xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)เร่งหาทางช่วยเหลือ “น้องตงเฮง” เผยแม่กัมพูชายันเป็นลูกแท้ๆของพ่อเลี้ยงชาวไทย เตรียมยื่นศาลพิสูจน์ DNA

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุรินทร์-พม.สุรินทร์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือกรณี 2 แม่ลูกชาวกัมพูชาจะถูกผลักดันกลับประเทศ เพื่อหาทางช่วยเหลือ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ไม่ว่าจะสัญชาติหรือเชื้อชาติใดต้องได้รับการคุ้มครอง ทั้งสิทธิและสวัสดิภาพ พบข้อมูลแม่ยืนยันว่าลูกชายเป็นบุตรแท้ๆของ “ศิริโชค”พ่อเลี้ยงชาวไทยแต่มีเหตุต้องปกปิด เตรียมยื่นร้องต่อศาล พิสูจน์ DNA เพื่อช่วยเหลือตามกม.ต่อไป



วันที่ 29 ส.ค.68 เวลา 10.30 น.ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุรินทร์ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายประหยัด ต๊ะสุยะ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยนางสาวสุพรรณรัตน์ ลับโกษา นักพัฒนาการเด็ก (บพต.สร.) ผู้แทน สพม.สุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือสองแม่ลูกชาวกัมพูชา โดยมีนายอาคม ทองศิริ อัยการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานการประชุม


หลังจากกรณีที่มีเหตุการณ์ดรามา ครูนักเรียนร้องไห้กอดกัน หลังจากตำรวจพาแม่ชาวกัมพูชา ไปเชิญตัวเด็กชาย อายุ 13 ปี ออกจากโรงเรียนบัวเชดวิทยา อ.บัวเชด เพื่อผลักดันกลับประเทศกัมพูชา เนื่องจากเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ทั้งสองแม่ลูกมาพักที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุรินทร์ ดังกล่าว


ทั้งนี้ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ เด็กชายตงเฮง ระเสม็ย วัย 13 ปี และนางเซียบ พารม(SEAP PHAROM) อายุ 41 ปี ชาวกัมพูชา เนื่องจาก ด.ช.ตงเฮง ยังเป็นเด็กและต้องได้รับความดูแลจากมารดา ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ 2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child หรือ CRC) มาตรา 22 ด้วยการดูแลเด็กไม่ว่าจะสัญชาติหรือเชื้อชาติใด ถ้าอาศัยอยู่ในประเทศไทย จะต้องได้รับการคุ้มครอง ทั้งสิทธิและสวัสดิภาพ


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลว่า มารดาของเด็ก ได้อพยพมาอยู่ที่ประเทศไทยทางดานช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และได้นำบุตรมาด้วย ขณะนั้นบุตรอายุ 5 ขวบ โดยมารดาไม่ได้ประทับตราหนังสือเดินทางเข้าประเทศไทย และไม่ทราบว่าการประทับตราเข้าออก ทำให้เข้ามาอยู่ประเทศไทยโดยผิดกฎหมายตั้งแต่นั้นเรื่อยมา และจากคำเล่าจากมารดา ให้ข้อมูลว่า ตนเองได้รู้จัก นายศิริโชค เภาว์เพ็ง สามี อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขทื่ 182 ม.10 ต.บัวเชด อ.บัวเชดฯ และได้เกิดความชอบพอกันจนตั้งครรภ์ แต่นายศิริโชค มีภรรยาอยู่แล้ว ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ตนจึงกลับไปอยู่ประเทศกัมพูชา จนกระทั่งคลอดลูก และแจ้งให้พี่ชายเป้นพ่อของลูกตน หลังจากนั้นก็ได้ติดต่อกลับมายังนายศิริโชค อีกครั้ง และได้เดินทางผ่านด่านช่องสะงำ เมื่อปี 2560 จนถึงปัจจุบัน

นางเซียบ พารม อายุ 41 ปี แม่น้องตงเฮง ชาวกัมพูชา และ นายศิริโชค เภาว์เพ็ง สามี อายุ 67 ปี พ่อเลี้ยงชาวไทย
สำหรับแนวทางในการช่วยเหลือเบื้องต้น พม.สุรินทร์ และ สพม.สุรินทร์ ได้ให้คำแนะนำตามภารกิจกระทรวง พม.และข้อกฎหมายและแนวทางการช่วยเหลือให้กับมารดาและเด็ก สพม.สุรินทร์ และให้กำลังใจ โดย พม.สุรินทร์ พร้อมได้แจ้งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กข้อ 22 ตามสิทธิมนุยชนด้านเด็ก ซึ่งเป็นการรองรับสิทธิของเด็กลี้ภัยและเด็กผู้แสวงหาที่พักพิงอย่างเป็นทางการ โดยทาง พม.สุรินทร์ดำเนินการแจ้ง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 ร่วมด้วย และรอพิสูจน์ตามกฎหมายในการรองรับสัญชาติ ซึ่ง บ้านพักเด็กและครอบครัว (บพด.) สุรินทร์ จะประสานให้ความช่วยเหลือกรณียื่นร้องต่อศาลเด็กและครอบครัว จ.สุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ DNA ในการช่วยเหลือตามกฎหมายต่อไป








กำลังโหลดความคิดเห็น