xs
xsm
sm
md
lg

เหยื่อ 5 ตำรวจยัดข้อหารีดเงิน 5 หมื่น ร้องบิ๊กภาค 4 เร่งคดี-เอาผิดวินัย ชี้กว่าปีคดีไม่คืบหน้า หวั่นไม่ปลอดภัย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ครอบครัวเหยื่อ 5 นายตำรวจ สภ.ศรีวิไลยัดข้อหาค้ายาเสพติดขู่รีดทรัพย์ 50,000 บาทแลกไม่ดำเนินคดีโร่ร้อง ผบช.ตำรวจภูธรภาค 4 ให้เร่งเอาผิดทางคดีและลงโทษทางวินัย หลังเกิดเหตุกว่า 1 ปีคดีความไม่คืบหน้า ซ้ำตำรวจนอกรีตทั้งหมดยังปฏิบัติงานตามปกติ หวั่นไม่ปลอดภัยและไม่ได้รับความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ย.) ครอบครัวผู้เสียหายที่ถูกตำรวจ สภ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ แอบนำธนบัตร ใบละ 100 บาท 2 ใบ ซึ่งเป็นธนบัตรใช้ล่อซื้อยาบ้า สลับกับธนบัตรของผู้เสียหาย เข้าไว้ในกระเป๋าเงินที่วางไว้ภายในบ้านพักใน ต.นาสิงห์ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ เข้าร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

เพราะหลังจากนำหลักฐานเป็นภาพวิดีโอที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเมื่อปีที่แล้ว แต่จนถึงวันนี้ตำรวจที่ถูกกล่าวหาทั้ง 4 นายยังคงปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


นายโชคชัย จากผา ตัวแทนครอบครัวผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา หลังจากได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจ ป.ป.ป.แล้วก็ติดตามความคืบหน้าคดีมาโดยตลอด แต่ก็มีความกังวลใจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่เข้าตรวจค้นบ้านตนเองและอยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนการกระทำความผิดยังคงปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ และที่ผ่านมาทางครอบครัวก็ถูกคุกคามและข่มขู่ จนเกิดความกลัวว่าจะได้รับอันตราย และไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องคดี

จึงตัดสินใจเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ให้ช่วยเร่งรัดและดำเนินคดีทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 5 นาย

นายโชคชัยเล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 15.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ จำนวน 5 นาย พากันเข้าไปภายในบ้านของตนโดยไม่มีหมายค้นและหมายจับ ภายในบ้านของตนไม่ได้มีของกลางผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อันเป็นการรบกวนการครอบครองเคหสถาน และกลั่นแกล้งยัดข้อหายาเสพติด ใช้อำนาจโดยมิชอบแกล้งจับเพื่อเรียกเงินและปล่อยตัว

โดยในวันเกิดเหตุในภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ ขณะที่ตนเดินไปดื่มน้ำ มีตำรวจนายหนึ่งได้แอบเปิดกระเป๋าเงินของตนที่วางอยู่ภายในบ้านพัก แล้วสลับเปลี่ยนธนบัตร จำนวน 200 บาท เป็นธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 2 ฉบับ กับธนบัตรในกระเป๋า หลังจากนั้นตำรวจได้ทำทีขอตรวจค้นและแจ้งข้อกล่าวหาว่าตนจำหน่ายยาเสพติด พร้อมเสนอเงื่อนไขว่า

หากไม่อยากติดคุกให้นำเงินสด จำนวน 60,000 บาทมาให้ตำรวจ ด้วยความกลัวติดคุกจึงยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 5 นาย

ภายหลังตนมาเปิดดูกล้องวงจรปิดจึงทราบว่าถูกกลั่นแกล้งยัดข้อหา จึงได้เดินทางไปร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ป.ตำรวจตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2562 ซึ่งผ่านมาปีกว่าแล้วคดีความไม่มีความคืบหน้า และกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ได้รับความปลอดภัย จึงต้องมาร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 ให้เร่งดำเนินการลงโทษทางวินัยต่อตำรวจทั้ง 5 นายให้เร็วที่สุด


มีรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับตำรวจ 5 นายที่กล้องวงจรปิดบันทึกได้นั้นเป็นตำรวจ ยศ ร.ต.อ.1 นาย ดาบตำรวจ 2 นาย ส.ต.ท. 1 นาย และ ส.ต.ต. 1 นาย โดยรายล่าสุดได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น แต่อีก 4 นายยังเป็นตำรวจอยู่ในพื้นที่ โดยขณะนี้ถูกเรียกตัวเข้ามาช่วยงานใน ศปก.ภ.จว.บึงกาฬ หลังจากกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชี้ว่ามีมูลความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา

โดยตำรวจทั้ง 5 นายถูกตั้งข้อกล่าวหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลที่สาม

ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตน หรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สาม

เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต


กำลังโหลดความคิดเห็น