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี (จับกุม จ.หนองคาย) 4. น.ส.นันทวรรณ ที่อยู่ ม.13 ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม (จับกุม จ.มหาสารคาม) 5. นายธนบดี ที่อยู่ ม 14 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น (จับกุม จ.หนองบัวลำภู) 6. นายณัฐนันท์ ที่อยู่ ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ (จับกุม จ.กาฬสินธุ์) ตรวจยึดของกลางรวม สมุดบัญชี 27 เล่ม, โทรศัพท์ 17 เครื่อง, บัตร ATM 15 ใบ และซิมการ์ด 15 ซิม บัตรเติมเงินระบบออนไลน์ 90 ใบ
โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด" ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และ ภ.4 จะได้ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ทำการ "ตรวจยึดจุดติดตั้ง SIMBOX กลุ่มเครือข่าย Scammer ข้ามชาติ" พื้นที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ด้วย จากการสืบสวนพบความผิดปกติของการใช้งานสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4 เข้าทำการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องพบสถานที่ที่อาจใช้เป็นที่ตั้งเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (Sim Box) จึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดหนองคายออกหมายค้น
ผลการตรวจค้นพบ 1. เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ แบบใส่ซิมการ์ด (Sim box) จำนวน 5 เครื่อง (32 ช่อง/เครื่อง) 2. เครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (Router win) ชนิดใส่ซิมการ์ด จำนวน 5 เครื่อง 3. เครื่องสำรองไฟ (UPS) จำนวน 1 เครื่อง 4. กล้องวงจรปิด จำนวน 2 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.หนองคาย สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดี พบกลุ่มคนต้องสงสัยมีการเช่าห้องพักรายวัน โดยมีพฤติกรรมผิดปกติ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย เข้าทำการตรวจค้น จุดที่ 1 ห้องพักชั่วคราว ในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย ตรวจค้นพบข้อมูลว่ายังมีห้องเช่าอื่นที่อาจจะใช้ดำเนินการในรูปแบบเดียวกันอีก จึงเป็นที่มาในการตรวจค้นสถานที่
จุดที่ 2 ที่รีสอร์ตในพื้นที่ ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย สามารถยึดของกลางทั้งหมดได้ ดังนี้
1. เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (Sim Box) จำนวน 6 เครื่อง
2. เครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายยี่ห้อ HUAWAI (Router Win) จำนวน 3 เครื่อง อุปกรณ์ส่วนควบ
อีกหลายรายการ
จากการสืบสวนทราบผู้มาเช่าห้องพักคือ น.ส.เสาวณี อายุ 36 ปี ที่อยู่ พื้นที่ ต.กวนวัน อ.เมือง จ.หนองคาย จากการซักถามทราบว่าได้มีการเปิดห้องพักอีก 1 จุดที่รีสอร์ตในพื้นที่ ต.มีชัย อ.เมืองหนองคาย เบื้องต้นทราบตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการติดต่อเช่าห้องพักเพิ่มอีกจำนวน 2 คน อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมทำการตรวจยึดอุปกรณ์ข้างต้นส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และจักได้รวบรวมข้อมูลบุคคลต้องสงสัย เพื่อขยายผลและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชน เจ้าของโรงแรม ที่พัก ในพื้นที่ ภ.4 หากมีการพบความผิดปกติของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ สามารถแจ้งมายังโรงพักทุกแห่งเพื่อเข้าตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง และประชาสัมพันธ์เน้นย้ำสำหรับพี่น้องประชาชนขอให้ระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อการชักชวน รับจ้างให้ทำการเปิดบัญชีธนาคาร บัญชีพร้อมเพย์ บัญชีวอลเล็ต หรือให้ยืมบัญชีของตนเอง ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ในปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพมักใช้ลวงให้ประชาชนรับจ้างเปิดบัญชี หรือเป็นธุระจัดหาบัญชีให้ผู้อื่น โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ทำธุรกิจรับโอนเงิน หรือค่าตอบแทนง่ายๆ ซึ่งในความเป็นจริง บัญชีดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าสำหรับกระทำความผิดทางอาชญากรรมเทคโนโลยี เช่น หลอกลวงประชาชน ฉ้อโกงออนไลน์ หรือฟอกเงิน แม้ท่านจะไม่ได้เป็นผู้หลอกลวงผู้เสียหายโดยตรง แต่หากยินยอมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปิดบัญชี ให้ยืมบัญชี หรือจัดหาบัญชีให้ผู้อื่น ย่อมถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามกฎหมาย จะได้รับโทษตามกฎหมาย เช่นเดียวกับตัวการที่หลอกลวงผู้อื่น คือโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี ปรับสามแสนบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ


