“ทนายแก้ว” แถลงยอมรับกอด-หอม นศ. 2 ครั้งจริง แต่ไม่ได้ล้วง เสนอ 2.5 ล้าน อยากให้จบ กลัวเสียชื่อเสียง อายลูก-อายเมีย ยันพ่อผู้เสียหายพูดจริงผ่าน “แจง” เมีย “แจ๊ส” หากไม่ได้ 10 ล้านไม่ต้องมาคุยกัน เสียใจแอบเผลอใจ พลาดไปแล้ว โอดจิตอ่อน ถูกเล่นสงครามประสาท
กรณีข่าวฉาว “ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล”ถูกแฉว่าแอบจกของลับนักศึกษา อายุ 18 ปี โดยมีการพาขึ้นรถ ก่อน จก ล้วง จูบ เรื่องแดงเพราะเด็กอัดคลิปเสียงไว้ พอรู้ว่าเกมเลยส่งคนไปเคลียร์ ต่อมามีการเสนอข่าวว่าพ่อฝ่ายหญิงเรียกเงิน 10 ล้าน ทนายแก้วต่อรองจนลดเหลือ 2.5 ล้านเพื่อให้จบเรื่องราว ซึ่งเมื่อวานนี้เพจดังได้เปิดแชตไลน์การสนทนาระหว่างทนายแก้วและนักศึกษาเพื่อให้ทุกคนได้พิจารณากันเอาเอง
ล่าสุดวันนี้ (23 ม.ค.) ทนายแก้ว นัดสื่อมวลชนเปิดใจ ตั้งโต๊ะแถลงด่วนถึงรื่องดังกล่าว ที่ โรงแรมเมธาวลัย เรสซิเดนซ์ พร้อมร่ายยาวไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้น
-กราบขอโทษ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ขอโทษครอบครัวผม ครอบครัวน้องเขา และบุคคลที่ใกล้ชิดกับผม รวมถึงทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ผม ผมขอโทษจากใจจริงๆ
-ผมอยากเล่าข้อเท็จจริงในมุมของผมให้พี่ๆ สื่อฟังบ้าง เรื่องเริ่มตั้งแต่ 26 ธ.ค.ปีที่แล้ว พี่หนุ่ม กรรชัย โทร.หาผม บอกว่ารับรู้เรื่องนี้มาจากเบนซ์ อาปาเช่ ซึ่งเบนซ์ รู้จากพ่อของน้องเขา
-พี่หนุ่มถามว่า 12 ก.ย. แก้วได้ไปจับหน้าอกเขา ล้วงเขา ระหว่างขับรถจากเทอร์มินอล 21 มาที่ร้านอาหารแม่ศรีเรือนหรือเปล่า
-ผมตกใจ ผมบอกว่าผมไม่ได้ทำ ก็บอกว่าผมมีการขับรถมากับน้องเขาจริงๆ ผมยอมรับครับ ระหว่างขับรถมา ก็ได้นั่งคุยกัน ผมไมได้ทำแบบที่เขาพูด พอถึงร้านแม่ศรีเรือน ถึงลานจอดรถ มีการเดินเข้ามาที่ร้าน ทานอาหารกัน นั่งกินข้าวกันตามปกติ กินได้สักระยะก็มีการถ่ายรูปคู่กัน
-ช่วงนั้นมีการกระเซ้าเย้าแหย่กัน ผมยอมรับว่าผมได้มีการป้อนอาหารน้องเขาในร้านอาหาร พอทานเสร็จผมก็เดินไปเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำแม่ศรีเรือนอยู่ด้านนอก ช่วงนั้นก็ใช้เวลาล้างมือแล้วเดินกลับมา น้องก็ยังนั่งอยู่เหมือนเดิม ก็เช็กบินแล้วเดินไปที่รถ
-ผมบอกพี่หนุ่มว่าถ้าผมล้วง ผมทำแบบนั้นจริงๆ น้องคงไม่เดินมาในร้านกินข้าวกับผม ช่วงที่ผมเดินออกไปล้างมือ มันสามารถเดินออกจากร้านไปได้เลยครับ
-ถ้าผมทำแบบนั้น คงไม่มีใครมาถ่ายรูป มาทานข้าว แล้วนั่งรอขึ้นรถกลับไป
-ระหว่างผมเดินกลับไปที่รถ ผมยอมรับว่าไม่รู้ผีห่าซาตานตัวไหนเข้าสิง ขณะสตาร์ทรถ ผมยอมรับมีการกอด หอม จูบน้องเขาจริงๆ ผมยอมรับครับ ระหว่างนั้นผมก็เคลื่อนรถออกมา ขับรถผ่านเอกมัย-รามอินทรา มุ่งหน้าไปคริสตัลปาร์ก
-ระหว่างผมขับรถไป ก็ปกติ จนถึงคริสตัลปาร์ก ก่อนแยกกัน ผมก็มีการกอดหอมจูบน้องจริงๆ ตรงนี้ผมยอมรับ ผมเสียใจ ผมทำตัวรุ่มร่าม คิดน้อย ผมผิดหวังกับตัวเองที่ได้กระทำแบบนั้น
-แชตทั้งหมดที่เอามา เป็นแชตตั้งแต่เริ่มต้น วันที่ 8 ก.ย. เป็นการพูดคุยจนทำให้ผมเห็นว่ามันมีมิตรภาพดีๆ ระหว่างกัน ผมไม่ได้ลบแชตครับ
-ในแชตทุกท่านคงเห็นแล้ว พอหลังเกิดเหตุ มีการพูดคุยกันปกติ น้องก็ส่งรูปมา
-หลังวันที่ 12 ก.ย. มีการพูดคุยกัน
-พี่ๆ คงถามว่าผมไปขอโทษเขาทำไมในไลน์ ผมยอมรับว่าข้อความบางข้อความที่บอกว่าผมไปหลอกเด็ก คิดว่าผิดหวังจากความรัก ผมไม่ได้หลอกเด็กครับ ผมแสดงความจริงใจว่าขอโทษ ในข้อความที่น้องส่งมาให้ผม มันไม่มีคำตามที่น้องเขากล่าวอ้างเลยว่า ทำไมพี่แก้วต้องจับ...หนู ทำไมต้องทำกับหนู ผมคิดว่าบุคคลทั่วไป ก็ต้องส่งข้อความแบบไม่คิดอะไรมาก
-ข้อความในไลน์ที่คุยหลังจากวันนั้น ไม่มีข้อความว่าผมไปจับหน้าอกเลยจริงๆ
-วันนี้มาเล่าข้อเท็จจริงในมุมผม
-จากนั้นมีการพูดคุยกันในเดือนต.ค. เพื่อให้มีการตัดคลิป ผมถามว่าถ้าผมเป็นคนไม่ดีขนาดนั้น หรือผมกระทำขนาดนั้น เขาต้องบล็อกผมแล้วครับ ไม่มีใครอยากคุยกับผมต่อหรอกครับ ผมไม่ใช่เซเลบใหญ่ที่ต้องมาง้อให้ผมตัดคลิป คนไมได้ตามอะไรผมมากครับ แต่มีการพูดคุยกัน อยากได้คลิปประมาณไหน มีการพูดคุยกันจริงๆ ครับ
-คลิปทั้งหมดผมไม่ลบ ผมแค่บอกให้เห็นว่าผมขอโทษ เพราะผมไปหอม ไปกอดเขา ผมไปทำแบบนั้นจริงๆ
-แต่สิ่งที่ผมออกมาพูดวันนี้ คือผมไม่ได้ทำเกินเลยมากกว่าที่ผมพูดครับ
-หลังจากนั้น น้องบอกมีการขอโทษเป็นเงินในประโยคสุดท้าย สำหรับผมเป็นคำน่ากลัว ผมไม่ใช่คนยุคเจนใหม่ ผมเป็นคนแก่แล้ว คำแบบนี้ผมรู้สึกว่าผมขอโทษด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ส่งมาแบบนี้ ผมเลยบอกว่างั้นผมไม่วุ่นวาย หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย
-เรื่องผ่านมาจนถึง 26 ธ.ค. วันที่พี่หนุ่มรับรู้จากเบนซ์ และรับรู้จากตัวพ่อน้องเขาแล้วมาเล่าให้ผมฟัง
-พอรู้เรื่อง วันนั้นผมก็ได้โทร.ไปคุยกับพ่อน้องเขา ผมไม่รู้เป็นคลิปไหน ผมไม่ได้ฟัง แต่ผมยอมรับโดยดุษฎีว่าผมคิดน้อย ผมเสียใจ ผมยอมรับว่าผมทำตัวรุ่มร่าม ผมเสียใจจริงๆ ตัวพ่อบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวจะนัดเจอกับน้องเขา ให้ผมไปขอโทษ
-แต่ขณะนั้น สิ่งที่ผมแปลกใจ คือพ่อน้องได้มีการส่งเรื่องไปสองส่วน หนึ่งส่งเรื่องไปคุยกับคุณแจง เมียแจ๊ส ชวนชื่น สองส่งเรื่องไปให้อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา กับเบนซ์ อาปาเช่ หรือกลุ่มไหนก็ตาม
-ผมชวนคิดว่าผมก็เป็นมนุษย์พ่อ ผมก็มีลูกสาว ถ้าผมรู้ว่ามีเหตุแบบนี้ ผมต้องไปแจ้งความครับ ทำอะไรสักอย่าง ผมแค่ชวนคิดครับ แต่กลับยังไม่ได้แจ้งความ เลือกที่จะส่งเรื่องไปให้คุณแจง และคนเหล่านี้ก็ติดต่อมาหาผม
-พอผมรู้เรื่อง ผมพูดตรงๆ ผมตกใจ ผมเห็นโพสต์แรกที่อาจารย์จตุรงค์โพสต์ พอเขาโพสต์ปั๊บ พี่หนุ่มโทร.มาบอกผม ผมเลยโทร.ไปหาตัวพ่อเขา แน่นอนครับด้วยความกระวนกระวาย ผมพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่ผมหมอบ จะให้ผมทำอะไรก็ตาม ด้วยความกระวนกระวาย ผมก็เลยไปอ้างชื่อพี่หนุ่ม กรรชัย ยกมือกราบพี่หนุ่มที่เอาชื่อไปอ้าง (ยกมือไหว้) ด้วยอยากให้สถานการณ์มันคลี่คลาย ผมพูดจริงครับ
-จากนั้นผมก็พยายามติดต่อพ่อเขา พ่อเขาคุยกับผมครั้งสุดท้ายตอนผมโทร.ไป ผมส่งไปว่าผมอยากจะเจอ เขาไม่อ่านไลน์ ผมโทร.ไปเขาไม่รับสาย เรื่องที่ผมคิดคือแจง เนื่องจากเป็นผู้เช่าร่วมตึกกับพ่อน้องเขาที่สยามสแควร์ ผมโทร.หาแจงก่อนปีใหม่ แจงช่วยพี่แก้วหน่อย แจงพูดออกมาเลยว่าแจงไม่อยากยุ่ง พี่แก้วไปคุยกับพ่อเขาเองเถอะ ผมบอกว่าผมพยายามติดต่อจริงๆ แต่เขาไม่คุยกับผม แจงเลยโทร.หาพ่อน้องเขา
-คุยไปสักระยะ แจงก็เป็นฝ่ายพูดว่า พ่อเขาบอกว่าถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย พ่อเขาพูดผ่านคุณแจงมา แจงโทร.กลับมาหาผม ผมก็บอกว่าบ้า! ผมไม่มีถึงขนาดนั้น ถ้าจะให้จบและทุกอย่างเงียบเร็วขอล้านเดียวได้ไหม ขอให้จบเถอะ แจงเลยโทร.ไปหาพ่อเขาว่าพี่แก้วไหวเท่านี้ พ่อบอกถ้าไม่มี 5 ล้าน 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย
-ผมเครียด เพราะผมรอคำตอบ ระหว่างนั้นปีใหม่ 1 2 3 แจงไปต่างประเทศ กลับวันที่ 9 ผมนั่งนอนรอตลอดว่าจะจบตัวเลขยังไง
-ถามว่าไม่ผิด ไปเสนอตัวเลขทำไม ผมพูดตรงๆ ว่าผมเสียใจที่ทำร้ายครอบครัว ผมเลยอยากให้เรื่องจบโดยรักษาชื่อเสียง ผมเสนอไปจริงๆ ครับ แต่ระหว่างนั้นผมต้องไปทำงานปกติ เพราะผมรอคำตอบ ผมมีไปโหนกระแส พอเขาเห็นผม เขาก็มาโพสต์ว่าทำตัวร่าเริง
-ผมบอกผมเสียใจ ผมทำอะไรไม่ได้ เขาโพสต์โดยเอารูปในโหนกระแสมาโพสต์ในเฟซบุ๊กเขา
-ผมกลัว ผมพูดตรงๆ ผมตกใจ มันเป็นสิ่งที่ผมมีดีลนัดต่างๆ หลังจากนั้นผมกระวนกระวาย พยายามติดต่อผ่านคนกลาง คืออาจารย์จตุรงค์ จงอาษา ตอนนั้นผมไม่มีเบอร์ทนายพ่อเขา ผมโทร.หาอาจารย์จตุรงค์ ช่วยเป็นคนกลางประสานงานให้ผมหน่อย ขอเจอหน่อย เพื่ออยากให้มันจบ ระหว่างนั้นพ่อเขามีการโพสต์ทำให้ผมปั่นป่วนจริงๆ ผมกลัวครับ มีการโพสต์จนผมสามารถเจอกับเขาได้ในวันที่ 12 ม.ค.ปีนี้
-มีผม อาจารย์จตุรงค์ พ่อน้อง และทนายความ นั่งคุยกัน ผมฟังจากทนายเขาบอกว่าไม่ต้องคุยเรื่องรูปคดี คุยเรื่องละลายความรู้สึก ผมขอบคุณ ผมหมอบครับ ผมยกมือขอโทษเขา สิ่งที่ขอโทษคือผมขอโทษที่รุ่มร่าม คิดน้อย ทำอะไรไปโดยขาดสติ ด้วยสิ่งที่ผมรู้สึกว่าไปคุยกับน้องทำไม ไปแอบคุยกับเขา ไปทักเขา ไปคุยกับเขาทำไม สิ่งที่เสียใจอยู่ตรงนี้ครับ
-พอ 12 ม.ค. พูดคุยกัน ระบายความรู้สึก ผมขอโทษขอโพย พอใกล้จะเลิก ใจจริงผมรู้จากแจงว่าตัวเลขวิ่งที่ 5 ล้าน ตัวพ่อได้มีการบอกว่าขอผม 5 ล้าน ผมบอกว่าอุ้ย ผมไม่ไหวจริงๆ ผมขอเถอะครับ ผมอยากให้จบแบบนี้ ผมเลยบอกว่าผมขอที่ 2.5 ล้าน
-ผมไม่ผิดแล้วผมจ่ายทำไม เพราะผมอยากให้เรื่องมันจบตอนนั้น ผมอยากให้เรื่องมันจบจริงๆ ผมอายครับ ผมอายเขา ผมอายครอบครัว อายทุกอย่าง
-หลังวันที่ผมรอ 12 13 14 รอไปเรื่อยๆ เหตุการณ์ที่แปรเปลี่ยน คือน้องเขาเอารูปผม ลูกสาวผมไปลงในเฟซบุ๊กเขา มันเป็นเรื่องของผมกับเขา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับลูกสาวผมเลย เขาโพสต์ว่าผมก็มีลูกสาววัยอย่างนี้ ทำให้ผมกลัวยิ่งขึ้นครับ ผมกระวนกระวายในการติดต่อ ฟ้องก็ฟ้องเถอะครับ ถ้าเขาบอกไม่เอาก็จบครับ แต่วันที่ผมเสนอไป 2.5 ล้าน เขาบอกว่าให้ติดต่อผ่านทนายและอาจารย์จตุรงค์ ผมรอคำตอบจากสองท่าน เท่าไหร่ผมไม่รู้ จนมีการลงรูปลูกผม ผมไปออกงานที่เดอะสแตนดาร์ดในวันที่ 16 ไปดีเบต มีงานที่ผมนัดกันก่อนแล้ว ผมต้องไป พอเขาเห็นผมไปดีเบต เขาก็รู้สึกว่าผมร่าเริง ก็มาโพสต์อีกว่าผมร่าเริง
-ผมเสียใจ ผมพยายามโทรหาอาจารย์จตุรงค์ อาจารย์จตุรงค์บอกก็ไม่อยากยุ่งอย่างโน้นอย่างนี้ จนท้ายสุดเรื่องถูกเปิดออกมา โดยพ่อเขาส่งให้ช่องนึง ผมบอกงั้นผมขอโอกาสมาอธิบายให้พี่ๆ ฟัง
-ผมชวนถามว่า พี่ๆ สื่อลองถามตัวเองว่า ถ้าพี่รู้ว่าลูกพี่ถูกกระทำ พี่จะรอเวลาเพื่ออะไร ถ้าพี่เจอผมในวันที่ 12 ม.ค. ตบโต๊ะ ไม่เอา จบ จบก็จบครับ ผมจะได้เข้าใจว่าผมต้องทำอะไร ทุกวันนี้ในเฟซฯ ผม ผมนิ่งตั้งแต่วันที่ผมรู้แล้วครับ ยอมรับไม่กล้าลงอะไร ผมอาจจิตอ่อน ไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น ผมเงียบมาตลอด ผมไม่กล้าโพสต์อะไรเลย โพสต์ไปเขาแคปไปลง ทำให้ผมรู้สึกว่าผมผิดก็ว่ากันไปตามนั้นสิ คุณบอกผมทำอย่างนี้ ผมเข้าใจว่าเขาไม่ได้อยู่ ณ ที่นี้ แต่เขาควรบอกผมไปเลยว่าพี่แก้ว ผมไม่เอาแล้ว ไปเจอกัน โอเค
-ทุกวันนี้ผมยอมรับว่าต้องเฟดตัวออกมา เพราะเกรงใจรายการเขา ผมไม่กล้าไปไหน นอกจากงานที่มีอยู่แล้ว นี่คือรายละเอียดย่อๆ ที่เล่าให้ฟัง
-ด้วยเวลาที่ผมเริ่มเข้มแข็ง ผมได้ไปขอโทษครอบครัวผม ผมเล่ารายละเอียดแบบนี้ให้ลูกฟัง ว่าผมอยู่ในสภาวะกดดันตั้งแต่ 26-27 จนถึงก่อนวันที่ผมได้แถลงข่าว ผมไม่ได้หลบหนีไปไหน ผมยอมรับว่าผมทำตัวไม่น่ารักที่แอบไปคุย คิดน้อยครับ แต่หลายๆ อย่างมันไม่ได้เป็นไปตามนั้นครับ
-เวลาผ่านมา 4 เดือนเศษ จนถึงตอนนี้ เจตนาฝั่งโน้นเขาต้องการให้ผมทำอะไร ผมไม่ขอวิเคราะห์ แต่มันกลายเป็นข่าว กระบวนการกฎหมายผมเคารพ แต่ต้องไม่ใช่เอารูปลูกผมมาแขวนแบบนี้ มาเหน็บมาว่าผม ผมถามว่าถ้าผมจับตั้งแต่อยู่บนรถ ใครมันจะเดินไปกินข้าวกับผม คุณมีโอกาสไปบอกบริกร บอกพนักงานเสิร์ฟ มีโอกาสข่วนผม ตบหน้าผม ส่งข้อความไม่ดีมาด่าผม ทำไมคุณไม่ทำ มันด่าได้ง่ายๆ เลยครับ ทำไมพี่แก้วเฮียแบบนี้
-ตั้งแต่ผมเดินทางจากเทอร์มินอล21 มันก็ปกติ ผมไม่ได้ฉุดกระชากเขาขึ้นรถครับ ข้อความในแชตไลน์ดูได้ ผมเอามาให้เห็นเพื่อแสดงว่ามันเกิดมิตรภาพ ที่ผมคิดว่ามันมีมิตรภาพ บางอย่างผมคิดน้อย บรรยากาศในร้านก็กินกันปกติ ถ่ายรูปกัน สุดท้ายเดินไปที่ลานจอดรถแล้วแยกกัน เหตุการณ์ผ่านมา 4 เดือนกว่า จนถึงวันที่ 26 ที่ผมเล่าไป
-ส่วนข้อความที่บอกว่าน้องลบแชต ผมลบกล้อง ผมไม่ได้ลบกล้องครับ กล้องผมส่องไปข้างนอก อัดไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าพิมพ์แบบนั้นทำไม ผมขับรถเบนซ์สามารถเปิดรถลงไปได้เลย ถ้าใครไม่เต็มใจหรือไม่อะไร ก็เปิดรถลงไปด้เลยครับ
-มีคนถามว่าทำไมผมต้องไปเจรจา พอผมรู้เรื่อง ผมร้อนใจจริงๆ ผมโทร.หาอาจารย์จตุรงค์จนเขารำคาญผม เรื่องผมน่าอาย ไม่อยากให้ใครรู้มากจริงๆ ผมโทร.หาอาจารย์จตุรงค์เพื่อให้ช่วยคุยให้จบในวงแคบ เขาจะเอายังไงก็ตามให้บอกผม แต่สุดท้ายไม่มีตรงนี้ครับ เลยมีการเปิดข่าวออกมาครับ
-คร่าวๆ คือวันที่ 26 พี่หนุ่มโทร.มาถามผมว่าเหตุการณ์บนทางด่วน มาถึงแม่ศรีเรือน ผมได้ทำไหม ผมไม่ได้ทำ
-เงิน 10 ล้านบาท ผมโทร.หาแจง บอกแจงเล่าให้ฟังหน่อย เงิน 10 ล้านมายังไง แจงบอกตัวพ่อเขาเป็นคนพูด แจงก็โทรมาบอกผมว่าเขาคงพูดด้วยอารมณ์มั้งพี่แก้ว ผมเลยบอกว่าเฮ้ย มันเกินไปหรือเปล่าวะ ผมไม่มีถึงขนาดนั้น แต่ผมก็ต้องพยายามเจรจาต่อ แต่แจงไปต่างประเทศ ผมไม่มีใครจริงๆ
-หลายๆ ครั้งที่พอผมรู้สึกว่าผมทำอะไรก็ไม่ได้ ผมพูดตรงๆ นะ เงินก็จะเอา แต่งานไม่ให้กูทำ เขามีเจตนาอะไรไม่รู้ ก็ไม่ได้บล็อกเขาหรอกครับ พอบล็อกก็โกรธผมอีก
-มันไม่ควรมาเล่นสงครามประสาทจริงๆ ผมเป็นคนจิตอ่อนจริงๆ ครับ ผมกลัว ผมยอมรับว่าตกใจ เพราะผมไม่เคยจริงๆ ผมเสียใจนะครับ ที่ผมเล่ามาทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่นำเสนอ ผมไม่รู้ว่าพี่จะเอ๊ะหรืออะไร แต่อยากวิงวอนว่าไม่อยากให้มันไปทำร้ายอีกฝั่งจริงๆ แต่ทุกคนบอกว่าผมไปซักคนอื่นในรายการ ทำไมไม่กล้ามา ผมก็เลยมาวันนี้ ผมยอมรับว่าผมไม่ได้พร้อม ข่าวผมดังทั้งประเทศ แต่ผมก็อยากพิสูจน์ให้เห็นว่ามันไม่ได้เป็นไปตามนั้นจริงๆ
ภายหลังทนายแก้วเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถาม ยอมรับว่าไม่ได้มีการขัดขืนอะไร ตนได้มีการหอมกอดจริงๆ ไม่ได้ปฏิเสธ ขณะออกจากรถก็ทำแบบนั้นจริงๆ โดยทำ 2 รอบ
คำบางคำเป็นคำสะท้อนให้ตนเห็นได้ เช่น พี่คุยกับหนูส่วนตัวได้ใช่ไหม คงไม่ไปรายงานพ่อนะ เขาบอกว่าได้ค่ะ ไม่ได้บอกพ่อค่ะ บางประโยคมันทำให้เกิดมิตรภาพ ทำให้เกิดความรู้สึกดีในการคุยกันครับ ข้อความที่พูดคุยกัน ตนไม่ได้พูดจาหยาบๆ เป็นการส่งรูปคุยกัน
ไม่ได้คิดชู้สาวตั้งแต่แรก ด้วยสภาวะอารมณ์ที่อยู่ใกล้กัน ตนผิดเพราะดันไปคิดน้อย ได้ไปจับไปกอดเขาเท่านั้น ตอนนั้นตั้งใจคุยกันเรื่องงาน ตัดคลิป โปรโมตร้านของคุณพ่อเขา
ครั้งแรกที่เห็นน้องก็ปกติ จริงๆ ไม่อยากไปย้ำตรงนั้น น้องเขาก็เป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย แต่ไม่ใช่เห็นปั๊บจะไปแบบนั้นเลย ตนโตแล้ว ไม่มีสิทธิ์ไปละเมิดทำอย่างนั้นครับ ด้วยสถานการณ์ของความอยู่ใกล้กัน คิดน้อย ตนขอโทษไปแล้ว ไม่ได้ปฏิเสธ ตนคิดว่าเป็นเรื่องของความสมัครใจ ไม่ได้คิดตั้งแต่ตอนแรก ไม่งั้นเข้าโรงแรมไปแล้ว ขอโทษที่ใช้คำนี้
การนัดเจอกันวันนั้น มันเป็นการพูดคุยปกติ ดูในแชตไลน์ได้ ไปกันสองต่อสอง เพราะผมทักก่อนว่าไปทานกาแฟกันไหม เขาก็ตอบว่าไปทำบัตรที่พระราม 3 ก็มีการพูดว่าไปเจอที่ร้านไหม ทานอาหารก็ปกติ ส่วนหอมแก้ม ทำในรถอย่างเดียว แต่ในรูปถ่ายในร้าน โดนตัวเขาอย่างในรูป ทำในรถหลังออกจากร้านอาหารไปคริสตัลปาร์ก รอบแรกก่อนเคลื่อนรถไปคริสตัลปาร์ก แล้วก็ตอนที่ไปจอดที่คริสตัลปาร์กอีกหนึ่งครั้ง ก็แปลกใจ เขาก็ไม่เคยมาบอกใจแชตไลน์ว่าทำไมพี่แก้วมาจับหน้าอก มันไม่มีในข้อความที่เขาด่าตนเลย ถ้าตนทำอย่างนั้น เขาต้องด่าตนแล้วครับ ตนกินข้าว 12 ก.ย. แชตวิ่งมา 13 จนถึงสิ้นก.ย. ก็คุยปกติ พ่อเขารู้วันที่ 26 ธ.ค. ถ้าตนกระทำ เด็กก็ควรต่อต้าน ไม่ใช่ใช้คำในเชิงที่เขาเถียงมา สองข้อความที่ไล่มา ไม่มีข้อความเหมือนที่พูดเลย
ตนก็เสียใจ หน้าบางเป็น กราบขอโทษจริงๆ ไม่รู้จะพูดยังไง ขอโทษ แต่ที่รู้สึกว่าเขาทำเกินไป คือเขามารุกล้ำ จี้ผม เอารูปกิจวัตรประจำวัน ลูกตนไปลง ตนเครียดไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ ตนรู้ว่าตนไม่น่ารัก แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่ผมทำแค่นั้นจริงๆ ส่วนพอพ่อรู้ มนุษย์พ่อ ทำไมเลือกไปคุยกับ (จะแบล็กเมล์?) ไม่ได้พูดแบบนั้น
“ที่ผมยอมเสนอเพราะอยากให้จบ ผมกลัวเสียชื่อเสียง ผิดไม่ผิด เป็นพี่อยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ผมอายเมีย อายลูก อายทุกคนครับ อายทุกอย่าง อะไรผมก็ยอม แต่ที่ผมรอๆ มึงจะเอาเท่าไหร่ก็รอๆๆ จนสุดท้ายมาเปิดวันจันทร์-อังคารแล้วไม่บอกผม สุดท้ายมาบอกผมว่าจะจบ ก็จบที่ 5 ล้าน ผมก็โอ้โห แล้วผมจะเอายังไง ผมจะหาเงินที่ไหน ผมยังบอกอาจารย์จตุรงค์ จงอาษาว่าอาจารย์ผมขอให้อาจารย์ช่วยเจรจาให้ผมผ่อนได้ไหม ทำสัญญาก็ได้ อาจารย์บอกจะไปคุยให้ ผมอยากให้มันจบ เพราะผมอายเขาจริงๆ
เหตุผลที่พ่อเขาไปคุยกับคนอื่น ผมไม่ทราบจริงๆ พอรู้ก็โทร.ไปเลย ไม่รู้ว่าคลิปเสียงที่เขาไปเปิดในรายการ มีว่าอย่างไร แต่ผมพูดว่าให้ผมไปเจอน้องเขาหน่อยได้ไหม ปรับความเข้าใจกันหน่อยได้ไหม ผมขอเถอะ ขอโอกาส ผมขอโทษ ผมเสียใจ ผมคิดน้อย เขายังบอกว่าเดี๋ยวจะหาเวลาไปคุยกับน้องเขา
ซึ่ง 30 ก.ย. - 26 ธ.ค. ผมไม่เคยคุยเลย ผมสงสัยทำไมน้องไปเล่าให้พ่อฟัง ถ้าจะบล็อกผม จะโกรธก็ต้องโกรธเลย บล็อกก็บล็อกไปเลย ไม่ใช่ว่าเสร็จส่งคลิป เขาก็มาบล็อกผม ระหว่างนั้นไม่เจอน้องเขาเลย ผมบอกไปเจอที่ร้านก็ได้ เขาบอกไม่สะดวก สุดท้ายข้อความที่ผมรู้สึกคือขอโทษเป็นเงิน ยอมรับว่าน้องเขาไม่ได้พูดครับว่าจะเอาเท่าไหร่ แต่คำแบบนี้สำหรับผม มันไม่คุ้นครับ คุยกันสองคนแบบนี้
แจง เป็นหนึ่งในผู้เช่าตึกร่วมกับคุณพ่อ ผมพยายามติดต่อตรงไปที่คุณพ่อ พ่อเขาไม่รับสาย ตั้งแต่ปีใหม่ ผมไม่รู้ทำไง ก็โทร.หาแจง เพราะรู้ว่าแจงเป็นคนนึง พอโทร.ไปแจงบอกว่าแจงรู้ เพราะพ่อเขามาเล่าให้ฟังเหมือนกัน อ้าว แล้วเขามาเล่าให้ฟังทำไม เขาบอกว่าไม่รู้ แต่รู้ว่าเขาไปเล่าให้เบนซ์ อาปาเช่ฟังเหมือนกัน อ้าว แล้วไปเล่าทำไมหลายคน ก็บอกว่าพี่แก้วตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ แจงช่วยหน่อยเถอะ แจงก็บอกว่าไม่อยากยุ่ง
บางเพจไปลงรูปแจ๊ส ซึ่งไม่เกี่ยวเลย แจงเสียใจ เพราะตอนนี้ทุกอย่างไปลงกับแจง ว่าแจงเป็นคนเรียกเงิน เขาบอกแจงว่าถ้าไม่ 10 ล้านไม่ต้องมาคุยกัน แจงก็ถ่ายทอดมาหาผม
วันนี้ถูกสังคมตัดสิน ผมกราบอีกครั้งจริงๆ ว่าด้วยอารมณ์และคิดน้อย ผมผิด ผมขอโทษ ขอโทษในสิ่งที่ผมทำ ผมขอโอกาส วันนี้ไม่ได้จะมาสาดโคลนอะไรทั้งสิ้น มีหลายคนบอกว่าคุณถามคนอื่นเขาได้ คุณให้เขาถามบ้างสิ วันนี้ผมอยากมาจริงๆ
หลายๆ อย่างวันนี้ผมเสียใจจริงๆ ผมอยากระบาย ว่าผมอายเขาจริงๆ ครอบครัว ผมอาจพูดสลับไปสลับมา พี่อย่าถือสาผมเลย ผมเตรียมรายละเอียดมาไม่ได้หลับไม่ได้นอน ทนทุกข์อยู่กับอารมณ์ที่จะมีเพจมาแขวนอะไรผมอีก ผมทำอะไรก็ไม่ได้ จนผมคิดว่าผมต้องออกมาพูด ผมยอมรับเหมือนพี่ๆ พูดว่าผิดก็ว่ากันไป
น้อมรับในผล จะดำเนินการอะไรก็สุดแล้วแต่ แต่เข้าใจว่าผมเป็นคนเริ่มต้น อย่าไปว่าใครเลย ด่าผมดีกว่า สุดแล้วแต่ อย่าใช้คำว่าผมกังวลหรือไม่กังวลเลย ผมยอมรับว่าผมถูกกล่าวหาแบบนี้จริงๆ
ไม่ได้บอกว่าผมเป็นคนวิเศษ ผมมีสิทธิ์ ผมพลาดไปจริงๆ ตั้งแต่พี่หนุ่มโทรมาหาผม ผมบอกว่าผมไม่ได้ถึงขนาดนั้นเลยจริงๆ ไม่อยากให้ดูอ่อนแอ เดี๋ยวดรามา”
นอกจากนี้ได้เผยถึงกรณีที่อัยการ ช่วยมาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ทนายแก้วยอมรับว่ามีน้องอัยการท่านนึง ซึ่งตนไม่รู้จะมีทางออกทางใด เลยขอให้ท่านช่วยโทร.ไป เนื่องจากเคยทำคดีกันบางคดี ต้องการให้ทุกอย่างดาวน์ลง ไม่ได้มีข้อความอะไรไปบลัฟ แค่อยากให้ดึงสติ อย่าเอาอารมณ์นำแค่นั่นเอง ตัวทนายและอ.จตุรงค์ น่ารักมาก เหตุผลคืออยากเจรจา ไม่เอาอารมณ์นำจริงๆ ท่านก็เลยมีการโทร.ไป สุดท้ายเขาก็เย็นลงนิดนึง ก็เป็นสิทธิ์ของตัวพ่อเขา
ตนกราบเสียใจจริงๆ แต่ก็อย่าไปว่าตัวน้องเขาเลย มันผิดที่ตนนี่แหละ ที่แอบเผลอใจ แอบทำตัวไม่น่ารักจริงๆ ตนพลาดตนยอมรับ ตนกลัวจริงๆ กลัวมีผลกระทบไปถึงลูก ตนก็เลยยอม
ทนายแก้วทิ้งท้ายก่อนจบการแถลง “ขอโทษและเสียใจกับครอบครัวน้องเขา ครอบครัวผม บุคคลที่ให้กำลังใจใกล้ชิดกับผม ผมกราบขอโทษและเสียใจจริงๆ ที่ผมคิดน้อยไปจริงๆ ครับ มันเจ็บในใจผมจริงๆ ครับ”


