ประเทศที่มีแผนอพยพ จะวางแพลนได้หมด โดยไม่ต้อง "ทิ้ง" ใครไว้ข้างหลังเลย แม้แต่ "เจ้าสี่ขา" ที่เป็นเหมือนอีก 1 สมาชิกสำคัญ สำหรับหลายๆ ครอบครัว
อย่างที่ "รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า" ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำ และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น เพื่อสะท้อนถึง "ขั้นตอนที่ควรจะเป็น" เอาไว้ให้
"ในโครงใหญ่ของการแจ้งเตือนการอพยพ จะต้องมีการเตรียมเส้นทางไว้ก่อน และเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ และต้องมีการซ้อม"
"และในระหว่างการซ้อม จะมีการสำรวจกันไปแล้วว่า หมู่บ้านนี้มีประชากรเท่าไหร่ มีกลุ่มเปราะบาง มีหมา-แมวมั้ย มันจะไม่มีปัญหา ให้ต้องทิ้งสัตว์เลี้ยงไปเลย"
ตรงกับขอเสนอแนะจาก มูลนิธิ "SOS Animal Thailand" ที่มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือสัตว์ป่วย บาดเจ็บ หรือได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
ในฐานะที่ทำงานด้านนี้มา 16 ปี จึงมีการเขียน "ข้อเสนอแนะ" ไว้ให้ผู้บริหารบ้านเมือง หลังเกิดดราม่าในแนวคิดเรื่อง "เอาตัวเองให้รอดก่อน" โดยไม่ต้องห่วงสัตว์เลี้ยง
โดยเทียบเคียงโมเดลสากล แนะให้มาปรับใช้กับบ้านเมืองเรา รัฐบาลจะได้เปลี่ยนจาก การบอกให้ "ประชาชนเลิกห่วงสัตว์" มาสร้างระบบรองรับ เพื่อให้ "ประชาชนอพยพได้อย่างสบายใจ"
1.สิ่งที่รัฐควรทำคือ ควรผลักดัน หรือบรรจุแผน "สวัสดิภาพสัตว์และการอพยพสัตว์เลี้ยง" ให้เป็นส่วนนึงของ "แผนการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ" อย่างเป็นทางการ
เทียบเคียงโมเดลสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก เพื่อให้ทุกหน่วยงาน มีกรอบปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตามยถากรรม
2.กำหนดนโยบายให้ศูนย์พักพิงชั่วคราวของรัฐ เปิดรับสัตว์เลี้ยง โดยนำโมเดล "Dōhan Hinan" ของญี่ปุ่น หรือระเบียบของไต้หวัน มาปรับใช้
คือเน้นจัดสรรพื้นที่เฉพาะให้ โดยมีกรงพัก และแยกสัดส่วนชัดเจน พร้อมทั้งทำสัญญา จับคู่กับโรงแรม หรือสถานที่พักพิงชั่วคราวภาคเอกชน (โมเดลแคนาดา)
เพื่อรองรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง ป้องกันปัญหาเรื่องเสียง กลิ่น และสุขอนามัยที่อาจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
3.จัดตั้ง หรือสนับสนุน "หน่วยกู้ภัยสัตว์หน้างาน" รวมถึงการใช้ระบบอาสาสมัครชุมชน ในการช่วยทยอยอพยพสัตว์ ก่อนภัยมาถึง (โมเดลออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และฟิลิปปินส์)
4.เปลี่ยนโทนการสื่อสารของผู้นำ เลิกใช้คำพูดที่ผลักภาระ หรือขอให้ประชาชนทิ้งสัตว์ แต่ให้ใช้การสื่อสารเชิงจิตวิทยา แบบที่เข้าอกเข้าใจ
เช่น สโลแกนของนิวซีแลนด์ที่ว่า "ถ้าไม่ปลอดภัยสำหรับคุณ ก็ไม่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เช่นกัน" พร้อมให้ความมั่นใจว่า รัฐมีระบบดูแลแทนให้
ทาง SOS ยังแนะนำอีกว่า ควรรณรงค์ให้ประชาชนจัดทำ "กระเป๋าฉุกเฉินสำหรับสัตว์" และติดสติกเกอร์แจ้งเตือนตามบ้านเรือน เพื่อความรวดเร็วในการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ (โมเดลสวีเดนและอังกฤษ)
ทั้งนี้ ทาง "กรุงเทพมหานคร" ก็ได้เปิดศูนย์ดูแลชั่วคราว ช่วย "น้องหมา–น้องแมว" ที่รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
เจ้าของสัตว์รายไหน อยากขอความช่วยเหลือ สามารถประสานไปที่ "ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ)" ฝ่ายสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตในพื้นที่ โทร : 02-328-7460
สายด่วน กทม. โทร : 1555 และติดต่อได้บนแอปฯ "Traffy Fondue" และภาคีเครือข่าย กทม.
รวมถึงมูลนิธิที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์ คือ มูลนิธิ SOS Animal Thailand, สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย, มูลนิธิ The Voice เสียงจากเรา
ส่วนขั้นตอนการนำ "เจ้า 4 ขา" เข้าพักชั่วคราว ทำได้ตามนี้
1.ประสาน สำนักงานเขต หรือมูลนิธิ/องค์กรช่วยเหลือ เพื่อนำส่งสัตว์มายังศูนย์ควบคุมสุนัขฯ
2.เขียนคำร้อง ขอฝากน้องหมา-น้องแมวชั่วคราว พร้อมแนบบัตรประชาชน
3.ถ้าสัตว์มีอาหารที่กินเป็นประจำ หรือมียาประจำตัว ควรนำมาพร้อมกับสัตว์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลได้เหมาะสม
4.เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ภายใต้กฎหมายและหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่เกี่ยวข้อง
5.เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เจ้าของหรือผู้มีสิทธิรับคืน ต้องมาแสดงตัว และรับสัตว์คืนตามขั้นตอนของศูนย์ฯ
6.น้องหมาและน้องแมวที่มีเจ้าของ ต้องได้รับการฉีดฝังไมโครชิป และจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงก่อนรับคืน
@livestyle.official …ประเทศที่มีแผนอพยพ จะวางแพลนได้หมด โดยไม่ต้อง "ทิ้ง" ใครไว้ข้างหลังเลย แม้แต่ "เจ้าสี่ขา" ที่เป็นเหมือนอีก 1 สมาชิกสำคัญ สำหรับหลายๆ ครอบครัว… . อย่างที่ "รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า" ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น เพื่อสะท้อนถึง "ขั้นตอนที่ควรจะเป็น" เอาไว้ให้ . "ในโครงใหญ่ของการแจ้งเตือนการอพยพ จะต้องมีการเตรียมเส้นทางไว้ก่อน และเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ และต้องมีการซ้อม" . "และในระหว่างการซ้อม จะมีการสำรวจกันไปแล้วว่า หมู่บ้านนี้มีประชากรเท่าไหร่ มีกลุ่มเปราะบาง มีหมา-แมวมั้ย มันจะไม่มีปัญหา ให้ต้องทิ้งสัตว์เลี้ยงไปเลย" . ตรงกับขอเสนอแนะ จากมูลนิธิ "SOS Animal Thailand" ที่มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือสัตว์ป่วย บาดเจ็บ หรือได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ . ในฐานะที่ทำงานด้านนี้มา 16 ปี จึงมีการเขียน "ข้อเสนอแนะ" ไว้ให้ผู้บริหารบ้านเมือง หลังเกิดดราม่าในแนวคิดเรื่อง "เอาตัวเองให้รอดก่อน" โดยไม่ต้องห่วงสัตว์เลี้ยง . หลักๆ คือ เห็นควรว่ารัฐบาลควรบรรจุแผน "สวัสดิภาพสัตว์และการอพยพสัตว์เลี้ยง" ให้เป็นส่วนนึงของ "แผนการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ" อย่างเป็นทางการ . เพื่อให้ทุกหน่วยงาน มีกรอบปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปตามยถากรรม . @sosanimalthailand . อ่าน "สกู๊ปสั้น" ฉบับเต็ม : https://shorturl.at/l8vQ0 ที่มา (ข้อมูล) : https://shorturl.asia/k8jdui . สัมภาษณ์และเรียบเรียง : LIVE Style . LIVE Style - ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ ประเด็นสดใหม่เสิร์ฟมุมมอง . #LIVEstyle #LIVEstyleofficial #ข่าวTikTok #TikTokCommunityTH #น้ําท่วมแล้ว #กรุงเทพน้ําท่วมแล้ว #น้ําท่วมกทม #น้ําท่วม2569 #กรุงเทพมหานคร #ฝนตกหนัก #กรมอุตุนิยมวิทยา #พยากรณ์อากาศ #สถานการณ์น้ํา #อนุทินชาญวีรกูล #สิตางศุ์พิลัยหล้า #ทาสหมา #ทาสแมว #คนรักสัตว์ ♬ original sound - LIVE Style
** อ่าน "สกู๊ปพิเศษ" ที่เกี่ยวข้อง **
O ยิ่งกว่า “ภัยธรรมชาติ” คือ “ภัยผู้นำ” อ.สิตางศุ์ ซัด!! จุดอ่อนที่แท้จริง “นายกฯ ควรถอดบทเรียนตัวเอง” [มีคลิป]
O สู้ "ที' ลมฟ้า" ไม่ได้? "อ.สิตางศุ์" แนะอุตุฯ ขาดวิเคราะห์ คาดการณ์พึ่งคนมากไป [มีคลิป]
O หยุด!! น้ำท่วมซ้ำซาก 3 กูรูคอนเฟิร์ม เลิก “ถอดบทเรียน” เริ่ม “ปฏิรูป” ภัยพิบัติทั้งระบบ [มีคลิป]
O “แก้มลิง” ต้องมี!! ฟันธง “อุโมงยักษ์” เอาไม่อยู่ รีบหา “ที่รับน้ำ” ก่อนกรุงเทพฯ “จมบาดาลถาวร” ปี 73 [มีคลิป]
O ทำไมต้องทิ้งสัตว์? เทียบชัดๆ กับญี่ปุ่น ถ้าวางแผนดี ซ้อมอพยพ ตั้งศูนย์รองรับได้ทุกอย่าง [มีคลิป]
สัมภาษณ์และเรียบเรียง : ทีมข่าว MGR Live
ที่มา (ข้อมูล) : https://shorturl.asia/k8jdui
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


