xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านดงสวนหมากให้ทำประชาคมใหม่ หลังถูกปลอมลายเซ็นสวมชื่อสร้างฟาร์มหมู

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชัยนาท - ชาวบ้านดงสวนหมากให้ทำประชาคมใหม่ พร้อมทำการสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อบุคคลที่นำรายชื่อและปลอมลายมือชื่อไปสวมสิทธิในการเข้าร่วมประชุมประชาคมครั้งที่แล้ว

จากกรณีที่ นายณรงค์ ตามพหัส และชาวบ้านดงสวนหมาก ม.6 ต.หนองมะโมง อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหนองมะโมง และเข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.หนองมะโมง เพื่อให้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อบุคคลที่นำรายชื่อและปลอมลายมือชื่อของพวกตนไปสวมสิทธิในการเข้าร่วมประชุมประชาคมรับฟังความคิดเห็นการก่อสร้างฟาร์มสุกรในหมู่บ้านดงสวนหมาก

จนเป็นผลทำให้บริษัทเอกชนที่ขอสร้างฟาร์มสุกร ได้รับอนุญาตและเข้าไปดำเนินการก่อสร้างฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ บนเนื้อที่ 127 ไร่ ภายในหมู่บ้านแล้ว สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้านที่คัดค้านเป็นอย่างมาก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักภายในหมู่บ้าน

ล่าสุด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหนองมะโมง นำโดย นายไทยทัศน์ มีสวัสดิ์ ปลัดอำเภอหนองมะโมง ได้จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นและฟังคำชี้แจง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมี นายชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ตัวแทนบริษัทเอกชนที่ขอสร้างฟาร์มสุกร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้าน จำนวน 115 คน เข้าร่วมประชุม โดยมีนายจุมพฎ เจตน์จันทร์ คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองมะโมง จำนวน 3 นาย มาคอยเฝ้าสังเกตการณ์

โดยในการประชุมช่วงแรกได้มีการพูดคุยกันถึงเหตุผลและขั้นตอนของการอนุญาตให้บริษัทเอกชนเข้ามาสร้างฟาร์มสุกรในพื้นที่หมู่บ้าน และให้ตัวแทนฟาร์มได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างฟาร์ม รวมทั้งประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับเมื่อมีการทำฟาร์มเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการจ้างแรงงาน จากนั้นได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการจัดทำเอกสารประชาคมเท็จ ที่มีการสวมสิทธิและปลอมลายมือชื่อของชาวบ้านหลายคน จนได้มติเห็นชอบอนุญาตให้สร้างฟาร์มสุกร ทั้งที่ชาวบ้านส่วนใหญ่คัดค้านมาตลอด

ซึ่งเมื่อพูดคุยถึงเรื่องนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด มีการขอให้ นายปัญญา ใจสิงห์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นคนลงนามในเอกสารประชาคม ชี้แจงเรื่องดังกล่าว แต่นายปัญญา ไม่ยอมชี้แจงถึงการจัดทำเอกสาร แต่กลับพูดถึงความดีและความเสียสละในการทำงานของนายกเทศมนตรีที่มีต่อคนในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านหลายคนไม่พอใจ เพราะพูดไม่ตรงประเด็น บรรยากาศการประชุมจึงตึงเครียดมากขึ้น

จนมีชาวบ้าน 2 ราย ออกมาแฉเรื่องที่มีผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่ง ได้นำเงิน 1,000 บาท ไปตระเวนมอบให้ชาวบ้านหลายรายในพื้นที่ ก่อนที่จะมีการนัดประชุมในครั้งนี้ ซึ่งชาวบ้าน 2 รายดังกล่าวได้นำเงินที่ได้รับจากผู้นำท้องถิ่น ออกมาคืนให้ในที่ประชุม แต่ผู้นำท้องถิ่นที่ถูกกล่าวอ้างว่าแจกเงิน กล่าวปฏิเสธ บอกว่าตนเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือดูแลชาวบ้านที่เดือดร้อน และต้องการให้ชาวบ้านมาเข้าร่วมประชุมเท่านั้น

ทำให้บรรยากาศการประชุมร้อนแรงมากยิ่งขึ้น การประชุมยังคงเป็นไปอย่างยืดเยื้อนานกว่า 1 ชั่วโมง จนกระทั่งมีการเสนอให้มีการจัดทำประชาคมใหม่ เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนเอกสารประชาคมเก่าที่ถูกระบุว่ามีการสอดไส้ปลอมลายมือชื่อของชาวบ้าน ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์ความจริง เนื่องจากได้มีการแจ้งความไว้แล้ว ที่ประชุมจึงมีมติให้ชาวบ้าน ม.6 จัดทำประชาคมใหม่ในวันที่ 20 พ.ย.62 เพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้มีการจัดสร้างฟาร์มสุกรในหมู่บ้าน

รวมทั้งให้ชาวบ้านในพื้นที่ข้างเคียงจัดทำประชาคมภายในหมู่บ้านของตนเองด้วย ทั้งนี้ ภายหลังปิดประชุม นายชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรีตำบลหนองมะโมง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จะยึดเอาเสียงส่วนใหญ่ของชาวบ้านเป็นหลัก หากที่สุดแล้วชาวบ้านไม่ต้องการ ก็จะยกเลิกการอนุญาตให้สร้างฟาร์มสุกร

ส่วนตัวแทนฟาร์มสุกร เปิดเผยว่า โครงการสร้างฟาร์มดังกล่าวใช้เงินลงทุน 400 ล้านบาท โดยได้ดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องและบริสุทธิ์ใจ ที่ต้องการเข้าไปพัฒนาที่ดินให้เกิดประโยชน์ และจ้างแรงงานให้ชาวบ้านมีงานทำ แต่หากชาวบ้านไม่ต้องการจริงๆ ก็จะพับเก็บโครงการนี้ไป และระหว่างที่รอให้มีการทำประชาคมใหม่ ก็ได้สั่งยุติการก่อสร้างฟาร์มไว้ชั่วคราวก่อน

ขณะที่กลุ่มชาวบ้านที่ออกมาคัดค้านการก่อสร้างฟาร์มสุกร เปิดเผยว่า ที่ไม่ต้องการให้มีการสร้างฟาร์มสุกรในพื้นที่ เนื่องจากกลัวจะเกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางอากาศตามมาภายหลัง เพราะจุดที่จะสร้างฟาร์ม แม้จะอยู่ห่างจากบ้านเรือน แต่หากเกิดกลิ่นเหม็น ชาวบ้านก็ได้รับผลกระทบอยู่ดี

อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยังตั้งอยู่ใกล้กับคลองสาธารณะและแหล่งเก็บน้ำสาธารณะที่ชาวบ้านต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าวเพื่อการอุปโภคบริโภค หากเกิดการรั่วไหลของน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะ ไม่เพียงชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับความเดือนร้อน แต่ชาวบ้านทั้งตำบลหนองมะโมง ที่ต้องพึ่งพาอาศัยแหล่งน้ำนี้ จะเดือดร้อนไปด้วยทั้งหมด จึงคิดว่าชาวบ้านได้ไม่คุ้มเสีย จึงคัดค้านอย่างเต็มที่ ที่จะไม่ให้มีการก่อสร้างฟาร์มเลี้ยงสุกรในพื้นที่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากการทำประชาคมครั้งใหม่ มติเสียงข้างมากยินยอมให้ก่อสร้างฟาร์ม กลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านก็ยอมรับในมติของที่ประชุม แต่เรื่องที่ชาวบ้านถูกสวมสิทธิและถูกปลอมลายมือชื่อในเอกสารประชุมประชาคมครั้งเก่า จะไม่ยอมยุติ ยังคงให้ตำรวจสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อหาตัวคนทำมาดำเนินคดีตามกฎหมาย










กำลังโหลดความคิดเห็น