หากจะมองหาภาพยนตร์สักเรื่องที่เปลือยเปลือกนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาต่อกลุ่มประเทศละตินอเมริกาได้อย่างแสบสันที่สุด Noriega: God’s Favorite (ปี 2000) หรือในชื่อไทย “มานูเอล โนริเอก้า คนโปรดของพระเจ้า” คือผลงานที่ไม่อาจมองข้าม
หนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บันทึกชีวประวัติของจอมเผด็จการปานามา แต่เป็นการวิพากษ์วงจร “อำนาจและการหักหลัง” ที่สหรัฐฯ ใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งหากนำมาวางทาบกับสถานการณ์ในเวเนซูเอลายุคปัจจุบัน เราจะพบว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการฉายภาพซ้ำของประวัติศาสตร์ที่ยังไม่จบสิ้น
จุดเด่นที่สุดของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การเลือกนำเสนอด้วยโทน “ตลกร้าย” (Black Comedy) แทนที่จะเป็นหนังการเมืองเคร่งขรึม หนังวิพากษ์ตัวตนของ มานูเอล โนริเอก้า (Manuel Noriega) รับบทโดย บ็อบ ฮอสกินส์ (Bob Hoskins) ได้อย่างมีสีสัน ฮอสกินส์มอบการแสดงระดับมาสเตอร์พีซที่ทำให้โนริเอก้าดูเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลส ความหลงใหลในไสยศาสตร์ และความหวาดระแวง เขาเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเผด็จการที่ดูหน้าเกรงขามให้กลายเป็นชายผู้น่าสมเพชที่ติดอยู่ในกรงขังของอำนาจที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นคือการเสียดสีที่เจ็บปวดที่สุด เพราะมันสะท้อนว่าผู้นำเหล่านี้เป็นเพียง “หมาก” ในกระดานของมหาอำนาจเท่านั้น
ความสนุกและชั้นเชิงของหนังถูกร้อยเรียงผ่านความสัมพันธ์แบบ “รัก-เกลียด” ระหว่างโนริเอก้ากับรัฐบาลวอชิงตัน หนังเผยให้เห็นว่าครั้งหนึ่ง โนริเอก้าเคยเป็น “เด็กปั้น” ของซีไอเอ (CIA) แต่เมื่อเขาสูญเสียการควบคุมและเริ่มขัดผลประโยชน์ สหรัฐฯ ก็เปลี่ยนสถานะของเขาให้กลายเป็น “อาชญากรโลก” ในพริบตา ขณะที่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ นิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) คือภาพสะท้อนที่แทบจะลอกกันมา สหรัฐฯ ใช้กลยุทธ์เดิมในการตั้งข้อหา Narco-terrorism หรือการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการตั้งค่าหัวและโดดเดี่ยวเขาออกจากสังคมโลก เช่นเดียวกับที่เคยทำกับโนริเอก้าในข้อหาฟอกเงินและค้ายาเสพติดเมื่อปี 1989
ในเชิงเปรียบเทียบ ฉากไคลแมกซ์ของหนังที่เป็นปฏิบัติการ "จัสต์ คอส" (Operation Just Cause) ที่ทหารอเมริกันบุกยึดปานามาและปิดล้อมสถานทูตวาติกันด้วยเสียงเพลงร็อคเพื่อบีบประสาทโนริเอก้า คือภาพสะท้อนของการละเมิดอธิปไตยอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งภาพจำนี้ถูกฉายซ้ำอย่างเด่นชัดในเหตุการณ์พยายามล้มล้างอำนาจมาดูโร ไม่ว่าจะเป็นการหนุนหลัง “ฮวน ไกวโด” (Juan Guaido) หรือข่าวลือเรื่องกลุ่มทหารรับจ้างอเมริกันที่พยายามบุกชายฝั่งเวเนซูเอลาใน “ปฏิบัติการกิเดียน” (Operation Gideon) ปี 2020 ทุกอย่างมีกลิ่นอายของความพยายาม “บุกจับผู้นำ” ที่ไม่ต่างจากในหนังแม้แต่น้อย
Noriega: God’s Favorite จึงเป็นมากกว่าหนังสนุกที่ดูเพื่อความบันเทิง แต่มันคือการวิพากษ์วิจารณ์เชิงโครงสร้างว่า “ประชาธิปไตย” หรือ “การปราบยาเสพติด” มักถูกใช้เป็นฉากบังหน้าของการจัดระเบียบอำนาจใหม่ในภูมิภาคละตินอเมริกา หนังทำให้เราเห็นว่าเมื่อใดที่ผู้นำคนหนึ่งหมดประโยชน์จากสถานะ “คนโปรด” พวกเขาก็จะถูกแทนที่ด้วยข้อหาที่รุนแรงและการบุกจู่โจมที่ไร้ความปราณี
สุดท้ายแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังบอกเราว่า ประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศไม่ใช่เส้นตรงที่เดินไปข้างหน้า แต่มันคือ “กงล้อ” ที่หมุนวนกลับมาที่เดิม เปลี่ยนเพียงแค่ตัวละครและสมรภูมิ จากปานามาสู่เวเนซูเอลา โดยมีบทภาพยนตร์ชุดเดิมที่เขียนโดยมหาอำนาจเจ้าเดิมไม่เคยเปลี่ยน


