ป้อมพระอาทิตย์
โดย โสภณ องค์การณ์
หลังจากถกเถียงกันมาจนน้ำลายบูดได้ที่ วิชาศรีธนญชัยศาสตร์ เอาไม่อยู่แล้วเรื่องผล พวงของคำถามพ่วง บัดนี้เอาเป็นว่าทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันแล้ว เรื่องนายกฯ คนต่อไปจะมาจากไหน เป็นใคร ฝ่าด่านมหากาฬของ 250 ส.ว. อรหันต์ได้ คว้าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีสมใจอยาก
ช่วงคั่นรายการจะมีการตั้ง สนช. เพิ่มอีก 30 คนให้ครบ 250 เป็นความบังเอิญแบบพอดีมาก เท่ากับตำแหน่ง ส.ว. เป๊ะ แต่ใช่ว่าทั้งหมดจะได้เป็น ส.ว. ต้องดูกระบวนการคัดสรร และเลือกตั้ง ถือตั๋วใคร ผลงานที่ผ่านมาเข้าตาถูกใจผู้ยิ่งใหญ่นักค้าอำนาจหรือไม่
เมื่อขั้นตอนต่างๆ ลงตัว เว้นแต่ไม่ตรงใจนักซื้อเสียงเลือกตั้งซึ่งคงมองว่าโอกาสจะได้เข้ามากุมอำนาจรัฐแล้วทำอะไรตามใจดังที่เคยเป็นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว คงเป็นได้อย่างมากคือฐานเสียงของผู้นำรัฐบาลซึ่งจะ ส.ว. เป็นกำลังหนุนความมั่นคงอยู่แล้ว
พวกไม่เอารัฐธรรมนูญจะลงเลือกตั้งสู้ภายไต้กฎ กติกาใหม่ด้วยมั้ย ขึ้นอยู่กับการต่อรองและความเป็นไปได้ที่จะให้ระบบเจ้าบุญทุ่มเข้าสู้ เพื่อให้ได้เสียง สส. มากที่สุดเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในการขอจัดตั้งรัฐบาล เพราะการเป็นฝ่ายค้านทำให้อดอยากปากแห้ง
ถ้ามีเลือกตั้งจริงในปีหน้าตามโรดแหม็บๆ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนทำให้เลื่อน คาดกันว่าพรรคเหลี่ยมน่าจะได้เสียงมากกว่าคู่แข่งคือค่ายสะตอ ด้วยเหตุมีความนิยมขั้นพื้นฐานผ่านโครงการชาวบ้านนิยมของฟรีในยุคท่านเหลี่ยมและนอมินีได้กุมอำนาจรัฐ
ได้เสียงมาก แต่ไม่ได้เสียงข้างมาก ดูสภาพอารมณ์ของชาวบ้านแล้วว่าอย่างไร ส.ว. คงไม่เลือกคนที่พรรคเหลี่ยมเสนอชื่อให้มาเป็นนายกฯ แน่ จำเป็นต้องยอมให้ค่ายสะตอเสนอชื่อนายกฯ บ้าง ก็อีหรอบเดียวกัน ถ้า สว.. ไม่เอาด้วย ชาวค่ายสะตอก็เป็นชาวนาแห้ว
เมื่อนั้นแหละ “คนนอก” ก็จะถูกเสนอชื่อเข้ามาเป็นทางเลือก จะมีเสียงพรรคของการเมืองสนับสนุนหรือไม่ขึ้นอยู่กับเสียงของ ส.ส. พรรคที่จองคุณท่านผู้นำปัจจุบันไว้ให้เป็นนายกฯ คนต่อไปและการต่อรองร่วมกับพรรคอื่นๆ ดูว่าได้ผลประโยชน์ลงตัวหรือไม่
คุณท่านผู้นำทั้งคำราม ทั้งตะคอกย้ำหลายครั้งว่าไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ แต่ “ถ้าหาคนดีไม่ได้ก็ค่อยมาว่ากัน” นี่ถือว่าเป็นการแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ปฏิเสธตัดรอนแบบสิ้นเยื่อใย ให้มีช่องทางไว้ เหมือนรัฐธรรมนูญซึ่งมีช่องเปิดอ้าซ่าไว้เพื่อรอรับคนนอกมาเป็นนายกฯ
การเป็นนายกฯ ของรัฐบาลใหม่มี ส.ส. มาจากการเลือกตั้งย่อมไม่ถือว่าเป็นการ “สืบทอดอำนาจ” ขาดตอนไปแล้วตั้งแต่มีการเลือกตั้งทั่วไปและอำนาจการเสนอชื่อนายกฯ เป็นของ สส. แต่โชคร้าย ส.ส. หาตัวนายกฯ ที่ถูกใจ ส.ว. ไม่ได้ต่างหาก จึงต้องเอาคนนอก
จะมีคนนอกที่ไหนถูกใจ ส.ว. เหมาะกับสถานการณ์เท่ากับนายกฯ คนปัจจุบัน?! ยิ่งระยะหลังคุณท่านผู้นำเริ่มมีเรตติ้งเพิ่ม ทำอะไรหลายอย่างโดนใจชาวบ้านที่เป็นวิญญูชนและปุถุชน ก็ยิ่งทำให้เสียงเอ้อ...อ้า...เรื่องนายกฯ คนนอกแผ่วไปกลายเป็นการพร้อมรับ
ทำโพลล์กี่ครั้งก็รอบ คุณท่านลุงตู่ก็ยังมาแรง แม้ผลงานสอบผ่านแบบเฉียดฉิว แต่เป็นเพราะช่วงหลัง “เป็นงาน” และ “เล่นเป็น” ถูกจังหวะมากขึ้น จึงได้ใจคนในสังคมโลกสวยและประชาธิปไตยโลกเบี้ยว แต่นั่นไม่ได้เป็นปัญหาน่าหนักใจสำหรับคุณท่านผู้นำ
คุณท่านเองก็บอกย้ำหลายครั้งว่า “ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ต้องหาเสียง ไม่ต้องเอาใจใคร ขอทำงานเพื่อประชาชน เพื่อชาติ โดยไม่แยกพวก” ถ้าฟังให้ดีๆ นี่แหละคือวจีวาทะเหนือการเมืองชัดๆ แม้แต่นักการเมืองอาชีพปากอมน้ำตาลยังไม่กล้าเล่นลูกเนียนแบบนี้
นี่ไม่เป็นการสืบทอดอำนาจ เพราะอำนาจไม่ได้เป็นของ คสช. “โดยตรง” มีปัญหาติดขัดเพราะพรรคการเมืองไม่สามารถหานายกฯ ที่มาจาก สส. พร้อมการยอมรับโดย สว. ตามกฎ กติกาใหม่ภายไต้รัฐธรรมนูญได้ต่างหาก “คนนอก” จึงต้องรับหน้าที่ผ่าทางตัน
คนมาครองเก้าอี้นายกฯ ก็ไม่ได้ตั้งใจ “สืบทอด” ตำแหน่ง แต่ ”หาคนดีกว่าไม่ได้” จึงจำเป็นต้องใช้งานคุณท่านลุงตู่อีกรอบ ใช้เงื่อนไขในรัฐธรรมนูญให้ท่านยอมเสียสละต่อเนื่อง ใครจะโจมตีคุณท่านว่า “เสียสัตย์เพื่อชาติ” หรือ “เพื่อใคร อะไร” ไม่ได้ทั้งนั้น!
ให้เข้าใจตรงกันด้วยนะ! ขอย้ำ
ยิ่งเห็นแววลีลาแพรวพราวโดนใจพ่อยกแม่ยก ทำเอาซี๊ดปาก ก็ยิ่งทำให้เสียงค่อนแคะเรื่องสืบทอดอำนาจแผ่วลงต่อเนื่อง การ “เล่นเป็น” แบบถูกจังหวะจึงทำให้คุณท่านอยู่ในสภาวะ “ไร้คู่แข่ง” และการเตรียมข้อเสนอให้คุณท่านเป็นผู้นำอีกรอบจึงดูมีเหตุอันควร
การเลือกพักงานผู้ว่าฯ กทม. บ่ายวันพฤหัสบดีถือว่าเป็นการ “เล่นเป็น ถูกจังหวะ” อีกครั้ง เพราะชาวบ้านก็เอือมสภาพ “น้ำรอการระบาย” หลังฝนตกหนักคืนก่อน แถมยังมีเรื่องฉาวในงานจัดซื้อ จัดจ้าง ไร้สัญญาณว่าจะมีอะไรดีขึ้นสำหรับชาวกรุง จึงต้องเด้งผู้ว่าฯ
แน่นอนว่าพวกชาวกรุงซึ่งเหนื่อยหน่ายผู้ว่าฯ คุณชาย ส. ย่อมดีใจ ยกนิ้วโป้งให้คุณท่านผู้นำฯ นี่เป็นการชิงจังหวะอีกครั้ง ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของรัฐมนตรีมหาดไทย
เป็นของแถมมากับคำสั่งพักงานคุณชาย ส. คือ หมอเปรม เว้าแปน พ่อบุญธรรมของเด็กนักเรียน ม. 5 ก็เป็นเหยื่อพ่วงมาอีกราย โดนพักงานนายกเทศมนตรีบ้านไผ่ ขอนแก่น น่าจะทำให้หมอเปรมได้พักงานยาว มีเวลาสะสางความสัมพันธ์กับลูกบุญธรรมใกล้ชิด
สถานภาพ “พ่อบุญธรรม” จะได้รับการยอมรับโดยคุณนายที่บ้านหรือไม่ขึ้นอยู่กับเวรกรรมและคารมของหมอเปรม ซึ่งได้ลงทุนให้ทุนเด็ก ม. 5 ด้วยการมอบเงินสด 4 แสนบาทและรถเก๋งวีออส 1 คัน! ไม่ต้องประเมินว่าคุ้มหรือไม่ ควรดูว่าจะรอดหรือไม่ต่างหาก
ภาพที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าเป็นความกล้าหาญนี้ ถ้าสะสมต่อเนื่องก็จะทำให้คุณท่านผู้นำอยู่ในอารมณ์ฉลุย ผลของการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปียังสะท้อนให้เห็นว่า “บางครั้งยอมตามใจคนอื่นไม่ได้” นั้นเป็นการเพิ่มบารมี เสริมฐานให้แน่นปึ้ก
เอาเหอะ! ชะตาคนมิสู้ฟ้าลิขิต ดังนั้นสภาวะกิ้งกือตกท่อ สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้งน่าจะเป็นคำเตือนสอนใจคุณท่านลุงตู่ว่าอำนาจไม่จีรังยั่งยืนกับใคร ถ้าเลือกจะอยู่นานควรฟังเสียงเรียกร้อง คำแนะนำของวิญญูชนคนรักบ้านเมืองว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร
หวังว่าคุณท่านจะแสดงความกล้าหาญ ตัดสินใจเด็ดขาด ถูกเวลา ทำเรื่องสำคัญเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก ทำงานด้วยเจตนาดี ใจซื่อ มือสะอาด ถ้าบรรลุเป้าหมายนี้ได้ อย่าว่าจะอยู่อีก 2-3 สมัย ลากยาวไปถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายคนดีก็ไม่ว่า
ฐานในกองทัพแกร่งเกินห่วง เพียงให้คุณท่านบริสุทธิ์ใจกับประชาชน ใช้เป็นพลังเสริมก็ยิ่งเกินพอ! มาถึงขั้นนี้แล้วมีแต่ประชาชนคนดีเท่านั้นที่ยังรอการพิสูจน์ของแท้อยู่!
โดย โสภณ องค์การณ์
หลังจากถกเถียงกันมาจนน้ำลายบูดได้ที่ วิชาศรีธนญชัยศาสตร์ เอาไม่อยู่แล้วเรื่องผล พวงของคำถามพ่วง บัดนี้เอาเป็นว่าทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันแล้ว เรื่องนายกฯ คนต่อไปจะมาจากไหน เป็นใคร ฝ่าด่านมหากาฬของ 250 ส.ว. อรหันต์ได้ คว้าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีสมใจอยาก
ช่วงคั่นรายการจะมีการตั้ง สนช. เพิ่มอีก 30 คนให้ครบ 250 เป็นความบังเอิญแบบพอดีมาก เท่ากับตำแหน่ง ส.ว. เป๊ะ แต่ใช่ว่าทั้งหมดจะได้เป็น ส.ว. ต้องดูกระบวนการคัดสรร และเลือกตั้ง ถือตั๋วใคร ผลงานที่ผ่านมาเข้าตาถูกใจผู้ยิ่งใหญ่นักค้าอำนาจหรือไม่
เมื่อขั้นตอนต่างๆ ลงตัว เว้นแต่ไม่ตรงใจนักซื้อเสียงเลือกตั้งซึ่งคงมองว่าโอกาสจะได้เข้ามากุมอำนาจรัฐแล้วทำอะไรตามใจดังที่เคยเป็นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว คงเป็นได้อย่างมากคือฐานเสียงของผู้นำรัฐบาลซึ่งจะ ส.ว. เป็นกำลังหนุนความมั่นคงอยู่แล้ว
พวกไม่เอารัฐธรรมนูญจะลงเลือกตั้งสู้ภายไต้กฎ กติกาใหม่ด้วยมั้ย ขึ้นอยู่กับการต่อรองและความเป็นไปได้ที่จะให้ระบบเจ้าบุญทุ่มเข้าสู้ เพื่อให้ได้เสียง สส. มากที่สุดเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในการขอจัดตั้งรัฐบาล เพราะการเป็นฝ่ายค้านทำให้อดอยากปากแห้ง
ถ้ามีเลือกตั้งจริงในปีหน้าตามโรดแหม็บๆ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนทำให้เลื่อน คาดกันว่าพรรคเหลี่ยมน่าจะได้เสียงมากกว่าคู่แข่งคือค่ายสะตอ ด้วยเหตุมีความนิยมขั้นพื้นฐานผ่านโครงการชาวบ้านนิยมของฟรีในยุคท่านเหลี่ยมและนอมินีได้กุมอำนาจรัฐ
ได้เสียงมาก แต่ไม่ได้เสียงข้างมาก ดูสภาพอารมณ์ของชาวบ้านแล้วว่าอย่างไร ส.ว. คงไม่เลือกคนที่พรรคเหลี่ยมเสนอชื่อให้มาเป็นนายกฯ แน่ จำเป็นต้องยอมให้ค่ายสะตอเสนอชื่อนายกฯ บ้าง ก็อีหรอบเดียวกัน ถ้า สว.. ไม่เอาด้วย ชาวค่ายสะตอก็เป็นชาวนาแห้ว
เมื่อนั้นแหละ “คนนอก” ก็จะถูกเสนอชื่อเข้ามาเป็นทางเลือก จะมีเสียงพรรคของการเมืองสนับสนุนหรือไม่ขึ้นอยู่กับเสียงของ ส.ส. พรรคที่จองคุณท่านผู้นำปัจจุบันไว้ให้เป็นนายกฯ คนต่อไปและการต่อรองร่วมกับพรรคอื่นๆ ดูว่าได้ผลประโยชน์ลงตัวหรือไม่
คุณท่านผู้นำทั้งคำราม ทั้งตะคอกย้ำหลายครั้งว่าไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ แต่ “ถ้าหาคนดีไม่ได้ก็ค่อยมาว่ากัน” นี่ถือว่าเป็นการแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ปฏิเสธตัดรอนแบบสิ้นเยื่อใย ให้มีช่องทางไว้ เหมือนรัฐธรรมนูญซึ่งมีช่องเปิดอ้าซ่าไว้เพื่อรอรับคนนอกมาเป็นนายกฯ
การเป็นนายกฯ ของรัฐบาลใหม่มี ส.ส. มาจากการเลือกตั้งย่อมไม่ถือว่าเป็นการ “สืบทอดอำนาจ” ขาดตอนไปแล้วตั้งแต่มีการเลือกตั้งทั่วไปและอำนาจการเสนอชื่อนายกฯ เป็นของ สส. แต่โชคร้าย ส.ส. หาตัวนายกฯ ที่ถูกใจ ส.ว. ไม่ได้ต่างหาก จึงต้องเอาคนนอก
จะมีคนนอกที่ไหนถูกใจ ส.ว. เหมาะกับสถานการณ์เท่ากับนายกฯ คนปัจจุบัน?! ยิ่งระยะหลังคุณท่านผู้นำเริ่มมีเรตติ้งเพิ่ม ทำอะไรหลายอย่างโดนใจชาวบ้านที่เป็นวิญญูชนและปุถุชน ก็ยิ่งทำให้เสียงเอ้อ...อ้า...เรื่องนายกฯ คนนอกแผ่วไปกลายเป็นการพร้อมรับ
ทำโพลล์กี่ครั้งก็รอบ คุณท่านลุงตู่ก็ยังมาแรง แม้ผลงานสอบผ่านแบบเฉียดฉิว แต่เป็นเพราะช่วงหลัง “เป็นงาน” และ “เล่นเป็น” ถูกจังหวะมากขึ้น จึงได้ใจคนในสังคมโลกสวยและประชาธิปไตยโลกเบี้ยว แต่นั่นไม่ได้เป็นปัญหาน่าหนักใจสำหรับคุณท่านผู้นำ
คุณท่านเองก็บอกย้ำหลายครั้งว่า “ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ต้องหาเสียง ไม่ต้องเอาใจใคร ขอทำงานเพื่อประชาชน เพื่อชาติ โดยไม่แยกพวก” ถ้าฟังให้ดีๆ นี่แหละคือวจีวาทะเหนือการเมืองชัดๆ แม้แต่นักการเมืองอาชีพปากอมน้ำตาลยังไม่กล้าเล่นลูกเนียนแบบนี้
นี่ไม่เป็นการสืบทอดอำนาจ เพราะอำนาจไม่ได้เป็นของ คสช. “โดยตรง” มีปัญหาติดขัดเพราะพรรคการเมืองไม่สามารถหานายกฯ ที่มาจาก สส. พร้อมการยอมรับโดย สว. ตามกฎ กติกาใหม่ภายไต้รัฐธรรมนูญได้ต่างหาก “คนนอก” จึงต้องรับหน้าที่ผ่าทางตัน
คนมาครองเก้าอี้นายกฯ ก็ไม่ได้ตั้งใจ “สืบทอด” ตำแหน่ง แต่ ”หาคนดีกว่าไม่ได้” จึงจำเป็นต้องใช้งานคุณท่านลุงตู่อีกรอบ ใช้เงื่อนไขในรัฐธรรมนูญให้ท่านยอมเสียสละต่อเนื่อง ใครจะโจมตีคุณท่านว่า “เสียสัตย์เพื่อชาติ” หรือ “เพื่อใคร อะไร” ไม่ได้ทั้งนั้น!
ให้เข้าใจตรงกันด้วยนะ! ขอย้ำ
ยิ่งเห็นแววลีลาแพรวพราวโดนใจพ่อยกแม่ยก ทำเอาซี๊ดปาก ก็ยิ่งทำให้เสียงค่อนแคะเรื่องสืบทอดอำนาจแผ่วลงต่อเนื่อง การ “เล่นเป็น” แบบถูกจังหวะจึงทำให้คุณท่านอยู่ในสภาวะ “ไร้คู่แข่ง” และการเตรียมข้อเสนอให้คุณท่านเป็นผู้นำอีกรอบจึงดูมีเหตุอันควร
การเลือกพักงานผู้ว่าฯ กทม. บ่ายวันพฤหัสบดีถือว่าเป็นการ “เล่นเป็น ถูกจังหวะ” อีกครั้ง เพราะชาวบ้านก็เอือมสภาพ “น้ำรอการระบาย” หลังฝนตกหนักคืนก่อน แถมยังมีเรื่องฉาวในงานจัดซื้อ จัดจ้าง ไร้สัญญาณว่าจะมีอะไรดีขึ้นสำหรับชาวกรุง จึงต้องเด้งผู้ว่าฯ
แน่นอนว่าพวกชาวกรุงซึ่งเหนื่อยหน่ายผู้ว่าฯ คุณชาย ส. ย่อมดีใจ ยกนิ้วโป้งให้คุณท่านผู้นำฯ นี่เป็นการชิงจังหวะอีกครั้ง ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของรัฐมนตรีมหาดไทย
เป็นของแถมมากับคำสั่งพักงานคุณชาย ส. คือ หมอเปรม เว้าแปน พ่อบุญธรรมของเด็กนักเรียน ม. 5 ก็เป็นเหยื่อพ่วงมาอีกราย โดนพักงานนายกเทศมนตรีบ้านไผ่ ขอนแก่น น่าจะทำให้หมอเปรมได้พักงานยาว มีเวลาสะสางความสัมพันธ์กับลูกบุญธรรมใกล้ชิด
สถานภาพ “พ่อบุญธรรม” จะได้รับการยอมรับโดยคุณนายที่บ้านหรือไม่ขึ้นอยู่กับเวรกรรมและคารมของหมอเปรม ซึ่งได้ลงทุนให้ทุนเด็ก ม. 5 ด้วยการมอบเงินสด 4 แสนบาทและรถเก๋งวีออส 1 คัน! ไม่ต้องประเมินว่าคุ้มหรือไม่ ควรดูว่าจะรอดหรือไม่ต่างหาก
ภาพที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าเป็นความกล้าหาญนี้ ถ้าสะสมต่อเนื่องก็จะทำให้คุณท่านผู้นำอยู่ในอารมณ์ฉลุย ผลของการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปียังสะท้อนให้เห็นว่า “บางครั้งยอมตามใจคนอื่นไม่ได้” นั้นเป็นการเพิ่มบารมี เสริมฐานให้แน่นปึ้ก
เอาเหอะ! ชะตาคนมิสู้ฟ้าลิขิต ดังนั้นสภาวะกิ้งกือตกท่อ สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้งน่าจะเป็นคำเตือนสอนใจคุณท่านลุงตู่ว่าอำนาจไม่จีรังยั่งยืนกับใคร ถ้าเลือกจะอยู่นานควรฟังเสียงเรียกร้อง คำแนะนำของวิญญูชนคนรักบ้านเมืองว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร
หวังว่าคุณท่านจะแสดงความกล้าหาญ ตัดสินใจเด็ดขาด ถูกเวลา ทำเรื่องสำคัญเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก ทำงานด้วยเจตนาดี ใจซื่อ มือสะอาด ถ้าบรรลุเป้าหมายนี้ได้ อย่าว่าจะอยู่อีก 2-3 สมัย ลากยาวไปถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายคนดีก็ไม่ว่า
ฐานในกองทัพแกร่งเกินห่วง เพียงให้คุณท่านบริสุทธิ์ใจกับประชาชน ใช้เป็นพลังเสริมก็ยิ่งเกินพอ! มาถึงขั้นนี้แล้วมีแต่ประชาชนคนดีเท่านั้นที่ยังรอการพิสูจน์ของแท้อยู่!



