xs
xsm
sm
md
lg

"สังฆทานขยะ" ทำบุญหรือสร้างบาป? ไร้ประโยชน์-เสื่อมคุณภาพ-ยัดไส้เพียบ!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“มีความหวังว่ามัน จะแก้ปัญหาได้สักที” เปิดใจ “พระมหาไพรวัลย์” กับปัญหาซ้ำๆ ซากๆ “สังฆทานไร้ประโยชน์” ด้านพระภิกษุออกมารีวิวรัวๆ สังฆทานไม่มีประโยชน์เต็มวัด อีกทั้งร้องขอความช่วยเหลือจากสคบ.ให้จัดการปัญหานี้สักที!! ชี้เป็นปัญหาที่ต้องสร้างค่านิยม-ความเชื่อที่ถูกต้อง




อาตมาปลง...สังฆทาน=ขยะ?



“สคบ. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เคยสนใจตรวจสอบร้านค้าสังฆทานบ้างมั้ย ช่วยอนุเคราะห์ตรวจสอบด้วยจ้า”

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนี้ หลัง “พระครูบุญญาภิราม” หรือ “พระอาจารย์แดง” เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้โพสต์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กพร้อมคลิปวิดีโอ ขณะที่แกะกล่องสังฆทานที่มีโยมมาถวาย ซึ่งพบว่าในบรรจุภัณฑ์เต็มไปด้วยของที่ไม่มีคุณภาพ และราคาแพงเกินความเป็นจริง

[พระอาจารย์แดง] 

ทันทีที่เกิดกระแสดรามาร้อนในสังคมออนไลน์ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากมุมมองผู้ครองผ้าเหลือง ทางทีมข่าว MGR Live จึงได้ติดต่อไปยัง"พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ" พระนักคิดนักเขียน แห่งวัดสร้อยทองซึ่งเป็นคนที่เคยออกมาพูดถึงเรื่องสังฆทานอยู่บ่อยๆ โดยให้ความเห็นไว้ว่าสังฆทานที่ญาติโยมซื้อจากร้านสังคภัณฑ์นั้น เป็นของไม่มีคุณภาพ ไม่สามารถนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ได้จริง

[พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ]

“มันใช้ไม่ได้เลย มันไม่มีอะไรที่ใช้ได้เลย ต้องพูดกันตรงๆ มันใช้ไม่ได้ มันเป็นของที่ใช้ไม่ได้ เมื่อใช้ไม่ได้มีค่าเท่ากับขยะอันหนึ่ง”

เมื่อถามว่าการถวายสังฆทานที่เต็มไปด้วยของหมดอายุ-ไม่มีประโยชน์ จะได้บาปมากกว่าบุญจริงหรือ ภิกษุคนดังกล่าวให้คำตอบพร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ให้ฟังว่าเคยมีกรณีพระหลวงตาฉันน้ำในสังฆทานแล้วมรณภาพ ก็เป็นการทำผิดที่ไม่ดี เป็นการทำผิดที่ไม่ได้ตั้งใจ


“มันใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย โยมก็ยังซื้อกัน ซื้อกันเพราะคิดว่ามันสะดวก เอาความสะดวกเข้าว่า เอาความสบายเข้าว่า มันเป็นการทำบุญแบบมักง่าย อาตมามองมันไม่ได้ประโยชน์ คือสังฆทานมันใช้ไม่ได้เลยโยม


ของที่เขานำมาใส่สังฆทาน บางทีเอาของใช้กับของกินไปปนกัน เช่น ผงซักฝอก น้ำดื่ม แล้วสังฆทานจำนวนมากจัดไว้นานมาก เมื่อจัดไว้นานมากของเหล่านั้นก็มีปนกัน มีการปะปนกันอยู่ในนั้น มันชิงหมดอายุบ้างอะไรบ้าง หรือไม่ก็ใช้วิธีการแบบว่าแพคเกจจิ้งดูสวยงาม เช่น ยาพาราแพงเดียวแต่กล่องใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม หรือน้ำชง น้ำดื่มแบบซองข้างในมีอยู่ซองเดียว แต่ว่ากล่องใหญ่มาก ดูเหมือนมีของหลายอย่างอะไรแบบนี้ และมีราคาแพง

อาตมาเคยพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้วว่า ไม่ใช่ว่าเลือกของ ไม่ใช่พระที่ท่านพูดหรือใครที่ตามที่พูด ท่านไม่ใช่ว่าอยากเลือกของหรืออยากได้ของดี แต่ว่าท่านเสียดายเงิน เสียดายปัจจัยแทนญาติโยมว่าตั้งใจทำบุญ มีความตั้งใจอยากทำบุญ แต่ไปซื้อของที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้มา แล้วมันจะได้บุญได้อย่างไรโยม โยมลองคิดดู”

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Aaron Puranasamriddhi” ออกมาโพสต์ภาพ พร้อมข้อความเรียกร้องให้คนที่ชอบทำบุญ เลิกซื้อถังสังฆทานจากร้านมาถวายพระ เพราะส่วนใหญ่มีแต่ของเสื่อมคุณภาพ ยัดไส้เพียบซึ่งในที่สุดแล้วกลายเป็นขยะล้นวัด 


นอกจากนี้เมื่อ 5 ปี ก่อน ก็เคยเหตุการณ์แบบนี้เช่นกัน เมื่อ “พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท” ได้ออกมาถ่ายคลิปเตือนใจญาติโยมในลักษณะเดียวกันนี้ ในครั้งนั้นพระรูปดังกล่าวได้ถ่ายคลิปแกะให้ดูด้านในของสังฆทาน เพื่อให้โยมให้เห็นว่าเป็นเพียงแค่การตบตาผู้ซื้อเท่านั้น ด้านในกลวงโบ๋ ไม่มีของเต็มกล่อง





“สังฆทานไร้ประโยชน์” ปัญหาที่แก้ไม่เคยได้!!


ผ่านไปหลายปีดูเหมือนว่าสังฆทานไร้ประโยชน์ ยังคงไม่หายไปไหน ปัญหาเหล่านี้คงวนเวียนไม่จบไม่สิ้น ซึ่งเมื่อลองมองผ่านสายตาของพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ถึงปัญหาเหล่านี้มาจากคนไทยมีค่านิยมความเชื่อเรื่องสังฆทานผิดๆ จะต้องสร้างความเข้าใจกันก่อว่าสังฆทานแบบไหนถึงเป็นประโยชน์และถูกต้อง
 
“มันก็มาจากคนไทยติดค่านิยมความเชื่อเรื่องสังฆทานผิดๆ เช่น เชื่อว่าคำว่าสังฆทาน หมายถึงของที่เป็นถังๆ คือไม่เข้าใจว่าสังฆทานไม่ใช่ถังฆทาน แต่คนพุทธเมืองไทย เข้าใจว่าถังฆทานคือสังฆทาน เข้าใจว่าถังเหลืองๆ ที่ขายตามร้านสังฆภัณฑ์ คือสังฆทาน ไม่ใช่ สังฆทานเป็นอะไรก็ได้ที่ถวายกับสงฆ์กับพระ 5 รูปขึ้นไป เราอาจจะหาเองก็ได้ หรือเป็นข้าวเป็นน้ำก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นถังเหลืองแบบนั้นที่หิ้วไป เมื่อมีการเข้าใจผิด มันก็เป็นปัญหาอย่างนี้ ไม่จบไม่สิ้น


เจอแบบนี้บ่อยมาก พูดกันทุกปี แล้วก็วนลูบมาซ้ำเดิมแบบนี้อยู่ทุกครั้งไป เป็นปัญหาโลกแตกของคนพุทธ ตราบใดที่คนพุทธไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ความเชื่อเกี่ยวกับสังฆทานมันก็ยังมีแบบนี้ ร้านสังฆภัณฑ์ทำไมเขาขายได้ เขาขายได้เพราะมีคนซื้อ ถ้าไม่มีคนซื้อเขาจะขายได้ไง

อาตมาว่าแก้ยากมาก (สำหรับ)ธุรกิจสังฆทาน เพราะว่าสังฆทานเป็นของที่ขายแล้วได้กำไรดีที่สุดสำหรับร้านค้า มันจึงแก้ไม่ได้ เพราะว่าของบางทีเอามาจัดไม่มีคุณภาพ แต่เอาไปติดราคาอีกอย่างหนึ่ง โห! ฟันกำไรเละเลย มันก็จึงมีคนจัดขายแบบนี้อยู่เรื่อย

ชาวพุทธเราสร้างความนิยมได้ ถ้าเราเข้าใจแบบนี้แล้ว เราก็เลิกที่จะอุดหนุน เลิกที่จะซื้อสังฆทานที่เป็นแบบนั้น มันก็แก้ได้ พอไม่มีคนซื้อ จะขายให้ใคร”
 
แต่ขณะเดียวกัน ก็มีการตั้งคำถามจากสังคมว่า การออกมาพูดของพระภิกษุ เป็นการเรียกร้องอยากได้สิ่งของต่างๆ อีกแง่คือทำไมไม่แจ้งสคบ. (สำนึกงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)ให้เข้ามาจัดการ ซึ่งพระภิกษุรายดังกล่าวให้คำตอบพร้อมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเอาไว้ว่า การที่พระออกมาพูดเจตนาเป็นเพียงความหวังดี สคบ.เคยออกมาจัดการเรื่องนี้ แต่ปัญหาก็ยังคงเหมือนเดิม


“ท่านไม่ได้เลือก แต่มันใช้ไม่ได้เลย ถ้าเอาของที่เป็นสังฆทานที่ใช้ได้ มันก็ใช้ได้ไม่ได้มีปัญหา แต่สังฆทานบางอย่างมันใช้งานไม่ได้เลย(เน้นคำพูด)

แล้วถามว่าคุณเสียเงินซื้อมาทำไม พระท่านพูดไม่ใช่เพราะว่าท่านเลือก ท่านพูดด้วยความหวังดีกับคุณ ว่าคุณไปเสียเงินซื้อทำไมแบบนี้มันไม่มีประโยชน์ และแพงมาก บางทีถังหนึ่ง 300-500 บาท สู้คุณไปซื้อยาสีฟัน สบู่ ใส่ถุงพลาสติกหรือห่อเองดีกว่า อาตมาว่าดีกว่าอีก คุ้มกว่าด้วย

สังฆทานที่มันถูกต้อง คืออะไรก็ได้ ไม่ได้หมายถึงต้องเป็นของ เป็นเงิน แต่เป็นของที่ถวายเพื่อส่วนรวมนั่นแหละเรียกว่าสังฆทาน เพราะฉะนั้นทุกวันนี้คนก็ทำบุญถวายสังฆทานกันอยู่แล้ว โดยที่ไม่รู้ตัว อย่างทำบุญถวายภัตตาหาร ถวายอะไรเป็นสังฆทานทั้งหมดแหละ การทำทานที่มันได้อานิสงส์เยอะที่พระพุทธเจ้าสรรเสิญคือ ทำทานเพื่อเพื่อส่วนรวม ไม่ทำเฉพาะพระรูปใดรูปหนึ่ง ไม่เจาะจง ไปวัดเขามีกำลังจะสร้างเสนาสนะ กุฏิเป็นที่พระสงฆ์ก็ดี อะไรก็ดี

เราไปช่วยเหลือหรือภิกษุสามเณรอาพาธ เราก็ไปช่วยเขา ตั้งกองทุน อย่างนี้ก็เป็นสังฆทานทั้งหมดเลย ไม่ใช่หมายถึงเอาสิ่งของไป ใส่ถังเหลืองไปแล้วไปถวาย นี่ไม่ใช่ไม่ถูกต้องเข้าใจผิด”

สุดท้ายนี้พระมหาไพรวัลย์ ได้ฝากถึงญาติโยมเกี่ยวกับการทำบุญด้วยสังฆทานไว้ว่าแนะให้ทำขึ้นมาเอง เพื่อป้องการย้อมแมว และของที่ไม่มีคุณภาพ

“แนะทำเอง เราคิดว่าอะไรที่เป็นประโยชน์กับพระ ที่เราอยากจะถวายท่าน แล้วท่านได้ประโยชน์ เช่น ผงซักฟอกก็ดี น้ำยาล้างจานก็ดี อะไรเราก็ใส่ไป เฉพาะของใช้ ไม่เอาปนกัน ไม่ปะปนกัน เอาไปถวายท่านอย่างนี้ได้ใช้ประโยชน์แน่นอน

การทำบุญพระพุทธเจ้าบอกว่า เลือกให้ดีแล้วจึงให้ พระพุทธเจ้าสรรเสิญทานที่เลือกดีแล้วจึงให้ ฉะนั้นเวลาทำทานเสียเวลาหน่อยแหละ แต่ดีกว่าเราเอาความสะดวกเข้าว่า แล้วมันไม่ได้ประโยชน์ อาตมาว่านะ

แล้วก็มีความหวังว่ามันจะแก้ปัญหาได้สักที แต่ว่าเบื้องต้นเลยมันอยู่ที่โยมนั่นแหละ ชาวพุทธเราต้องช่วยกัน สร้างค่านิยมที่ถูกต้อง เข้าใจความหมายที่ถูกต้อง มันก็จะไม่เกิดอย่างนี้อีก เดี๋ยวมันก็มาอีก มันก็มาอยู่เรื่อย อาตมาเห็นทุกปี”



ข่า่วโดยทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ: FB "แดง จิตต์วารินทร์",“Aaron Puranasamriddhi”


กำลังโหลดความคิดเห็น...