xs
xsm
sm
md
lg

“ทะเลเปลี่ยนสี” สภาพสาหัส! อาจารย์ธรณ์ เปิดภาพบริเวณอ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันออก เขต EEC

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพถ่ายเมื่อเช้าวานนี้ (13 ก.ย.2564) อ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันออก เขต EEC
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ภาพ “น้ำทะเลเปลี่ยนสีเพิ่มขึ้น” บนเพจเฟซบุ๊ค Thon Thamrongnawasawat ยิ่งช่วงฤดูฝนเกิดบ่อยทุกสัปดาห์ สาเหตุสำคัญ คือ มลภาวะดั้งเดิม โลกร้อนหนักขึ้น + ฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด จึงเรียกเป็นเหตุโดน 2+1 เด้ง

อาจารย์ธรณ์ อธิบายจากภาพถ่ายที่ได้รับเมื่อเช้าวานนี้ (13 กันยายน 2564) บริเวณอ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันออก เขต EEC ไว้ดังนี้


นี่คือภาพความเปลี่ยนแปลงอันน่าเศร้าของอ่าวไทยตอนใน ทุกครั้งที่ผมเห็นภาพเช่นนี้ ได้แต่ปลอบตัวเอง อาจารย์ธรณ์เป็นคนเข้มแข็ง เจออะไรแย่ๆ มาเยอะ ก็ยังแค่นยิ้มได้

แต่บางเรื่องมันยิ้มไม่ไหว มันอยากร้องไห้ เพราะคิดเท่าไหร่ก็ไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ปรากฎการณ์น้ำเปลี่ยนสี ขี้ปลาวาฬ แพลงก์ตอนบลูม ฯลฯ จะเรียกชื่อไหนตามใจเถิดแต่การเกิดเหมือนกัน เมื่อธาตุอาหารมหาศาลจากแผ่นดินไปตามแม่น้ำลำคลอง ไหลลงสู่ทะเล แพลงก์ตอนบางชนิดเพิ่มจำนวนพรวดพราด

น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีเขียว บางทีก็สีน้ำตาล ตามแต่ชนิดแพลงก์ตอน ออกซิเจนในน้ำลดต่ำ บางแห่งบางเวลากลายเป็นศูนย์ ไม่เหลือเลยสัตว์น้ำตาย ที่พอหนีได้ก็ไปให้ไกลจากบริเวณนั้น

ชาวประมงเดือดร้อน ไม่มีสัตว์น้ำให้จับ โดยเฉพาะประมงพื้นบ้านที่ไปได้แค่ใกล้ฝั่ง คนเลี้ยงสัตว์น้ำเดือดร้อน ดูจากภาพเห็นกระชังมากมายในทะเลสีประหลาด เพื่อนธรณ์คงเข้าใจ

แม้แพลงก์ตอนไม่มีพิษ แต่น้ำแบบนั้นทำให้สัตว์โตช้า หรือไม่ก็ตายหมดในเวลาอันสั้น ความตายในฉับพลัน มันอาจหมายถึงสิ้นเนื้อประดาตัว จะส่งเสริมสนับสนุนอย่างไร SME ก็ไปไม่รอด

ผลกระทบยังไปถึงการท่องเที่ยว ใครก็อยากเห็นทะเลน้ำใส มาเจอทะเลสีแบบนี้ แถมบางทีมีกลิ่นแปลกๆ ใครจะอยากไปเล่น
น้ำเปลี่ยนสีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในระยะหลัง โดยเฉพาะในช่วงหน้าน้ำ เกิดแทบทุกสัปดาห์ น้ำฝนพาตะกอนลงมา พาธาตุอาหารจากแผ่นดิน และที่สำคัญคือปุ๋ยเคมี

ข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดิน พบว่าดินเมืองไทยกว่า 150 ล้านไร่ หรือเกือบ 47% มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทำให้เราต้องใช้ปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมาก ปี 63 นำเข้าถึง 5.14 ล้านตัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ครึ่งปีแรกของปี 64 เรานำเข้า 3.52 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 37.8% เมื่อเทียบกับปี 63 (2.56 ล้านตัน) ปุ๋ยเหล่านั้นเมื่อลงมาถึงทะเล โดยเฉพาะในเขตอ่าวไทยตอนใน

แพลงก์ตอนพืชร้องเย้ แพลงก์ตอนบลูม เราก็ได้ภาพเช่นนี้ ยังรวมถึงน้ำทิ้งจากชุมชน อุตสาหกรรม ฯลฯ ที่เราบำบัดได้ไม่ถึง 30%แค่ 2 สาเหตุนี้ สามารถอธิบายปรากฏการณ์ “เปลี่ยนสี” ของน้ำทะเลได้ครบถ้วน

Eutrophication เป็นปัญหาร้ายแรง หลายองค์กรระบุว่า นี่คือปัญหาติด Top5 ที่ส่งผลต่อทะเลโลก และเป็นปัญหาสาหัส แก้ไขยากสุดๆ

สำหรับเมืองไทย เราพยายามแก้ตรงจุดด้วยส่งเสริมเกษตรอินทรีย์กว่าล้านไร่ ธนาคารปุ๋ยอินทรีย์หลายสิบแห่ง แต่เมื่อดูตัวเลขแล้ว มันยังห่างไกลจากการจบปัญหาห่างมากเลย ห่างจนคิดไม่ออกว่า ต้องใช้เวลาอีกกี่สิบปี

แต่คิดออกว่าโลกร้อนกำลังแรงขึ้น ฝนตกหนักขึ้น น้ำท่วมบ่อยยิ่งพาธาตุอาหารลงมา ภัยแล้งยิ่งทำลายคุณภาพดิน ต้องใช้ปุ๋ยเพิ่มการฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด ต้องผลิตเยอะๆ เพื่อส่งออก ยิ่งกระตุ้นผลผลิตการเกษตร

มันจึงเป็น 2+1 เด้ง มลภาวะดั้งเดิม โลกร้อนหนักขึ้น + ฟื้นหลังโควิด

กลายเป็นปัญหาขนาดยักษ์ เป็นความเสี่ยงสุดๆ ของทะเลอ่าวไทยตอนใน ความเสี่ยงต่อการทำมาหากินของผู้คนโดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย ทั้งประมงทั้งท่องเที่ยว ที่จะเจอกับผลกระทบอย่างหนักและดูไปข้างหน้า มีแต่หนักกับหนัก ในพื้นที่ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเขต EEC ชายฝั่งที่เราปรารถนาจะให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ยั่งยืน/ย่อยยับ มีเส้นบางๆ ขีดขั้นไว้ ปัญหาคือเส้นนั้นกำลังจากหายไปทางออกสุดท้ายเป็นเหมือนคำตอบกำปั้นทุบดิน
เกษตรอินทรีย์ ลด/บำบัดน้ำทิ้ง ฯลฯ

เริ่มจริง เร่งเครื่องทำ หวังผลอีก 10-15 ปีหน้า มิฉะนั้น อีกไม่นาน เราจะเข้าสู่ยุคทะเลบางแห่งกลายเป็น Dead Zone ทำมาหากินอะไรไม่ได้เลยเดดโซนในทะเลทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอ่าวไทยตอนในคือหัวใจของทะเลไทย หากเธอตาย…

หมายเหตุ
EEC ย่อมาจาก Eastern Economic Corridor หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่า “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจาก แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Seaboard ซึ่งดำเนินมาตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา


ในครั้งนี้สำนักงานเพื่อการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ) มีเป้าหมายหลักในการเติมเต็มภาพรวมในการส่งเสริม การลงทุนซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำให้ เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว โดยในระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต 3 จังหวัดคือ ชลบุรี, ระยอง, และ ฉะเชิงเทรา
(อ้างอิงจาก https://sites.google.com/site/bbboseec/1-eec-khux-xari )


กำลังโหลดความคิดเห็น...