xs
xsm
sm
md
lg

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see you again ตอนที่30

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่30

ยิ่วเชียนกับอันซีเดินกันมาเงียบๆ จนมาถึงหน้าบ้านพัก จื้อหลิงตากผ้าอยู่เห็นพอดี รีบเรียกเหม่ยเหวิน

“เหม่ยเหวิน เหม่ยเหวิน ๆ”
“มีอะไร”
เหม่ยเหวินรีบวิ่งมาดู
“มา เร็วๆ”
เหม่ยเหวินชวนจื้อหลิงให้รีบลงไป ขณะนั้นยิ่วเชียนเดินมาส่งอันซีถึงหน้าประตูบ้านพัก
“ถึงแล้ว”
“อืม”
“งั้นฉัน” ยิ่วเชียนจะไป
“ยิ่วเชียน”
อันซีเรียกไว้ ยิ่วเชียนมองหน้าอันซีอย่างเศร้าๆ เพราะอยากให้กลับมาเหมือนเดิม อันซีเองก็พูดอะไรไม่ออก ระหว่างนั้นจื้อหลิงกับเหม่ยเหวินเปิดประตูบ้านพักออกมา
“เอ๊ะ เธอสองคนกลับมาด้วยกันเหรอ” จื้อหลิงทัก
“กลับมาด้วยกันก็ดีแล้ว อยู่ทานข้าวด้วยกันนะ ไม่ได้ทานข้าวด้วยกันนานแล้ว ไม่ได้อยู่เป็นก้างขวางคอนานแล้ว”
ทั้งเหม่ยเหวินและจื้อหลิงรีบดึงมือยิ่วเชียนเข้าไปในบ้าน อันซียิ้มนิดๆ เธอเองก็อยากให้เขาอยู่ต่อเช่นกัน
“ใช่ๆๆ มาทานข้าวด้วยกัน อันซี เข้ามาสิ กินข้าวด้วยกัน”
จื้อหลิงกับเหม่ยเหวินพายิ่วเชียนมานั่งที่โต๊ะ จื้อหลิงจัดแจงเรื่องอาหาร
“มาๆๆ อ่ะนี่ ของชอบของเธอสองคน ฮิๆๆ”
ยิ่วเชียนหันไปมองหน้าอันซีแล้วคีบปลาหมึกจะใส่ชามตัวเอง อันซียิ้มนิดๆ คีบปลามึกจะใส่ชามให้ยิ่วเชียนเหมือนกัน แต่แล้วชะงัก ต้องคีบมาใส่จานตัวเอง เหม่ยเหวินมองๆ เห็นไม่ได้การจึงรีบกระซิบจื้อหลิง
“ไปเอาออกมา”
“แต่มันไม่ใช่”
“ไปเอามาสิ ไม่มีอะไร”
จื้อหลิงถือขวดเครื่องดื่มแช่เย็นมาขวดหนึ่ง รินให้อันซี
“มาลองชิมดู เหล้าสูตรใหม่ที่เหม่ยเหวินคิดค้น รสชาติเป็นยังไงบ้าง”
ยิ่วเชียนยื่นแก้วของเขาให้จื้อหลิงรินบ้าง แต่เหม่ยเหวินห้าม
“นี่ๆ ไม่ต้อง คุณดื่มแก้วนี้ดีแล้ว”
จื้อหลิงดันแก้วอันซีให้ดื่มให้หมด ยิ่วเชียนมองอย่างเป็นห่วง
“เอาเลย ดื่มหมดแก้วเลยนะ”
อันซีดื่มจนหมดแล้วตกใจ
“นี่คืออะไร”
“ข้าวฟ่างหมักที่เหม่ยเหวินทำ แค่ 30 ดีกรีเท่านั้น”
“30 เหรอ”
“อื้ม”
อันซีหมดสติหน้าคว่ำลงไปบนโต๊ะ ยิ่วเชียนตกใจ แต่เหม่ยเหวินพอใจมาก
“เรียบร้อย คุณเคยเห็นเวลาอันซีเมามั้ย เวลาเขาเมาจะกลายเป็น”
“อันซีที่พูดความจริง” ยิ่วเชียนตอบสวนมา
“คุณรู้ดีมาก”
ทันใดนั้นอันซีก็เงยหน้าขึ้นมา พูดด้วยอาการเมา
“เซี่ยยิ่วเชียน”
ยิ่วเชียนยิ้มให้ อันซีเข้าไปจับหน้ายิ่วเชียนทันที ชายหนุ่มตกใจ
“เอ๊ะ คุณคือเซี่ยยิ่วเชียนจริงด้วย ฮิๆ ดีมาก ไป ฉันจะพาคุณไปเจอเซี่ยยิ่วเชียนอีกคน ไป ไปสิ ไป เร็วค่ะ”
อันซีลากยิ่วเชียนออกไปจากโต๊ะอาหารด้วยอาการเมาๆ ยิ่วเชียนงงๆ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน เดินไปตามแรงดึงของอันซี จื้อหลิงขำๆ

เหม่ยเหวินมองแปลกใจหันมาถามจื้อหลิง
“เธอรู้สึกว่าแปลกมั้ย”
“แปลกตรงไหนล่ะ”
“เวลาอันซีเมา สโลแกนของเขาคืออะไร”
“ฉันคอแข็งมาก แล้วเมื่อกี้เขา”
เหม่ยเหวินเอะใจลองดมแก้วดู
“นี่มันน้ำเย็นที่ฉันแช่ไว้ ไม่ได้เรื่อง ไอคิวต่ำทำอะไรไม่เคยสำเร็จ เฮ่อ”
“หาว่าฉันไอคิวต่ำแล้วทำไมเธอไม่ติดป้ายล่ะ”
เหม่ยเหวินกับจื้อหลิงรีบวิ่งออกไป ขณะนั้นอันซีที่มีท่าทางเมาๆ จูงมือยิ่วเชียนออกมาหน้าบ้าน
“ฮ่าๆๆ เมาแล้ว เฮ่อ เอ๊ะแปลกแฮะ หะ”
อันซีทำเหมือนหาอะไรบางอย่าง แล้วก้มลงไปใกล้ๆ เรือที่นำมาประดับหน้าบ้านพัก ยิ่วชียนเป็นห่วง
“อันซี”
“ซูส์ อ้อ ฮิๆๆ รู้แล้ว”
จื้อหลิงออกมาเห็น
“อันซีทำอะไร”
ยิ่วเชียนหันไปมองจื้อหลิง เหม่ยเหวินก็แปลกใจ
“ฉันไม่รู้”
อันซีลุกขึ้นมาพร้อมอุ้มลูกฟักผลใหญ่ขึ้นมาด้วย แล้วเดินโซเซไปนั่งที่เก้าอี้ ยิ่วเชียนเป็นห่วงรีบตามไป
“เอ๊ะ ขอแนะนำให้คุณรู้จัก ท่านนี้ คือเพื่อนรักของฉัน ตงกวายิ่วเชียน”
ยิ่วเชียนมองท่าทางของอันซีอย่างเอ็นดูและรักมาก
“เฮ่อ ยิ่วเชียน ความจริงฉันมีเรื่องอยากจะพูดกับคุณ เพราะสำหรับฉันแล้ว ไม่ว่าคุณเป็นยังไง คุณก็คือลูกฟักที่ดี คุณรู้มั้ย หืม”
เหม่ยเหวินยืนมองอยู่ไกลๆ ขำมาก
“นี่ การแสดงของอันซีไม่เลวนะ มิน่าพักนี้เขาชอบนั่งข้างนอก ที่แท้เพราะคิดว่ายิ่วเชียนคือลูกฟักนั่นเอง”
“เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ทำไมเขาถึงเอาฟักมาเปรียบเทียบกับยิ่วเชียนล่ะ” จื้อหลิงถาม
อันซียิ้มกรึ่มๆ พูดต่อ
“คุณปู่เคยบอกว่า เวลา จะพิสูจน์ทุกอย่าง ความรักที่แท้จริง จะยังคงอยู่ ดังนั้นตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว เฮ่อ ช่วงเวลาที่คุณไม่อยู่ ฉันๆๆ”
ยิ่วเชียนพยายามมองหน้าอันซี อันซีก็แอบเหลือบมองเขา แล้วเล่นละครต่อ
“ฉันคิดถึงคุณมาก เฮ่อ ทำไมฉันเมาอย่างนี้นะ แปลกจริงๆ ฉันเมาๆๆ”
เหม่ยเหวินเห็นท่าไม่ดี
“ไม่ได้ๆ เขาแสดงไม่ไหวแล้วต้องรีบไปช่วย”
เหม่ยเหวินกับจื้อหลิงรีบวิ่งเข้าไปหาอันซี เพราะเห็นยิ่วเชียนกำลังจะเข้าไปดูอันซีพอดี กลัวแผนแตก
“ดื่มนิดหน่อยก็เมาแล้วฉันดูหน่อยสิเป็นไงบ้างขายหน้ารึเปล่า”
“ให้ฉันดูหน่อยสิ”
“ยังพูดว่าคอแข็งอีก”
เหม่ยเหวินกระซิบอันซี
“เธอไม่ต้องแสดงแล้ว แสดงได้ห่วยมาก”
“เมื่อกี้เธอบอกว่าเขาแสดงดีนี่”
“ไม่กี่นาทีก็ล้มเหลวแล้ว”
“รีบช่วยฉันหน่อย” อันซีบอก
ยิ่วเชียนเห็นสาวๆ กระซิบกระซาบกันก็ขำๆ เอ็นดู
“เอามือออกๆ ดูซิทำไมคออ่อนอย่างนี้”
“ฉันช่วย”
ยิ่วเชียนเข้าไปช้อนตัวอันซีอุ้มไปเลย จื้อหลิงจะตามไป
“หะ นี่ๆๆ เธอจะไปเป็นก้างขวางคอเหรอ”
“อ้อ”
“แต่ท่าของเธอ เหมือนแบกถังแก๊สเลย ฮิๆๆ”
เหม่ยเหวินหัวเราะเมื่อเห็นจื้อหลิงแบกลูกฟัก
“นี่ มีคนงานแบกถังแก๊สสวยอย่างนี้ด้วยเหรอ”
“โธ่เอ๊ย”
ยิ่วเชียนอุ้มอันซีเดินมา หญิงสาวแอบเหลือบมองหน้าเขานิดหนึ่ง แล้วก้มหลบ ยิ่วเชียนก้มมองหน้าอันซี รู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้หญิงสาว อันซีทำทีเป็นเพ้อๆ
“ฉันขอโทษ ทำไมเวลาฉันอับอายที่สุดคุณต้องเห็นทุกครั้ง คุณดีกับฉันมาตลอด แต่ฉันกลับทำตัวแย่กับคุณ ฉันขอโทษ”
ยิ่วเชียนยิ้มนิดๆ รู้สึกดีที่ได้ยิน ขณะนั้นพวกไห่โค่มายืนมองอยู่ ไห่โค่ช้ำรัก เมื่อเห็นยิ่วเชียนอุ้มอันซีขึ้นบันไดไป ไห่โค่เดินกลับไปที่ศาลเจ้าอย่างเศร้าๆ
“เอาอีกแล้ว” เสี่ยวหูเศร้าไปด้วย
“ซูส์ คนอกหักใหญ่ที่สุดเข้าใจมั้ย” ต้าหูท้วง
ไห่โค่เศร้ามาก “มองไปทางซ้าย ก็เป็นบ้านฉัน จะมองไปทางขวา ก็บ้านฉันอีก มองมาข้างหน้า ก็เป็นบ้านฉัน แล้วทำไมอันตูตูไม่ใช่ของฉัน”
“ลูกพี่”
“ฉันยังพูดไม่จบ แล้วเมื่อไหร่ฉันจะมีเมียสักที”
“เอ่อ ลูกพี่ ฉันว่าเรื่องนี้ไม่ต้องรีบก็ได้”
 
ต้าหูเอ่ยเตือน

อ่านต่อหน้า 2

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่30 (ต่อ)

ระหว่างนั้นมีลมพัดมาอย่างแรง แผ่นเซียมซีปลิว กระถางใบหนึ่งตกลงมาโดนหัวไห่โค่สลบไป ลูกน้องหันมาเห็น

“ลูกพี่ เป็นไงบ้าง”
ต้าหูเห็นกระถางที่ตกลงมาแตก มีสร้อยทองอยู่ในนั้น
“นี่คืออะไร”
“เอ๊ะ เอ๊ะ ฮ่าๆๆ นี่เป็นสร้อยคอโชคลาภที่ทวดของลูกพี่ทิ้งไว้รึเปล่า รวยแล้วๆๆ”
ต้าหูเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่ใกล้กับสร้อยทอง
“นี่ๆๆ ลูกพี่อยากมีเมียมีความหวังแล้ว”
“เอ๊ะ หมายความว่าอะไร ถ้าลูกพี่ต้องการจีบพี่สะใภ้ จะต้องไปหาเธอพันครั้ง”
“ฉันว่าพันครั้งคงไม่พอ”
“พันครั้งคงไม่พอจริงๆ”
“หันกลับไปแล้วจะเจอ”
“รั้ว” ทั้งสองอุทาน
“ฉันไปเอาผ้าห่ม” ต้าหูบอก
“งั้นฉันไปเอาหมอน”

จื้อหลิงเห็นลูกฟักของอันซีแล้วบ่นๆ อย่างไม่สบอารมณ์
“แฟนรูปหล่อรวยเมื่อไหร่คุณจะปรากฏตัวซะที”
ระหว่างนั้นเสียงต้าอี๋ดังเข้ามา
“ไม่ทราบว่า”
จื้อหลิงหันไปมองทันที ชี้หน้า
“คุณรูปหล่อรวยใช่มั้ย”
“ไม่ใช่”
“งั้นคุณมีอะไรก็รีบไปทำ”
“คุณเซี่ย”
“ชั้นบน”
ต้าอี๋เดินขึ้นบันไดไป แต่หยุดแอบมองจื้อหลิง
“เฮ้อ ดูเหมือนฉันคงต้องทำตัวสวยต่อไป”
จื้อหลิงสะบัดผมก่อนจะรวบผมให้เรียบร้อยแล้วรีบทำงานต่อ ต้าอี๋มองอย่างประทับใจ

ต้าอี๋เดินมาเคาะประตูห้องพักยิ่วเชียน ยิ่วเชียนเปิดประตูออกมา
“ผู้อำนวยการ”
“ซูส์ มานี่ เป็นยังไง”
ยิ่วเชียนพาต้าอี๋มาคุยนอกห้อง เพราะอันซีเมาหลับอยู่
“ทำตามที่คุณสั่ง ผมไปเฝ้าดูอยู่ข้างนอก ตอนที่ตัวแทนกองทุนรัสเซียกลับไป ดูท่าทางเขาจะโกรธมาก”
“เยี่ยนเจ๋อต้องการปกป้องตัวเอง ต้องทำอะไรบางอย่างแน่”
“ผู้อำนวยการ มีอะไรจะสั่งอีกมั้ยครับ”
“ไม่มีแล้ว”
“เดี๋ยวผมไปรับคุณปู่ที่โรงพยาบาลกลับไทเปนะ”
“ขอบคุณนายมาก”
ระหว่างนั้นอันซีลุกขึ้นมาแอบฟังอยู่ที่ประตู เห็นเสียงเงียบๆ
“หรือว่าเขากลับไปแล้ว เฮ้อ รู้งี้ตามออกไปแต่แรกก็คงดี แต่ฉันเมาจะตามออกไปได้ไงล่ะ”
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น อันซีรีบวิ่งไปนอนที่โซฟาอย่างเดิม แต่ขาไปชนโต๊ะเข้า จึงร้องขึ้น
“โอ๊ย เจ็บ”
อันซีเห็นยิ่วเชียนเข้ามาจึงแกล้งทำเป็นหลับ ยิ่วเชียนขำๆ รู้ทัน เข้าไปนั่งใกล้ๆ จับขาอันซีข้างที่เจ็บ จ้องมองหญิงสาวตาเชื่อม
“เจ็บมากสินะ”
อันซีรู้แล้วว่าชายหนุ่มจับได้ จึงลุกขึ้นมานั่ง เอามือปิดหน้าตัวเอง ไม่กล้าสู้หน้าเขา
“เฮ้อ โธ่เอ๊ย”
ยิ่วเชียนดึงมืออันซีออกจากใบหน้าแล้วเอามากุมไว้อย่างรักใคร่
“ความจริง คนที่ควรขอโทษเธอคือฉัน ปิดบังเรื่องที่หัวหน้าเป็นแม่ของเธอ ฉันขอโทษจริงๆ สำหรับฉันแล้ว ถ้าไม่ปลอดภัยก็ต้องกันออกไป ถ้าอันตรายก็ต้องตัดทิ้ง ฉันเรียนรู้มาจากประสบการณ์ โดยเฉพาะคนที่ฉลาด เมื่อชินกับมันแล้ว ร้อยละเก้าสิบไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อาจเป็นเพราะฉันไม่สนใจ สิ่งที่สำคัญมากสำหรับเธอ ไม่ยอมให้เธอรับรู้ความจริง เพราะกลัวจะเจ็บปวดกับความจริง เลยไม่อยากให้เธอรับรู้อะไร แต่การรู้ว่าแม่ของตัวเองไม่ชอบตัวเอง ยังไง ก็มีความสุขกว่าการที่ไม่รู้ว่าใครเป็นแม่”
“อืม”
“แต่ถ้าเกิดขึ้นอีกครั้ง ฉันก็จะทำเหมือนเดิม”
“ฮิ เพราะความฉลาดเปลี่ยนแปลงไม่ได้ใช่มั้ย”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ “เธอรู้มั้ยว่าพักนี้ฉันคิดอะไร”
“คิดอะไร”
“แค่ลืมตา ก็สามารถได้เจอหน้าเธอ อย่างที่โบราณกล่าวไว้ ตราบใดที่หัวใจแข็งแกร่ง คนเราก็จะยังมีความหวัง เหมือนทั้งจักรวาลมาช่วยให้ความหวังเป็นจริง หลายปีที่ผ่านมา เธอไม่รู้จักฉัน ฉันก็ไม่รู้จักเธอ ตอนนั้น เพราะความเข้าใจผิด ทำให้เราจากกันสิบปี แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน เพราะตอนนี้ ฉันรู้ว่าเธอแคร์ฉันที่สุด และเธอก็รู้ว่า ฉันแคร์เธอที่สุด ฉะนั้นฉันหวังว่าครั้งนี้ เธอจะไม่ให้ฉันรอนานอีก ตอนนี้เธอกับหัวหน้ายอมรับซึ่งกันและกันแล้วใช่มั้ย”
“เฮ่อ”

ยิ่วเชียนเดินมาในห้องอาหาร หยิบแก้วเปล่าสองใบมาชงเครื่องดื่ม
“มีบางเรื่อง ที่ฉันอยากคุยกับเธอให้เข้าใจ ฉันรู้ว่าเธอเชื่อว่าโลกใบนี้สวยงาม และเธอก็มองทุกคนในแง่ดี เห็นใจคนที่อ่อนแอ แต่ก็ใช่ว่าคนอ่อนแอทุกคนจะบริสุทธิ์ ตอนแรกที่เยี่ยนเจ๋อมาหมู่บ้านภูล่าน รู้จักเธอ เห็นใจเธอ เพราะเขามีจุดประสงค์”
ยิ่วเชียนยื่นแก้วเครื่องดื่มให้อันซี อันซีนึกถึงตอนที่เธอไปที่ร้านไวน์กับเยี่ยนเจ๋อและลองชิมไวน์ด้วยกัน
“ดื่มให้กับเพื่อนหัวอกเดียวกัน ผมรู้สึกแปลกใจชื่อบ้านพักของคุณใครเป็นคนตั้ง”
“เพราะแม่ฉัน แม่ฉันชื่อโจวหมิงเย่”
“คุณยังรอคอยแม่อยู่ใช่มั้ย ให้ผมช่วยคุณตามหามั้ยล่ะ ถ้าอยากจะช่วย คุณก็ต้องเข้าหาหัวหน้าของเรา ขอเพียงคุณยินดี ผมจะหาโอกาสให้คุณ งานอดิเรกของผมคือ ชอบแย่งของรักของคนอื่น”
อันซีนึกถึงคำพูดของเยี่ยนเจ๋อทั้งหมดแล้วได้แต่กลัวๆ
“ทำไมถึงมีคนกล้าทำอย่างนี้ คิดมากเกินไปปวดหัวเปล่าๆ”
“ขอแค่สุดท้ายแล้ว เขาได้รับประโยชน์ ก็ไม่ใช่เรื่องปวดหัวหรอก”
“งั้นคุณควรจะบอกหัวหน้าสิ”
“หัวหน้าเขา เขาถูกเยี่ยนเจ๋อเป่าหู และฉันก็พลาดโอกาสได้คุยกับเขา ถ้าฉันไปพูดกับเขา เขาก็ต้องรู้สึกเหมือนเธอในตอนนี้ ต้องรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแน่”
“ทำไมถึงมีคนที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง สร้างโรงงานบำบัดของเสียในหมู่บ้านภูล่าน โดยไม่สนใจอะไรเลยเหรอ”
“ฉันรู้ว่าเธอคงคิดไม่ถึง ถ้าเธอยังสงสัย เธอสามารถทดสอบเขาได้”
“ทดสอบ เยี่ยนเจ๋อเหรอ”
“อืม อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น เพื่อเป็นการบังปิดหัวหน้า เขาทำสัญญาสองฉบับ เขาเป็นคนระมัดระวังมาก สัญญาทั้งสองฝ่าย จะต้องอยู่ที่เขาแน่นอน”
“ถ้า ถ้าเขาทำสัญญาสองฉบับจริงๆ ล่ะ”
“ถ้าเธอได้สัญญาสองฉบับนั้นก็เอาไปให้หัวหน้าดู ไม่แน่ว่า เธออาจจะช่วยหยุดโครงการสร้างโรงงานบำบัดของเสียได้”
“เฮ้อ แล้วฉันควรทำยังไง”
ยิ่วเชียนมองหน้าหญิงสาวอย่างมีแผน

อันซีมาหาหยาเอินที่โรงพยาบาล หยาลู่เห็น
“อันซี เธอมาได้ยังไง”
“เฮ้อ ฉันรู้สึกว่าโลกนี้เลวร้ายเกินไป เลยต้องการมาทำใจหน่อย”
“เธอไปดูหนังผีมาอีกแล้วใช่มั้ย”
“มันสยองกว่าหนังผีอีก”
“ฉันก็อยากดู” หยาเอินบอก
“ไม่ได้”
ทั้งอันซีและหยาลู่ห้ามพร้อมกัน
“เฮ่อ” หยาเอินงอนๆ
“พักนี้ฉันเห็นเธอหนีไปตอนกลางคืนบ่อยแอบไปดูหนังผีมาใช่มั้ย” หยาลู่ซัก
“ฉันเปล่านะ”
“ยังมาเถียงอีก”
หย่งชิงมาเคาะประตูห้องและเปิดเข้ามา อันซีงงๆ
“คุณหู”
“เอ่อ ฉันเข้าไปได้มั้ย”
“เอ่อ เชิญครับ เชิญครับ”
“คือว่า ขอบคุณที่ให้ฉันยืมนี่”
หย่งชิงเอากระดานวาดภาพที่หยาลู่ให้เธอกันฝนมาคืน
“แค่กระดานวาดภาพ ไม่เห็นต้องเอามาคืนถึงที่นี่”
“ที่ฉันมาวันนี้ เพราะฉันมีเรื่องให้คุณช่วย”
“เอ่อ เรื่องอะไรครับ”
“ฉันอยาก ให้คุณสอนวาดรูป”
หยาลู่งงๆ หันไปมองหน้าอันซี
“คุณจะให้หยาลู่สอนวาดรูป”
“ครั้งก่อนฉันมาโรงพยาบาล เดินผ่านห้องของพวกคุณ ได้ยินคุณกับน้องสาวคุยกันว่า การวาดภาพสามารถสังเกตอีกฝ่ายได้ ฉันมีคนหนึ่งที่ต้องการดูให้แน่ใจ ดังนั้น ตกลงคุณจะสอนไม่สอน”
หยาลู่หันไปมองหน้าอันซี อันซีพยักหน้ายิ้มๆ หยาลู่หันมายิ้มให้หย่งชิง
“ผมเป็นครูที่เข้มงวดมากนะ”
“ฉันเรียนรู้เร็วอยู่แล้ว แล้วต้องเตรียมอะไรบ้างมั้ย ฉันจะไปซื้อตอนนี้เลย”
“เอ่อ”
หยาลู่อึกอัก อันซีรีบบอก
“พวกเธอไปเถอะ วันนี้ฉันจะพาหยาเอินไปกินข้าวข้างนอก”
หยาลู่พยักหน้า ทำตัวไม่ถูก

พนักงานชายคนหนึ่งเข้ามาทักวาเนสซ่า ขณะนั้นเยี่ยนเจ๋อก็นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา
“วาเนสซ่า ยังยุ่งอยู่เหรอ”
“อื้ม จัดการเอกสารเสร็จฉันก็กลับแล้ว”
“ฉันกลับก่อนนะ”
“ได้”
“บ๊ายบาย”
“บาย”
ขณะนั้นเยี่ยนเจ๋อนั่งพึมพำอยู่ที่โต๊ะคนเดียว
“นับจากวันนี้ไป โรงงานกำจัดของเสีย จะถูกสร้างขึ้นแล้ว ในที่สุดฉันก็ได้ไปอยู่ตำแหน่งที่สูงกว่า เฮ้อ จะได้ไปเป็นท่านประธานกองทุนรัสเซียแห่งเอเชีย”
เยี่ยนเจ๋อยิ้มมีความสุข เก็บเอกสารใส่กระเป๋า ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เขามองเครียดๆ
“อันซี”
“ฉันอยู่ร้านกาแฟชั้นล่าง จะถามคุณว่ามาทานข้าวด้วยกันมั้ย”
“ชั้นล่างเหรอ”
“ใช่ ใกล้ถึงเวลาทานข้าวแล้ว คุณรีบลงมานะ ฉันหิวมาก รอคุณอยู่นะ บ๊ายบาย”
เยี่ยนเจ๋อวางสายแปลกใจ
“ทำไมจู่ๆ เขาโทรมาถามฉัน และยังโทรมาเวลานี้”

เยี่ยนเจ๋อคิดไปคิดมา เขามองเอกสารฉบับหนึ่ง แล้วถือลุกขึ้นไป

อ่านต่อหน้า 3

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่30 (ต่อ)

อันซีนั่งดูเมนูอาหารอยู่กับหยาเอิน

“เอ๊ะ อาหารสำหรับเด็ก มีน้ำผลไม้ด้วย”
“ฉันไมใช่เด็กสักหน่อย”
เยี่ยนเจ๋อเดินเข้ามา
“อันซี หยาเอิน”
“คุณจำหยาเอินได้ด้วยเหรอ”
“แน่นอนสิ แม่สาวน้อยขี้โรค”
“ช่วงนี้หยาเอินมารักษาตัวที่ไทเป ฉันกลัวเขาจะเบื่ออาหารในโรงพยาบาล เลยพาออกมาบำรุง นั่งสิ เราสั่งอาหารก่อนแล้ว”
“ได้”
เยี่ยนเจ๋อลงนั่งเก้าอี้ใกล้หยาเอิน โดยเอากระเป๋าเอกสารวางไว้ใกล้กับเก้าอี้ของอันซี อันซีมองกระเป๋าแล้วนึกถึงสิ่งที่คุยกับยิ่วเชียนก่อนหน้านี้
“แล้วฉันควรทำยังไง”
“นัดเขากินข้าว”
“กินข้าวเหรอ”
“ใช่ ตอนที่กินข้าว มองดูกระเป๋าเอกสารของเขา ถ้าสัญญาอยู่กับเขา เขาจะระมัดระวังซ่อนกระเป๋าอย่างดี ถ้าไม่มีล่ะก็ แสดงว่าสัญญายังอยู่ในบริษัท”
“แล้วถ้าสัญญาอยู่ในบริษัทล่ะ”
“ก็เข้าไปหาในบริษัท”
อันซีนั่งจ้องกระเป๋าเอกสารของเยี่ยนเจ๋อไม่วางตา พอเงยหน้ามาอีกทีก็เห็นเยี่ยนเจ๋อมองเธออยู่ อันซีรีบกลบเกลื่อนถาม
“คุณจะสั่งอะไร”
เวลาต่อมา ทั้งสามนั่งกินอาหารกันอยู่ หยาเอินสำลัก อันซีตบไหล่เบาๆ ในขณะที่เยี่ยนเจ๋อแอบเลื่อนแก้วน้ำส่งให้ด้วยความเป็นห่วง อันซีหันมาเห็นพอดี รู้ทันทีว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไม่ใช่เพิ่งรู้จักกัน ระหว่างนั่งกินต่อ หยาเอินหยิบซีสมาจะเติม แต่เยี่ยนเจ๋อห้ามไว้
“เอ๊ะ ไม่ได้ เป็นโรคหัวใจ กินชีสน้อยๆ หน่อย”
“ค่ะ”
อันซีมองท่าทางของเยี่ยนเจ๋ออย่างสังเกต พลันก็กลับไปจ้องกระเป๋าเอกสารของเขาอีก
“จริงสิ คุณกับยิ่วเชียนเป็นไงบ้าง”
อันซีชะงัก
“คะ”
“ทะเลาะกัน คงไม่นานหรอกใช่มั้ย”
เยี่ยนเจ๋อหันไปมองกระเป๋าเอกสารตัวเองพลางพูดลอยๆ
“คงไม่ใช่ยิ่วเชียนบอกให้คุณมานะ”
อันซีชะงักหน้าเจื่อน
“ฉัน ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อน พวกคุณกินไปก่อนนะ”
เยี่ยนเจ๋อมองนิ่งๆ อันซีเดินออกมา ถอนใจ กลัวทำเสียเรื่อง พลางคิด
“ไม่ได้ซ่อนกระเป๋าเอกสาร ดูเหมือนเยี่ยนเจ๋อจะเก็บสัญญาไว้ในบริษัท”

อันซีเดินขึ้นไปที่บริษัท นึกถึงคำพูดของยิ่วเชียน
“เวลากินข้าวที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญมาก เธอต้องไปหาเยี่ยนเจ๋อหลังหนึ่งทุ่ม จะมีห้องฝ่ายกฎหมายกระจกใส ในบริษัทไม่มีคนแน่นอน”
อันซีเดินมาถึงจุดหมาย
“ห้องฝ่ายกฎหมายกระจกใส เฮ่อ”
อันซีรีบส่งไลน์ไปบอกยิ่วเชียน
“ฉันถึงแล้ว”
อันซีรีบเดินเข้าไปในห้อง แล้วเหมือนได้ยินเสียงอะไร เธอรีบหลบ แต่มองรอบๆ ห้องแล้วไม่พบอะไร ก็ถอนใจโล่งอก

เยี่ยนเจ๋อนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกับหยาเอิน เขามองกระเป๋าเอกสาร พลางคิดถึงช่วงก่อนที่เขาจะลงมาหาอันซี เขาเก็บเอกสารฉบับหนึ่งไว้ในแฟ้มสีน้ำตาล เยี่ยนเจ๋อคิด
“ขออย่าให้เป็นอย่างที่ฉันคิดเลยนะ เพื่อนหัวอกเดียวกัน”
หยาเอินสะกิดมือเยี่ยนเจ๋อให้ดูในจานอาหาร เธอนำเส้นสปาเก็ตตี้มาขดให้เป็นรูป
“นี่คืออะไร”
“หัวใจไง”
“หัวใจเหรอ”
“อืม”
“ดูไม่ออกเลย”
“ไม่เหมือนเหรอ”
หยาเอินเจื่อนๆ เยี่ยนเจ๋อยิ้มล้อ
“ฉันแค่ล้อเล่นน่า ดูออกสิ”
“ให้คุณ กินสิ”
เยี่ยนเจ๋อยิ้มเอ็นดู ก่อนหันมาดื่มกาแฟหน้าเครียดๆ อีกครั้ง พลางนึกถึงท่าทางของอันซีก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ
“ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อน พวกคุณกินไปก่อนนะ ฉันจะรีบกลับมา”
เยี่ยนเจ๋อนึกขึ้นได้ว่าเห็นอันซีถือโทรศัพท์มือถือติดไปด้วย
“เอาโทรศัพท์ไป เซี่ยยิ่วเชียนบอกให้เขามาแน่”
เยี่ยนเจ๋อรีบวางแก้วกาแฟ หันมาบอกหยาเอิน
“หยาเอิน ฉันขึ้นบริษัทก่อนนะ”
“มีอะไรคะ”
“ไม่มีอะไร รอฉัน”

เยี่ยนเจ๋อจับหัวหยาเอินอย่างเอ็นดูก่อนรีบเดินออกไป

อ่านต่อหน้า 4

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่30 (ต่อ)

อันซีใช้ไฟฉายส่องดูเอกสารต่างๆ

“ฟอกอากาศเหรอ”
ระหว่างนั้นเยี่ยนเจ๋อก็รีบขึ้นลิฟต์มา และรีบเดินมาที่ห้อง อันซีหาเอกสารอย่างเร่งรีบ รนราน เยี่ยนเจ๋อเปิดประตูเข้ามาท่ามกลางความมืด อันซีซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ เก็บเอกสารให้เงียบที่สุด เยี่ยนเจ๋อยืนระวัง ก่อนเปิดไฟ อันซีใจเสีย เห็นเท้าเยี่ยนเจ๋อเดินมาใกล้โต๊ะที่ซ่อนตัว แล้วเลื่อนเก้าอี้ออก อันซีรู้ชะตากรรมตัวเองในทันที
“เธอทำอะไร”
อันซีหน้าซีด จำใจต้องออกมาจากใต้โต๊ะ
“เยี่ยนเจ๋อ”
“เธอไปเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ ทำไมมาอยู่ห้องทำงานผม”
“ฉัน ฉันอยากมายืมหนังสือคุณ หนังสือกฎหมาย”
“หนังสือกฎหมายเหรอ เธอจะเอาหนังสือกฎหมายไปทำอะไร”
“เพราะหลังจากฉันกับแม่ยอมรับกันแล้ว ต้องมีปัญหาทางกฎหมายมากมาย”
“ถ้าเธอมีปัญหาเรื่องกฎหมาย ถามผมโดยตรงก็ได้ ไม่ต้องทำตัวเหมือนขโมย แอบเข้ามาในห้องทำงานผม หรือว่าคุณต้องการหาอะไร”
“เปล่า”
“ไม่มีก็ดี ไป มีปัญหาอะไรผมจะตอบคุณเอง”
เยี่ยนเจ๋อกระชากแขนอันซีออกไปด้วยความโมโห แต่อันซีฝืนไว้อย่างกลัวๆ
“เดี๋ยวก่อน ฉันยังไม่ได้หนังสือเลย”
ยิ่วเชียนเดินเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์
“ฉันเคยบอกแล้วไง ช่วยรักษาระยะห่างกับแฟนคนอื่นด้วย”
“ยิ่วเชียน”
ยิ่วเชียนหันไปสบตาอันซี เยี่ยนเจ๋อยอมปล่อยแขนอันซี
“แปลก วันนี้มีคนมาหาฉันเยอะจริง อย่าบอกนะว่านายก็มายืมหนังสือ”
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย ออกมาข้างนอกหน่อย ฉันไม่สะดวกจะคุยต่อหน้าอันซี”
“แล้วอันซีล่ะ”
“เธอมายืมหนังสือนายไม่ใช่เหรอ ทำไม สงสัยแม้แต่เพื่อนหัวอกเดียวกันเหรอ หรือว่านายมีอะไรซ่อนไว้ เลยไม่สามารถให้คนอื่นรู้ได้”
อันซีกลัวๆ เยี่ยนเจ๋อเดินออกไป ยิ่วเชียนมองหน้าอันซีนิดหนึ่งอย่างมีแผน ก่อนเดินตามเยี่ยนเจ๋อไป อันซีจึงถือโอกาสนั้นหาเอกสารต่อ
“ไม่ใช่ นี่มันภาษาจีน นี่ภาษาญี่ปุ่น นี่ก็ไม่ใช่”
หยาเอินเดินเข้ามา
“อันซี”
อันซีตกใจ สะดุ้งแฟ้มเอกสารหล่น
“หะ หยาเอิน”
“เธอ ทำอะไร”
“ฉันมายืมหนังสือกับเยี่ยนเจ๋อ ไม่ทันระวังเลยทำเอกสารตก”
“ฉันช่วยเธอเก็บ”
หยาเอินเดินไปเก็บแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่เยี่ยนเจ๋อซ่อนเอกสารไว้ พลางชี้บอกอันซี
“เอ๊ะ นี่ ข้างหลังเธอยังมีอีก”
“อ้อ ได้ เธอรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่”
“เมื่อกี้ฉันไปหาเธอที่ห้องน้ำ แล้วเจอเยี่ยนเจ๋อพอดี เขาบอกว่าเธออยู่ห้องทำงาน บอกให้ฉันขึ้นมาหาเธอ”
“อืม ขอโทษ เมื่อกี้ฉันไม่ได้บอกเธอก็หนีออกมา ฉันเก็บเอกสารเสร็จเราค่อยออกไปด้วยกัน”
“อืม งั้น ฉันไปรอข้างนอกนะ”
หยาเอินเดินออกไป อันซีหาเอกสารต่อ
“เจอแล้ว ทำไมมีฉบับเดียว”
อันซีแปลกใจ

เยี่ยนเจ๋อเดินนำยิ่วเชียนมาคุยในที่ลับตา
“เป็นยังไง ตอนนี้ไกลพอแล้ว พูดได้แล้วใช่มั้ย ถ้าฉันเดาไม่ผิด นายเป็นคนให้อันซีมา ดูเหมือนการป่วยของคุณปู่จะช่วยนายได้”
ยิ่วเชียนยิ้มหยันๆ
“นายยิ่งพูดไม่ดี ยิ่งทำให้นายดูมีความผิด”
“มีความผิดแล้วไง ตอนนี้ ฉันไม่แคร์ว่าอันซีจะเชื่อฉันหรือไม่ เพราะฉันได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ถึงหัวหน้ารู้ว่าการฟอกอากาศจะกลายเป็นโรงงานบำบัดของเสีย ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะเราต่างก็รู้ดีว่า เขาไม่มีทางยอมให้บริษัทเสียหาย เขาจะต้องทำตามสัญญาเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท”
“นายจึงได้ทำสัญญาสองฉบับ แล้วหลอกให้หัวหน้าเซ็นสัญญา เท่ากับว่านายสามารถควบคุมเขาได้ เพื่อที่นายจะได้ตำแหน่งท่านประธานกองทุนรัสเซียแห่งเอเชีย”
“ถูกต้อง ดังนั้นอย่าให้อันซีทำในเรื่องที่ไร้สาระ เพราะไม่นาน ฉันจะได้ตำแหน่งที่ฉันต้องการ หลังจากนั้น จะสร้างโรงงานบำบัดของเสียในหมู่บ้านภูล่าน และสิ่งที่นายต้องการ ก็จะไม่มีทางได้มัน”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ
“งั้นเหรอ”

เยี่ยนเจ๋ออึ้งกับท่าทางมั่นใจของยิ่วเชียน

หยาเอินเดินวนไปมาอย่างร้อนใจ ก่อนจะนึกถึงข้อความทางไลน์ที่เยี่ยนเจ๋อส่งมาให้เธอ ตอนที่เธอนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร
“รีบขึ้นไปห้องทำงานฉันเดี๋ยวนี้ ถ้าเห็นอันซีกำลังหาเอกสาร ช่วยฉันซ่อนเอกสารซองน้ำตาล ตรงมุมขวาจะมีคราบปากกา”
หยาเอินนึกถึงตอนที่ไปเจออันซีบนห้องทำงานของเยี่ยนเจ๋อ
“อันซี”
“หะ”
“เธอ ทำอะไร นี่ ข้างหลังเธอยังมีอีก”
“อ้อ ได้”
หยาเอินนึกถึงข้อความของเยี่ยนเจ๋ออีก
“เธอสัญญาว่าจะเห็นฉันเป็นคนสำคัญที่สุด อย่าทำให้ฉันผิดหวัง”
หยาเอินนึกถึงการกระทำของตัวเองที่แอบซ่อนสัญญาอีกฉบับไว้ใต้ตู้เอกสาร แล้วจึงเดินแยกจากอันซีมา หยาเอินเดินวนไปมารอเยี่ยนเจ๋อ พลางเอามือกุมหัวใจที่เต้นแรง เยี่ยนเจ๋อวิ่งเข้ามาหา
“หยาเอิน”
“เยี่ยนเจ๋อ ฉันเอาเอกสารนั่นซ่อนไว้ใต้ตู้แล้ว อันซีเขาไม่ทันเห็น นอกจากจะมีใครย้ายตู้ ไม่งั้นคงมองไม่เห็น”
“เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย ทำไมตัวเย็นอย่างนี้”
“ฉันไม่เป็นไร”
“ขอโทษนะ ฉันไม่ควรลากเธอเข้ามายุ่งด้วย”
เยี่ยนเจ๋อเครียดกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ และเป็นห่วงหยาเอินมาก หยาเอินใช้นิ้วคลึงระหว่างคิ้วของชายหนุ่มที่ขมวดแน่น เยี่ยนเจ๋อจับมือหยาเอินอย่างเป็นห่วงมาก
“หยาเอิน เมื่อก่อน ฉันคิดเสมอว่า ต้องชนะ ต้องชนะ แต่ตอนนี้ ฉันคิดว่า ขอแค่ชนะครั้งเดียวพอ จริงๆ นะ ฉันแค่อยากให้พวกเขารู้ว่า ฉันเคยชนะ ก็พอแล้ว พ่อของฉัน พ่อเลี้ยง และทุกคน ฉันแค่อยากให้พวกเขารู้ว่า เด็กที่ถูกทอดทิ้ง ใช่ว่าจะด้อยกว่าคนอื่น ฉันไม่สำคัญสำหรับคนอื่นไม่เป็นไร เพราะตอนนี้ฉันเจอคนที่เข้าใจฉัน และเห็นฉันเป็นคนสำคัญแล้ว”
หยาเอินโผเข้ากอดเยี่ยนเจ๋อ
“หยาเอิน เธอเป็นคนสำคัญที่สุดของฉัน เพียงคนเดียวเท่านั้น”
“สิ่งที่ฉันทำเมื่อกี้ จะทำให้อันซีเดือดร้อนมั้ย”
“ไม่หรอก เขาไม่เป็นไร”
หยาเอินพยักหน้าเชื่อใจ

หยาเอินเดินกลับมาที่โรงพยาบาลคนเดียว อันซีดักรออยู่
“หยาเอิน”
“อันซี”
“เขาไม่ได้มาส่งเธอเหรอ”
“ใครเหรอ”
“หยาเอิน เธอกับเยี่ยนเจ๋อคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ฉัน”
“ความจริงตอนอยู่ห้องทำงานเยี่ยนเจ๋อ สิ่งที่ฉันต้องการที่สุดไม่ใช่สัญญา แต่ฉันหวังว่า เธอจะไม่ออกมาขวางฉันเพื่อช่วยเขาอย่างที่ยิ่วเชียนพูด”
อันซีนึกถึงคำพูดที่ยิ่วเชียนบอกกับเธอ
“ถ้าเวลานี้ เธอสามารถผลักเยี่ยนเจ๋อให้จนมุม ไม่แน่อาจมีใครมาช่วยเขา โดยที่เธอไม่คาดคิด”
“ใคร”
“หยาเอิน”
อันซีมองหน้าหยาเอินอย่างจริงจัง
“หยาเอิน เธอชอบเยี่ยนเจ๋อมากเหรอ”
หยาเอินพยักหน้า
“เพราะอะไร”
“ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ตอนเขายิ้มให้ฉันครั้งแรก ฉันคิดว่าเขาเป็นคนอบอุ่น เขาบอกฉันว่าอย่าชอบเขาเลย เพราะไม่อยากให้ฉันเจ็บปวด แต่ทุกอย่างไม่ง่ายแบบนั้น เหมือนมีใครสักคนคอยบอกเธอว่า ฉันสบายดี ฉันไม่เป็นไร ทั้งที่เธอก็เห็นอยู่ว่าเขามีแต่ปัญหา”
“ฉันสะเพร่าจริงๆ”
อันซีเข้าไปกอดหยาเอินไว้
“ฉันไม่เคยสังเกตว่า หยาเอินของเราก็อยากมีความรัก”
อันซีตบไหล่หยาเอินปลอบโยน พลางคิด
“ความรักเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่า ถ้าไม่ใช่คนมีเล่ห์เหลี่ยมอย่างเยี่ยนเจ๋อ ก็คงจะดี”
อันซีเศร้าๆ

วันรุ่งขึ้น อันซีทำอาหารมาให้หมิงเย่ที่โรงพยาบาล
“นี่คือโจ๊กผักข้าวกล้อง พรุ่งนี้คุณต้องผ่าตัดแล้ว ก่อนผ่าตัดแปดชั่วโมง ห้ามกินอะไร รีบบำรุงหน่อยนะคะ ฉันถามพยาบาลแล้ว โจ๊กทานง่ายที่สุด และไม่ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ด้วย”
หมิงเย่ลุกขึ้นนั่งและรับถ้วยโจ๊กจากอันซีมาตักกิน
“อืม พอกินได้”
อันซียิ้มๆ ก่อนจะทำหน้าเศร้าอย่างทำใจ
“คำว่า พอกินได้ เป็นคำชมที่ดีที่สุดของฉันแล้ว”
“ฉันไม่ต้องการให้คุณชมหรอกค่ะ ถ้าหากโอเชี่ยนจะสร้างโรงงานบำบัดของเสียในหมู่บ้านภูล่าน ไม่ใช่การฟอกอากาศ คุณจะทำยังไง”
“โรงงานบำบัดของเสียเหรอ” หมิงเย่ตกใจ
“ค่ะ สามารถยกเลิกสัญญาได้มั้ย เช่นคุณจะสร้างตึกเอ แต่กลับสร้างตึกบี สามารถเปลี่ยนสัญญาได้มั้ย”
หมิงเย่นึกถึงวันที่เธอคุยกับเยี่ยนเจ๋อเรื่องของสัญญา วันนั้นเธออาการไม่ค่อยดีนัก
“หัวหน้า คุณเหนื่อยแล้วใช่มั้ย ถ้างั้นเอาอย่างนี้ ผมจะร่างเนื้อหาสัญญาในส่วนที่ขัดแย้งให้คุณ”
หมิงเย่โกรธมาก บอกกับอันซี
“การทำธุรกิจมีแต่ความจริง ไม่สามารถทำตามใจได้ สัญญาก็คือสัญญา เมื่อเซ็นสัญญาแล้ว ก็ต้องไปดำเนินการ ไม่อย่างนั้น ก็ต้องชดเชยค่าเสียหาย สร้างความเสียหายให้กับบริษัทมาก”
“แต่ถ้าทำตามสัญญา ก็ต้องสร้างโรงงานบำบัดของเสีย เป็นอันตรายต่อหมู่บ้านภูล่านมากนะคะ หมู่บ้านภูล่านสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน”
“ที่แท้ เธอเอาโจ๊กมา เพื่อต้องการต่อรองกับฉันสินะ”
“เฮ่อ โจ๊กเป็นแค่น้ำใจจากฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับหมู่บ้านภูล่าน เฮ่อ คุณนี่เก่งจริงๆ โจ๊กร้อนๆ พอเจอคุณกลับเย็นในพริบตา ฉันคิดว่ามีเพียงครั้งเดียว ไม่คิดว่าคุณจะทำให้ฉันผิดหวังครั้งที่สอง”

อันซีเดินออกจากห้องไปทันที สวนกับหมอซึ่งเดินเข้าไปหาหมิงเย่

อ่านต่อตอนที่ 31
กำลังโหลดความคิดเห็น...