ราชบุรี – การเมืองท้องถิ่นตำบลเขาขลุง บ้านโป่ง ราชบุรี ร้อนระอุ หลังชาวบ้านนำคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดราชบุรี กล่าวหามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในอัตราสูงถึงหัวละ 2,000 บาท สร้างความหวั่นวิตกว่า “เงินการเมือง” กำลังบ่อนทำลายรากฐานประชาธิปไตยระดับชุมชน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และสมาชิกสภา อบต. เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 ซึ่งหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโปร่งใสของการเลือกตั้งท้องถิ่น
ล่าสุดวันนี้ ( 16 ม.ค.) นางสาวนา (นามสมมุติ) พร้อมชาวบ้านตำบลเขาขลุง เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.จังหวัดราชบุรี โดยแนบคลิปจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน บันทึกภาพชายรายหนึ่งในหมู่บ้านเดียวกัน นำเงินสดจำนวน 6,000 บาท มามอบให้ พร้อมขอให้สมาชิกในครอบครัว 3 คน ได้แก่ สามี ลูกสาว และน้องชาย ลงคะแนนเลือกผู้สมัครนายก อบต. ที่ตนสนับสนุน คิดเป็นอัตรา หัวละ 2,000 บาท
ผู้ร้องเรียนเปิดเผยว่า ในพื้นที่ตำบลเขาขลุงมีผู้สมัครนายก อบต. จำนวน 3 คน และผู้ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถูกพาดพิงว่าอาจเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง ทำให้ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเกิดความกังวลว่า ผลการเลือกตั้งอาจไม่สะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน
นางสาวนา เล่าว่า วันเกิดเหตุเธออยู่บ้านเพียงลำพัง และไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เนื่องจากยังไม่ได้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่ แต่เมื่อมีผู้นำเงินมามอบให้ รู้สึกไม่สบายใจและไม่เห็นด้วยกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยเฉพาะการใช้เงินในจำนวนสูง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตำบลเขาขลุง
“ที่ผ่านมาไม่เคยมีการซื้อเสียงแรงขนาดนี้ ครั้งนี้ถือว่าน่ากลัว เพราะถ้าเงินสามารถซื้อเสียงได้ง่าย การเมืองท้องถิ่นก็จะไม่เหลือความหมาย” ผู้ร้องเรียนกล่าว
ผู้ร้องยังระบุอีกว่า ภายหลังรับเงินแล้ว เมื่อไปพบผู้ที่นำเงินมาให้ กลับถูกตะคอกและใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม สร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัว ลูกสาวจึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน และพบพฤติกรรมทั้งหมดอย่างชัดเจน จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานออกมาร้องเรียน แม้จะทราบดีว่าการเปิดโปงครั้งนี้อาจไม่ปลอดภัย
ทั้งนี้ ผู้ร้องเรียนยอมรับว่า เริ่มได้รับข้อความข่มขู่ไม่ให้ไปเป็นพยานในคดี และกำลังพิจารณาเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของครอบครัว พร้อมยืนยันว่า การออกมาเปิดเผยครั้งนี้ไม่ได้หวังผลทางการเมือง แต่ต้องการเห็นการเลือกตั้งท้องถิ่นปลอดจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง
ด้านนาย ณฐกร คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า กกต.ได้รับคำร้องและพยานหลักฐานไว้แล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนตามขั้นตอนกฎหมาย โดยย้ำว่าการดำเนินการต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แม้ผู้ร้องจะมีหลักฐาน แต่ตามกฎหมายต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องเข้าชี้แจงก่อน ไม่สามารถใช้พยานหลักฐานฝ่ายเดียวในการตัดสินได้
นายณฐกร ระบุว่า กระบวนการไต่สวนในชั้น กกต.จังหวัด ใช้ระยะเวลา 20 วัน และสามารถขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง รวมสูงสุด 50 วัน ก่อนเสนอเรื่องให้ กกต.ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด พร้อมย้ำว่า แม้จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว หากพบการทุจริตจริง ก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้
กกต.จังหวัดราชบุรี ยังขอความร่วมมือประชาชนเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสการทุจริต เพื่อปกป้องความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งท้องถิ่น


