xs
xsm
sm
md
lg

หมอศรีสะเกษเฮ! รักษาหายกลับบ้านแล้ว 1 พบป่วยโควิด-19 เพิ่ม 2 รวมเป็น 8 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศรีสะเกษ - ฉุดไม่อยู่ผู้ป่วยโควิด-19 ศรีสะเกษเพิ่ม 2 ราย รวมเป็น 8 ราย เผยหญิงและชายติดจากภรรยา เป็นการติดเชื้อมาจากที่อื่นทั้งสิ้น ล่าสุดรักษาหายให้กลับบ้านได้แล้ว 1 ราย จ่อห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

วันนี้ (1 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดศรีสะเกษ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยรองผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ได้แก่ นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล นายสำรวย เกตุกุล และนายสมชัย คล้ายทับทิม พร้อมด้วย นพ.วราวุธ ชื่นตา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ และหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันประชุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ


ล่าสุดในวันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติมอีก 2 ราย จากเดิมที่พบผู้ติดเชื้อแล้ว 6 ราย รวมขณะนี้พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษแล้วรวมทั้งหมด 8 ราย

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า วันนี้ จ.ศรีสะเกษพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) เพิ่มอีก 2 ราย รวมยอดสะสมเป็น 8 ราย รายที่ 7 เป็นชาย ส่วนรายที่ 8 เป็นหญิง รักษาหายกลับบ้านแล้ว 1 ราย ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ 7 ราย ทั้ง 7 รายอาการดีขึ้นตามลำดับไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง อยู่ในภาวะดูแลได้ และถ้าผู้ป่วยอาการดีขึ้นจะให้กลับไปรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลต้นทางคือโรงพยาบาลอำเภอ เพื่อที่จะให้โรงพยาบาลจังหวัดสามารถรองรับผู้ป่วยที่ต้องเข้ามารักษาใหม่ได้

ตนได้ให้นโยบายแก่เจ้าหน้าที่ว่า ถ้าสงสัยว่าบุคคลใดมีแนวโน้มว่าจะติดเชื้อให้รีบตรวจเลย เมื่อตรวจแล้วได้รับผลยืนยันจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วก็ให้ประกาศเลย เพื่อทีมสอบสวนโรคจะได้ลงไปกักกันพื้นที่ เคสต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว


นายวัฒนากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเรารีบดำเนินการทำให้สามารถรู้เส้นทางการเดินทางของผู้ป่วยติดเชื้อ ทำให้รู้กลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยรายที่ 7 มีภรรยาทำงานอยู่สถานบริการ ไปตรวจก็พบว่าติดเชื้อจึงโทรศัพท์แจ้งให้สามีทราบ สามีจึงรีบไปตรวจก็พบว่าติดเชื้อด้วย สรุปแล้วเป็นการติดเชื้อมาจากที่อื่นทั้งสิ้น และผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยทุกรายได้เข้าสู่กระบวนการกักกันอย่างเข้มข้น

ส่วนการจะมีการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือไม่อย่างไรนั้น กำลังให้ทีมกฎหมายประเมินอยู่ ซึ่งการดื่มเหล้าเบียร์จะเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ และเวลาดื่มจะมีการตั้งวงดื่มกันหลายคนซึ่งอาจจะเป็นจุดเสี่ยงแพร่เชื้อได้เหมือนกัน








Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...