“ความรู้ ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มันต้องเข้าถึงได้และเข้าถึงง่ายนะคะ” โพสต์จากอาจารย์พิเศษ ร้องเรียนแนวความคิดล้าหลังในระเบียบหอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หลังถูกกีดกันให้เข้าไปหาความรู้ เพียงเพราะ “สวมกางเกงขา 4 ส่วน” เป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้างว่าสถาบันเคร่งครัดเรื่อง “เครื่องแต่งกาย” มากไปไหม จนอาจทำให้กฎเกณฑ์เหล่านั้น กลายมาเป็น “เครื่องกีดกันความรู้” ของคนยุคใหม่ จากกรอบความคิดเรื่อง “ความเหมาะสม” ที่ตั้งเอาไว้มาหลายปีแล้ว...
ความรู้เข้าถึงยาก เพราะคำว่า “เหมาะสม”
[หอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]
"วันนี้มาห้องสมุดค่ะ จองไว้ทำกิจกรรมกับนักศึกษา มาชุดนี้ แต่เข้าได้เพียงเท่านี้ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าเราใส่กางเกงขาสั้นค่ะ เข้าไม่ได้ หากห้องสมุด พื้นที่ที่ควรเปิดกว้างให้ผู้คนในชุมชนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเพราะจอมเกล้าธนบุรี ได้ใช้เป็นแหล่งค้นคว้า ทำกิจกรรมต่างๆ ยังเป็นพื้นที่ปิดเพียงเพราะเครื่องแต่งกายแล้ว จะเหลือความหวังอะไรอีกให้การศึกษาไทยคะ
แค่การเข้าถึงแหล่งความรู้ยังยากขนาดนี้ หน้าที่ของห้องสมุดที่จะต้องสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้มันบกพร่องหรือเปล่าคะ วอนผู้บริหารห้องสมุดเลยนะคะ กรุณาทบทวนกฎของคุณเสียใหม่เถิด ความรู้ ข้อมูล ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มันต้องเข้าถึงได้และเข้าถึงง่ายนะคะ และจะทำหนังสือร้องเรียนห้องสมุดต่อไปค่ะ ฝากแชร์ด้วยนะคะ"
กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อาจารย์พิเศษประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บอกเล่าเหตุการณ์จากประสบการณ์ตรง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kunthida Rungruengkiat” โดยตั้งค่าข้อความเป็นแบบสาธารณะเพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถอ่านได้ ย้ำชัดให้ช่วยกันแชร์เรื่องนี้ออกไป หวังให้ถึงหูฝั่งคู่กรณี
ส่งให้เรื่องราวดังกล่าว กลายเป็นประเด็นร้อนที่สุดเรื่องหนึ่งบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นมากมาย ส่วนใหญ่แล้วเห็นพ้องกับแนวความคิดของอาจารย์ ตั้งคำถามถึงการแต่งกายที่ได้รับคำว่า “เหมาะสม” สำหรับห้องสมุด
[ป้ายภายในหอสมุด ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน]
พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงแม้อาจารย์ท่านนี้จะสวมกางเกง 4 ส่วน ซึ่งถือว่าเป็น “ขาสั้น” เป็นเครื่องแต่งกายประเภทที่ถูกจัดว่าอยู่ในประเภท “ไม่สุภาพ” แต่กลับมองไม่เห็นเหตุผลว่าขาสั้นในลักษณะเช่นนี้ จะสร้างความเสียหายให้แก่สถานที่ดังกล่าวได้อย่างไร หากอนุญาตให้เข้าใช้บริการ
แม้แต่ สุหฤท สยามวาลา กรรมการผู้จัดการดีเอชเอ สยามวาลา (DHAS) ผู้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ยังต้องขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้เอาไว้ ผ่านแฟนเพจ “DJ Suharit Siamwalla”
“กลุ้มใจ กลุ้มใจเป็นที่สุด อาจารย์ครับ เรื่องนี้อาจารย์คงได้กำลังใจไปแล้ว แต่ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องการส่งกำลังใจ มันเป็นเรื่องที่ผมงงว่า ชุดที่อาจารย์ใส่นั้น มันไม่สุภาพตรงไหน ผมเห็นคนไปโบราณสถานที่อยุธยาแต่งตัวโหดกว่านี้เยอะ ยกเว้นหน้าห้องสมุดนั้น มีกฎกติกามารยาทเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าอะไรได้อะไรไม่ได้
ไม่เคยเห็นด้วยกับการที่ผู้ชายต้องตัดผมสั้นเกรียนติดหัว ผู้หญิงสั้นเสมอติ่งหู มีกิริยาเหมือนผ้าพับไว้ ห้ามหืออือ ห้ามถาม ห้ามออกนอกแนว ความจริงที่เราต้องคิดคือทำให้ห้องสมุดทันสมัย น่าไป ชุดอะไรก็ได้ที่มันโอเค ไม่อนาจาร ต้องเรียบร้อยขนาดไหนถึงโอเค เข้าห้องสมุดได้ ถ้าอาจารย์แต่งชุดนี้ไม่เรียบร้อย วัยรุ่นคงเหลือหยิบมือที่จะเข้าไปอ่านหนังสือได้
โอ้ย! ปรับเสียที ทำให้การอ่านการเรียนมันทันสมัย เขาไปถึงไหนกันแล้ว ถ้าอยากมีกฎที่เข้มงวดรายสถานที่ก็ทำได้ครับ เราก็ยังต้องเคารพกฎในแต่ละสถานที่นั้น แล้วเลือกเองว่าจะเข้าหรือไม่เข้า ขอเถอะ ปรับให้มันโอเคชัดเจน”
“กาลเทศะ” เรื่องสำคัญของคนไทย!!
ล่าสุด กลุ่มงานสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการตลาด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ส่งจดหมายชี้แจงมายังสื่อมวลชน เกี่ยวกับระเบียบการเข้าใช้บริการสำนักหอสมุดฯ เพื่อแก้ต่างประเด็นดรามาให้กระจ่าง และขอพื้นที่ประกาศจุดยืนขององค์กรอีกครั้งหนึ่งว่า ทางสำนักหอสมุดไม่ได้มีเจตนาจะกีดกันผู้เข้าใช้บริการแต่อย่างใด แต่ทำไปเพราะความจำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการเข้าใช้บริการตามที่ทางมหาวิทยาลัยได้วางเอาไว้
“สำนักหอสมุดเป็นหน่วยงานบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้จำนวนมากและหลากหลาย การให้บริการนั้นจำเป็นที่จะต้องมีข้อบังคับหรือข้อตกลงที่กำหนดขึ้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในทรัพยากรห้องสมุด ความสงบเรียบร้อย มีความเคารพในสถานที่จากผู้เข้าใช้บริการ มีมาตรฐานเป็นไปในทิศทางเดียวกันโดยสม่ำเสมอ
โดยตลอดระยะเวลาของการให้บริการที่ผ่านมาสำนักหอสมุดมีการสื่อสารระเบียบในการแต่งกายกับผู้เข้ารับบริการอย่างชัดเจน ครบถ้วน เพื่อทำให้การเข้าใช้บริการภายในสำนักหอสมุดของมหาวิทยาลัยเป็นไปด้วยความราบรื่น เท่าเทียม และได้รับความสะดวกแก่ผู้เข้าใช้บริการทุกท่าน
มหาวิทยาลัย ขอเรียนยืนยันถึงภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งมั่นในการพัฒนาการให้บริการที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อชุมชนและสังคม โดยยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่พร้อมให้บริการที่เป็นมาตรฐานแก่ทุกท่าน
จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ท่านสื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสังคมในวงกว้าง และขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้”
[ออกหนังสือชี้แจงออกมาอย่างเป็นทางการ]
ผู้เข้าใช้บริการหอสมุดแห่งนี้ทุกราย จะมองเห็นป้ายที่ปิดประกาศเอาไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่บริเวณประตูทางเข้าอาคาร ระบุชัดเจนว่า "งดให้บริการ ผู้ที่แต่งกายไม่สุภาพ" ซึ่งหมายถึงเครื่องแต่งกายดังต่อไปนี้
...เสื้อกล้าม, เสื้อเปิดไหล่, เสื้อแขนกุด, เสื้อเปิดหลัง, เสื้อคอกว้าง, เสื้อซีทรู, เสื้อเอวลอย, เสื้อคอลึก, กางเกงขา 3 ส่วน, กางเกงขา 4 ส่วน, กางเกงขาสั้น, กระโปรงซีทรู, กระโปรงสั้น, กางเกงดิสโก้ แพนต์, กางเกงเลกกิ้ง และกางเกงขาสั้นสวมทับเลกกิ้ง...
[ปิดประกาศเตือนเอาไว้ตั้งแต่ทางเข้าหอสมุด]
สาเหตุที่ทำให้ลิสต์เครื่องแต่งกายไม่สุภาพต้องยาวเป็นหางว่าวขนาดนั้น พิชัย โฆษิตพันธวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อแล้วว่า เหตุผลข้อสำคัญนั้นเป็นเพราะภายในหอสมุดแห่งนี้ มี “หอบรรณสารสนเทศ” พื้นที่จัดแสดงพระราชประวัติของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ซึ่งควรค่าแก่การเคารพและให้เกียรติอยู่ในอาคารแห่งนี้ด้วย จึงขอประกาศจุดยืนว่าขอยึดตามระเบียบแบบเดิมไปก่อน
["หอบรรณสารสนเทศ” พื้นที่ทรงเกียรติ เหตุผลที่ทำให้ต้องเคร่งเรื่องการแต่งกาย]
"ระเบียบของเราตั้งไว้ยังไง ก็คงจะต้องปฏิบัติแบบนี้ไป ซึ่งทางเรามองว่าการแต่งกายในลักษณะนี้ (กางเกงขา 4 ส่วน จากกรณีอาจารย์พิเศษและคณะลูกศิษย์ครั้งล่าสุด) มันอาจจะดูสุภาพในยุคปัจจุบันอยู่ จริงๆ แล้วเราก็ไม่ได้นิ่งเฉย เรามีการทบทวนระเบียบนี้อยู่ เพียงแต่ยังไม่ได้ประกาศออกมาใช้ว่า แค่ไหนที่เรียกว่าสุภาพหรือไม่สุภาพ”
กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมาใช้ภายในมหาวิทยาลัย ก็เปรียบเสมือนแบบจำลองชีวิตจริงให้แก่นักศึกษา ก่อนก้าวขอออกไปจากสถานศึกษา ออกไปสู่การใช้ชีวิตจริงร่วมกับผู้อื่นในสังคม จึงจำเป็นต้องเข้าใจและเคารพในกฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่อง 'กาลเทศะ' ของสถานที่ที่เราจะไป ซึ่งผมว่าจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทยเหมือนกัน"
ข่าวโดย ผู้จัดการ Live
มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram
"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!
และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754


