xs
xsm
sm
md
lg

แล้งยังกระหน่ำกลางฝน..คลองชลฯคณฑีน้ำน้อย บาดาลนครสวรรค์ยังแห้ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กำแพงเพชร/นครสวรรค์ – ภัยแล้งยังกระหน่ำหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ชาวนาปลายคลองชลฯคณฑี-กำแพงเพชร ต้องกั้นน้ำระดมสูบน้ำเข้าคลองซอยก่อนข้าวแห้งตาย ขณะที่น้ำผิวดินนครสวรรค์ยังแห้ง เกษตรกรต้องขุดลึกกว่า 8 เมตรถึงมีน้ำพอให้สูบ


แม้จะเข้าฤดูฝน แต่ข้าวในแปลงนาบ้านใหม่ฤทธิ์เจริญ หมู่ที่ 7 ต.คณฑี อ.เมืองกำแพงเพชร ยังเสี่ยงที่จะขาดน้ำแห้งตาย ขณะที่น้ำในคลองชลประทาน ซึ่งรับน้ำต้นทุนจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว ระดับน้ำต่ำกว่าท่อลอด เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลายน้ำ ทำให้ชาวบ้านต้องนำกระสอบทรายกั้นเป็นผนังรอบท่อลอด พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำส่งไปตามคลองซอยเข้าพื้นที่การเกษตร ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

นายบุญเพ็ง นรสาร หนึ่งในชาวนาบ้านใหม่เจริญฤทธิ์ เปิดเผยว่าฝนทิ้งช่วงจนข้าวที่ปลูกไว้ได้รับความเสียหายเสี่ยงแห้งตาย จึงได้รวมตัวกันนำเครื่องยนต์ทางการเกษตร มาช่วยกันสูบน้ำจากคลองส่งไปยังพื้นที่การเกษตรของแต่ละคน โดยผลัดเปลี่ยนกันนำเครื่องมาสูบน้ำต้นทาง และปลายทาง จำนวน 10 เครื่อง รอบละ 2 วัน 2 คืน จะได้ไม่เกิดปัญหาแย่งน้ำกันขึ้น


ขณะที่ชาวนา ม.3 ต.บางพระหลวง อ.เมืองนครสวรรค์ ก็ต้องลงทุนจ้างคนงานขุดบ่อบาดาลลึกกว่า 8 เมตร เพื่อสูบน้ำบาดาลขึ้นมาเยียวยาต้นข้าวเป็นการด่วน หลังพื้นที่นาเริ่มประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ประกอบกับแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด จนต้นข้าวที่ขึ้นใหม่ขาดน้ำหลายสิบไร่


นางทองหล่อ สังข์มงคล ชาวนาหมู่ 3 ต.บางพระหลวง อ.เมืองนครสวรรค์ บอกว่า พื้นที่นาอยู่นอกเขตชลประทาน ซึ่งในขณะนี้เจอภัยแล้งอย่างหนัก แหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งหมด ไม่มีน้ำเลี้ยงต้นข้าว หากปล่อยไว้นานต้นข้าวก็อาจยืนต้นตายและเสี่ยงต่อการขาดทุนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยขุดบ่อบาดาลสูบน้ำใส่ต้นข้าวมาแล้ว แต่เนื่องจากน้ำใต้ดินลดลงจึงต้องขุดบ่อเพิ่มความลึกตามหาน้ำให้ได้ในปริมาณที่มากขึ้น ล่าสุดต้องขุดบ่อบาดาล พร้อมทำบ่อซีเมนต์ลึกกว่า 8 เมตร เพื่อสูบน้ำขึ้นมาเยียวยาต้นข้าว


ส่วนอีกที่หนึ่ง เกษตรกรสวนกล้วยไข่อำเภอเมือง และอำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ ต้องปล่อยกล้วยไข่ที่ปลูกใหม่ยืนต้นแห้งตายหลังสถานการณ์ภัยแล้งขยายววงกว้างและฝนทิ้งช่วงยาวนาน โดยจากการสอบถาม
ด้านนายเล็ก แซ่ตั้ง เกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่ ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมืองนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนเองปลูกสวนกล้วยไข่กว่าสิบไร่และประสบกับปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้จำเป็นต้องปล่อยต้นกล้วยบางส่วนที่ปลูกไว้ยืนต้นแห้งตายเนื่องจากหาน้ำใส่สวนกล้วยไม่ทัน เพราะคลองสาธารณะแห้งขอด น้ำบาดาลมีไม่พอ น้ำฝนที่มีปริมาณน้อยและทิ้งช่วงยาวนาน

“ต้นกล้วยที่ปลูกใหม่เริ่มเหี่ยวเฉาบ้างแล้วหลายร้อยหน่อ เนื่องจากเป็นต้นกล้วยขนาดเล็กที่ทนต่อความแห้งแล้งไม่ไหว เบื้องต้น คงต้องสูบน้ำใส่สวนกล้วยเพิ่มมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายขยายวงกว้างแต่ก็ยังมีบางส่วนต้องปล่อยให้ยืนต้นตาย”


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...