วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังพวงโตที่ จ.ส.อ.อนันต์ สังข์ทอง นายสิบทำลายวัตถุระเบิด หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิดเฉพาะกิจอโณทัย ดึงออกมาจากอกเสื้อ ด้วยใบหน้าชุ่มเหงื่อ แต้มรอยยิ้มแบบขำปนเขิน (เปื้อนขมนิดๆ-หรือคิดไปเอง?) เพียงพอที่จะบอกบางแง่มุมในหัวใจของทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ระดับหนึ่ง
จีที 200, เรือเหาะ, การละเมิดสิทธิมนุษยชน, กรือเซะ-ตากใบ หรือใครจะคิดเลยเถิดถึงการปฏิวัติรัฐประหารก็ได้ อาจเป็นภาพลบๆ ที่ผู้คนในสังคมจำนวนหนึ่งมีต่อทหาร พวกเขาไม่ปฏิเสธว่ามีทหารนอกแถว แต่ก็ไม่น่าเหมารวม หรือเรื่องใหญ่ๆ กว่านั้น มันก็เป็นเรื่องของนายทหารระดับสูงๆ ที่วนเวียนอยู่ในเกมของอำนาจและเงินตรา ทหารตัวเล็กๆ ที่ต้องกอดปืนยืนยามหรือยื่นมือไปปลดชนวนระเบิด แทบจะไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย
อย่างที่รู้ ข่าวคราวทหารใช้อำนาจข่มเหงกาย-ใจชาวบ้าน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจริง กองทัพและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต้องร่วมกันจัดการอย่างเด็ดขาด
แต่อีกด้านของเหรียญแห่งความรุนแรงในพื้นที่ ทหารไม่น้อยต้องบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต ไม่ได้ประชด แต่เราจะเรียกร้องราคาชีวิตของคนกลุ่มหนึ่ง และเฉยชาชีวิตคนอีกกลุ่มกระนั้นหรือ …ถ้าอย่างนั้น คำว่า ‘ความเป็นมนุษย์’ คงต้องนิยามกันใหม่
เพราะเหล่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้คงบอกกับตัวเองว่า
‘จับปืนยืนด้วยเหตุผล ก็หวังว่าผู้คนคงพอจะเข้าใจ’
ท.ทหารอดทน
“โทร.คุยกับแฟนทุกวัน เราโทร.ไปบ้าง เขาโทร.มาบ้าง เขาก็เป็นห่วง บอกแฟนว่า พี่มาทางนี้ก็มารับใช้ชาติ แฟนไม่อยากให้มา แต่มันจำเป็นครับ ตอนนี้ลูกสองขวบครึ่ง พอรู้ความแล้ว เวลาใครถามก็บอกว่าพ่อเป็นทหารอดทน”
คำพูดแบบทหารเกณฑ์สั่งแฟนว่า ‘พี่ต้องมารับใช้ชาติ’ ชวนให้นึกถึงหนังไทยยุคเก่า แต่มันเป็นเรื่องจริงของ พลทหาร เบญจพล งาหัตถี ที่มาประจำอยู่ร้อย ร.15124 พื้นที่บ้านตันหยงลิมอ จังหวัดนราธิวาส ได้ 3 เดือนแล้ว อย่าถามว่ากลัวหรือเปล่า กลัวทุกคน มากน้อยต่างกันไป
ภารกิจของพลทหารเบญจพลคือการทำงานมวลชนและอารักขาครู ยังไม่เคยปะทะ แต่เจอระเบิด
“แต่ก็รอดมาได้ ถือว่าดวงดีไป”
เขาอยู่หน่วยเดียวกับ จ.ส.อ.อนันต์ สุวรรณปัญญา คนนี้ขาลุย จบมาตั้งแต่ปี 2518 อยู่แนวหน้าตลอด 37 ปี สมัยรบกับคอมมิวนิสต์ ขนาดจะกลับไปแต่งงานยังกลับไปไม่ทัน เพราะโดนล้อมอยู่บนภูที่จังหวัดสกลนคร จ.ส.อ.อนันต์ อาสาลงใต้มาเอง หน้าที่ไม่ต่างจากพลทหารเบญจพล
“เราต้องลาดตระเวนทั้งกลางวัน กลางคืน เพราะถ้าไม่มีพวกเรา ชาวบ้านจะไม่ค่อยกล้าออกไปกรีดยาง ถ้าของผมรับเส้นไหน อีกชุดจะรับเส้นอื่น จะต่อกัน แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ได้หนักหนาอย่างที่มีข่าว ถ้ามาอยู่ที่นี่จริงๆ จะรู้ว่าที่นี่เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่มาก อุดมสมบูรณ์ ผมยังชอบเลย”
โชคดีที่หน่วยของเขายังไม่มีใครเสียชีวิต แต่ จ.ส.อ.อนันต์บอกว่าทำใจมาตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ แล้ว ที่สูญเสียก็สูญไป ที่อยู่ก็ลงมาแทน ไม่ใช่แค่ตัวเขาที่ต้องอดทนสมอาชีพ แต่แฟนทหารก็ต้องอดทนไม่แพ้กัน
“แม่บ้านผมเขาเคยเจอสภาพตั้งแต่สมัยรบกับ ผกค. (ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) สมัยก่อนมีการสูญเสียเยอะ แล้วบ้านพักผมมันอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาล ฮ. ลงแต่ละครั้งเขาต้องรู้แล้ว ไม่เจ็บก็ตาย แม่บ้านที่นั่นเขาจะทำใจ คือเป็นเมียทหารต้องทำใจตั้งแต่วันแต่งงานแล้วครับ”
ไม่กลัว แต่คิดถึงบ้าน
สติสัมปชัญญะ ปืนในมือ และเพื่อนข้างกาย คือหลักประกันในยามออกปฏิบัติหน้าที่ ดูจะมีไม่กี่อาชีพในโลกที่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเสมอกับสิ่งไม่คาดคิด ในใจลึกๆ ความกลัวคงมีอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่ด้วยอาชีพจึงไม่อนุญาตให้มันล่วงล้ำออกมา
“ไม่กลัว ถ้าเราแสดงออกว่ากลัวลูกน้องเราก็จะขาดความเชื่อถือ ขาดความมั่นใจ อย่างน้อยเราก็ต้องไม่กลัวไว้ก่อน แต่จริงๆ เราก็ไม่กลัว”
เป็นอารมณ์ของนาวิกโยธินนายหนึ่งในสายบุรี จังหวัดปัตตานี ที่เพื่อนคนหนึ่งเพิ่งขาขาดที่ยี่งอเมื่อไม่นานมานี้
ใน 1 วัน พวกเขามีภารกิจตามที่หน่วยได้รับและแจกจ่ายแก่พวกเขาอีกทีหนึ่ง การลาดตระเวน การอารักขาบุคคลและสถานที่ การทำงานมวลชน ถือเป็นงานหลักที่ขาดไม่ได้ หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนตามเวรยาม ทหารนายหนึ่งยกตัวอย่างหน้าที่การอารักขาครูว่า ไม่ใช่ถึงเวลา 6 โมงตรงเป๊ะถึงออกทำงาน แต่ต้องขับรถ ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปลาดตระเวนเส้นทางก่อน และไม่ได้ทำเฉพาะตอนเช้า แต่ต้องลาดตระเวนมาตลอดทั้งคืน เพราะในระหว่างนั้นผู้ก่อความไม่สงบอาจแอบมาซุกระเบิดไว้
อย่าง พ.ต.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน รองผู้บังคับกองพันทหารม้าลาดตระเวนที่ 127 หน่วยของเขามีหน้าที่อารักขาเส้นทาง 418 โดยเฉพาะ ช่วงเวลาโพล้เพล้ไปถึงรุ่งสาง เขาต้องจัดหน่วยลาดตระเวนเพื่อดูแลเส้นทางตลอดทั้งคืน ทหารในค่ายมาจากอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน พวกที่ไม่ได้ออกลาดตระเวนก็พักผ่อนอยู่กับค่าย ไม่ก็ทำงานต่างๆ ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ทหารทุกนายจะทำงาน 36 วัน พัก 12 วัน พ.ต.สุทธิ์เขตต์บอกว่า 10 วันคือพัก ส่วนอีก 2 วันสำหรับเดินทางไป-กลับบ้าน วันที่เราไปเจอเขา เขาบอกว่าได้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน 20 วัน ...ในรอบ 4 เดือน
เป็นเรื่องปกติของอาชีพทหาร ก็ใช่ แต่ภายนอกที่ดูแข็งแกร่ง ใช่ว่าภายในต้องแข็งกระด้าง เรายกมือถามว่าคิดถึงบ้านหรือเปล่า พ.ต.สุทธิ์เขตต์ยิ้ม และตอบว่า
“ลูกกำลังน้อยก็คิดถึงบ้านอยู่”
ความสูญเสียและราคาของความรู้สึก
“เมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุที่ธารโต มีน้องทหารคนหนึ่งเหยียบกับระเบิดขาขาด น้องเขาอายุประมาณ 27 วันต่อมาผมได้รับรายงานว่ามีเด็กรือเสาะคนหนึ่งไปโดนระเบิดที่ธารโตด้วยก็สงสัยว่า เด็กรือเสาะไปทำอะไรที่ธารโต ก็สืบทราบมาว่าน้องคนนี้มาอยู่ที่รือเสาะตั้งแต่ปี 49 ต่อ 50 พอปีต่อไปก็ไปทำงานที่ยะลา เขาสามารถขอกลับได้ ผมยืนยัน แต่ด้วยความผูกพันกับงาน เขาเลยขออยู่ต่อ ผมก็ไปถามคุณครูว่าทำไมไปร้องไห้ในรายการข่าว เขาบอกว่าสิ่งที่ผู้กองน้อย (ร.อ.มานพ พันธ์สะโม ผู้บังคับกองร้อย สังกัดกองพันทหารม้าที่ 138 กองร้อยที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจที่ 16 อำเภอธารโต จังหวัดยะลา) ทำไว้ที่รือเสาะมันยิ่งใหญ่มาก
“ผมถามว่า เด็กที่ไปเจ็บกับผู้กองน้อยเป็นใคร เขาบอกว่าเด็กคนนี้พ่อถูกยิงตาย ผู้กองน้อยก็ไปช่วยเหลือ เลยผูกพันกัน เด็กเขาไม่มีที่ไป ผู้กองน้อยเลยพาไปอยู่ด้วยที่ธารโต อยู่กันแบบพี่น้อง ออกลาดตระเวนด้วยกัน วันนั้นก็ลาดตระเวนด้วยกันถึงโดนระเบิด ปรากฏว่าไม่ได้ไปอยู่แค่คนเดียว แต่ไปอยู่กัน 3 คน ผมไปรู้ว่ามี ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) ที่รือเสาะขอตามไปอยู่ด้วยอีก 2 คน เพราะรักผู้กองคนนี้
“อยากอธิบายให้ฟังว่า นี่คือคนที่มาจากนอกพื้นที่ ที่คนมักพูดว่าไม่เข้าใจคนในพื้นที่หรอก นี่คือคนพุทธที่มาทำงานในพื้นที่ที่เป็นชาวมุสลิม 100 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ไม่ดีผมก็ยอมรับว่าอาจจะมี แต่สิ่งที่ดี เราก็ต้องรีบสะท้อน เพราะว่าทำยังไงเราจะผลิตคนรุ่นใหม่ๆ ที่คิดอย่างน้องคนนี้ และถ้าเราเอาเรื่องนี้เป็นตัวอย่าง คนที่มาจะเกิดกำลังใจว่าเมื่อเราทำเต็มที่แล้ว วันหนึ่งหากเราสูญเสีย สังคมให้การยอมรับในฐานะที่เราได้ทำดีให้แผ่นดิน ข้าราชการดีๆ หรือแม้แต่คนในท้องที่ก็จะเกิดกำลังใจมากขึ้น” พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เล่าเหตุการณ์
พ.อ.ทรงวิทย์บอกว่า ทหารที่เสี่ยงต่อการสูญเสียคือพลทหารและนายสิบ ไม่ใช่ทหารยศสูงๆ อย่างเขา เราจึงต้องดูแลทหารกลุ่มนี้
เขาเองก็สูญเสียเพื่อนๆ ไปหลายคนจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 ถามว่าโกรธหรือเปล่า
“เวลาสูญเสียอย่างแรกคือเสียใจ โกรธนี่คงไม่ แต่ผมบอกอย่างนี้ว่า ความรู้สึกทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ทั้งอยากจะบังคับใช้กฎหมายเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ มันมีผสมๆ กันหมด แต่ตัวผู้บังคับบัญชา (ตอนนั้นผมเป็นผู้บังคับบัญชา) จะมาใช้อารมณ์ไม่ได้ ผมต้องอธิบายให้ลูกน้องเข้าใจว่า คนที่ทำไม่ดี มันเป็นจำนวนน้อยมาก เส้นทางหลักของเราคือทำให้ประชาชนเข้าใจ อันนี้สำคัญกว่า”
พ.อ.ทรงวิทย์พูดคล้ายๆ นายทหารคนหนึ่งที่สูญเสียเพื่อนไปเช่นกัน
“ผมเสียผู้การไปคนหนึ่ง แต่ความรู้สึกผมตอนนั้น ผมก็มองอย่างเข้าใจว่ามันเป็นการต่อสู้ช่วงชิง ถ้าเราโกรธแค้น เราจะแพ้ทันที ถ้าโกรธแค้น ทำงานใน 3 จังหวัดไม่ได้หรอก”
คนปลดชนวน
หลังจากโชว์พระเครื่องพวงใหญ่ จ.ส.อ.อนันต์ สังข์ทอง พูดปนหัวเราะว่า
“คนเรามันก็กลัวเหมือนกันนะ จะว่าไม่กลัวก็ไม่ได้ ตอนมาญาติพี่น้องก็ให้มาเป็นพวง ทหารห้อยกันเยอะ แทบทุกคน”
พื้นเพของ จ.ส.อ.อนันต์ อยู่ที่ปราจีนบุรี แต่มาประจำการในพื้นที่ภาคใต้ได้ 4 ปีแล้ว เป็นการมาแบบเต็มใจ เพราะช่วงนั้น เขาเรียนจบหลักสูตรทำลายวัตถุระเบิดพอดี จึงอยากเอาความรู้ที่ได้มาใช้งาน
“ทางบ้านไม่อยากให้มา (หัวเราะ) ชื่อมันก็บอกอยู่ ญาติพี่น้องเราได้ยินชื่อหน่วยก็ตกใจแล้ว ทำไมชื่อมันน่ากลัวจัง”
หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิดเฉพาะกิจอโณทัยที่เขาสังกัดมีอยู่ประมาณ 20 ชุด เวลามีแจ้งเหตุวางระเบิดที่ไหน พวกเขาคือคนกลุ่มแรกที่ต้องเดินเข้าหาระเบิด เจ็บ-ตายเป็นเรื่องธรรมดา เขาบอกว่าถ้าวันไหนอุปกรณ์ครบชุด จะไม่ค่อยกลัว มั่นใจว่าเอาอยู่ แต่ถ้าวันไหนทุกทีมออกปฏิบัติหน้าที่หมด เหลือแต่อุปกรณ์ชุดเล็ก เขายอมรับว่าใจคอไม่ดีเหมือนกัน
“มันแล้วแต่ดวงนะ มาอยู่หน่วยนี้ก็ต้องทำใจ ไม่ใช่เฉพาะหน่วยนี้ ทหารทั้งหมด เขาลาดตระเวนทุกวัน วันหนึ่งอาจจะโดนตูมกลับมา เสียชีวิต ตอนผมลงมาปีแรกๆ ซี 130 บินขึ้นบินลงตลอด เดี๋ยวมาๆ มาขนศพ เราเห็นบางทีก็ใจไม่ดีเหมือนกัน แต่พออยู่ๆ ไปเราก็ชิน”
ลูกคนโตของ จ.ส.อ.อนันต์เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ส่วนอีกคนก็ใกล้จบ ซึ่งทำให้เขาเตรียมตัวเตรียมใจได้ง่ายขึ้นกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต
“มันอาจจะปลงแล้วก็ได้ ลูกก็เรียนจบไปคนแล้ว ไม่ค่อยคิดอะไรแล้ว ไม่ค่อยห่วง”
...........
ทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้มีแต่หน่วยรบ ยังมีหน่วยพัฒนาที่ลงพื้นที่และเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงแก่ชาวบ้าน เรียกขำๆ ว่า ‘รบกับหญ้า ฆ่ากับมด' เป็นหลัก
เรายืนดูทหารชั้นประทวนนายหนึ่งในศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กอ.รมน. 4 สน. ลีลาการเป็นวิทยากรของเขาไม่เบาเลย สร้างเสียงหัวเราะและสะกดเด็กๆ วัยซนได้อยู่หมัด
ข่าวคราวไม่ดีเกี่ยวกับทหารที่ผ่านสื่อออกไป ทหารบางนายเฉยๆ บางนายเข้าใจ บางนายต่อต้าน-หมายถึงต่อต้านสื่อและทหารนอกแถว บางนายอยากให้คนพูดไปเห็นว่าพวกเขาอยู่กันยังไง …ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ที่จะหงุดหงิด
มีเหตุผลหลายข้อที่พวกเขายอมจับปืนที่ยืนขวางระหว่างพวกเขากับความตาย สำหรับคนนอก บ้างก็ว่าเป็นเพราะเบี้ยเลี้ยง บ้างก็ว่ามันเป็นหน้าที่ของพวกเขาอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าเหตุผลนั้นคืออะไร อย่างน้อย ก็หวังว่าผู้คนคงพอจะเข้าใจพวกเขา
ถอดหัวโขนออกให้หมด จะทหารหรือชาวบ้าน ต่างก็คือมนุษย์และต่างก็เป็นเหยื่อของความรุนแรงเหมือนๆ กัน เราภาวนาขอให้เหตุการณ์ความไม่สงบจบสิ้นลงเสียที และไม่มีใครต้องสูญเสียอีกต่อไป
***********
เรื่อง : กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล
ภาพ : อดิศร ฉาบสูงเนิน




