xs
xsm
sm
md
lg

เตือนแล้วนะ! นอนน้อย เสี่ยงโรคมะเร็งตับ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

หลายคนอาจจะคิดว่า “มะเร็งตับ” เกิดจากการดื่มเหล้า แต่จริงๆ แล้วมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ไขมันเกาะตับ โรคอ้วน โรคเบาหวาน รับประทานอาหารปนเปื้อน หรือแม้กระทั่งการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอและไม่เป็นเวลาก็สามารถส่งผลให้คุณเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับโดยอ้อมได้เหมือนกัน

เนื่องจากการนอนไม่พอ หรือการนอนหลับๆ ตื่นๆ เป็นสาเหตุโดยอ้อมที่ส่งผลต่อภูมิต้านทานร่างกายลดต่ำลง และทำให้เกิดความเครียด หงุดหงิดง่าย ส่งผลต่อตับ ที่เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกำจัดสารพิษและของเสีย ผลิตน้ำดีในการย่อยอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สร้างและเก็บสะสมแป้งและไขมันเพื่อเป็นพลังงาน รักษาสมดุลในร่างกาย และเป็นภูมิคุ้มกันร่างกาย ดังนั้น ถ้าตับทำงานผิดปกติอาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นไวรัสตับอักเสบบีได้

โดยไวรัสตับอักเสบบี คือ โรคที่มีเชื้อไวรัสเข้าไปทำลายตับให้ทำงานผิดปกติ มีทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรัง ซึ่งจะนำไปสู่การกลายเป็นมะเร็งตับ ในกรณีที่มีการติดเชื้อเป็นเวลานานกว่า 6 เดือนจะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง เข้าสู่ภาวะตับแข็ง และเป็นมะเร็งตับได้ โดยเฉลี่ยแล้วนั้นคนไทยเป็นไวรัสตับอักเสบบี ประมาณ 3 ล้านคน

7 วิธีการดูแลตัวเอง เพื่อไม่ให้เป็นมะเร็งตับ

1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นรับประทานผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น พรุน ลูกเกด บลูเบอร์รี แบล็กเบอร์รี ราสป์เบอร์รี ส้ม เกรปฟรุตสีแดง แคนตาลูป แอปเปิ้ล แพร์ เป็นต้น เพราะทั้งหมดนี้จะสามารถช่วยลดอนุมูลอิสระที่ผลิตขึ้นในกระบวนการขับพิษ หรือผักสลัดเขียวที่มีรสขม เช่น ร็อกเก็ต (Rocket) แดนดิไลออน (Dandelion) ชิคอรี (Chicory) เอนไดฟ์ (Evdive) เพราะรสขมของผักเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำดีภายในตับ อีกทั้งผักตระกูลครูซิเฟอรัส เช่น ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี บรอกโคลี คะน้า ซึ่งมีสารช่วยลดฤทธิ์ของสารพิษได้ (ข้อมูล : หนังสือ “กินป้องกันโรค”, ศัลยา คงสมบูรณ์เวช, สำนักพิมพ์ Amarin Health)

2. หลีกเลี่ยงอาหารหมัก ดอง อาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เค้ก คุกกี้ โดนัท เบเกอรีต่างๆ ของทอดต่างๆ ฯลฯ เพราะอาหารไขมันสูงส่งผลให้ตับทำงานหนักในการสร้างน้ำดีมาย่อยอาหาร และเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารแอฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ได้แก่ ถั่วลิสง พริกแห้ง พริกป่น เพราะสารนี้ส่งผลให้เป็นมะเร็งตับได้

3. ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากโรคอ้วน เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคมะเร็งตับ

4. พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะจะช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น

5. เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับแข็ง และอาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับได้

6. ไม่รับประทานยามากเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อตับได้

7. หมั่นตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะการตรวจไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี




กำลังโหลดความคิดเห็น...