xs
xsm
sm
md
lg

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ปลูกป่าวันครบ 136 ปี สถาปนาศาลยุติธรรม ท่ามกลางกระแสต้านบ้านพักเชิงดอยสุเทพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online



ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่สำนักงาน และบ้านพักเชิงดอยสุเทพ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาศาลยุติธรรมครบรอบ 136 ปี ท่ามกลางกระแสการเคลื่อนไหวจากภาคประชาชนให้รื้อถอนบ้านพัก พบมีคนมาชูป้ายค้านขอให้วิญญาณปู่แสะย่าแสะช่วยจัดการผู้เหยียบย่ำป่าดอยสุเทพ แต่ภาคประชาชนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ ในช่วงรอผลวันที่ 29 เมษายนที่นายกรัฐมนตรีจะพิจารณาเรื่องนี้

วันนี้ (21 เม.ย.) ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนาศาลยุติธรรมครบรอบ 136 ปี ทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ขึ้นบริเวณด้านหน้าและด้านข้างของอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 หลังใหม่ เป็นแนวยาวไปถึงด้านหน้าของอาคารชุดบางอาคารที่อยู่ใกล้กับด้านหลังของอาคารศาล โดยได้นำต้นราชพฤกษ์ เหลืองอินเดีย ต้นพะยูง กัลปพฤกษ์ จำนวนรวม 300 ต้น มาร่วมกันปลูก โดยมี นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ซึ่งเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมและอดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 มาร่วมปลูกต้นไม้กับทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 ด้วย

นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 เปิดเผยว่า กิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มของทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในรูปแบบจิตอาสาในการคืนพื้นที่สีเขียวให้แก่อาณาบริเวณโดยรอบเนื้อที่ 89 ไร่โดย ใช้เงินจากกองทุนปลูกต้นไม้ที่จัดตั้งขึ้นจากเงินบริจาคของผู้พิพากษา

คณะบุคคลที่มาร่วมปลูกป่าในครั้งนี้ ประกอบด้วย บรรดาผู้พิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ผู้พิพากษาในศาลต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่และข้าราชการศาลยุติธรรมของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งพักอาศัยอยู่ในอาคารชุดที่อยู่ด้านหลังของอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทั้งหมด 13 อาคาร ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16, องค์การสวนพฤกษศาสตร์เชียงใหม่, องค์การบริหารส่วนตำบลดอนแก้ว อีกทั้งเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 7 จังหวัดเชียงใหม่ ที่นำกล้าไม้มาให้และร่วมการปลูกต้นไม้ครั้งนี้

ขณะที่หลังจากนี้เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนประมาณต้นเดือนมิถุนายนก็จะเริ่มทยอยปลูกต้นไม้ในส่วนที่อยู่ถัดไปในกลุ่มของอาคารชุดทั้ง 13 อาคารหรือส่วนที่ลาดชันที่มีการตักหน้าดินออกไปก็จะมีการปลูกหญ้าแฝกส่วนบริเวณอื่นๆ ก็จะมีการปลูกต้นตะแบก, พิกุล เป็นต้น ต่อจากนั้นจบก็จะขยายแนวปลูกออกไปจนเต็มเนื้อที่ของโครงการ

ทั้งนี้ กิจกรรมในครั้งนี้เป็นกิจกรรมแรกจากทางฝั่งของทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จัดขึ้นท่ามกลางกระแสการคัดค้าน และเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ที่ต้องการให้รื้อถอนอาคารบ้านพักของเจ้าหน้าที่ศาลที่สร้างขึ้นในพื้นที่ป่าของดอยสุเทพ แม้ว่าตามเอกสารจะเป็นพื้นที่ของธนารักษ์ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่มีการปลูกต้นไม้ด้านใน บริเวณด้านหน้าได้มีเครือข่ายภาคประชาชนที่เคลื่อนไหว 2 คน นำโดย นายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร ที่เคยจะเดินจากเชียงใหม่ไปเรียกนายกที่กรุงเทพฯแต่ล้มเลิกภารกิจไปก่อน นำป้ายไวนิล ที่มีข้อความระบุว่า “พ่อสอนให้พอเพียง แต่ท่านสร้างอย่างหรูหรา ทำไมต้องมาเบียดบังเอาผืนป่าของเราด้วย ทำเป็นมาปลูกป่า - น่าไม่อายเลยจริงๆ ลักหลับยักยอกป่า...น่าละอาย ท่านเหยียบย่ำกล่องดวงใจของหมู่เฮา กลับตัว - กลับใจเสียเถอะ ประชาชนยังให้อภัย ทำการฝ่าฝืนพระบรมราโชวาท - นี่หรือคือพอเพียง ปู่แสะ - ย่าแสะ จะไปบีบคอ”

นายกฤตย์ เปิดเผยว่า เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่จะทำต่อเนื่องควบคู่การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนกลุ่มใหญ่คือเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งในวันนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

หลังจากที่วานนี้ได้ คณะกรรมการร่วมประกอบด้วยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชน ประกอบด้วย ตัวแทนจากจังหวัดเชียงใหม่,สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่,สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่,ชลประทานเชียงใหม่,ธนารักษ์พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่,อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย, ป่าไม้ และเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพได้ ทำรายงานสรุปผลการสำรวจและกำหนดแนวเขตให้กับแม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีที่มีกำหนดพิจารณาตัดสินใจกรณีปัญหานี้ในวันที่ 29 เม.ย. 61









คณะกรรมการร่วมสรุปยึดแนวเขตป่าดั้งเดิม รื้อบ้านศาลดอยสุเทพเสนอนายกฯ ฟันธงขั้นสุดท้าย (ชมคลิป)
คณะกรรมการร่วมสรุปยึดแนวเขตป่าดั้งเดิม รื้อบ้านศาลดอยสุเทพเสนอนายกฯ ฟันธงขั้นสุดท้าย (ชมคลิป)
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - คณะกรรมการร่วมราชการและประชาชน กรณีปัญหาโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ฟันธงแล้วแนวเขตรื้อถอน แม้ล่าสุดยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสำรวจพื้นที่จริงในโครงการ สรุปยึดแนวเขตป่าดั้งเดิม พร้อมข้อเสนอประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสิ่งแวดล้อมเพื่อทำการฟื้นฟูสภาพป่า และทำสัญญาประชาคมว่าจะไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปใช้ เพื่อผลักดันสู่การประกาศเป็นเขตอุทยานฯ ต่อไป โดยเร่งจัดทำรายงานข้อสรุปให้แม่ทัพภาคที่ 3 นำเสนอนายกรัฐมนตรี พิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...