xs
xsm
sm
md
lg

เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ยังทึ่ง! “น้องภูผา” ศิลปินเด็กอัจฉริยะ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

อัปเดตอีกครั้ง หลังจากเป็นข่าวใหญ่ไปเมื่อปีก่อน สำหรับจิตรกรรุ่นจิ๋วอายุไม่ถึง 10 ขวบ แต่วาดภาพได้อ่อนช้อยงดงามชนิดที่ศิลปินแห่งชาติ “เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” ยังต้องกวาดตามองและเรียกตัวไปพบ ด.ช.ปรวุธ จิรมิตรมงคล เจ้าของสมัญญา “เด็กอัจฉริยะ”

กลายเป็นที่ตกตะลึงทั้งในแวดวงศิลปะและคนทั่วไป ที่จู่ๆ เด็กน้อยวัยเพียงไม่ถึง 10 ขวบ สามารถรังสรรค์จรดปลายดินสอวาดลวดลายไทยได้อย่างอ่อนช้อย งดงาม โดยที่ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนจากตำรับตำราหรือปรมาจารย์ เพียงแค่เห็นและจดจำแล้วก็วาดตาม จินตนาการตาม

ความไม่ธรรมดาของเขาเกิดขึ้นได้อย่างไร
อะไรที่ทำให้ “เด็ก” คนหนึ่งหลงใหลในลายเส้น “ไทย”
นอกจากความสามารถอันน่าทึ่ง ยังละมุนไปด้วยความภาคภูมิ
เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

• แววความสามารถของน้องภูผาเกิดขึ้นได้อย่างไร

คุณแม่สาลินี : คือแววเขาออกตั้งแต่ประมาณ 2 ขวบครึ่ง เขาเริ่มวาดรูปพญานาค หลังจากกลับมาจากไปทำบุญที่วัดกับคุณพ่อของเขา คุณพ่อเขาเล่าให้ฟังว่าไปถึงวัดนั้นเขาก็ถามๆ ว่านั่นนี่คืออะไร ตัวอะไร พอบอกน้องเขาว่านี่คือพญานาค กลับมาถึงบ้านเขาก็ขอกระดาษกับดินสอ แล้วเขาก็นั่งวาด พอเรากลับมาเขาก็เอามาให้ดู แต่ตอนแรกเขาก็ยังวาดเส้นไม่สวย มองแล้วเป็นกิ้งกือซะมากกว่า (หัวเราะ) แต่เราก็บอกเขาว่า สวยๆ ลูก คือให้กำลังใจเขา หลังจากนั้น เขาก็วาดแต่รูปพญานาคซ้ำๆ จนประมาณ 3 เดือน เราก็มาดูอีกทีเราก็ต้องแปลกใจ น้องเขาทำได้ คราวนี้วาดออกมาเป็นรูปพญานาค มีลาย มีอะไรครบ แล้วจากพญานาคก็มาเป็นพระพิฆเนศ เป็นปู่ฤาษี เป็นพระศิวะ

• คือตามสิ่งที่ได้ไปพบได้เห็นเพิ่มเติมลงไป

คุณแม่ : ใช่ค่ะ...ทั้งวัดที่ไปประจำแล้วก็ทางโทรทัศน์หรือหนังสือต่างๆ ที่เขาบังเอิญเจอ โทรทัศน์น้องก็ดูตามประสาเด็ก อย่างที่เขาวาดรูปจากพญานาคมาเป็นพระพิฆเนศ ช่วงนั้นก็บังเอิญมีการ์ตูนพระพิฆเนศฉบับเด็กออกมาพอดี เขาเห็นเขาก็บอกว่าอยากดู เราก็เลยซื้อ พอเขาได้ดูเขาก็ได้เห็นสิ่งต่างๆ เพิ่มมากขึ้นด้วยโน่นนี่มาเรื่อยๆ ลายอะไรต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นมา แต่เขาก็จะวาดเป็นในแบบของเขา คือจากจินตนาการเขาเอง ไม่ได้ก๊อปเหมือนเป๊ะๆ ฝีมือตอนนั้นเขาก็เลยยังไม่ได้สัดส่วน เราเห็นว่าเขารักเขาชอบ เพราะเขาจะวาดรูปอยู่อย่างนั้นจนได้ นั่งวาดซ้ำๆ รูปเดียว เป็นเราเราก็เบื่อ แต่เขาไม่เบื่อ หลังจากนั้นก็เลยส่งให้เขาไปเรียน ตอนนั้นอายุประมาณ 3 ขวบครึ่งได้

น้องภูผา : เพราะอยากจะวาดจริงๆ ครับ ก็จะวาดออกมาจากจินตนาการ ก็คือจินตนาการไปเรื่อยๆ เป็นความคิดสร้างสรรค์ เอาสิ่งที่เห็นมาเขียน แต่บางครั้งอยู่ดีๆ มันก็แวบขึ้นมาเองครับ

• 1 ปี พัฒนาการของเขาเรียกได้เลยว่าก้าวกระโดด

คุณแม่ : แต่ก็เป็นในแบบของเขา เพราะตอนนั้นก็เรียนได้แค่ 2-3 ครั้ง เนื่องจากส่วนมาก คุณครูเขาจะย้ายเปลี่ยนโรงเรียน ก็ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร พอเรียนๆ ท่านก็จะย้ายไปสอนที่อื่น แล้วก็บวกกับเวลาน้องไปเรียน ด้วยความที่น้องค่อนข้างเป็นคนที่จะทำอะไรแล้ว ถ้ายังไม่พอใจ จะไม่ข้ามไปทำอย่างอื่น อย่างที่เล่าไปว่า น้องวาดซ้ำๆ จนเหมือน ฉะนั้น เวลาคุณครูสั่งเขาก็จะให้ไปตามขั้นตามสเต็ป พอน้องเป็นอย่างนั้น ก็เลยกลายเป็นว่า น้องลงเส้นเสร็จแล้วลงสีตาม เขาตัดเส้นแล้วมองไม่เห็น ก็เลยเละ ไม่สวย เราก็เลยรู้สึกว่าถ้าเป็นอย่างนั้นให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเขาเองดีกว่า

เรียนรู้เองก็ทำให้เขาได้ใช้จินตนาการเต็มที่ เขาก็จะวาดซ้ำๆ จนกว่าจะพอใจ บางรูปเรามองว่าสวยแล้ว แต่เขายังมองว่าไม่สวย เขายังรู้สึกว่ามันไม่ได้ไม่ถึง เขาก็ซ้ำๆ จนเขามองว่ามันสวยในสายตาเขา

คือทุกวันนี้ ถ้านับกระดาษชิ้นผลงานก็หลักร้อยชิ้นขึ้น เท่าที่เก็บไว้ได้ เพราะเขาจะวาดหมด พอกระดาษที่ซื้อมาเป็นปึกๆ หมด ก็วาดในสมุดโน้ตของเรา (หัวเราะ) คุณพ่อเขาก็เลยแนะนำว่าถ้าอย่างนั้น เราควรจะเก็บสะสมผลงานของเขาไปเลยน่าจะดี ก็เก็บมาเรื่อยๆ แล้วก็จะแบ่งเป็นช่วงอายุ 3-4 ขวบ 4-5 ขวบ 5-6 ขวบ ก็ได้เห็นพัฒนาการของเขาเรื่อยๆ

• ส่งเข้าประกวดอะไรบ้างหรือไม่อย่างไรเห็นแววความสามารถระดับนั้น

คุณแม่ : ก็ส่งค่ะ คือพอเราเห็นอย่างนั้นหลังจากนั้นก็ส่งเข้าประกวดของ ปตท.

น้องภูผา : ชิ้นงานแรกก็จะเป็นโลโก้ของ ปตท.แต่เป็นลายไทย แล้วก็มีพวกฐานขุดเจาะน้ำมัน จะเป็นลายไทยหมดเลย ชิ้นที่สองจะเกี่ยวกับวัฏจักร ก็คือเวียนว่ายตายเกิด มีปลา มีปลาอยู่ในไข่ ประมาณนี้เกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดครับ

• สรุปคือได้รางวัล แล้วก็กลายเป็นที่รู้จักอย่างทุกวันนี้

คุณแม่ : ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้รางวัล แต่เราก็คิดว่าเราคงไม่ได้จริงๆ รูปเราคงไม่สวยเท่าคนอื่น ทว่าพอวันไปรับรูปที่เขาจัดเป็นนิทรรศการวันนั้นที่มหาวิทยาลัยศิลปากร พนักงานเขาบอกว่าอย่าไปบอกใครนะ จริงๆ รูปน้องได้ที่ 1 ทั้งสองรูป แล้วก็แถมด้วยรางวัลอะไรสักรางวัลพ่วงด้วย แต่สาเหตุที่ไม่ได้เพราะเขาไม่เชื่อว่าเด็กวาด คือเขาบอกว่าลายเส้นมันลึกเกิน แล้วรูปน้องก็ไม่ได้ถูกจัดโชว์แสดงให้เห็นเลย เราก็เสียใจ เพราะรูปน้องไม่มีติดโชว์เลย รูปน้องไปอยู่ทางด้านหลังแล้วก็มีอะไรบัง ไม่ให้เห็นเลย

วันนั้นก็เลยวาดโชว์ นักข่าวก็ถามว่าคุณแม่จะมาทวงรางวัลคืนหรือ เราก็บอกว่าไม่ใช่ แต่เราแค่อยากแสดงให้รู้ว่าฝีมือน้องจริงๆ เราอยากให้รู้ว่าอย่าดูถูกเด็กไทย ความสามารถเด็กไทย

• น้องภูผารู้ไหมว่าสาเหตุเป็นอย่างนั้น แล้วน้องรู้สึกอย่างไรบ้าง

คุณแม่ : น้องเขาก็รู้ แต่แม่ก็บอกว่าไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวค่อยๆ ทำไป เพราะว่าบางครั้งหนูก็อาจจะวาดสวยเกินไป เขาไม่คิดว่าเป็นฝีมือเรา หนูไม่ต้องไปโทษเขานะ บางที ถ้าแม่เป็นคนอื่น แม่อาจจะไม่เชื่อก็ได้ว่าหนูวาดเอง เพราะเด็กมันเล็กเกิน แต่เส้น โครงสวยจริง เราเห็นที่ลูกวาด เรายังตกใจว่าลูกวาดได้อย่างไร เพราะมันเป็นชิ้นแรกของเขาจริงๆ ที่วาดได้ใหญ่ขนาดนี้

เขาก็เสียใจ แต่เขาไม่ร้องไห้ แค่ซึมหน่อยหนึ่ง เราก็เลยปลอบใจ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเอาใหม่ ประกวดใหม่ ก็ได้ เด็กเขาไม่ได้คิดอะไรมากค่ะ เหมือนเขาผ่านแล้วแล้วไป เราก็จะสอนเขาว่าความสามารถเรามันอยู่ที่ตัวเรา เดี๋ยวถ้าวันหนึ่งเขาเห็น ที่อื่นเขาก็จะดึงความสามารถเราที่เรามีให้เห็นเอง ถ้าเราไม่หยุดวาดแล้วพัฒนาให้มันดีขึ้น เหมือนเขาโตพอ พอเราพูดปุ๊บ เขาก็เข้าใจ เขาจะไม่มานั่งร้องไห้ ไม่ค่อยมีสเต็ปนั้น แต่แม่ก็ไม่ได้ส่งไปอีกเลย เพราะเราเจ็บ น้องก็เลยเหมือนสายโชว์อย่างเดียว ไม่ได้เข้าประกวดอีก


• อย่างนั้นน้องจะแสวงหาประสบการณ์อย่างไรเพิ่มเติม เพราะไม่ได้ส่งประกวดที่ไหนแล้ว

คุณแม่ : น้องก็ไปเพิ่มเติมจากการไปแสดงวาดโชว์ อย่างหลังจากนั้นก็มีงานแม่น้ำแม่กลองที่จังหวัดลพบุรี เราก็ไปวาดแสดงโชว์ แล้วบังเอิญได้ไปเจอศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่ง ท่านก็มีแนะนำ หลังจากนั้นก็มีรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ติดต่อเข้ามา ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะไป แต่ก็มองว่าเป็นโอกาสอีกด้านที่น้องจะได้มีประสบการณ์ก็เลยไป ไปเสร็จน้องก็ผ่าน เราก็คิดว่ารอบ 2-3 จะทำอย่างไรดี เพราะต้องทำให้ดีกว่าเดิม เราต้องแสดงให้ดีกว่าเดิม

• ทั้งในเรื่องของฝีมือที่พัฒนาและเรื่องการเรียนที่เติบโตขึ้น ในส่วนตรงนี้เรามีการจัดการแบ่งสัดส่วนเวลาอย่างไร

คุณแม่ : เรื่องวาดรูปแม่ก็ไม่ได้บังคับ เพราะว่าเวลาวันเสาร์-อาทิตย์ปุ๊บ เขาก็จะมีโลกส่วนตัวเขาคือวาดรูปอยู่แล้ว เขาก็จะรู้ว่าเขาต้องทำอะไร เพราะว่าเด็กอยู่ในโลกวาดรูปเขา ส่วนวันธรรมดาหลังกลับจากโรงเรียนการบ้านเขาส่วนมากเขาก็จะเสร็จมาจากโรงเรียนอยู่แล้ว เขาก็จะบอกเราว่าเสร็จแล้ว เขาก็จะวาดรูป เหมือนเขามาเติมสิ่งที่เขาชอบสักหน่อยหนึ่งแล้วค่อยไปวิ่งเล่นปั่นจักรยานอีกเรื่องหนึ่ง แต่ส่วนมากก็จะวาดซะส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ไปว่างเล่น

ส่วนเรื่องเรียนแม่ก็ให้เขาเรียนปกติ ไม่มีการมาบังคับว่าลูกจะต้องไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมหรือว่าอะไรเพื่อให้ลูกเก่งขึ้นในด้านการเรียนปกติ แม่คิดว่าให้เขาพอดีๆ ไม่ต้องเครียดปล่อยสบายๆ เขาก็เรียนโอเค เรียนปกติ เหมือนเด็กทุกอย่าง ตอนนี้เกรดเขาอยู่ในระดับที่ดี ประมาณ 3 กว่า จากตอนแรกที่เกือบจะไม่ได้เรียนต่อ


• ไม่ได้เรียนต่อคือเกิดจากสาเหตุที่มุ่งมาทางศิลปะอย่างเดียว

คุณแม่ : เปล่าค่ะ คือในตอนช่วงอนุบาล 1 ที่เขาเขียนหนังสือกลับหน้ากลับหลัง ต้องใช้กระจกส่องถึงจะเห็น เขาเขียนธรรมดาแบบปกติคนทั่วไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่เขาก็เรียนเป็นปกติ อ่านออก รู้เรื่องหมด คือตอนที่เรียนเขายังบอกเลยว่า สอนซ้ำๆ ทำไม คือเขาเข้าใจและรู้เรื่องแล้วอยากจะไปต่ออีกขึ้น

ตอนแรกก็เครียด เพราะเขาเขียนไม่ได้ ให้เขาฝึก เขาก็ร้องไห้ ก็ใช้ระยะเวลาพักหนึ่งในการปรับฝึก เขาก็ทำเหมือนเขาฝึกเขาไปเรื่อยๆ เขาก็ทำได้ แล้วเดี๋ยวนี้แม่ลองเขาใหม่ เขียนกลับหน้ากลับหลัง เขาก็สามารถเขียนได้

• ความฝันในอนาคตมีวางแพลนไว้หรือมุ่งหวังไปในทิศทางอย่างไร

น้องภูผา : ก็อยากเป็นศิลปินครับ คือถามว่าทำไมถึงชอบ มันบอกไม่ได้ มันเป็นความรู้สึก รู้สึกชอบไปเองครับ

คุณแม่ : ก็คือถ้าเกิดน้องเขายังวาดรูป แม่ก็จะส่งเสริมเขาทางด้านนี้จนกว่าเขาไปในทางนี้ดีที่สุด ในสิ่งที่เขารัก แม่ก็จะดันเขาไปเรื่อยๆ คอยพยุงเขาอยู่ข้างหลังนี้แหละว่าเขาอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร ก็จะดันเขาอยู่ตรงนี้ ก็เหลือแต่ว่าเขาจะมีความพยายามมากน้อยแค่ไหนที่เขาจะไปในสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ ไม่ได้มองเรื่องของเม็ดเงิน แม้ว่าตอนนี้ผลงานของน้องจะมีคนสั่งเขียนได้เงินหลักครึ่งหมื่นต่อชิ้น

แล้วท่านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ท่านบังเอิญรู้จักน้องภูผาจากสื่อโทรทัศน์ที่ไปออก แล้วน้องพูดว่าอยากเจออาจารย์ อาจารย์เป็นไอดอล ท่านก็เลยติดต่อผ่านทางลูกศิษย์ทุกคนของท่านว่าใครรู้จักพ่อแม่เด็กคนนี้ เรียกเด็กคนนี้มาพบที่เชียงรายด่วน ก็เลยได้พบท่าน ช่วงวันที่ 8 เมษายน ปีที่แล้ว ท่านก็รับเป็นลูกศิษย์ ท่านบอกว่าเด็กอะไรทำได้อย่างไร นึกแล้วยังอดดีใจกับน้องไม่ได้ แม่เห็นก็ดีใจที่อาจารย์สนับสนุน เขาก็ไม่ได้เรียกอาจารย์ เขาเรียกคุณตา

เดี๋ยวช่วงปิดเทอม มีนาคม-เมษายนนี้ ท่านก็ให้ขึ้นไปอีก ไปอยู่ ท่านจะสอนลงสี ท่านบอกว่าถ้าเด็กคนนี้ไม่หยุดสนใจ เขาก็จะปั้นให้ไปถึงที่สุด เพราะว่ามันมหัศจรรย์ ท่านว่าอย่างนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่เด็กคนหนึ่งจะรังสรรค์ลายเส้นอย่างนี้ เพราะคนที่เรียนมหาวิทยาลัย บางทียังไปไม่ได้เลย

• เขาถึงเรียกว่าเด็กอัจฉริยะ ส่วนตัวคุณแม่รู้สึกอย่างไรกับคำคำนี้

คุณแม่ : ก็ดีใจค่ะ แต่แม่รู้สึกว่าอะไรก็ได้ให้ลูกแม่เติบโต ให้เขาเป็นคนดี ไม่เกเรไม่อะไรแล้วก็ให้เขาทำในสิ่งที่เขารักต่อไป คือคนเป็นแม่ แค่เห็นเขาเดินในทางที่เขาทำเองและมันเป็นทางที่เขาสำเร็จ แม่ก็พอใจ ใครจะเรียกเขาว่าอะไรยังไง มันก็เป็นความภูมิใจนิดหนึ่ง แค่นั้นเอง แต่ถามว่าคนเป็นแม่ ก็แค่รอวันให้ลูกประสบความสำเร็จเท่านั้นเองค่ะ









เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล
ภาพ : เพจเฟซบุ๊กน้องภูผาเขียนลายไทย เด็กชายปรวุธ จิรมิตรมงคล

กำลังโหลดความคิดเห็น...