xs
xsm
sm
md
lg

สคพ.1 เชียงใหม่ ลุยตรวจจับปรับจริง ห้ามใช้รถควันดำ หวังป้องกันบรรเทาปัญหา PM 2.5 มลพิษอากาศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ - สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) บูรณาการร่วมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนโครงการ "ตรวจจับปรับจริง ห้ามใช้รถยนต์ควันดำ" พร้อมจัด "โปรสู้ฝุ่น ลด PM 2.5" เพื่อป้องกันบรรเทาสถานการณ์มลพิษอากาศและฝุ่น PM 2.5


วันนี้ (6 ม.ค. 69) ที่บริเวณริมถนนโชตนาหน้าสวนล้านนา ร.๙ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการ "ตรวจจับปรับจริง ห้ามใช้รถยนต์ควันดำ" ซึ่งสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ บูรณาการร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ ดำเนินการเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง โดยให้ความสำคัญกับมาตรการตรวจรถควันดำ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ตรวจจับ ระงับการใช้รถควันดำจนกว่าจะนำไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อป้องปรามไม่ให้มีรถควันดำเข้ามาใช้ขับขี่ในเขตเมือง ซึ่งจะมีการตั้งจุดตรวจเดือนละ 2-3 ครั้ง จำนวน 2 จุดตรวจ ได้แก่ บริเวณหน้าสวนล้านนา ร.๙ จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณหน้าศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษได้กำหนดมาตรฐานควันดำจากรถยนต์ดีเซล ต้องไม่เกิน 20% ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 68 เพื่อลดฝุ่น PM หากรถคันไหนเกินเกณฑ์นี้จะถูกติดสติกเกอร์ "ห้ามใช้ชั่วคราว” และต้องนำไปแก้ไขให้ผ่านภายใน 30 วัน พร้อมโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท มิฉะนั้นอาจถูกห้ามใช้เด็ดขาด วิธีแก้ไขคือตรวจ เช็กหัวฉีด กรองอากาศ น้ำมันเครื่อง และระบบเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดีตามคู่มือผู้ผลิต นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษได้ผนึกกำลังร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน เชิญชวนประชาชนให้นำรถยนต์ดีเซลเข้ารับบริการผ่านศูนย์บริการของรถยนต์แต่ละยี่ห้อ จำนวน 10 ค่าย โดยมี บริการตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ฟรี บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และลดค่าน้ำมันเครื่อง ค่าอะไหล่ และค่าแรงเป็นพิเศษ ตามโครงการ Green List Plus "โปรสู้ฝุ่น ลด PM 2.5" ตั้งแต่วันนี้ ถึงเดือน ก.พ. 69 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเจ้าของรถยนต์ใช้งานมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขวิกฤตฝุ่นที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ต่อไป

สำหรับประชาชนที่ต้องการตรวจสอบเฝ้าระวังสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Real-time สามารถติดตามได้ผ่านเว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th และแอปพลิเคชัน Air4Thai รวมถึงเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ศูนย์สื่อสารแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.)” และเฟซบุ๊กแฟนเพจ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เพื่อป้องกันและปฏิบัติอย่างถูกต้องในช่วงสถานการณ์ฝุ่นควัน
















กำลังโหลดความคิดเห็น