xs
xsm
sm
md
lg

สังคมตื่นตะลึง “ซอมบี้” เวียดนาม โรคประหลาดกัดกิน 11 ปี หน้าหายนัยน์ตาโบ๋

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

<br><FONT color=#00003>เป็นกรณีที่ประหลาดยิ่ง โรคร้ายกัดกินใบหน้าจนเป็นโพรง กัดกร่อนอวัยวะทั้งหมด แม้กระทั่งส่วนแข็งแรงมากเช่นกรามบน กว่าทางการจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ก็เมื่อตกเป็นข่าวผ่านสื่อ และ สายไปแล้ว แต่เชื่อกันว่าผู้ป่วย ซอมบี้ รายนี้ จะเป็นกรณีที่วงการแพทย์ทั้วโลกสนใจเฝ้าติดตาม.</b>

ASTVผู้จัดการออนไลน์ - สังคมตกตะลึงหลังได้ดูทั้งภาพถ่าย และวิดีโอของหนุ่มใหญ่เวียดนามคนหนึ่ง ที่ป่วยด้วยอาการประหลาดเป็นเวลาถึง 11 ปี จนกระทั่งโรคร้ายคุกคาม กัดกินใบหน้า ตั้งแต่ปาก จมูก ลามกินเพดานบน กับนัยน์ตาทั้งสองข้าง จนกระทั่งหน้าตาเปลี่ยนไปเป็น “ซอมบี้ผีดิบ” สื่อของทางการเปิดเผยเรื่องนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่คณะกรรมการประชาชนท้องถิ่นได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเตี่ยนซยาง (Tien Giang) ในเขตที่ราบปากแม่น้ำโขง เดินทางไปยังบ้านของนายหวี่งวันเดิ๊ต (Huynh Van Dat) ที่ อ.ก๋ายแบ่ (Cai Be) วันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา และได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของ “ชายหน้าผี” กับครอบครัวที่มีสภาพย่ำแย่ หมดเนื้อหมดตัว ปัจจุบันมีเพียงภรรยา นางหวี่งถิเจียว (Huynh Thi Trieu) ที่คอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ เนื่องจากสามีเคราะห์ร้ายไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มาหลายปี

เจ้าหน้าที่ของทางการไปเยี่ยมครอบครัวนี้ เพียง 1 วัน หลังจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์จิถึกแจ๋ (Tri Thuc Tre) “ปัญญาชนเยาวชน” รายงานเหตุการณ์ และสังคมออนไลน์เวียดนามเผยแพร่ข่าวสาร รูปภาพ และวิดีโอคลิปผู้ป่วย “โรคซอมบี้” ไปทั่วโลก

ภรรยา กล่าวว่า สามีของนางเกิดปี พ.ศ.2507 สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีทุกประการ ตั้งแต่แต่งงานกันมา จนกระทั่งปี 2547 จึงมีอาการเลือดออกทางจมูกอยู่บ่อยๆ ทุกครั้งที่จาม จึงได้ไปพบแพทย์ ซึ่งวินิจฉัยว่าเกิดจากโพรงจมูกอักเสบ และให้ยาไปรับประทานรักษาอาการจนหายดีไปพักใหญ่ๆ


แต่ต่อมาอีกไม่นาน ได้เกิดเป็นแผลเล็กๆ ขึ้นภายในช่องปาก ก่อนจะอักเสบอย่างรวดเร็ว จนกระพุ้งแก้มทะลุ นางเจียว พาสามีไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งแพทย์บอกว่า ป่วยเป็นโรคบางอย่างที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ และให้ยาไปรับประทานรักษาตามอาการ ซึ่งไม่ได้ช่วยให้การป่วยของสามีดีขึ้น ในขณะที่ร่างกายนับวันอ่อนแอลง

ลักษณะประหลาดอีกอย่างหนึ่งของโรคนี้ก็คือ ไม่ทำให้เลือดไหล แต่ทำให้เจ็บปวดมาก นายเดิ๊ต ต้องกินยาระงับปวดอยู่ตลอดเวลา

นางเจียว รวบรวมเงินทองที่มีอยู่ พาสามีเดินทางเข้านครโฮจิมินห์ เพื่อรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งแพทย์บอกว่าการป่วยของนายเดิ๊ต สามารถรักษาให้หายได้ แต่จะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงต้องขายสมบัติทุกอย่างที่มีอยู่ กระทั่งกู้ยืมเงินนอกระบบเพื่อรักษาสามีให้หาย แต่ก็ไม่ดีขึ้นก็จึงกลับบ้าน จ.เตี่ยนซยาง ในที่สุด ฐานะของครอบครัวที่ง่อนแง่นอยู่แล้วยิ่งแย่ลง ลูก 2 คนที่กำลังเรียนชั้นมัธยมปลายต้องหยุดการเรียนเพื่อออกมาทำงานช่วยกัน จุนเจือรักษาบิดา

นายเดิ๊ต บอกภรรยาว่า ไม่ต้องไปหาหมออีกแล้วเพราะไม่มีเงิน และพร้อมที่จะตายที่บ้าน ซึ่งนางเจียว เล่าให้นักข่าวจิถึกแจ๋ฟัง ว่า นายเดิ๊ต เคยพยายามฆ่าตัวตาย แต่ตนเองไปพบก่อนจึงห้ามปรามได้ทัน และจากนั้่นมาก็ไม่เคยห่างสามีอีกเลย
.
<FONT color=#00003>นายหวิ่งวันเดิ๊ต นอนอยู่ที่มุมห้องด้านนี้ ขอให้ภรรยาล้อมผ้าปิดบังมิดชิด ไม่อยากให้ใครเห็นใบหน้า ไม่ต้องการสมาคมกับโลกภายนอก. </b>
2

3
<FONT color=#00003>นางหวี่งถิเจียว ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก เฝ้าดูแลสามี ป้อนน้ำป้อนข้าว มาเป็นเวลา 11 ปี แม้รู้ดีว่าไม่มีความหวังใดๆ ก็ตาม.  </b>
4
เมื่อไม่สามารถจะรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันได้ต่อไป นางจึงหันเข้าหาพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ ซึ่งแม้ว่าอาการจะไม่ดีขึ้น แต่ก็ช่วยให้สามีมีกำลังใจเข้มแข็งมากขึ้น

การป่วยของนายเดิ๊ตย่ำแย่ลงเป็นลำดับ ตอนนี้โรคร้ายได้กัดกินจมูกจนหมด ลามขึ้นไปจนถึงกรามบนจนหายไปทั้งแถบ และ ค่อยๆ กัดกินลูกตาทั้งสองข้าง เป็นภาพที่น่าเวทนายิ่งสำหรับผู้ที่ไปพบเห็น นายเจียวบอกว่า ไม่มีใครไปเยี่ยมในเดิ๊ตอีกเลยในช่วงปีสองปีมานี้ ด้วยหน้าตาที่น่ากลัวนั่นเอง

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ลาวโดง (Lao Dong) หรือ "แรงงาน" ครอบครัวของนายเดิ๊ต ได้รับสวัสดิการรักษาพยายบาลของทางการ ตลอดมา แต่สวัสดิการดังกล่าวก็ครอบคลุมเพียงการตรวจโรค กับค่ายาสามัญทั่วไปเท่านั้น ตอนนี้สำนักงานสาธารณสุข จ.เตี่ยนซยาง ได้บรรจุนายเดิ๊ตเป็นคนไข้อนาถา ซึ่งจะได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลจากรัฐบาลฟรีทุกอย่าง

อย่างไรก็ตาม ทุกคนลงความเห็นว่าถึงตอนนี้ก็สายไปแล้ว อาการซอมบี้ของคนไข้รายนี้ คงไม่มีทางรักษาให้หายขาด และ โอกาสที่จะได้หน้าตากลับคืนมากยิ่งมืดมน.
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...