ถ้าพูดถึงเครื่องปรุงคู่ครัวไทยที่ขาดไม่ได้แต่ก็โดน “ใส่ร้าย” บ่อยที่สุด คงหนีไม่พ้น ผงชูรส หรือเจ้าของรสชาติ “อูมามิ” นั่นเอง หลายคนกินส้มตำไปก็ระแวงไปว่า เอ๊ะ! ผมจะร่วงไหม? ไตจะพังหรือเปล่า? วันนี้เราจะมาถอดรหัสความเชื่อนี้ให้ชัดเจน
ประเด็นที่ 1: กินผงชูรสแล้ว “หัวล้าน” จริงหรือมั่ว?
ขอตอบให้สบายใจก่อนเลยว่า “ไม่จริง” ในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนยืนยันว่าการกินผงชูรสส่งผลให้รากผมฝ่อหรือผมร่วงจนศีรษะล้าน ส่วนใหญ่ที่บอกว่ากินแล้วผมร่วงมักจะเป็นเรื่องของ “ความบังเอิญ” หรือปัจจัยอื่นมากกว่า เช่น
พันธุกรรมและฮอร์โมน: นี่คือตัวการหลักของอาการหัวล้านในมนุษย์
การขาดสารอาหาร: อาหารที่มีผงชูรสเยอะๆ มักเป็นอาหารรสจัดหรืออาหารแปรรูป ซึ่งถ้าเรากินแต่เมนูเดิมๆ อาจทำให้ขาดวิตามินที่ช่วยบำรุงผม
ความเครียด: ยิ่งเครียดผมยิ่งร่วง ไม่ใช่เพราะผงชูรสในจานอาหาร
ประเด็นที่ 2: “อันตรายต่อไต” ตกลงร้ายแรงแค่ไหน?
เรื่องนี้ต้องอธิบายแบบแยกส่วน เพราะผงชูรสไม่ใช่ “ยาพิษ” แต่มีสิ่งที่ต้องระวังคือ “โซเดียม”
ผงชูรส ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่พบได้ตามธรรมชาติในมะเขือเทศหรือชีส ซึ่งร่างกายเราจัดการได้ปกติ โดยตัวมันเองไม่ได้ทำลายไตโดยตรง แต่ความเสี่ยงอยู่ที่ “ปริมาณ” ในการบริโภค ซึ่งในผงชูรสมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ แม้จะน้อยกว่าเกลือแกงถึง 3 เท่า แต่ถ้าเรา “มือหนัก” ใส่ทั้งน้ำปลา เกลือ และผงชูรสลงไปพร้อมกัน ไตจะทำงานหนักเพื่อขับโซเดียมส่วนเกินออก
ผลกระทบระยะยาว ถ้ากินเค็มจัด (โซเดียมสูง) นานๆ จะนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ “ไตเสื่อม”
ประเด็นที่ 3: พลิกวิกฤตให้เป็น “อูมามิ” ที่ดีต่อสุขภาพ
เชื่อไหมว่า ถ้าใช้ให้เป็น ผงชูรสอาจช่วยให้เราสุขภาพดีขึ้นได้!
เพราะความอร่อยแบบอูมามิจะช่วยให้รสชาติอาหารเด่นขึ้น นักโภชนาการจึงแนะนำว่า “ให้ใช้ผงชูรสเพียงเล็กน้อย เพื่อลดการใช้เกลือหรือน้ำปลา” วิธีนี้จะช่วยให้ปริมาณโซเดียมรวมในจานอาหารลดลงถึง 30% ซึ่งดีต่อไตมากกว่าการไม่ใส่ผงชูรสเลยแต่ประโคมใส่เกลือจนเค็มปี๋
สรุปสุดท้าย กินอย่างไรให้ปลอดภัย?
สายกลางดีที่สุด ไม่ควรทานผงชูรสเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน และระวังน้ำซุป/น้ำยำ ที่เป็นแหล่งสะสมโซเดียมและผงชูรสชั้นดี ใครที่กลัวไตพัง แนะนำว่า “ซดแต่น้อย” และที่สำคัญต้องกินอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารบำรุงเส้นผมและร่างกายให้ครบถ้วน
สรุปแล้ว รสอูมามิไม่ใช่ผู้ร้ายที่ทำให้หัวล้าน แต่การกินโซเดียมเกินขีดจำกัดต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น กินแต่พอดี แล้วจะอร่อยได้อย่างสบายใจแน่นอน


