ศรีสะเกษ - หนุ่มศรีสะเกษประกาศรับซื้อ “กิ้งกือ” ทางเฟซบุ๊ก กก.ละ 40-80 บาทมาเลี้ยงในบ้านกว่า 400 ตัว เพื่อนำมูลกิ้งกือทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองและขายสร้างรายได้ กลายเป็นอาชีพแปลกสุดยั้วเยี้ย อีกอาชีพหนึ่งของชาวอีสาน เผยทดลองเลี้ยงไส้เดือน พร้อมรับซื้อตะขาบและแมงป่องนำมาศึกษาหาวิธีใช้ประโยชน์จากสัตว์เหล่านี้
วันนี้ (27 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปกติแล้วกิ้งกือเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่คนทั่วไปทั้งหญิงชายต่างพากันเกลียดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงนั้นทั้งเกลียดและขยะแขยงเป็นอย่างมาก แต่ที่บ้านเลขที่ 435/12 ถนนกลางเมือง ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นายศิวาวุธ หรือแมน ช่างเพชร อายุ 25 ปี ได้มีการเพาะเลี้ยงกิ้งกือไว้จำนวนมากกว่า 400 ตัว โดยกิ้งกือขนาดต่างๆ ทั้งเล็กใหญ่พากันไต่ยั้วเยี้ยอยู่ในกะละมังสำหรับเลี้ยงกิ้งกือ ซึ่งนายศิวาวุธได้นำเอาเศษผัก ใบไม้แห้งมาเป็นอาหารเลี้ยงกิ้งกืออย่างดี และกิ้งกือแต่ละตัวกำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ มีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง
นายศิวาวุธ หนุ่มศรีสะเกษ เล่าว่า ตนเพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดศรีสะเกษ ได้เกิดมีความคิดอยากทำอาชีพเกษตรกรรม จึงได้ทำการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ โดยพบว่ามีการทำวิจัยในการเลี้ยงกิ้งกือเพื่อนำมูลกิ้งกือมาทำปุ๋ยอินทรีย์ จึงได้เกิดแนวความคิดที่จะเลี้ยงกิ้งกือขึ้นมา โดยเริ่มแรกเลี้ยงกิ้งกือเพียงประมาณ 30 ตัวเท่านั้นเนื่องจากหากิ้งกือได้ค่อนข้างยากมาก จึงประกาศผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียผ่านเฟซบุ๊กเพื่อรับซื้อกิ้งกือทุกขนาดในราคากิโลกรัมละ 40-80 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของกิ้งกือว่าตัวเล็กตัวโตเพียงใด
นายศิวาวุธเล่าต่อว่า ตนนำกิ้งกือมาเลี้ยงในกล่องพลาสติกขนาดกลางใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ จากนั้นจะเก็บมูลกิ้งกือที่ถ่ายออกมานำเอาไปตากแดด เมื่อมูลกิ้งกือแห้งแล้วจะเก็บรวมไว้เป็นปุ๋ยนำมาใส่ต้นไม้ต่างๆ ภายในบ้านของตนเอง ซึ่งในการเพาะเลี้ยงกิ้งกือจะจับเอากิ้งกือเพศผู้และเพศเมียแยกออกมาไว้ในกล่องต่างหาก เพื่อให้มันผสมพันธุ์กัน เมื่อกิ้งกือฟักเป็นตัวอ่อนจะจับแยกตัวอ่อนมาเลี้ยงในกะละมัง เป็นกิ้งกือชั้นอนุบาล และเติบโตได้ประมาณ 1 เดือนจะคัดแยกขนาดจากขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่
อาหารที่ให้กิ้งกือ คือเศษผักต่างๆ และใบไม้แห้ง เมื่อกิ้งกือกินเข้าไปจะถ่ายมูลออกมาเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดเท่ากับเม็ดปุ๋ย นำมาใส่ต้นไม้เจริญงอกงามไม่แพ้ปุ๋ยเคมี และยังเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ลดต้นทุนอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีการขายมูลกิ้งกือในกลุ่มของพวกตน โดยขายในราคากิโลกรัมละ 50 บาท เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรู้จักเป็นอย่างมาก สร้างรายได้ให้เดือนละประมาณ 3,000-5,000 บาท ซึ่งนอกจากเลี้ยงกิ้งกือแล้ว ตนยังได้ทดลองเลี้ยงไส้เดือน พร้อมทั้งรับซื้อตะขาบและแมงป่องเพื่อนำมาศึกษาหาวิธีใช้ประโยชน์จากสัตว์เหล่านี้ เพราะเชื่อว่าต้องมีประโยชน์ต่อคนไม่มากก็น้อย อีกทั้งสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย



