xs
xsm
sm
md
lg

"ตุ๊กตาลูกเทพ" ใครว่างมงาย? / ไก่ อำนาจ

เผยแพร่:   โดย: อำนาจ เกิดเทพ

"เปลี่ยนไปดูช่องอื่นก็ได้นะ น่ารำคาญ..." เป็นประโยคที่หลายคนมักจะพูดทุกครั้งหากมีโอกาสนั่งดูทีวีรายการเกี่ยวกับบรรดาเรื่องผีๆ วิญาณทั้งหลายร่วมกับผม

อันที่จริงก็พยายามเก็บอารมณ์แล้วนะครับ แต่ดูทีไรมันก็มักจะอดของขึ้น มีคำถามแบบกวนๆ ขึ้นมาไม่ได้ทุกที เช่นว่า ไอ้คนที่มันบอกว่าเห็นผี เห็นวิญญาณอยู่ตรงนั้นตรงนี้ สามารถติดต่อพูดคุยกับวิญญาณนั่นนี่ได้ เอาเข้าจริงๆ มันไม่เหนื่อย มันไม่รำคาญบ้างหรือ เพราะลำพังวันนึงๆ แค่คุยกับคนธรรมดาก็เหนื่อยพออยู่แล้ว

หรือความสงสัยที่ว่าทำไมคนที่มันถูกผี ถูกวิญญาณทำให้ตาย (โดยเฉพาะพวกที่ไม่ได้ไปสร้างความแค้นอะไรมากมาย เช่น ทะเร่อทะร่าไปฉี่รดใส่ที่นอนของผีของวิญญาณ) ทำไมวิญญาณผู้ตายมันไม่แค้นผีหรือวิญญาณที่มาทำให้ตัวเองต้องตายบ้าง ฯ อะไรทำนองนี้

ที่สำคัญก็คือผมไม่ชอบเลยกับพวกที่ชอบอวดอ้างถึงความวิเศษวิโสของตนเอง แล้วไปทำมาหากินกับคนที่เขาไม่รู้เท่าทัน

มิได้จะปฏิเสธรายการประเภทนี้ไปซะทั้งหมดนะครับ แต่ผมรู้สึกว่ารูปแบบมันควรจะเป็นอะไรที่น่าจะสร้างสรรค์มากกว่านี้ อย่างน้อยๆ ก็นำเสนอที่มาที่ไป หรือจะมองไปในแง่ของความเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่มาตอกย้ำว่าทุกเรื่องลี้ลับมันมีสาเหตุมาจากภูติผีวิญญาณปีศาจจนทำให้คนรู้สึกงมงายก่อนโยนความลับผิดชอบไปให้กับวิจารณญาณของคนดูอย่างที่หลายรายการเป็นอยู่

ล่าสุดบ้านเราก็มีของเล่นเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อชิ้นใหม่ออกมา ใช่แล้ว มันคือ "ตุ๊กตาลูกเทพ" ที่กำลังกลายเป็นกระแสขึ้นมาหลังมีการกล่าวอ้างกันผ่านโลกโซเชียลว่าหลายคนที่ซื้อมาบูชาต่างก็ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ

รายละเอียดตลอดจนถึงที่มาหรือแม้กระทั่งราคาของบรรดาตุ๊กตาลูกเทพทั้งหลายเชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวผ่านโลกโซเชียลคงจะทราบกันดี ส่วนที่เขียนถึงเรื่องนี้ก็เพราะไปสะดุดเอากับเนื้อหาสกู๊ปข่าวของไทยรัฐที่พาดหัวว่า..."จวกแหลก! พระพยอม-เจน ญาณทิพย์ ถล่มของขลังยุคไฮเทค 'ตุ๊กตาลูกเทพ' ให้โชคเลอะเทอะ"

สะดุดที่หนึ่งก็คือคำให้สัมภาษณ์ของคนที่ทำตุ๊กตาลูกเทพที่ออกมาให้รายละเอียดเชิงตอบโต้คนที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการปลุกเสกคาถาอาคมผ่านตุ๊กตานั้นไม่สามารถทำได้โดยระบุว่า..."ทำไมบอกว่าทำที่ตุ๊กตาไม่ได้ ทำไมทำที่รถได้ หลวงพ่อเจิมลงมนต์คาถา ทำไมปลัดขิกหลวงพ่อปลุกเสกได้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล..."

ไม่รู้ใครจะคิดอย่างไรนะครับ แต่ผมคิดว่าเหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่หลุดกรอบดีทีเดียว เพราะมันชวนให้คิดได้ว่า เออ มันทำไม่ได้จริงๆ หรือที่ผ่านมามันไม่เคยมีใครทำมาก่อนกันแน่? หรือคนวิจารณ์เองอิจฉากลัวว่าเหล่าบรรดาตุ๊กตาเทพจะมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดที่เกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องทำนองนี้ไปอะไรทำนองนั้นเลยละครับ

สะดุดที่สองซึ่งต้องบอกว่าสะดุดมากๆ ก็คือการแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ของคุณ "เจน ญาณทิพย์" ที่ระบุในทำนองว่า..."ที่บอกครอบครองจะสร้างความร่ำรวยเป็นการกล่าวเกินความเป็นจริง อย่างที่บอกจะส่งผลร้ายทำให้คนที่ครอบครองเจ็บป่วย ยิ่งถ้ามีการใส่เล็บผม ฟัน ของคนตายไป หรือกระทั่งเอาดวงเรา เอาเส้นผม เล็บของส่วนตัวใส่ไปก็อันตราย เพราะในกรณีที่เป็นคนตายที่วิญญาณไม่รับรู้ มันมีวิญญาณบางดวงที่ยึดติดกับร่างและสังขารยังหวงแหน อาจจะมีความโกรธ จะทำให้วิญญาณไปสิงสู่กับสิ่งเหล่านี้"

"คนที่ซื้อไปจะถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายวิญญาณที่ยึดติดกับสังขาร ทำให้ดวงคุณไม่ดี ส่วนดาราที่เห็นเขาถือแล้วร่ำรวยก็คือผลบุญกุศลที่ทำมาแต่อดีตชาติ หรือปัจจุบันก็ดี แต่พอบุญหมด หรือว่าดวงตกเมื่อไหร่สิ่งเหล่านี้ก็จะให้ผล ทำให้คุณถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายวิญญาณ"

"ที่อ้างว่าเป็นเทพ เทพไม่มาสิงสู่สิ่งเหล่านี้ เทพจะไม่ยุ่งกับมนุษย์เด็ดขาด เพราะมนุษยมีกลิ่นสาป มนุษย์ตัวเหม็น มนุษย์ไม่มีศีล คนที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่มีความโลภทั้งนั้นเลย อยากรวย อยากได้มีชื่อเสียงก็จะเป็นเหยื่อ"

นอกจากนี้เจ้าตัวยังย้ำด้วยว่า ตุ๊กตาที่ว่าไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่นิดเดียว มีแต่ผลเสียเป็นโทษ 1.เสียเงิน 2.เรางมงาย และ 3. แทนที่เราจะอยู่อย่างมีความสุขกลับมีผีมาด้วย

"ต้องเข้าใจด้วยว่าผีหรือวิญญาณมันมีความหลากหลายมีทั้งดีและไม่ดี ถ้าเจอผีไม่ดี อยากให้มนุษย์ยกยอปอปั้นเขาอยู่แล้ว วิญญาณก็จะเห่อเหิม เวลาไปบูชา ไปแบ่งบุญให้ ไปเลี้ยงดูเหมือนลูก วิญญาณร้ายเหล่านีก็จะเข้าสิงสู่ตุ๊กตาจริงๆ อย่างที่เราเรียกกันว่าตุ๊กตาผี"

"แทนที่เราจะไหว้พระกลับไปไหว้ผี ก็อันตราย อุ้มตุ๊กตาแล้วพูด บางครั้งมันสามารถสื่อให้วิญญาณมิจฉาทิฐิเข้ามาสิงสู่เหมือนกับตุ๊กตากุมาร พอเข้ามาอยู่ มนุษย์เหล่านั้นก็จะเจ็บป่วยและมีผีตาม สิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่สิ่งดี แล้วราคาก็แพง น่าสงสารการสร้างกระแส ก็อยากจะมี ก็เป็นหนี้เป็นสินกัน"

โดยรวมก็ถือว่าเป็นการแสดงความเห็นที่ดีนะครับ อย่างน้อยๆ ก็ไม่สอนให้คนงมงาย ไม่หลงเชื่อกับกระแสอะไรง่ายๆ จนกลายเป็นเหยื่อเสียเงินเสิยทองอย่างไม่ควรจะเป็น

แต่ที่น่าห่วงก็คือทุกคำพูดของเธอที่พูดถึงเรื่องราวของผีของวิญญาณเสมือนหนึ่งว่าเรื่องพวกนี้มันมีจริงๆ นั้น มันยิ่งตอกย้ำทำให้คนยิ่งเกิดความเชื่อ ยิ่งเกิดความงมงายมากยิ่งขึ้นไปอีกหรือเปล่า

อันที่จริงผมว่าคุณเจนเองไม่ควรจะออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องในทำนองนี้เลยครับ เพราะลำพังภาพของเธอที่ถูกรายการทีวีนำเสนอให้คนอื่นเข้าใจว่าสัมผัสหรือติดต่อสื่อสารกับดวงวิญญาณได้นั้นมันไม่เหมาะเอาเสียเลยที่จะมาบอกว่าเรื่องไหนงมงายเรื่องไหนไม่งมงาย
กำลังโหลดความคิดเห็น...