xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” อารมณ์ดี! ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ลงมือตัด-ชิมทุเรียนภูเขาไฟสดๆ จากต้น บอก “อร่อยมาก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศรีสะเกษ - “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ลงมือตัดและชิมทุเรียนภูเขาไฟ บอกรสชาติอร่อยมาก พร้อมได้ปลูกทุเรียนด้วย สนใจ “ผ้าทอเบญจศรี” ผ้าทอแบรนด์ศรีสะเกษ และเป็นห่วงปัญหาเรื่องน้ำ ท่ามกลางรักษาความปลอดภัยและตรวจคัดกรองโควิด-19 เข้ม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (16 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนทุเรียนภูเขาไฟทับทิม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อมาตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญต่างๆ ของรัฐบาลที่จัดทำขึ้นมาเพื่อพัฒนาประเทศและเพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจของประชาชน


โดยมี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล นายสำรวย เกษกุล และนายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ นายจรินทร์ รอบการ พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.สำนักงานสุรินทร์ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เกษตรกร และกลุ่มแม่บ้านโอทอป จาก 22 อำเภอของ จ.ศรีสะเกษ มาร่วมให้การต้อนรับ

ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง พร้อมเข้มงวดตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรีได้รับการตรวจวัดไข้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามมาตรการป้องกันทุกขั้นตอน ได้พบปะกับเกษตรกรที่มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และได้ตัดทุเรียนภูเขาไฟภายในสวนอีกด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ชิมทุเรียนภูเขาไฟสดๆ จากต้นแล้วกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ทุเรียนภูเขาไฟอร่อยมาก”

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีมอบประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “หอมแดงศรีสะเกษ” และ “กระเทียมศรีสะเกษ” ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร จ.ศรีสะเกษ ประกอบด้วย นายบวร สิมลา ชาว ต.ไผ่ อ.ราษีไศล กลุ่มแปลงใหญ่หอมแดงตำบลไผ่ และ น.ส.อรชัญ พ้นวิไล ชาว ต.ละทาย อ.กันทรารมย์ วิสาหกิจชุมชนเกษตรเทรดแฟร์ศรีสะเกษ เพื่อเป็นการพัฒนาภาคการเกษตรให้สามารถดำรงอยู่คู่กับสังคมไทยในปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการได้ครบวงจร สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้รับฟังข้อเสนอจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ กันทรลักษ์ YSF (Young Smart Farmer) และกลุ่ม YEC (Young Enterpreneur chamber of commerce) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มจัดทำโครงการของนักธุรกิจรุ่นใหม่ของ จ.ศรีสะเกษ เพื่อพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเกษตรแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งได้ปลูกต้นทุเรียนภูเขาไฟ ผลไม้ขึ้นชื่อของ จ.ศรีสะเกษ และเยี่ยมชมนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์โอทอป เช่น การทอผ้า การทอเสื่อกก/หวาย/ไม้ไผ่ เป็นต้น

นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจ ผ้าทอเบญจศรี ผ้าทอแบรนด์ศรีสะเกษ 5 ชนิด ได้แก่ 1. ผ้าศรีลาวา ย้อมด้วยดินลาวาภูเขาไฟ แหล่งปลูกทุเรียนภูเขาไฟเลื่องชื่อ ได้ผ้าสีน้ำตาลแดง 2. ผ้าศรีกุลา ย้อมด้วยดินจากทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งปลูกข้าวหอมมะลินุ่มหอมเป็นเลิศ ได้ผ้าสีเทา 3. ผ้าศรีมะดัน ย้อมด้วยเปลือกไม้มะดัน ที่ชาวบ้านนำกิ่งไปทำไม้ย่างไก่รสกลอมกล่อม ได้ผ้าสีน้ำตาลอ่อน 4. ผ้าศรีลำดวน ย้อมด้วยใบลำดวน ต้นไม้ประจำจังหวัด ได้ผ้าสีเหลืองนวล และ 5. ผ้าศรีมะเกลือ ย้อมด้วยผลมะเกลือ ภูมิปัญญาการย้อมดั้งเดิมของอีสานใต้ ได้ผ้าสีเหลืองนวล


ต่อมานายกรัฐมนตรี และคณะได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านหนองใหญ่ อ.กันทรลักษ์ เพื่อตรวจเยี่ยมการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนแบบ New Normal ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ตามนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดต่อฯ และได้ทักทายพูดคุยให้กำลังใจแก่ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

จากนั้นได้ไปกราบสักการะหลวงพ่อตาตน พระพุทธรูปปางสมาธิสะดุ้งมารแบบขอม ที่วัดสำโรงเกียรติ อ.ขุนหาญ และกราบนมัสการ พระอธิการอุทัย มหาปุญโญ เจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติ พร้อมเยี่ยมชมวิถีโครงการพลังบวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน) และยังได้พบปะคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ของ อ.ขุนหาญ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อ.ขุนหาญ อีกด้วย


พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ตนดีใจที่ได้เดินทางมาที่นี่เพราะบรรยากาศดี การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อที่จะได้มาดูด้านการเกษตรเพื่อเป็นต้นแบบที่จะขยายไปยังพื้นที่อื่น ให้ประชาชนได้มีรายได้ ทั้งนี้ ปัญหาส่วนใหญ่คือปัญหาเรื่องน้ำ จะพบได้ว่าในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษมีแหล่งน้ำลำห้วยโยงใยเป็นสายเลือดเต็มไปหมด แต่ปัญหาคือไม่มีน้ำ ที่ผ่านมารัฐบาลดูแลเร่งแก้ไขปัญหามาโดยตลอด เพื่อให้สอดคล้องกับ 6 ยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีการพัฒนาทุกอย่างก้าวหน้ามาตามลำดับ ซึ่งเรื่องเร่งด่วนก็จะต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันได้มีแผนบริหารจัดการน้ำแล้วหลายร้อยโครงการ

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า ส่วนในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตนรับทราบปัญหาในพื้นที่ดี ปัจจุบันสถานการณ์สงบสุขแล้ว จึงจะมีการศึกษาสร้างแลนด์มาร์กใหม่เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมต่อยอดการท่องเที่ยวต่อไป




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...