xs
xsm
sm
md
lg

สับ “อ.เรนนี่” มหากาพย์บิดเบือนประวัติศาสตร์ อย่ากะล่อน อ้างใช้วิจารณญาณในการชม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดรามาถล่ม!! “ช่องส่องผี” ปมบิดเบือนประวัติศาสตร์จากปาก “อ.เรนนี่” รัวๆ อ้าง “ย่าโม เป็นภรรยาสองของปลัดทองคำ-สมเด็จพระเจ้าตากไม่ทรงช้าง” สร้างความไม่พอใจให้สังคมอย่างมาก ด้านนักวิชาการตั้งคำถาม หน่วยงานรับผิดชอบอยู่ไหน ทำไมไม่ออกมาดูแล!!?


ถล่ม “ช่องส่องผี” บิดเบือนประวัติศาสตร์




“ย่าโมเองจริงๆ แล้วก็มีบันทึกเกี่ยวกับท่านไม่กี่ประโยค ส่วนย่าบุญเหลือ ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของย่าโม กับเจ้าเมืองโคราช

พูดอย่างนี้เขาเรียกว่า ปากเสีย คือ มันไม่มีมารยาท ไม่รักษาน้ำใจของคนที่เขาอยู่ร่วมในประวัติศาสตร์”


วรา จันทร์มณี
เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม เปิดใจกับทีม MGR Live หลัง “ช่องส่องผี” รายการผีชื่อดัง ที่มี “บ๊วย-เชษฐวุฒิ วัชรคุณ”, “เรนนี่-สุระประภา คำขจร” และ “เจมส์-ศราวุฒิ วรพัทธ์ทีวีโชติ” เป็นพิธีกรยังคงมีดรามาสุดร้อนแรงเกี่ยวกับปมบิดเบือนประวัติศาสตร์ออกมาเรื่อยๆ


ล่าสุด ชาวโคราชสุดเดือด เมื่อ “เรนนี่” หนึ่งในผู้ดำเนินรายการ ได้เข้าไปบันทึกเทปรายการที่วัดศาลาลอย จ.นครราชสีมา ได้ อ้างสื่อสารกับย่าโม ว่า ไม่ใช่บุตรบุญธรรม แต่เป็นภรรยาคนที่ 2 ของปลัดทองคำ ซึ่งจะต้องมาขอขมาสองวีรสตรี “ย่าโม (ท้าวสุรนารี)-ย่าบุญเหลือ” ภายใน 15 วัน

ส่งให้ บ๊วย-เชษฐวุฒิ หนึ่งในตัวแทนของทีม ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ประกาศนำช่องส่องผีออกจากผังรายการช่อง 8

อย่างไรก็ดี นักวิชาการคนนี้มองว่า มีการนำเสนอข้อมูลแบบเลื่อนลอย บิดเบือนประวัติศาสตร์ เข้าไปดำเนินการในวัด หรือโบราณสถาน ที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ส่งผลถึงศรัทธาความเชื่อ และผลประโยชน์ของประชาชน




“เขาบอกจะถอนรายการจากช่อง 8 แต่ว่ามันก็ยังไม่จบ ที่เขายังมาชี้แจงในเรื่องการเงิน ผมก็ไม่เห็นว่าชี้แจงว่าการเงินทุกช่องทางที่เข้าในกระเป๋าเขา

อย่าลืมว่ายูทูปมันก็มีรายได้จากค่าโฆษณา รายได้จากการขายของ กอร์กอน ดูดวง สะเดาะเคราะห์ ทำบุญช่วยค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าอะไรต่างๆ มันก็ยังรับเงินเหมือนเดิม

อันนี้มันเป็นแค่การหลบเลี่ยงที่จะทำให้กระแสมันเบาลง ให้กระแสมันหายไปหรือเปล่า สังคมไทยก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัล หน้าที่คุณก็ต้องดู ในอินเทอร์เน็ต ในยูทูป เป็นหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเลย ไม่เห็นมาเทกแอกชันอะไรเลย”

ทว่า เรื่องไม่จบเพียงแค่นี้ เพราะสิ่งที่เรนนี่อ้างว่าสามารถคุยกับวิญญาณได้นั้น ยังนำมาซึ่งการพอใจ ถึงการบิดเบือนทางประวัติศาสตร์ และดูเหมือนว่ายังไม่การออกมารับผิดชอบคำพูดจากปากของเธอเอง

“การบิดเบือนประวัติศาสตร์ ก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอยู่แล้ว เพราะว่ามันจะทำให้เกิดความเข้าใจที่ไขว้เขวกับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่มีภูมิต้านทานน้อย ที่เห็นกลุ่มผ่านรายการส่วนใหญ่ก็เป็นเด็ก ตรงนี้มันเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่เข้าใจและไขว้เขว

[วรา จันทร์มณี]
และประชาชนกลุ่มที่มีความต้านทานน้อยอีกกลุ่ม คือ กลุ่มที่เขาไม่ค่อยศึกษาประวัติศาสตร์ เขาก็จะเข้าใจไปในทางที่บิดเบือน ซึ่งเรื่องนี้นำไปเชื่อมโยงกับธุรกิจ การบิดเบือนประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์นอกตำรา

หรือการเล่าเรื่องอะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ ที่ใช้คำว่าโปรดใช้คำวิจารณญาณในการรับชม จริงๆ วิจารณญาณนั้น มันต้องประกอบด้วยข้อมูล และองค์ความรู้ประกอบ เมื่อเขาไม่มีภูมิต้านทานเหล่านี้ ก็นำให้เขาหลงเชื่อ เข้าใจผิด และศรัทธาไปในทางที่ผู้นำเสนอ เช่น ทำวัตถุมงคล ดูดวง ทำสะเดาะเคราะห์ ขายเหรียญกอร์กอน ซึ่งมันเข้าข่ายหลอกลวงมอมเมาประชาชนได้”


สับคำลวงเรนนี่!! ประวัติศาสตร์นอกตำรา = ตรวจสอบได้!!


“คำว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม มันก็กะล่อนพอๆ กับคำว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่นั่นแหละ ไม่เชื่อก็ลบหลู่ได้สิครับ ทำไมจะลบหลู่ไม่ได้ ถ้าคุณโกหก คุณบิดเบือน คุณหลอกลวง ผมจะต้องให้เกียรติอะไรคุณ เพราะฉะนั้นพวกนี้ คือ คำกะล่อนที่เอามาใช้ใหม่ เป็นศรีธนญชัยยุค 2020”

ไม่เพียงแค่นั้น นักวิชาการคนเดิม ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า ประวัติศาสตร์ ที่เรนนี่ - สุระประภาบอกเล่าในรายการ มักไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น ในกรณีทีในตอนหนึ่งของรายการบอกว่า “พระเจ้าตากท่านไม่ได้ทรงช้าง ท่านทรงช้างไม่เป็น ท่านทรงม้าอย่างเดียว”


หรือกรณีทักผู้ร่วมรายการคนหนึ่ง “ในอดีตชาติเป็นพระปีย์ โอรสบุญธรรมของสมเด็จพระนารายณ์ และบอกว่าพระปีย์เสียใจมากที่สมเด็จพระนารายณ์สิ้นพระชนม์” รวมทั้งในรายการมักจะมีคำว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมอยู่เสมอ

“การที่บอกว่าพระเจ้าตากทรงช้างไม่เป็น มันก็มีการบันทึกในพงศาวดาร อย่างเช่น พงศาวดารกรุงธนบุรีฉบับหมอบรัดเลย์ ก็ได้บอกว่าพระเจ้าตากทรงประทับช้างหลายครั้ง เช่น การเคลื่อนทัพไปทางภาคตะวันออก ตอนถึงบ้านนาเกลือไปพบกับกองกำลังของนายกรม ซึ่งสกัดอยู่

พระเจ้าตากก็ทรงช้างไปหานายกรม นายกรมกับพวกเห็นก็เกรงกลัว ยอมสยบอ่อนน้อมแต่โดยดี หรือไม่ก็ตอนที่ทรงประทับช้างพังคีรีบัญชร เข้าพังประตูเมืองจันทบุรี …

แม้กระทั่งของสุนทรภู่ ที่บอกว่าสุนทรภู่ไปเสียชีวิตที่เมืองแกลง จ.ระยอง คือ เขาก็สับสนระหว่างข้อมูลในปัจจุบันกับข้อมูลในอดีต เรื่องสุนทรภู่เป็นฝีมะม่วง เขาคงไปสับสนระหว่างบทกวี หรือว่าตำนาน

ส่วนเรื่องเล่าที่บอกสุนทรภู่เจ้าชู้ และมีบทกวีที่ว่าด้วยกินเหล้า เขาก็คงไปจินตนาการเอาเอง ว่าสุนทรภู่เป็นฝีมะม่วงตาย


แน่นอนที่สุด สุนทรภู่ ไม่ได้เป็นฝีมะม่วงแน่นอน และในกรณีที่บอกสุนทรภู่เสียชีวิตที่เมืองแกลง จ.ระยอง ก็ไม่จริง
เพราะมีหลักฐานบันทึกว่าสุนทรภู่เสียชีวิตที่กรุงเทพฯ

กรณีทักผู้ร่วมรายการคนหนึ่งว่า ในอดีตชาติเป็นพระปีย์ โอรสบุญธรรมของสมเด็จพระนารายณ์ และบอกว่า พระปีย์เสียใจมากที่สมเด็จพระนารายณ์สิ้นพระชนม์ ทั้งๆ ที่ความจริงพระปีย์เสียชีวิตก่อนพระนารายณ์ ตั้ง 2 เดือน”

เช่นเดียวกับเพจ “โบราณนานมา” เพจที่ให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ได้ออกมาแก้ข้อมูลที่ถูกบิดเบือนจากรายการดังกล่าวเช่นกัน โดยให้ข้อมูลว่าเรื่องสถานที่เสียชีวิตของสุนทรภู่ ตามประวัติศาสตร์พูดเหมือนกันหมดว่าเสียชีวิตที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองแกลง จ.ระยอง พร้อมทั้งเปิดหลักฐานจากพงศาวดาร ยืนยันว่า พระเจ้าตากท่านทรงช้างเป็น

“ถ้าดูตามพระราชพงศาวดารบันทึกไว้ชัดเจนว่า สมเด็ดพระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตาก) ทรงประทับช้างหลายครั้ง เริ่มจากการเดินทัพไปทางตะวันออก ถึงบ้านนาเกลือพบกับกองกำลังของนายกลม ซึ่งคอยสกัดอยู่ จึงขึ้นทรงช้างเข้าไปหานายกลม นายกลม และพวกเกรงกลัว ยอมอ่อนน้อมโดยดี…”


จากเรื่องความไม่ชัดเจนในเรื่องการรับเงินบริจาค และบิดเบือนข้อมูลประวัติศาสตร์ จากปาก อ.เรนนี่ เมื่อถามไปยัง เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรมคนเดิมว่า ประวัติศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ โดยเขาให้คำตอบว่า ประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนแปลงต้องมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้เท่านั้น

“ต้องมีหลักฐาน อย่างเช่น คุณไปเจอหลักฐานทางไทยเขียนไว้แบบนึง บันทึกไว้แบบนึง แต่คุณเจอหลักฐานทางพม่า ทางลาวอีกแบบ คุณก็ต้องเอามาสอบทานเรื่องเวลาว่าตรงกันไหม เหตุการณ์เปรียบเทียบแล้วมีแนวโน้มยังไง


ถ้ามันบันทึกต่างกัน ก็ต้องมีข้อเปรียบเทียบ คนรุ่นหลังได้ศึกษา แต่นั่นคือมันมีที่มา คือมาจากการบันทึก มาจากอะไรต่างๆ ที่คุณมีหลักฐาน ไม่ใช่คุณนึกขึ้นเอง อย่างผมนึกขึ้นเอง หรือใครนึกขึ้นเอง มันไม่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ มันถือเป็นเรื่องมโน”

นอกจากนี้ เขายังทิ้งท้ายว่า เรื่องที่เกิดขึ้น จะต้องมีหน่วยงานมารับผิดชอบดูแล เพราะไม่เช่นนั้น จะมีคนที่ใช้ความเชื่อทางประวัติศาสตร์มาบิดเบือนเป็นธุรกิจ

1. คือหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่จะต้องดูแลรายการประเภทนี้ ซึ่งไม่ได้มีรายการเดียว ต้องทำหน้าที่ กสทช. กับดิจิทัล ต้องดูแล หรือกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ไม่เห็นทำอะไรเลย คุณก็ต้องห้ามรายการนี้ ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับวัด และคุณจะต้องดูแลพระด้วยว่า อะไร คือ หน้าที่กิจของสงฆ์ ไม่ใช่เฉพาะรายการนี้รายการเดียว

2. พฤติกรรมการถูกหลอก มันมี 2 ฝ่าย ฝ่ายที่หลอก กับฝ่ายที่โดนหลอก ฝ่ายที่หลอกก็จ้องที่จะหลอกเราอยู่ตลอดเวลา แต่ฝ่ายที่โดนหลอก ก็อย่าไปโง่ให้เขาหลอกนัก มีวิจารณญาณ โดยเฉพาะอย่างกรณีนี้เป็นกรณีศึกษา

3. สังคมก็จะต้องช่วยตรวจสอบอันอื่นๆ ด้วย อย่าเป็นสังคมที่เชื่อง่ายนัก เพราะทุกวันนี้มันมีอะไรที่ร้ายกาจกว่าศรีธนญชัยเยอะแยะไปหมดเลย


ไฟดรามานี้ ล่าสุด ลามไปถึง กสทช เพราะล่าสุด ทาง พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประธานคณะอนุกรรมการด้านผังรายการ และเนื้อหารายการ กล่าวถึงกรณีรายการช่องส่องผี

โดยเห็นว่ามีเนื้อหาบิดเบือนประวัติศาสตร์ ที่นำมาซึ่งความเสียหายทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมว่า สำนักงานฯ ได้ทำหนังสือถึงรายการช่องส่องผี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ ในวันที่ 16 ก.ค. 63


ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live


** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **





กำลังโหลดความคิดเห็น...