สุรินทร์ - กระทิงป่าหนักกว่า 1,400 กก. หลงฝูงจากเทือกเขาพนมดงรักชายแดนไทย-กัมพูชา เข้ามาในเขตหมู่บ้านถูกไล่ล่ายิงได้รับบาดเจ็บสาหัสหนีจาก อ.สังขะ เข้ามาหลบซ่อนอยู่ในป่าอ้อย ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ วิ่งไล่ขวิดชาวบ้านที่มามุงดูได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งรพ. 3 ราย จนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าพร้อมสัตวแพทย์ พยายามเข้าช่วยเหลือยิงยาสลบหวังจับเป็นแต่ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ ท่ามกลางความเสียใจของทุกฝ่าย
วันนี้ (30 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าสุรินทร์ 4 (สร.4)อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ห้วยปาง หมู่ที่ 13 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ว่า ได้มีชาวบ้านจำนวนมากพากันติดตามดูกระทิง ที่หลงฝูงมาจากจากป่า เขาพนมดงรักเขตชายแดนไทย-กัมพูชา เข้ามาอยู่ในไร่อ้อยของชาวบ้านห้วยปาง และได้มีชาวบ้านหลายคนได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กระทิงให้เสียชีวิต เพราะกลัวอันตรายจากกระทิงที่มีอาการดุร้าย วิ่งไล่ขวิด ชาวบ้านที่มามุงดูได้รับบาดเจ็บถึง 3 คน และถูกนำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาบเชิง
หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าสุรินทร์ 4 ได้ประสานงานไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาบเชิงและเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์สำนักงานปศุสัตว์อำเภอกาบเชิง ให้เดินทางไปยังป่าอ้อยบ้านห้วยปาง พบชาวบ้านทั้งหญิง-ชาย เด็ก และผู้ใหญ่ จำนวนมากกว่า 70 คน กำลังพากันมาติดตามดูกระทิง ที่อยู่ในอาการตกใจวิ่งเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในป่าอ้อย และบางครั้งกระทิงได้วิ่งเข้าหาชาวบ้านเพื่อจะขวิดทำร้าย และ ลงไปอยู่ในสระน้ำเพื่อหลบซ่อนตัว
ชาวบ้านก็ไม่ละความพยายาม หลายรายได้ปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อพยายามดูกระทิง ให้ได้
เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าสุรินทร์ 4 และสัตว์แทพย์สำนักงานปศุสัตว์อำเภอกาบเชิง พร้อมตำรวจ สภ.กาบเชิง ไปถึงที่เกิดเหตุได้ขอร้องชาวบ้านอย่าได้เข้าใกล้กระทิง ที่กำลังอยู่ในอาการตกใจ และดุร้าย แต่ชาวบ้านไม่เชื่อฟังพากันวิ่งติดตามดูกระทิงที่พยายามวิ่งหนี สุดท้ายเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอกาบเชิง ได้ตัดสินใจใช้ยาสลบ ยิงเข้าที่ลำตัวกระทิง ถึง 2 ครั้ง ทำให้กระทิงหนุ่มสิ้นฤทธิ์นอนสลบในป่าอ้อย ท่ามกลางชาวบ้านที่อยากเห็นกระทิงมามุงดูเป็นจำนวนมาก
ขณะเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมการขนย้ายกระทิงไปพักฟื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยสำราญ-ห้วยทับทัน บริเวณอ่างเก็บน้ำตาเกาว์ ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ปรากฏว่า กระทิงได้สิ้นใจเสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน ท่ามกลางความเสียใจของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เข้าไปพยายามให้การช่วยเหลือ
จากการตรวจสอบตามร่างกายของกระทิง พบว่า ที่บริเวณลำคอ โหนกแก้มทั้งสองด้าน ถูกยิงเป็นรูด้วยกระสุนปืน คาดว่าเป็นรูกระสุนปืนชนิดลูกซองยาวทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในที่สุด แม้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
จากการบอกเล่าของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า กระทิงป่าตัวนี้ถูกชาวบ้านหนองคันนา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา มีพื้นที่ป่าไม้สมบูรณ์
พากันยิงไล่ล่ามาตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ จนกระทั่งกระทิงวิ่งหนีมาถึงบ้านห้วยปาง ต.ด่าน อ.กาบเชิง เข้ามาหลบซ่อนอยู่ในไร่อ้อย แต่ชาวบ้านที่ตามไล่ล่าก็พยายามที่ยิงกระทิงตัวนี้ให้ตายเพื่อชำแหละเอาเนื้อไปเป็นอาหาร โดยไม่ยอมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ได้ทราบและพากันระดมยิงกระทิงตัวนี้จนเสียงปืนดังไปทั่วบริเวณหมู่บ้าน
จนชาวบ้านห้วยปางตกใจพากันออกมาดูว่า เสียงปืนมาจากไหนจนกระทั่งพบว่าเป็นเสียงปืนยิงกระทิงอยู่ที่บริเวณไร่อ้อยท้ายหมู่บ้านดังกล่าว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าสุรินทร์ 4 จนกระทั่งมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือกระทิงตัวนี้ แต่จากการถูกยิงหลายนัดได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้เสียชีวิตในที่สุด
นายอเนก เกียงวัว หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าสุรินทร์ 4 (สร.4) กล่าว กระทิงตัวนี้เป็นเพศผู้ มีอายุประมาณ 20 ปี ลำตัวยาว 2.70 เมตร สูง 21 เมตร เขาสองข้างยาวข้างละ 30 เซนติเมตร นำหนัก 1,421 กิโลกรัม นอกมีรอยกระสุนหลายแห่งแล้ว ที่ขาขวาด้านหน้ายังมีร่องรอยถูกกับดักได้รับบาดเจ็บเล็บเท้าหลุดหาย
ทั้งนี้ กระทิงป่า หรือ วัวป่า เป็นสัตว์ป่าหายาก และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 2 ซึ่งเจ้าหน้าที่พบรอยเท้าบ่อยครั้งในพื้นที่เทือกเขาพนมดงรักแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง จ.ศรีสะเกษ-บุรีรัมย์ และสุรินทร์ จึงได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและห้ามล่าสัตวป่ามาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ได้ผล ซึ่งกระทิงตัวนี้คงหลงฝูงเข้ามาเขตหมู่บ้านราษฎรไทยจึงถูกไล่ล่าหนีมายังหมู่บ้านห้วยปาง ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และเสียชีวิตในที่สุด


