xs
xsm
sm
md
lg

“ต้อม” เดินหน้าขอคนละ 100 บาท ล้านคน ทำหนังอิงชีวิต “แอมมี่” เชื่อศักยภาพอย่างตนคนให้แบบไม่ต้องถาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ต้อม ยุทธเลิศ” ยันเดินหน้าขอทุนคนละ 100 บาท 1 ล้านคน ทำหนังตามไอเดียชาวทวีต โวศักยภาพอย่างผมคนให้แบบไม่ต้องถาม บอกตอนนี้ยังไม่ได้สักบาท แต่อาจจะได้ 4,000 ล้าน ใครจะรู้ แถมยังมีค่าฟ้องร้องสื่อหมิ่น ลั่นเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ อยากได้คนมีแนวคิดเดียวกัน แต่เบื้องต้นขอสักหมื่นคนหวังเปิดกล้องก่อน 14 ตุลาฯ เผยยังไม่มีบทไม่มีพล็อต แต่อิงชีวิตจริง “แอมมี่” เป็นหลัก หมดแรงด่า ขอใช้ศิลปะสู้ ฟุ้งตั้งเป้าลNetflix ฟรี!

จากกรณีที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง มีการทวีตข้อความอยากให้ผู้กำกับ “ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค” ทำหนังเกี่ยวกับการประท้วงของม็อบสามนิ้วไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการดึงคนบันเทิงที่มีแนวคิดเดียวกันมาร่วมแสดง ก่อนที่ผู้กำกับวัย 54 ปี จะออกมารับลูกประกาศระดมทุนจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อทำหนังดังกล่าว

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาก็มีรายละเอียดออกมาว่าหนังที่เจ้าตัวจะทำนั้นมีชื่อว่า “1410” แนวไซไฟ-ทริลเลอร์ เนื้อหากลุ่มคนหนุ่มสาวต้องลุกขึ้นสู้กับอำนาจเผด็จการ แบ่งการเล่าเรื่องผ่าน 5 นักแสดง อาทิ แอมมี่ ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์, ทราย อินทิรา เจริญปุระ, เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณแ ละ มารีญา พูลเลิศลาภมาร่วมแสดง

อ่านข่าวประกอบ
- เปิดรายได้ “ฟิล์ม รีพับบลิค” ของ “ต้อม ยุทธเลิศ” หลังถูกถามความโปร่งใสเปิดระดมทุนทำหนัง)

-“มารีญา” ทวีตคิดดีๆ ก่อนบริจาค หลัง “ต้อม ยุทธเลิศ” ประกาศระดมทุน 100 ล้าน สร้างหนังไม่เอาดาราสลิ่ม)

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลายๆ คนคิดว่าหนังเรื่องดังกล่าวคงจะมีการถ่ายทำไปแล้วบ้างนั้น ทว่า ล่าสุด ทางด้านของ “ต้อม ยุทธเลิศ” ก็ได้ควง “แอมมี่ ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์” ที่ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยโพสต์ขอรับบริจาคเพื่อช่วยเหลืออีกฝ่าย (อ่าน :น่าเห็นใจ? “ต้อม ยุทธเลิศ” เผย “แอมมี่” เสียทั้งงาน เงิน และคนรัก หลังร่วมม็อบ ก่อนทิ้งเลขที่บัญชีรอรับบริจาค) ออกมาแถลงถึงการสร้างหนังเรื่องนี้เป็นครั้งแรก โดยระบุว่า หนังเรื่องดังกล่าวเพิ่งจะอยู่ในขั้นตอนของการวางคอนเซ็ปต์เพื่อหาเงินเท่านั้น ยังไม่มีบท พล็อต หรือรายละเอียดอะไรทั้งสิ้น

“นี่เป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์ 1410 ซึ่งหลายคนคงได้ยินว่าเรื่องราวเป็นยังไง วันนี้เราจะมาสรุปอย่างเป็นทางการว่าแนวทางของ 1410 เป็นยังไง จุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้มาจากทวิตเตอร์ของน้องคนนึง ชื่อกานต์ ที่เขาอยากหาโปรเจกต์มาระดมทุนช่วยนักแสดงฝั่งประชาธิปไตย แล้วเหมือนโดนบีบออกจากวงการ เขาเลือกนักแสดงอยู่ 4 คน คือ มีแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ , ทราย เจริญปุระ, มารีญา และ เพชร กรุณพล แล้วเขาขอให้ยุทธเลิศเป็นผู้กำกับ

โปรเจกต์นี้ที่เราไม่ได้ออกมาแถลง หนึ่งคือไอเดียของการเอานักแสดงกลุ่มนี้มาตั้งต้น ไม่ใช่ของเรา ไอเดียนี้มาจากน้องคนนึงในทวิตเตอร์ แล้วพอเขาอยากได้เราเป็นผู้กำกับ ผมก็ลองทวีตดูว่าใครสนใจ ถ้ามีคนรีทวีตถึงหมื่น เดี๋ยวจะมาสานต่อ พอรีทวีตถึงหมื่น เราก็เริ่มติดต่อนักแสดง แต่ตอนที่เขาเลือกมา ยังไม่ติดต่อแอมมี่เลย เพราะว่ามันไม่ใช่ไอเดียของเรา นักแสดงไม่รู้เรื่องเลยว่าทำไมมีการออกเงิน โดยที่ไม่มีพล็อตอะไรเลย ปัญหาคือมีคนเอาภาพนี้ไปโพสต์ต่อในเฟซบุ๊ก ในโซเชียล เลยเกิดมีชื่อผม กลายเป็นชื่อบริษัท

แต่มารีญาบอกว่า ยังไม่มีใครติดต่อ ซึ่งเราก็ไม่ได้ติดต่อใครจริงๆ เจอแอมมี่ เขาก็ถามว่าเรื่องราวเกิดขึ้นยังไง เลยมีคนกล่าวหาถึงขนาดว่าหลอกลวงประชาชนหรือเปล่า แต่เราก็ไม่ได้แก้ข่าว เพราะการเอานักแสดงกลุ่มนี้มาเล่น ไม่ใช่ไอเดียผม เราก็เพิ่มเริ่มคุยกับแอมมี่ทีหลัง แต่ก็ไม่ได้แถลงข่าวจริงๆ จังๆ เรื่องราวก็ไม่รู้ เหมือนโยนหินถามทาง

นี่ไม่ใช่การทำหนัง แต่เรากำลังจะต่อสู้กับอำนาจอีกอำนาจหนึ่ง โดยใช้ภาพยนตร์ จะช่วยให้กลุ่มคนที่มีความคิดแบบประชาธิปไตยมาใช้ศิลปะของสื่อภาพยนตร์ ขยายออกไปได้ไกลแล้วส่งพลังอีกแบบนึง เชื่อว่า ในเรื่องของภาพยนตร์จะช่วยให้การขับเคลื่อนความคิด หรือการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ในฐานะคนทำหนัง เชื่อว่าภาพยนตร์มีความทรงพลังของมัน และไม่ได้ใช้ความรุนแรง ไม่ได้ใช้คนมากมาย”

ลั่นต้องการเงินในการทำหนัง คนละ 100 บาท จาก 1 ล้านคน เพราะหมดคำจะด่ารัฐบาลแล้ว ใช้หนังพูดแทนบ้างเผื่อเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง อีกทั้งสองฝ่ายอยากให้เห็นใจกัน ตอนนี้มองไม่เห็นอนาคตแล้ว
“ไม่ได้กังวล เพราะว่าตอนนี้สิ่งที่เราต้องการคือเงินในการทำหนัง เงินที่เราต้องการ คือ คนละ 100 บาท จากคน 1 ล้านคน โดยศักยภาพของผม เดินไปขอเงินคน 100 บาท บอกว่า จะทำหนัง 100 ล้าน เชื่อว่า เขาให้โดยไม่ต้องบอกเรื่องอะไรเลย แต่เขาจะสงสัยว่าทำได้จริงเหรอ ตรงนั้นไม่ใช่เรื่องกังวล แต่เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา การพูดแบบนี้ล้านครั้ง มันเทกไทม์ แต่การกังวลเป็นข้ออ้างที่จะทำให้เราไม่ได้ทำอะไรสักที เราไม่รู้หรอกว่าจะชนะไม่ชนะ ภาพยนตร์จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ไหม เราด่ารัฐบาลจนหมดคำจะด่าแล้ว ลองเปลี่ยนมาทำอย่างอื่นบ้างไหม อาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างก็แล้ว

ภาพยนตร์เป็นสิ่งหนึ่งที่เราเลือกที่จะเลิกทำในสิ่งนั้น ทวีตด่าไอ้คว_ก็แล้ว ด่าแ_งก็แล้ว เปลี่ยนมาลองใช้สื่อที่สามารถเข้าถึงและสร้างความเข้าใจแบบ 2 ชั่วโมงได้ไหม เพราะว่าผมมองว่าสื่อภาพยนตร์น่าจะทำให้ความเข้าใจหลายอย่าง ความตั้งใจของผม ไม่ได้ตั้งใจทำให้หนังเพื่อโค่นล้มเผด็จการ เปลี่ยนแปลงอะไรดังกล่าว สิ่งหนึ่งที่บ้านเมืองเราต้องการ คือความเข้าใจในกันและกันทั้งฝั่งโน้นและฝั่งเรา ความเห็นอกเห็นใจ เพราะสุดท้ายถ้าเราฆ่ากันฉิบหาย เราก็ต้องอยู่ด้วยกันอยู่ดี ถึงเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ญาติพี่น้องเราก็ต้องโคกันอยู่ดี อาจจะเป็นตัวเลือกนึง เพราะวันนี้ไม่ว่าฝั่งรัฐ ฝั่งต่อต้านรัฐมองไม่เห็นอนาคตตัวเอง ไม่รู้แ_งจะจบยังไง ที่หนังพูดถึงอนาคตคือหนังขีดอนาคตที่ควรจะจบอย่างนี้ นั่นอาจจะมองเห็นอะไรได้บ้าง”

ยืนยันทำหนังต่อไป ฟุ้งเผื่อได้ 4 พันล้าน
ต้อม : “การแถลงข่าวในวันนี้ คือการยืนยันว่าจะทำหนังเรื่องนี้ต่อไปอย่างเป็นทางการ และเราจะเดินต่อด้วยการหาคน 1 ล้านคน ไม่ได้หาเงิน 100 ล้าน การที่ผมหาคนได้ 1 ล้านคน อาจจะได้ 4,000 ล้านก็ได้ใครจะไปรู้ แต่ตัวเลขไม่ได้เป็นประเด็น ผมต้องการคน 1 ล้านคน ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ด้วยสันติภาพ ให้กลับมาสู่ในสิ่งที่เราเรียกว่าเมืองไทยเมืองพุทธ สยามเมืองยิ้ม ต้องการคน 1 ล้านคน ให้ทำแบบนั้นให้ได้ เราเสียเวลากับการทะเลาะกัน เราเสียเวลากับความขัดแย้งกัน ขัดคอกัน ทิ่มแทงกันแบบนี้มานานมากแล้ว”

กังวล นักแสดงที่ทาบทามโดนมาตรา 112 กันหมดแล้ว
“อันนี้คือข้อกังวลใจ นักแสดงที่เราทาบทามโดนมาตรา 112 ไปเกือบหมดแล้ว เหลือแอมมี่คนเดียวที่มานั่งตรงนี้ ถามว่ากังวลไหม กังวลเราไม่แน่ใจว่าการทำหนังเรื่องนี้ มันจะเป็นพิษหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ว่าเราถึงต้องพยายามรีบทำหนังให้สำเร็จ เพื่อให้เขาได้ดูและรู้ว่าไม่ได้เป็นแบบนั้น

คือความตั้งใจของแอมมี่เนี่ย เป็นตัวหลักเลยนะ ที่ทำให้เราเดินต่อ เพราะจริงๆ เราเป็นคนขี้รำคาญ ปกติคุยกับนายทุน ต้องส่งพล็อต แต่เราคุยกับเสี่ยเจียง ไม่คุยกันชื่อเรื่อง เอาเงินมา แล้วก็ไป ไม่มีนายทุนคนไหนมายุ่ง แล้วคนที่เข้าใจคือแอมมี่ คนนี้เป็นคนเดียวที่ไม่ถาม แล้วแต่เรา ตรงนั้นต่างหาก สิ่งที่โปรเจกต์ทุกอย่างจะเดินได้ คือความเชื่อใจซึ่งกันและกัน เอาเป้าหมายเป็นตัวตั้ง ว่าเราตั้งใจดี เราต้องเดินไปให้ถึง ถึงมันจะไม่ถึง มันก็ต้องได้อะไรสักอย่าง

วันนี้ก็เชิญพี่เจี๊ยบมา เชิญคุณหมอทศพรมา เชิญท่านทูตนอกแถวมา ไม่บอกอะไรมาก ตอนนี้ท่านทูตนอกแถว นอกจากจะได้ร่วมเล่นแล้ว ยังอาสาดูแลฝ่ายต่างประเทศให้ด้วย คือไม่มีการพูดเรื่องเงินแล้วครับ ตอนนี้เรากำลังพูดเรื่องใจอย่างเดียว สิ่งที่เราจะข้ามวิกฤตตรงนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องเงิน ถ้าใครไปยึดติดตรงเงิน คุณมีปัญหาแน่ ทุกวงการ หนังเรื่องนี้เช่นเดียวกัน”

บอกตอนนี้ยังไม่มีสักล้าน ไม่ต้องพูดถึงร้อยล้าน ตอนนี้แค่ได้คนมีอุดมการณ์เหมือนแอมมี่ 1 แสนคน ก็ขี้ราดแล้ว
“คำว่า 100 ล้าน พอผมพูดคำว่า 100 ล้าน ทุกคนจะบอกว่าเอามาจากไหน เดี๋ยวก่อนกูยังไม่มีเงินสักล้านเลย บ้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้จะไม่พูดถึงเงิน 100 ล้าน พูดถึงคนดีกว่า จำนวนคน 1 ล้านคน คิดดูแล้วกัน ถ้าเกิดผมมีคนแบบแอมมี่ 1 ล้านคน โลกเปลี่ยน แค่ 1 แสนก็ขี้ราดแล้ว ถ้ามีคนคิดแบบนี้ มันเป็นความฝันที่ทำให้เวอร์ไปก่อน”

เขียนบทตามสถานการณ์ ชีวิตจริงแอมมี่ ย้ำเขียนบทโดยไม่มีนายทุนไม่ได้ อยากเปิดกล้อง 14 ต.ค. นี้
“ใช่ ดูสถานการณ์ เมื่อคอนเฟิร์มว่าแอมมี่เป็นตัวหลักแล้ว มันจะเบสออนชีวิตจริงของแอมมี่ เพราะเราก็ไม่ร้ว่าแอมมี่มันจะโดนยิงเมื่อไหร่ โดนเข้าคุกเมื่อไหร่ บทจะขึ้นอยู่ ณ เวลานั้น ไปเอามันมาเล่น ถ้าอยู่ดีๆ แ_งโดนจับ ม.112 แ_งหนีไปต่างประเทศ อ้าว...แล้วกูไปไงต่อ วันนี้เราเลยยังจะไม่พูดเรื่องนั้น (หัวเราะ)

เราจะพูดเรื่องการหาทุนก่อน เราจะไปเขียนบทโดยไม่มีนายทุนไม่ได้ ตอนนี้กำลังหานายทุนก่อน แต่แพลนว่าจะเปิดกล้อง ถ้าเราได้นายทุนสัก 1 หมื่นคน หรือ 1 แสนคน ก็จะเปิดกล้องได้ภายใน 14 ตุลาคม ปลายปีนี้

จะเอาสถานการณ์จริงเข้ามาอยู่ในหนังด้วย คือ เบสออนทรูสตอรี่ของคนๆ นี้ เพราะว่าในหนังเขาจะเล่นเป็นเขานั่นแหละ หนังมีอดีต ปัจจุบัน อนาคต แต่อดีตกับปัจจุบันจะเป็นเรื่องจริง อนาคตจะเป็นเรื่องที่เราแต่งขึ้นมา เรื่องที่ผมอยากเห็นว่าประเทศนี้จะเป็นอย่างไร นี่คือเรื่องที่อยากจะเห็น ประเทศควรจะเป็นอย่างนี้ แน่นอนเกี่ยวข้องกับทุกสถาบันพูดเลย”

หวังให้ไทยกลับสู่สถานการณ์ปกติ
“อยากให้คนไทยมันไม่เป็นแบบนี้ อยากเปลี่ยนทุกอย่างให้มันกลับไปเป็นปกติ ปกติก่อนที่จะมีเผด็จการในประเทศนี้ รู้ไหมประเทศเราตกอยู่ภายใต้เผด็จการมากี่ปีแล้ว...ก่อนกูเกิด ซึ่งเป็นสิ่งที่มันไม่ใช่ไม่ควรจะเกิดในประเทศ แต่มันมีมาตลอด ตั้งแต่ร้อยปี

เราแค่คิดโครงการ เราต้องการนายทุนที่อยากทำงานแบบนี้ ซึ่งชื่อหนังบางทีมันอาจจะเปลี่ยนแปลงก็ได้ ณ ตอนนั้น ซึ่งมันไม่ใช่ใจความสำคัญอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือคน 1 ล้านคน ที่เราต้องเจอ ต้องรู้จัก ไม่ใช่คนที่ทวีตเจอกันแล้วให้เงิน 100 ล้าน กูอยากรู้จักมึง กูต้องรู้จักบัตรประชาชนของมึง นั้นคือต่างหาก เราถึงจะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้

นายทุนที่เข้ามาร่วมทุน เราไม่ได้สนใจเงิน 100 ล้าน เราสนใจไอดีของคุณ หนังเรื่องนี้ทำไมถึงใช้เงินร้อย เพราะว่าเราต้องการให้เงินเป็นใหญ่กว่าความเป็นคนไง เรากำลังมองว่าเสียง สิทธิ์ การมีชื่อของคุณ นั่นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์นี้”

ฟุ้งใครจ่าย 100 บาท จะมีชื่ออยู่ในโปสเตอร์
“ใครจ่าย 100 บาท จะมีชื่อจริงเลย เป็นเจ้าของโปสเตอร์ นี่จะเป็นครั้งแรก จ่ายร้อยเดียวมีชื่อบนโปสเตอร์เลย กูทำให้ได้ เพราะคุณมีค่า คุณลงร้อยเดียว แต่ผมจะทำโปรเจกต์ร้อยล้านให้คุณ คุณจะเป็นเจ้าของหนังร้อยล้าน แค่คุณลงร้อยบาท ถามว่ามันเป็นไปได้ไหม เป็นไปได้ถ้ารวบรวมเงินได้ล้านคน

เรื่องเงินใครจะไปรู้ถ้ามีคนโทร.มาว่าให้คุณร้อยล้านเอาไปเลย ไม่ต้องเสียเวลา มันก็เกิดขึ้นได้ แต่ผมก็มานั่งคิดว่ามันคือสิ่งที่ผมต้องการหรือเปล่า เพราะว่าเงินร้อยล้านจากคนคนเดียว เปลี่ยนเหี้...อะไรไม่ได้ คนมีเงินพันล้าน ก็เปลี่ยนเหี้...อะไรไม่ได้ ถ้ามันมีคนเดียวในประเทศนี้ นั่นคือประชาธิปไตยไงครับ

ถามว่า ถ้ามีนายทุนมาให้เงิน 100 ล้าน เราก็ไม่รับใช่ไหม เอาดิ แต่มันมีคนเดียวไง เราต้องการล้านคน ไม่ได้ขัด เอามาเลย ยินดี มันก็จะกลายเป็นทุนสร้างพันล้านไง ใครจะไปรู้ เอาสิ ทำอะไรได้สะดวกเลย แถลงข่าวทุกวัน กูแถลงทุกวัน”

มั่นใจรัฐไม่ให้หนังเข้าโรง เตรียมส่งลง Netflix บอกให้ฟรีๆ ให้คนได้เห็นกันทั้งโลก
“คือหนังตั้งใจจะมาปะทะกับหนัง 300 ล้านของรัฐบาลเนี่ย เขามีทุนของเขา แต่เราแค่ 100 ล้านจะชน ถามว่าลงแพลตฟอร์มไหน รัฐบาลเขาไม่ให้หนังมึงเข้าโรงอยู่แล้วครับ แต่วันนี้เราทำหนัง ไม่ได้เอาหนังเข้าโรงครับ โรงแ_ง ก็ไม่รอดแล้ว ในสภาวะโควิดแบบนี้ เราทำหนังเข้าแพลตฟอร์มที่แ_ง สามารถดูได้ทั้งโลก สมมติเราคุยกับเน็ตฟลิกซ์ ก็บอกเลย Netflix กุให้ฟรี ไอ้สั_ กูต้องการขยายหนังพวกนี้ กูต้องการแพร่ภาพให้ทั้งโลกรู้ว่า เกิดเหี้...อะไรขึ้นในประเทศไทย และมันจะจบยังไง นั่นต่างหากคือสิ่งที่เราต้องการ

ถามว่าที่ไหนติดต่อมาแล้วบ้าง ไม่ต้องดีล เวลาเราหาคนได้ล้านคน นั่นหมายความว่าโปรเจกต์มันเกินร้อยล้านแน่นอน วันหนึ่งเราประกาศเลย ผมมีโปรเจกต์ร้อยล้าน ผมให้ฟรีทุกประเทศ ไม่หาเงินจากการนึ้ครับ เงินร้อยบาท จะเอากำไรอะไร ให้ดูฟรี ให้โลกรู้ไปเลย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ถ้าได้ถึง 14 ตุลาคม เลือกเหตุการณ์ใน 14 ตุลาคม เพราะในประเทศนี้เราจะถูกปิดปาก 112 คือการปิดปาก

เวลาหนังเสร็จนะ เคยดูหนังที่สนามหลวง มีร้อยจอเปล่า อันนี้ฉายให้ดูฟรีร้อยจอ ฉิบหายเลยคราวนี้ นึกถึงบรรยากาศสิ ไม่ต้องให้ใครดูก็ได้ ให้แค่นายทุน นายทุนแค่แสนคน ไปรวมกันดูหนังของตัวเอง ก็เดือดร้อนกันไปหมด นั่นต่างหากสิ่งที่เราหมายถึงว่ามันเปลี่ยนอะไร การฉายหนังเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลย เพราะว่าถ้ามันมีคนล้านคน ลงเงินคนละร้อย เขาไม่แคร์คนดูแล้ว รู้ไหมว่าหนังที่ทำเงินร้อยล้าน ส่วนใหญ่เกิดจากการดูหนังล้านคน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นวันนี้เรากำลังพูดถึงการเผยแพร่ความคิด การจะเปลี่ยนประเทศนี้ด้วยภาพยนตร์ เราเชื่อว่าเป็นสันติวิธีที่สุด นั้นคือ การเปลี่ยนใจใครสักคนที่ดูหนังเรื่องนี้ แล้วบอกว่าไอ้เหี้ย... เผด็จการแ_งไม่ใช่ว่ะ ระบบนี้แ_งไม่ใช่ว่ะ”

บอกถูกรัฐขัดขวางตลอด ใช้ซิมปลอมโทร.ด่าทุกวัน แต่แก่แล้ว ผ่านมาหมดแล้ว ถูกขุดมาด่ายันโคตรแล้ว
“เข้าส่งมาแล้ว ไอโอของรัฐบาลเนี่ยมีเป็นหมื่นบัญชี ซิมปลอมทั้งหมดอยู่ในส่วนราชการ โทร.มาด่ากูทุกวัน ทั้งทวีตด่าเต็มไปหมด ถามว่ากังวลไหม เผอิญผ่านเรื่องพวกนี้มานานแล้ว แก่แล้วที่เหลือก็คงเป็นเรื่องของเด็ก แต่ตัวเราเนี่ย โดนด่าขุคโคตรมาด่าจนไม่รู้จะยังไงแล้ว วันนี้ไม่เป็นกังวลเพราะว่านี้คือวิธีที่สันติและเซฟที่สุดสำหรับทุกคน”

โวแบน Netflix ไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าแบนได้ จะนำไปฉายที่รัสเซีย
ต้อม : “มันจะแบนได้ไง จะไปแบนเน็ตฟริกซ์ได้ไง ได้แบนในยูทูปอะไรแบบนี้มันเจาะใช่ไหม แต่ว่าถ้ามึงอยากจะแบนช่างมัน ผมขอทำหนังให้เสร็จเข้าใจไหม คุณแบนประเทศนี้กูฉายรัสเซียก็ได้

กูเกิลเดี๋ยวนี้มันแปลได้ถึงจะแปลได้บ้าๆ บอๆ ก็ช่างแ_ง เถอะ นึกออกไหม คือเผด็จการทำได้อย่างเดียวคือทำทุกวิธีทางที่ไม่ให้คุณพูดไม่ให้คุณแสดงออก หนังเรื่องนี้ก็บอกว่าเราจะพูดเราจะแสดงออก ผมจะเปลี่ยน ผมจะทำให้ทุกคนรู้แค่นั้น”

นักแสดงยังไม่ตายตัว บอกบทยังไม่มี ขอพูดคอนเซปต์กันก่อน อยากรู้จะมีคนรักประชาธิปไตยถึง 1 ล้านคนหรือไม่
“ยังไม่ตายตัว เพราะแต่ละคนยังไม่ตาย (หัวเราะ) แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงมีเรื่อยๆอยู่แล้ว ตัวยืนมีเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็คือเราจะไม่ได้พูดถึงเรื่องว่าใครจะแสดงใครเป็นอะไรมันไกลเกินไปเพราะว่าไรบทผมยังไม่มีเลย วันนี้เราพูดถึงคอนเซปต์ก่อน ถ้าเกิดไปติดต่อนักแสดงคนนี้เขาบอกขอ 5 แสน ผมจะติดต่อเขาได้ยังไง ผมไม่มีเงินวันนี้เรากำลังพูดถึงทุนก่อน

เรื่องระดมทุน เดี๋ยวเราจะมีช่องทาง จะมีออกแค่น่าจะช่องสองช่อง เราไม่ออกช่องเยอะ นึกออกไหม เราจะใช้วิธีการไปต่างจังหวัดแล้วคุยแบบนี้ขอเงินอย่างงี้มากกว่า ในระหว่างที่เดินบทไปด้วยแต่การนั้นคืออะไรรู้ไหม เราได้รู้จัก เราอยากรู้เหมือนกันว่าคนที่มีหัวใจประชาธิปไตยแล้วรักความถูกต้องเนี่ย สามารถหาได้ล้านคนหรือเปล่า เพราะเราต้องการเขาจริงๆ ตอนนี้ที่รู้เลยแสนสองแสนมันอาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่เราเชื่อว่าตัวเลขล้าน น่าจะเปลี่ยนอะไรได้

เราไม่คุยกับนายทุน เอาชื่อเรื่องมา เอาเงินมา ผมไปแล้ว แต่วันนี้เราต้องการไอดีของนายทุน เราต้องการบัตรประชาชน เราต้องการอยากรู้ว่าคุณเป็นใคร ผมอยากคบคนแบบนี้อยากรู้จัก”

จะเข้าหานายทุนนับล้านด้วยตัวเอง
“ใช่ ช่วงนี้เดินไปไหนก็จะมี เราเอาร้อยนึงตลอด แต่เราก็เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งให้เงินผม คุณเอาบัตรประชาชนมา คือคุณต้องร่วมกับผม คุณต้องร่วมเปลี่ยนประเทศนี้คุณต้องแสดงตัวตนกับผม ไม่ใช่ว่าแบบ เฮ้อ ช่วยไม่ต้องการเงินบริจาค ร้อยนึงมันไร้สาระ ผมต้องการตัวคุณ ให้เห็นว่าเฮ้ย มันมีค่านะเงินร้อยของคุณมีค่า จริงๆ ไม่ใช่ตัวคุณนั่นแหละมีค่ามากกว่านายทุนที่มีร้อยล้านทั้งๆ ที่คุณให้ผมร้อยเดียว เป็นหนังร่วมอุดมการณ์แน่นอน เผด็จการคงไม่ให้เงินผมหรอก”

ไม่บอกตัวเลขระดมทุนได้เท่าไหร่แล้ว บอกเดี๋ยวคนอิจฉามาฟ้อง
“ไม่อยากบอกตัวเลข เพราะเยอะมาก แต่ว่าจำนวนคนไม่เยอะ พอบอกตัวเลขไปเดี๋ยวคนอิจฉา มาฟ้อง เอาสรรพากรมา ความจั_ไรของประเทศนี้มีหมด บางคนมาบอกมาแจงหน่อยไหม แจงอะไร กรมสรรพากรเคี้ยวอย่างกับอะไร หลบไม่ได้หรอกภาษี คุณก็เก็บไปภาษีไปเช็กบัญชีผมแล้วพอมีเรื่องเช็กบัญชีบริษัทผมเลยรู้หมดแหละว่ารับเงินจากใครแล้วก็ตามกฏหมายถ้าเงินเยอะไปก็หักภาษีเอาคุณเอาไปซื้อเรือดำน้ำได้เลย ไม่มีปัญหา”

ลั่นมีคนคืนเงินแค่คนเดียว ตอนนี้ไล่ฟ้องคนทำให้เสียหายหมดแล้ว รวมทั้งสื่อด้วย ฟ้องมันส์แน่ ไล่ฟ้องรายละล้าน เดี๋ยวก็ได้ร้อยล้าน
ต้อม : “มีคนเดียวนะที่เอาเงินคืนที่เป็นเรื่อง มีคนเดียวนะ แล้วเราบอกว่าคนละร้อย ให้มาพันสี่ ตอนนี้สิ่งที่เราจะแจงคือแจงในศาล เพราะตอนนี้เราไล่ฟ้องหมดแล้ว ใครที่เอ่ยชื่อ ยุทธเลิศ แล้วทำให้ผมเสียหาย ผมรำคาญพวกคุณมาก รอหมายศาล ไปเคลียร์กันไปศาลครับเรื่องพวกนี้เรื่องเงินเรื่องทองใครฉ้อโกงประชาชนใครอะไรประชาชนใครกล่าวหาประชาชนไหนมาคุยกัน ขี้เกียจมานั่งต่อ ไปปั่นกัน

คือเราอยู่ในทวีต เราไม่ค่อยออกไปที่อื่นนะ ก็ไปปั่นในเฟซบุ๊ก มันเรื่องเล็กมากคือเขาปั่นคิดว่าเขาปั่นสำเร็จ ได้เจอกันในศาล สื่อด้วย สื่อที่เอ่ยชื่อผมคุณเสร็จแน่ แล้วทำไมผมจะเอาเงิน เพราะว่าหมิ่นประมาทไรพวกนี้หลักฐานครบ เราได้เงินเติมนการทำหนังแน่นอน อย่างต่ำรายละ 5 แสนแน่นอน มันส์เลยแหละตอนนี้ออกตัวแบบนั้นเดี๋ยวหลังจากนี้ก็คือระหว่างนี้ก็ไล่ฟ้องคนนั้นคนนี้ไปแล้วก็เก็บหารคนละร้อยไล่ฟ้องคนละล้านเดี๋ยวก็ร้อยล้าน”

ชื่อหนังอาจใช้วิธีโหวต เพราะแคร์นายทุนทุกคน
“คือพอมีนายทุนเยอะขึ้นๆ การตัดสินใจไม่ใช่เราคนเดียวละ ร้อยบาทก็เฮ้ย...พี่เอาอันนี้ไหม เราจะใช้วิธีโหวตกันแค่นั้นเองง่ายๆ มันอาจจะไม่ใช้วิธีที่ปกติเขาหนักหนา นี้มันไม่ใช้การทำหนังปกตินี้ไม่ใช่การทำหนังนี้คือการทำม็อบ นี่คือม็อบนายทุนแต่ม็อบนายทุนเขาไม่ได้ลงถนนเขาลงเงินร้อยบาทกับหนังที่จะแหกทุกคนเปลี่ยนทุกคนให้ดีขึ้นในคติก็แล้วกันเดี๋ยวเขายิงเรา

คนกล้าคนเก่งในประเทศไทยเยอะมากนะ แต่ส่วนใหญ่มันไปสู้หลังคีย์บอร์ด เก่งมากทุกคนเก่งมากเวลาที่แบบผมทำหนังมันเช็กโน่นเช็กนี่ คนพวกนี้เรามองว่ามันเป็นภาพที่แบบไม่มีจริง ฉะนั้นทำไมถึงต้องลงสนามต้องคุย คนจริงจะต้องเจอกัน นั้นแหละมันถึงจะได้แบบนั้น”

สู้ครั้งนี้ต้องชนะ ชี้คนออกมาเพราะสิ้นหวังแล้ว
ต้อม : “โดยอายุแล้วเราชนะ เขาต้องตายก่อนหนังเราไม่เสร็จแต่เขาตายก่อน เราชนะทันทีเพราะเรายังชนะในขณะที่เราต่อสู้แต่เขาตายในขณะที่ยังอยู่ในตำแหน่ง

ถามว่าฝากความหวังที่เด็กใช่ไหม ผมว่าอย่างงี้ละกัน ว่าต้องถามคำนี้ว่าคนที่ออกมาต่อสู้ตอนนี้เขาไม่ได้ออกเพราะว่ามันชนะชัวร์นะพี่ มันออกมาเพราะว่ามันสิ้นหวังแล้ว ต้องทำอะไรสักอย่างมันจนมุมแล้วมันต้องสละสวัสดิภาพของนักศึกษาธรรมดาออกมา เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ในถนน มันต้องถามคำนี้กลับไปว่าออกมาสู้เพราะเราทนไม่ไหวแล้วกับสภาพสังคมฉะนั้นทำไมผมไม่การันตีแต่ที่แน่ๆ เราได้หว่านเมล็ดพันธุ์ที่มันดีแน่นอน ไม่ชนะในรุ่นผมให้มันจบที่รุ่นเรามันเป็นอมตะรุ่นเราคือรุ่นใครไม่รู้แต่ที่แน่ๆ คุณได้เห็นแล้วเด็กมัธยมที่มีพลังขนาดนี้ อ่านหนังสือขนาดนี้ สำนักพิมพ์บางสำนักพิมพ์ก็เปลี่ยนโลกได้ เช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้”

ซัดกลับผู้ใหญ่นั่นแหละโดนล้างสมอง เด็กไม่ได้โดนล้างสมอง ยังไม่รู้จุดจบ
“ผู้ใหญ่คนนั้นโดนล้างสมอง (หัวเราะ) น่าจะโดนล้างสมองมาสมัยเด็กครับโดนล้างสมองมาเขาเลยเชื่อว่าเด็กสมัยนี้โดนล้างสมองง่ายเหมือนเขา

คือเราไม่รู้ว่าจุดจบมันยังไง แต่ตัวเรารู้สึกว่าอันนี้น่าจะเป็นทางที่ถูกต้อง แต่จุดจบเราไม่รู้หรอก แต่เราคิดว่ามันน่าจะใกล้เคียงที่สุด ในสิ่งที่เราคิดก็คือคิดได้ถาม ทำได้มันมีสิทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เราจะทำได้ ก็เลยต้องทำไป อันนี้เราว่าจริงๆ ลึกๆ ก็มีความหวังแหละ ไม่งั้นก็คงไม่มานั่งทำอะไรที่ลำบากอย่างงี้หรอก เพราะว่าการหาทุน 100 ล้านบาท บางทีเราคุยกับคนเดียวๆ มันก็จบภายในเวลาไม่กี่วัน

แต่หา 100 บาทกับล้านคนเดียวมันช่างท้าทายยิ่งนัก เพราะว่าเราเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างในการเปลี่ยน เผด็จการมันมีมาเป็นสี่ห้าสิบปีแล้ว อยู่ๆ ผู้กำกับกับนักแสดงคนหนึ่งจะลุกมาทำหนังปีเดียวแล้วเปลี่ยนหมด มันก็เป็นเรื่องที่ซ่าไปหน่อย แต่ว่าโอเคเรากำลังพูดถึงแอ็กชั่นดีกว่า แอ็กชั่นออก ทำอะไรสักอย่างดีกว่าทำไปเลยไม่มีอะไรจะทำแล้วนี่ ทำมาหมดแล้วนี่ แค่นั้นเอง”

เปิดหน้าชนไอโอรัฐบาล ใช้งบเป็นพันล้าน เผยต้องการบันทึกอดีตอันเลวร้าย ถ่ายทอดปัจจุบันอันเสื่อมทราม เพื่อต่อต้านเผด็จการโสมมในโลกอนาคต
“อันนี้เขาเรียกว่า เปิดหน้าชนกับยุคไอโอของรัฐบาล รัฐบาลใช้งบประมาณกับไอโอ เป็นพันๆ ล้าน ผมกำลังขอกำลังจากพี่น้องคนละ 100 บาท เพื่อสู้กับพวกนั้น แต่เราคิดว่าเราสู้ได้ เพราะว่าเผด็จการ ไม่ได้ชนะเราด้วยความฉลาด แ_งใช้ความเลว ความฉลาดของเราจะหลบเลี่ยงความเลวนั้นได้ ผมเชื่ออย่างนั้น แล้วเราจะชนะ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมฉลาดนะ ผมหมายถึงว่าวิธีชน การสู้ด้วยเรื่องของศิลปะการใช้ความนุ่มลึก การใช้ศิลปะเป็นสิ่งที่เผด็จการไม่มี

เขาเรียกการต่อสู้ด้วยความสมัครใจ เผด็จการใช้วิธีการบังคับให้เราสมัครใจ ให้เรารัก ให้เราเคารพ แต่สิ่งที่เราทำคือความสมัครใจ ผมเชื่อว่าการสมัครใจ และเชื่อใจมันทรงพลังมากๆ คนๆ เดียวมันทำไม่ได้ แต่ถ้ามีคนทะลึ่งทำแบบผมอีกสัก 20-30 คน หรือ 100 คน อันนี้เป็นเรื่องบรรยากาศ วันนี้ผมต้องการให้เห็นคอนเซปต์ก่อน คอนเซปต์ของหนังเรื่องนี้ก็คือ บันทึกอดีตอันเลวร้าย ถ่ายทอดปัจจุบันอันเสื่อมทราม เพื่อต่อต้านเผด็จการโสมมในโลกอนาคต นี่คือธีมของหนัง”

ไม่ตื่นเต้นแล้ว ดึงเจ้ามาเอี่ยว
“เทคนิคนี้เขาใช้มานานแล้ว ตั้งแต่ 14 ตุลาคมโน้นแล้ว เขาใช้มานานจนเราไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น แต่รู้สึก ไอ้เหี้...มึงยังใช้ได้อยู่เหรอ นั่นต่างหาก มึงต้องเหี้...ขนาดไหน ถึงได้ใช้แบบหน้าด้านๆ นั่นต่างหาก แต่เราทำอะไรไม่ได้ เพราะเราถูกมัดมือมัดแขน ปิดด้วยอะไรทุกอย่าง นี้คือสิ่งที่เราทำได้ในการทำหนังแบบนี้”

ด่าพ่อมึงตาย ปฏิรูปหมายถึงล้มเจ้า
ต้อม : “มีใครบอกผมล้มเจ้า เขาไม่ได้ล้มเจ้า เขาพูดว่าปฏิรูปไม่ใช่เหรอ คำว่าปฏิรูป มีคนบางคนหมายถึงล้ม พ่อมึงตาย แ_งแยกแยะภาษา ยังแยกแยะไม่ออก เลเวลพวกนี้มันเซนซิทีฟ รัก กับชอบ มันต่างกันอย่างไง มันมีความต่าง ปฏิรูปกับล้มมันต่างกันมาก มึงยังเอามาเป็นอันเดียวกันได้ มึงบ้าไปแล้ว วิธีการแบบนี้ คือการจะยัดข้อหาให้มึงเป็นแบบนี้ สร้างสิ่งนี้เป็นสิ่งเลวไว้

วันนี้เพิ่งมีคนส่งรูป ผมลงรูปอินสตาแกรมรูปแอมมี่นั่งอยู่หน้าโรงพัก แต่มันมีข้อความ ยกเลิก 112 คนส่งแคปหน้าจอนี้แล้วส่งให้ผู้ใหญ่ของผม ต่อไประวังหน่อยนะ ถ่ายรูปกับยุทธเลิศ เดี๋ยวเขาจะหาว่าล้มเจ้า คือขบวนการนี้ เป็นวิธีการของเผด็จการ เป็นเรื่องปกติที่จะหยัดข้อนี้ แต่วันนี้ ยัดผมข้อนี้ ผมกลัว แต่ปัญหาตอนนี้ไปยัดเด็ก แล้วเด็กมันกลัวไหม เด็กโดน 112 ผมว่ามันสกปกมาก
แต่มันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเขาใช้ตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว เรื่องนี้ เป็นคอมมิวนิสต์ เป็นล้มเจ้า พูดมาอยู่อย่างนี้ ใครที่จะมาใหญ่กว่าเขา แต่คนที่มาล้มเจ้าในประวัติศาสตร์ มีแต่ทหารเท่านั้นที่ล้มได้ แต่คนที่จะมาล้มทหารเป็นพลเรือน เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ก็จะจับมาเหมารวมกันตั้งแต่ทักษิณ ชินวัตร เขาก็โดนข้อหานี้ เสร็จเท่านั้นไม่พอ พวกอนาคตใหม่ พวกสีส้ม ก็โดนอันนี้เหมือนกัน เท่านั้นไม่พอพอเด็กรุ่นใหม่ออกมา แ_ง ยัดตรงนี้เข้าไปอีก ไม่แปลกใจเหรอที่พวกนี้ ที่อยู่ตรงข้ามประชาธิปไตย กลายเป็นคนพวกนี้หมด แต่จริงๆ เรื่องนี้ทุกคนรู้หมด

ถามว่ากลัวไหม โดนยัดข้อหานี้ กลัว เดี๋ยวเขาก็ยัด ทุกวันนี้เขาก็ด่าทุกวัน แค่ไปถ่ายรูปกับแอมมี่เขาก็หาว่าล้มเจ้าแล้ว เอาพวกนี้มามีภาพของนักศึกษาอย่างนี้ การยัดแบบนั้น มันคือการทำให้คนกลัวที่จะอยู่ในสังคมอันนี้เราคิดว่าเราต้องทำอะไร แน่นอนว่าพฤติกรรมแบบนี้จะอยู่ในหนังด้วย แล้วเราจะบอกว่านี้คือการทำที่ไม่ดีเลย มันทำร้ายกัน ด้วยความไม่ยุติธรรมจริงๆ คนที่เห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้ คือแย่ที่สุด และไม่ควรส่งเสริมด้วย ไม่ต้องแคร์คำตอบว่าล้มหรือไม่ล้ม แต่ควรจะแคร์ว่ามึงถามเขาแบบนั้นทำเหี้...อะไร มึงต้องการอะไรถึงถามอย่างนั้นต่างหาก”

ลั่นยอมแพ้ว่าสู้ทางกฎหมายไม่ได้ ขอสู้ด้วยศิลปะแทน
“การทำหนังคือผมยอมแพ้ว่าสู้ทางกฎหมายไม่ได้ สู้ด้วยปืนไม่ได้ สู้ด้วยกำลังไม่ได้ ผมขอสู้ด้วยศิลปะแล้วกัน เพราะว่าสิ่งที่คุณทำไม่ว่าจะเป็นการยัดข้อหาโน่นนี่นั่น เรายอมแพ้ แต่คิดว่าหนังเราพอสู้ได้ เลยเอาสักหน่อย เขามี 300 ล้าน อยากรู้จริงๆ ใครเป็นผู้กำกับ”
















กำลังโหลดความคิดเห็น...