ลำปาง - หนุ่มลำปางวัย 20 ถูกหลอกให้ไปอบรมที่จันทบุรีเพียงวันเดียวญาติติดต่อไม่ได้ พบพิกัดโผล่ฝั่งเมืองปอยเปต สมรภูมิรบไทย-กัมพูชาหมาดๆ มีร่องรอยถูกพาข้ามช่องทางธรรมชาติ เผยเปิดบัญชีธนาคาร 5 เล่มรวดก่อนไป ญาติวอน จนท.ช่วยพากลับไทย
วันนี้ (8 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ได้มีญาติของนายรณชาติ ยากองโค หรือไอน้ำ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้น ปวส.ปีสุดท้าย วิทยาลัยเทคนิคลำปาง แจ้งว่านายรณชาติได้หายตัวไปและตรวจพบพิกัดไปอยู่ที่ฝั่งเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตรงข้าม จ.สระแก้ว ซึ่งเพิ่งเป็นสมรภูมิสู้รบระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชาเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ทำให้นายอ้อยและภรรยาซึ่งเป็นลุงและป้าได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ห้างฉัตร แล้ว และขอวิงเวียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือพาหลานชายกลับประเทศไทยด้วย
นายอ้อย อายุ 45 ปี กล่าวว่า นายนายรณชาติอาศัยอยู่กับตนและภรรยาเพราะมารดาของเขาทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ พวกตนได้เลี้ยงดูจนเกือบเรียนจบชั้น ปวส. กระทั่งเมื่อวันที่ 5 ม.ค.หลานชายได้เตรียมเสื้อผ้า 1-2 ชุดและบอกว่าจะไปนอนที่บ้านเพื่อนที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ต่อมาพวกตนได้รับแจ้งจากอาจารย์แผนกที่วิทยาลัยว่าหลายชายได้ไปอยู่ฝั่งเมืองปอยเปตแล้วพวกตนจึงตกใจมาก เมื่อสอบถามน้องเฟรมซึ่งเป็นแฟนสาวของหลานชายก็ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วนายรณชาติถูกคนชักชวนให้เดินทางไปอบรมอ้างว่าจะให้ทำงานที่ จ.จันทบุรี แต่เมื่อพิกัดไปอยู่ฝั่งเมืองปอยเปต ตนจึงให้ภรรยาไปแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจสอบพบว่าก่อนหลานชายจะเดินทางได้เปิดบัญชีธนาคารเอาไว้ถึง 5 บัญชีเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ทั้งนี้ ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือหลานชายกลับมาให้ได้แม้จะดูข่าวทางสื่อสาธารณะหรือโซเชียลแล้วก็ทำใจไว้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็อยากให้ช่วยพาเขากลับมาแบบครบอวัยวะ 32 ด้วย
ด้านน้องเฟรมกล่าวว่า นายรณชาติเคยบอกกับตนว่าจะไปทำงานเป็นคนดูแลระบบเว็บไซต์หรือแอดมินที่ จ.จันทบุรี โดยจะไปอบรมเพียง 2-3 วันจากนั้นจะกลับบ้าน โดยบริษัทที่จะจ้างงานอ้างว่าจะให้เงินจำนวน 9,000 บาท ซึ่งแฟนของตนก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นขบวนการหลอกลวงออนไลน์หรือแก๊งสแกมเมอร์ เพราะเป็นงานที่ จ.จันทบุรี ในฝั่งไทย จึงเดินทางด้วยรถไฟออกจาก จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 5 ม.ค.และถึงกรุงเทพฯ ช่วงเช้ามืดวันที่ 6 ม.ค. ระหว่างนั้นจะติดต่อออนไลน์ด้วยการแชตกับตนตลอด เมื่อถึงกรุงเทพฯ ก็เดินทางด้วยรถยนต์พร้อมคนที่ไม่รู้จักอีก 6 คนไปยัง จ.จันทบุรี โดยบางครั้งเขาบอกว่ากลัว กระทั่งเมื่อถึงชายแดนในเวลาประมาณ 2 ทุ่มก็ถูกพาข้ามช่องทางธรรมชาติในจุดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
น้องเฟรมกล่าวอีกว่า เมื่อตนตรวจพิกัดโทรศัพท์มือถือกับแฟนก็พบว่ารถที่มารับเขาขับอยู่บนถนนในเมืองปอยเปต กระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น.แฟนหนุ่มก็ถึงที่พักและแชตขอนอนพักผ่อน แต่ตั้งแต่เช้าวันที่ 7 ม.ค.ตนก็ติดต่อกับเขาไม่ได้อีกเลย แม้จะมีการทักแชตกลับมาจากโทรศัพท์มือถือของเขาแต่ตนก็รู้ว่าไม่ใช่คำพูดของเขา โดยบอกว่าโทรศัพท์ถูกยึดไปลงระบบแล้ว ส่วนพิกัดเดิมที่ค้างอยู่ว่าอยู่ที่เมืองปอยเปต ตนรู้สึกเป็นห่วงในความปลอดภัยของเขา ยิ่งได้เห็นข่าวการทารุณกรรมก็ยิ่งเป็นห่วงมาก
ขณะที่ยายขาว อายุ 66 ปี ยายของนายรณชาติ กล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพาหลานชายของตนกลับมาด้วย เพราะปกติเขาจะสนิทกับตนมาก ยามจะไปไหนมาไหนก็จะเข้ามากอดตนและเคยบอกว่าถ้าเรียนจบจะทำงานเพื่อดูแลยายและทางบ้าน ซึ่งตนก็ได้เตือนหลานชายแล้วว่าหากจะไปทำงานใดก็ให้ระมัดระวังจะถูกหลอก


