xs
xsm
sm
md
lg

พระราชทานราชอิสริยาภรณ์ “ดร.ทองลุน” รองนายกฯ ลาว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

<bR><FONT color=#3366ff>พิธีประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก จัดขึ้นที่สถานทูตไทยนครเวียงจันทน์ วันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเอกอัครราชทูตไทยนายวิบูลย์ คูสกุล และ นายอาสา สารสิน ราชเลขาธิการ ซึ่งไม่ได้ปรากฏในภาพนี้ เข้าร่วมในพิธีด้วย  </FONT>

ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ประถมาภรณ์ช้างเผือก” แด่ นายทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศลาว ในฐานะเป็นผู้มีส่วนสำคัญยิ่ง ในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับความร่วมมือระหว่างลาวและไทยตลอดมา

นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูตไทย ประจำนครเวียงจันทน์ เป็นผู้อัญเชิญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดังกล่าว ไปประดับให้รองนายกฯ ลาว ในพิธีที่จัดขึ้น ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ในวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวสารปะเทดลาว กล่าว

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกชั้นที่ 1 “ประถมาภรณ์ช้างเผือก” หรือ Knight Grand Cross (First Class) of Most Exalted Order of the White Elephant เป็นเครื่องราชฯ 1 ใน 10 อันดับแรกของไทย และ เป็นชั้นสายสะพาย

ดร.ทองลุน ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ควบกับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ มาตั้งแต่ปี 2549 สืบต่อจาก นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด ซึ่งปัจจุบันเป็น รองนายกรัฐมนตรี “ผู้ประจำการรัฐบาล”

“ผลสำเร็จของความร่วมมือดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนให้ความสัมพันธ์ไทย-ลาวมีพัฒนาการก้าวหน้ามาอย่างมั่นคง และต่อเนื่อง บนพื้นฐานการมีผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านความมั่นคงและความมั่งมี เช่นเดียวกับการพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ จนเป็นที่ประจักษ์และพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายในปัจจุบัน” ขปล.กล่าว

เอกอัครราชทูตไทยเป็นผู้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก แด่ รองนายกฯ ลาว ผู้เข้าร่วมในพิธี ยังประกอบด้วย ผู้แทนระดับสูงของทั้งสองประเทศ
รวมทั้ง นายอาสา สารสิน ราชเลขาธิการและประธานที่ปรึกษาสมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ ที่ไปเยือนลาวอย่างเป็นทางการอีกด้วย สำนักข่าวของทางการ กล่าว

นายวิบูลย์ ได้ปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตไทยประจำลาว จนครบวาระในปีนี้ ช่วงที่ผ่านมาเอกอัครราชทูตไทย ได้เข้าเยี่ยมอำลาบรรดาผู้นำระดับสูงของลาว และได้เข้าเยี่ยมอำลา นายบัวสอน บุปผาวัน นายกรัฐมนตรีวันอังคาร (24 มี.ค.) นี้ด้วย หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่รายงาน
กำลังโหลดความคิดเห็น