xs
xsm
sm
md
lg

"โอ๋" ลั่นไม่น่ารัก หน้าสวยขึ้นไม่ทักเรื่องหน้า แต่ทักเรื่องอ้วน สอนลูกโตขึ้นอย่าบูลลี่ใคร อายุ 50 ยกหน้าใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





"โอ๋ ภัคจีรา" แฮปปี้สวยขึ้น เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ร้อยไหม ตัวเดียวที่ได้อย. จากประเทศไทย เปิดใจหุ่นพังไม่ว่า หน้าพังไม่ได้ อายุ 50 จะศัลยกรรมยกหน้าใหม่ รับอ้วนขึ้นถูกบูลลี่ ตอนผอมก็โดนล้อเป็นไม้เสียบผี สอนลูกอย่าบูลลี่ใคร เผยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง 10 ปี ดีขึ้น 90 เปอร์เซ็นต์

แฟนๆ ฮือฮาอยู่ไม่น้อย หลังจากที่ "โอ๋ ภัคจีรา วรรณสุทธิ์" ซุ่มร้อยไหมกกระชับหน้าจากอิตาลี จนสวยขึ้นเป็นกอง โดยล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจว่าสาเหตุที่ตัดสินใจทำหน้าเพราะเป็นพรีเซ็นเตอร์ อีกทั้งที่ผ่านมาฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้ เพราะเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง งานนี้สามีไม่ชมว่าสวย แต่ถึงขั้นจะไปทำด้วยเลยทีเดียว

"อันล่าสุดไปร้อยไหม ดีค่ะสวยขึ้น แต่อาจจะสวยขึ้นเองด้วย ไปร้อยไหมกรอบหน้า เรื่องร้อยไหมคนถามเยอะเหมือนกันว่าร้อยแล้วเป็นอย่างไรบ้าง สาเหตุที่ไปทำเพราะเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่ะ และโอ๋เป็นคนที่ฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้ เพราะว่าเราเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง เลยพยายามหาอะไรที่มันไม่ใช่สารเคมี พยายามทำเลเซอร์ พยายามบำรุง แต่พอมาเจอไหมตัวนี้ ถ้าพูดก็จะขายของเลย (หัวเราะ) ไหมตัวนี้ร้อยไม่เยอะ และเป็นเทคนิคเฉพาะของเขา เป็นไหมตัวเดียวที่ได้ อย.จากประเทศไทย เพราะว่าตัวอื่นไม่มีได้เลย เราก็เลยมั่นใจ"

ลั่นร่างพังไม่ว่า แต่หน้าพังไม่ได้ อายุ 50 จะยกหน้าใหม่
"ส่วนที่บอกว่าอัปหน้าใหม่ อุ้ยตายแล้ว (หัวเราะ) หน้าก็ยังหลงเหลือความสวยอยู่บ้าง แต่ถ้าร่างก็ไม่ว่า หน้าเราก็ดูแล ร่างอาจจะพังไปบ้าง พยายามดูแลรักษาหน้าไว้ ถามว่าเคยอยากทำศัลยกรรมไหม พูดจริงๆ ว่ามีคิด แต่ว่าคงในอนาคต ตอนนี้อายุ 40 คิดว่าน่าจะ 50 คงคิดที่จะยกใหม่ ถ้าใครมีพรีเซ็นเตอร์ บริษัทไหนสนใจติดต่อได้ คิดว่าอย่างนั้น"

"หลังจากที่ทำไปฟีดแบ็กดีมากเลย เพราะทุกคนคิดว่าโอ๋เวลาจะทำอะไรก็ต้องเชื่อมั่น เพราะเราก็อายุมากแล้ว และไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้ คิดอยู่สักพักอยู่เหมือนกัน ก่อนหน้านี้มีหลายไหมเหลือเกิน เราก็ห่วง แต่อันนี้เขามาพรีเซ็นต์ก่อนว่าเป็นไหมที่ผ่านอย. แล้วนะ แล้วเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่ผ่านอย. แล้ว"

สามีอยากทำด้วย
"อันนี้เป็นหน้าเราค่ะ สามีพอเขาเห็นหน้าเราดีขึ้น เขาก็อยากที่จะทำบ้าง อะไรดีเราก็ต้องบอกต่อค่ะ เขาไม่ค่อยชมว่าสวย (หัวเราะ) แต่เราเห็นเองว่าหน้าเราดีขึ้น แต่ว่าลูกสาวชม พอเขาเห็นรูปเราตามสถานที่ต่างๆ เขาก็บอกแม่เห็นมีรูปแล้วก็ชมว่าดูโอเคขึ้น"

หวังว่าตอนอายุ 50 คงมีวิวัฒนาการที่ทำศัลยกรรมแล้วไม่เจ็บ
"ตอนนั้นก็ต้องดูสภาพหน้าตอนนั้น แต่โอ๋คิดนะ ตอนนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ต่างๆ ถามว่าเรากลัวไหม ที่มีข่าวต่างๆ ออกมาในช่วงเวลานี้ อาจจะเก็บเกี่ยวความรู้ไปก่อน จนถึงตอนนั้นโอ๋อายุ 50 มันอาจจะมีวิวัฒนการที่ทำแล้วไม่เจ็บเลย ไม่บวม อะไรที่มันดีกว่านี้ก็ต้องดูอีกที"

"เรื่องความสวยความงามเราก็ดูแล พยายามดูอย่างที่โอ๋บอก ผิวหน้า ผิวตัว เราพยายามดูแล พยายามให้มันคงที่ ถามว่าตอนนี้มั่นใจในความสวยไหม อายเหลือเกิน(หัวเราะ) มีคนมาขอคำแนะนำตลอดค่ะ ถามว่าใช้อะไรทำไมผิวดี เราก็พยายามดูแลตัวเองค่ะ”

เผยตอนผอมก็โดนล้อเป็นโอลีฟ ไม้เสียบผี ตอนนี้อ้วนข้นก็ถูกบูลลี่อีก สอนลูกอย่าบูลลี่ใคร
"ช่วงนี้อ้วนขึ้นเหมือนกัน ตั้งแต่ต้นปีมาแล้วยังไม่หยุดรับประทานเลย ปาร์ตี้ตั้งแต่ปีใหม่ วันเกิดโอ๋ วาเลนไทน์ เดี๋ยววันเกิดลูกอีก ไว้รอประมาณ มี.ค. ค่อยลดนะ ถามว่าเสียความมั่นใจไหม พูดจริงๆ โอ๋ไม่ค่อยได้ขาดความมั่นใจในเรื่องของความอ้วน เพราะว่าโอ๋เป็นคนผอมมาโดยตลอด แต่ช่วงนี้มีคนทักบ่อยเหมือนกันว่าอ้วน จนรู้สึกว่ามาบูลลี่เราเนอะ เห็นไหมไม่ดีเลย โอ๋จะสอนลูกตลอด อย่าพูดนะ เป็นมารยาทที่ไม่ดีมากเลย เราต้องทักกันว่าเธอไปทำอะไรมาสวยขึ้น อย่างนี้โอเค ตอนเราผอมก็จะโดนล้อเป็นโอลีฟ ไม้เสียบผี ตอนนี้อ้วนก็มาล้ออีก ไม่น่ารัก บูลลี่ เราก็เลยบอกลูกว่าอย่าไปเรียกใครแบบนี้นะอย่าไปทักใคร ก็สอนลูกเหมือนกัน แต่อย่างที่บอกว่าโอ๋เป็นคนไม่ค่อยนอยด์"

เคยผ่าตัดมา10 ปี สุขภาพดีขึ้น 90 เปอร์เซ็นต์
"สุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ 90 เปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ ถ้าเหนื่อยมากก็ต้องมีทานยาบ้าง แต่ว่าน้อยเลยค่ะ โดยรวมดี ตั้งแต่ผ่าตัดมาก็ไม่ได้เช็กเลย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่โอ๋เป็นผลวิจัยมีน้อยคุณหมอก็รักษาได้เท่านี้ พอผ่าตัดมาแล้วทุกอย่างดี ก็ไม่ได้กลับมามีอาการรุนแรงเหมือนเดิม ผ่าตัดมานานมากเกือบ 10 ปีได้แล้ว"

"จริงๆ โรคที่โอ๋เป็นมีน้อย การวิจัยก็น้อย ก่อนหน้านี้ที่มีการทำไอซ์บักเก็ต ชาเลนจ์ เพื่อหาเงินไปวิจัยเรื่องโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ของโอ๋เรียกว่าเอ็มจี อย่างน้องที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ที่เกิดมาแล้วเป็นเลย อาจจะต้องนอนอยู่เฉยๆ อันนนั้น เพราะฉะนั้นมันยังไม่มีผลวิจัยเกี่ยวกับโรคนี้มาก ว่าเป็นเพราะอะไร เป็นแล้วยังไง ก็หวังจะพึ่งทางการแพทย์นี่แหละ ถ้าใครรู้หรือมีเงินทุนทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับหลายหลายฝ่าย เพราะโอ๋ก็รู้เท่านี้เหมือนกัน"




กำลังโหลดความคิดเห็น...