xs
xsm
sm
md
lg

สายโหนก็มา! ส.ส.เสรีรวมไทย โผล่งานศพน้องปลายฝน สับเละนโยบายรัฐดูแลไม่ทั่วถึง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉะเชิงเทรา - แล้วสายโหนก็มา! ส.ส.เสรีรวมไทย โผล่ร่วมงานศพสาว รปภ.วัย 19 ปี แขวนคอประชดลุงตู่ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ ก่อนสับนโยบายรัฐเยียวยาประชาชนไม่ทั่วถึงทำเกิดเหตุสลด ยกดูตัวอย่างสิงคโปร์ ดูแลทุกครอบครัวไม่อุ้มนายทุน

จากเหตุการณ์ที่ น.ส.ปลายฝน อ่ำสาริกา อายุ 19 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบางแค กรุงเทพฯ แขวนคอตัวเองจนเสียชีวิต หลังวาดภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมเขียนข้อความระบายถึงความอัดอั้นตันใจในความทุกข์ยากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งการประกาศมาตรการเคอร์ฟิว และการประกาศปิดเมืองเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านไปหาลูกที่ จ.ฉะเชิงเทรา ประกอบกับความเครียดจากการไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน

ขณะที่ผู้เป็นตาซึ่งเลี้ยงดูหญิงสาวคนดังกล่าวมาตั้งแต่เด็ก เผยว่า ก่อนเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน หลานสาวได้โทรศัพท์มาบอกให้ตนเองไม่ต้องรับเงินสงเคราะห์คนชรา จำนวน 2,000 บาท จากรัฐบาล เพราะเกรงว่ารัฐบาลจะได้ผลงานจนได้อยู่บริหารประเทศไปอีกนาน โดยไม่อยากเชื่อว่าหลานสาวจะมีใจฝักใฝ่การเมืองมากเพียงนี้นั้น


วันนี้ (30 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในงานศพซึ่งจัดขึ้นที่วัดแสนภูดาษ ม.2 ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงเย็นวานนี้ หลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจากมูลนิธิการกุศล ได้เคลื่อนย้ายร่างของ น.ส.ปลายฝน อ่ำสาริกา มาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบ้านเกิดว่า เป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยมี นางเรวดี ตันเสถียร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางมารอรับศพและร่วมในพิธีรดน้ำ พร้อมกับ นายพร อ่ำสาริกา อายุ 69 ปี ผู้เป็นตาและบรรดาญาติๆ

โดยจะตั้งสวดบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 4 คืน ในเวลา 18.00 น.ของทุกวัน เนื่องจากเกรงว่าจะติดปัญหาช่วงเวลาเคอร์ฟิว

ไม่เพียงเท่านั้น ภายในงานศพยังพบ ดร.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองเลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค ที่ได้นำของฝากเป็นนมกล่อง จำนวน 3-4 แพก สำหรับใช้เลี้ยงเด็ก พร้อมหน้ากากอนามัยแบบผ้าติดตราหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และเงินสดอีกจำนวนหนึ่งมามอบให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิตอีกด้วย

ดร.นภาพร เผยว่า หลังทราบข่าวรู้สึกสะเทือนใจจึงได้รีบเดินทางมายังที่วัด โดยคิดว่าหญิงสาวคนดังกล่าวน่าจะไม่มีหนทางที่จะไปต่อแล้ว ซึ่งตนเองไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เพราะผู้เสียชีวิตยังมีลูกเล็ก อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการที่คนคนหนึ่งจะตัดสินใจทำเช่นนี้ได้จะต้องผ่านการไตร่ตรองมาแล้วและจะต้องอัดอั้นเป็นอย่างมากจริงๆ

พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลนำเงินที่จะกู้มาใช้จำนวนมหาศาล ให้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชนให้มากที่สุด รวมทั้งให้กระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง โดยโครงการมอบเงินเยียวยา จำนวน 5,000 บาทต่อเดือน ที่ต้องยอมรับว่าวันนี้ยังมีอีกหลายอาชีพที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งที่ประชาชนทั้งประเทศได้เสียภาษีให้แก่ภาครัฐ

“รัฐบาลควรกระจายการดูแลให้ทั่วถึง อย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ ที่เขาจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ทุกครอบครัวที่มีทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน ไม่ใช่คิดเพียงแต่จะนำเงินไปอุ้มกองทุนหรือนายทุน ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง รวมทั้งรัฐบาลยังจะต้องมาดูแลความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ราคาสินค้า และค่าไฟว่าลดราคาจริงให้ประชาชนจริง” ดร.นภาพร กล่าว

ด้าน นายพร ผู้เป็นตาของหญิงสาววัย 19 ปี เผยว่า หลานสาวชอบการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก และหลังจากเรียนจบชั้น ม.3 จากโรงเรียนมัธยมใกล้บ้านใน ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ ได้ไปเรียนต่อยังวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา สาขาช่างออกแบบ แต่เมื่อเรียนผ่านไปได้เพียง 1 ปี ก็ขอหยุดเรียนเพื่อสอบเข้าเรียนสาขาด้านศิลปะ ตามที่ตนเองชื่นชอบ แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุสลดขึ้น










กำลังโหลดความคิดเห็น