xs
xsm
sm
md
lg

แม่นาก ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แม่นาก ตอนที่ 15

นากชะงักเศร้ามองมากเดินจากไปจนลับตา

"ไม่ว่าอย่างไร ข้าขอได้อยู่ใกล้ๆพี่ ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้เถิด"
นากเงยขึ้นมองท้องฟ้าแล้วค่อยๆเลือนร่างเป็นเงาตามมากไป

บริเวณหน้าเรือนพ่อใหญ่ถึก พ่อใหญ่ถึกกับปุกยืนคุยกัน
"ไหนล่ะ ปลาช่อนนาที่พ่อใหญ่ว่า"
"รับรองไม่มีเหลว คนที่ฉันสั่งให้ไปหาปลา รับรองว่า คนนี้เรื่องหาปลาเก่งที่สุดในบางพระโขนง โน่นไง มาแล้ว"
ปุกตะลึง มากกับมั่นเดินถือปลาเข้ามา
"พ่อใหญ่ถึกปลาที่สั่งได้แล้วนะ" มั่นบอก
มั่นยื่นพวงปลาส่งให้ ปุกตะลึง อ้าปากค้าง พ่อใหญ่ถึกหัวเราะ
"ตัวใหญ่ไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะ บอกแล้ว เรื่องหาปลา ไม่มีใครเกินไอ้มั่นไอ้มากเป็นแน่"
ปุกอึกอัก
"ใช่ๆ ขอบใจมากนะ เชิญพ่อกลับไปได้แล้ว ไปสิ"
พ่อใหญ่ถึก มองปุกงง ๆ มากกับมั่นมองหน้ากันแปลกใจ
"จะรีบไปไหนเล่า"
ทุกคนหันไปมองบนเรือน ชมนาดเดินออกมายิ้มให้มาก พิมเดินตามออกมา ยิ้มให้มั่น
ปุกแอบมองกริยาของทุกคนแล้วถอนหายใจหนักอก

มากยืนสำรวม ชมนาดยืนมองมากแล้วยิ้มสงวนท่าที
"ได้เจอกันคราวก่อน ตอนพี่มากถือศีล ไม่ได้ทักทายกันเลย"
"เรียกกระผมว่า ไอ้มากก็ได้ขอรับ ไม่ต้องเรียกพี่หรอก"
"ทำไม่ล่ะ พ่อเองก็อายุมากพอจะเป็นพี่ฉันได้"
"กระผมเป็นแค่คนธรรมดาสามัญ ไม่อาจเอื้อมจะเป็นพี่ของคุณชมนาดดอกขอรับ"
"พี่มาก อย่าได้เอาเรื่องชนชั้นมาเป็นเครื่องกั้นเลย ฉันก็คนธรรมดา มีหัวจิตหัวใจเหมือนเช่นพี่นั่นแหละ หรือว่าพี่จะรังเกียจ"
มากอึดอัด
"กระผมไม่กล้ารังเกียจคุณชมนาดดอกขอรับ แต่กระผมเจียมตัวว่าต่ำต้อยกว่า"
"อย่าคิดเช่นนั้นเลย พี่มาก"
ชมนาดมองหน้ามากแล้วยิ้ม มากยิ้มตอบ
ชมนาดหยิบจอก ตักน้ำลอยดอกมะลิส่งให้มาก
"ดื่มน้ำก่อนสิจ๊ะ แดดร้อนแบบนี้ พี่เดินมาไกลคงกระหาย"
มากเอื้อมมือไปรับจอก ชมนาดไม่ยอมปล่อย มากเลยจับมือชมนาดไว้ ตาต่อตากัน ชมนาดยิ้มน้อยๆ ค่อยทำเอียงอาย ปล่อยมือจากจอก มากรับน้ำมาจิบ ด้วยความกระหาย

ทางด้านพิมกับมั่นเดินเคียงคู่คุยกัน
"ไม่คิดเลย ว่าจะได้เจอแม่เร็วขนาดนี้ ถ้าจะมาทวงสไบ ข้าบอกก่อนนะ ว่ายังคืนให้ไม่ได้"
"ทำไมล่ะ หรือว่าพี่จะโกงข้า"
"เปล่า ข้าไม่โกงเอ็งหรอก เพียงแต่ ..."
"แต่อะไร"
"หากสไปคืนไป เอ็งต้องมาอยู่ที่นี่ตลอดไป"
"โธ่เอ๊ย เวลานี้ยังจะมัวมาพูดเล่นอีกหรือ จริงสิ หลังจากพี่กลับมาที่นี่แล้วเกิดเรื่องอะไรบ้างหรือเปล่า"
มั่นถอนหายใจ
" มีสิ ข้าคิดว่า พี่ชายของเอ็งคงส่งคนมาเล่นงานข้าซ้ำอีก"
พิมชะงัก มองหน้ามั่น
"เล่าให้ข้าฟังได้มั๊ย."
มั่นเล่า ...
"เรื่องมันก็แบบนี้นั่นแหละ"
"แล้วพี่มั่นใจได้อย่างไรว่า เป็นคนของพี่เพลิงส่งมา"
"ข้าเห็น พี่ของเอ็ง กับสมุนของมันด้วยตาของข้าเอง"
"ว่าแล้วเชียว ต่อจากนี้พี่ต้องระวังตัวให้ดี ไม่จำเป็นก็อย่ามาเพ่นพ่านแถวนี้"
"ทำไมล่ะ"
"ข้าแค่สงสัย แต่ก็ยังไม่ปักใจว่า พี่เพลิงต้องมีแผนการอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ"
"ข้าไม่กลัว"
"พี่มั่น ข้ารู้พี่ไม่กลัว แต่ว่า เราต้องระวังตัวไว้ก่อน"
มั่นจ้องหน้าพิมนิ่ง พิมมองหน้ามั่นแล้วเมิน
"หรือว่าพี่ไม่เชื่อข้า"
"เชื่อสิ ทำไมจะไม่เชื่อ ข้ากำลังคิดว่า ข้าโชคดีแค่ไหนที่ได้เป็นคนรักของเอ็ง"
พิมเขิน
"ใครบอกว่าข้ารับพี่เป็นคนรักข้าเล่า"
มั่นจ้องหน้าพิม จริงจัง
"ถ้าเอ็งไม่ยอมรับ ข้าจะ...."
มั่นจ้องหน้าพิม พิมหลบตา
"ไม่ต้องมาขู่ ข้าไม่กลัว แค่ไม่อยากจะมีเรื่องเท่านั้นแหละ"
พิมหลบออกจากอ้อมกอดของมั่น มั่นมองตามแล้วยิ้ม
"ถึงแม้ เอ็งจะไม่พูด แต่ข้าก็รู้ว่า เอ็งหมายความว่าอย่างไร"
มั่นกอดพิมไว้จากทางด้านหลัง พิมยิ้มเขิน

ปุกยืนมอง เห็นสองคู่หนุงหนิงกัน ไม่สบายใจ พ่อใหญ่ถึกมองแล้วยิ้ม
"จะกังวลทำไม เขาก็แค่คุยกัน คนของข้าน่ะไว้ใจได้ รับรอง ไม่คิดทำมิดีมิร้ายกับคนอื่นหรอก"
ปุกค้อน
"ข้าไม่ได้กลัวคนของพ่อใหญ่หรอก กลัวคนทางข้ามากกว่า"
พ่อใหญ่ถึกมอง ไม่เข้าใจ ปุกถอนหายใจ เงยหน้ามองท้องฟ้า
ท้องฟ้าใสยามกลางวัน ไม่มีเมฆหมอกมาบัง
"ทำไมเล่าแม่ มองฟ้าแล้วถอนหายใจ ฟ้าก็สวยก็งามของมันไม่ใช่หรือ"
"เขาว่าฟ้าก่อนจะมีพายุน่ะ มันจะสดใสแบบนี้นั่นแหละ"

ปุกมองพ่อใหญ่ถึกแล้วหันไปมอง ทั้งสองคู่ตรงหน้า

มากดื่มน้ำจากจอกที่ชมนาดส่งให้จนหมด ชมนาดยิ้ม

"กระผมขออภัยที่มูมมาม"
"ไม่หรอกจ๊ะ พี่คงกระหายมาก เอาอีกมั๊ยจ๊ะ ฉันจะตักให้"
ชมนาดยื่นมือไปจับขันในมือมาก จงใจสัมผัสโดนมือ พอมือต้องกัน ก็ทำทีชะงัก ยิ้มอ่อยเบาๆให้ มากยิ้มรับเก้อเขิน อึดอัด ส่งจอกคืนให้ชมนาด ชมนาดแอบยิ้ม ตักน้ำส่งให้มากอีกจอก
"ดื่มอีกสิจ๊ะ ฉันตั้งใจทำน้ำลอยดอกมะลิไว้ ถ้าพี่ชอบ มาดื่มได้ทุกเวลา"
"ขอบพระคุณขอรับ คุณชมนาด จริงสิ คุณชมนาดจะให้กระผมรับใช้อะไรหรือขอรับ"
"ฉันอยากจะดูบ้านเรือนแถวนี้ ว่าเขาปลูกสร้างกันอย่างไร ไม่รู้ว่าพี่มาก พอจะมีเวลาพาฉันเที่ยวชมได้หรือไม่จ๊ะ"
มากนิ่งคิด ลังเล
"เอ มันจะเหมาะหรือขอรับ คุณชมนาดจะไปเที่ยวชมบ้านเมืองกับกระผม มันจะดูไม่เหมาะไม่งาม"
"พี่อย่าได้วิตกเรื่องนั้นเลย ฉันมีเพื่อนไปด้วย แม่พิมนั่นไงเล่า"
พิมกับมั่นเดินเข้ามา ชมนาดมองพิมแล้วยิ้ม
"ถ้าเช่นนั้น ก็แล้วแต่ตามคุณชมนาดต้องการเถิดขอรับ"
"ดี งั้นพรุ่งนี้ พี่มาแต่เช้านะจ๊ะ ฉันจะเตรียมตัวไว้รอ"
"ขอรับ คุณชมนาด"
มากอึดอัด ยื่นจอกส่งให้ชมนาด ชมนาดมองแต่ยังไม่รับ
"หวังว่าพี่จะไม่รังเกียจน้ำใจที่ฉันมอบให้นะจ๊ะ พี่มาก"
มากสบตา ชมนาดยื่นมือออกมารับจอก สัมผัสมือมากอ้อยอิ่ง แล้วรับจอกไป มากก้มหน้า
"ไปไอ้มั่น เรากลับกันเถิด"
มากพยักหน้าให้มั่นแล้วแล้วไป
พิมมองหน้าชมนาด เห็นชมนาดนิ่งมองตามมากไว้ แล้วแอบยิ้มพอใจ
ยอดไม้ จู่ๆก็มีลมพัดแรง ทุกคนมองแปลกใจ
อีกทาง นากปรากฏร่างยืนมองอยู่

บนเรือน พวงจันทร์นั่งนิ่งใช้ความคิด ขุนเพชรมองหน้าเมียแล้วค่อยๆเอ่ยอย่างเกรงใจ
"นี่แม่พวง แม่คิดว่า งานนี้จะได้เรื่องแน่หรือ ไอ้หมอมดหมอผีของหล่อน จะทำงานได้เรื่องหรือ"
"ต้องได้สิเจ้าคะ อิฉันส่งคนไปสืบแล้วว่า ไอ้หมอนี่น่ะมันเก่งจริง"
"อย่างนั้นเชียวหรือ"
"เรื่องคุณไสยมนต์ดำ พ่อหมอนี่ มีคนมาขึ้นกันไม่หยุดหย่อน แล้วคราวที่แล้วน่ะ มันก็ได้ผลนะคุณพี่ นังนากมันหยุดอาละวาดไปพักหนึ่ง แต่ว่ามีคนมาปล่อยมันออกไป แบบไม่ตั้งใจต่างหาก"
"ฉันไม่ชอบเลย ไอ้แบบที่ผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจเนี่ย"
"คุณพี่คะ เรื่องสกปรกน่ะ เราจะทำเองทำไมให้เปื้อนมือ ต้องหาไพร่ทหารเลวไว้ออกหน้าสิเจ้าคะ อิฉันน่ะไม่ห่วงเรื่องพวกนี้เลย เพราะคนพวกนี้มันอยากได้เงิน ยอมตายเพื่อให้มั่งมี แต่ที่อิฉันห่วงน่ะ ลูกสาวคุณพี่ต่างหาก"
"นังพิม จะห่วงมันทำไม"
"นังพิมน่ะ มันไผ่ลอดกอ คิดเห็นอะไรไม่เคยคล้อยตามคนในบ้านเลย อิฉันอดระแวงไม่ได้ นี่มันยอมไปกับแม่ชมนาด แบบไม่ไถ่ไม่ถาม มันคงต้องคิดวางแผนอะไรอยู่เป็นแน่"
"หรือว่าแม่พวงห่วงว่ามันจะไปหาไอ้มั่น"
"ไม่ห่วงเจ้าค่ะ ไอ้มั่นน่ะ คิดจะกำจัดเมื่อไหร่ ง่ายยิ่งกว่าถอนหญ้า อุปสรรคใหญ่ของเราคือผีอีนาก ถ้ากำจัดมันได้ รับรอง ไอ้พวกนั้น ไม่ครณามืออิฉันหรอกเจ้าค่ะ"
"แม่พวงแน่ใจนะ ว่าเรื่องจะสืบสาวมาถึงตัวเราไม่ได้"
"ไม่ได้แน่นอนเจ้าค่ะ ขอให้คุณพี่เชื่อมืออิฉันเถิด ที่ผ่านมาอิฉันเคยทำให้คุณพี่ผิดหวังหรือเจ้าคะ"
"ไม่เคย"
"ถ้าเช่นนั้นคุณพี่จะวิตกอะไรอีกเล่า เตรียมตัวจัดขันหมากไปสู่ขอแม่ชมนาดอย่างเป็นทางการดีกว่าเจ้าค่ะ เรื่องอื่นปล่อยให้เป็นภาระของอิฉันเถิด"
พวงจันทร์มั่นใจมาก ขุนเพชรยิ้มโล่งอก

ฝ่ายเพลิงเดินวนไปเวียนมาใช้ความคิด หมึกกับเก่งมองลุ้น
"กูคิดออกแล้ว"
หมึกถาม
"ทำไงดีล่ะพี่"
"พี่เพลิงจะไปพระโขนงเองเลยหรือเปล่า" เก่งถาม
"กูไม่ไป"
หมึกกับเก่ง มองหน้ากัน แล้วส่ายหน้า
"มึงสองคนนั่นแหละไป"
หมึกกับเก่งส่ายหัวดิก
"พี่ขอชีวิตฉันไว้เถอะ ฉันกลัว ผีอีนากจะหักคอฉันเสียก่อน ฉันยังไม่มีลูกมีเมียเลยนะพี่"
เก่งบอก
"นั่นน่ะสิพี่เพลิง ให้ฉันได้อยู่เป็นผู้เป็นคนนานอีกนิดนึงนะพี่นะ"
"ทุ๊ย เอ็งสองตัวมันขี้ขลาด ใครว่าข้าจะให้เอ็งไปเอาเสื้อจากตัวไอ้มาก ข้ารู้ว่ามีใครคนหนึ่งที่ทำได้"
เพลิงยิ้มร้าย หมึก เก่งมองหน้าเพลิงอย่างมีความหวัง

พ่อใหญ่ถึก นั่งอ่านจดหมายอยู่ หมึกกับเก่งยืนยิ้ม พ่อใหญ่ถึกถอนหายใจหนัก
"ท่านขุนจะเอาเสื้อกับพร้าของไอ้มากไปทำอะไรหรือ"
"ข้าก็ไม่รู้ และก็ไม่อยากถามด้วย" หมึกบอก
"หรือว่า พ่อใหญ่ถึกจะให้ข้าไปถามให้ "
"ไม่ต้อง ๆ ข้าจะจัดการให้"

หมึกกับเก่งยิ้ม พ่อใหญ่ถึกหน้าเครียด
 
อ่านต่อหน้า 2

แม่นาก ตอนที่ 15 (ต่อ)

บนเรือนรับรองของพ่อใหญ่ถึก ชมนาดกำลังสั่งการให้ปุก และบ่าวไพร่ ลงมือ ตำน้ำพริก ลงเรือ พิมยืนมองอยู่แอบยิ้ม

"แหม คุณชมนาดลงครัวเองเลย จะทำน้ำพริกลงเรือหรือเจ้าคะ"
บ่าวชมนาดบอก
"แม่พิมยังไม่รู้อะไร ฝีมือตำน้ำพริกลงเรือของคุณชมนาดนี่ เลื่องลือไปทั่วทั้งพระนคร คุณท้าวคุณเธอทั้งหลายติดอกติดใจกันใหญ่ สั่งให้ทำไปถวายตั้งเป็นเครื่องเสวยอยู่บ่อยครั้ง"
"กระนั้นเลยหรือคะ แหม ถ้าใครได้ชิม คงเป็นบุญปาก"
ชมนาดบอก
"ไม่ถึงอย่างนั้นหรอก แม่พิม ฉันแค่ทำบ่อยๆ ก็มีความชำนาญ ถ้าแม่พิมทำบ้าง ก็คงชำนาญเหมือนกัน"
"โอ๊ย อิฉันไม่เคยลงครัวทำเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ ปอกหอมปอกกระเทียมให้เสียเวลา ให้คิดบัญชีคิดเงิน คิดทอง อิฉันถนัดกว่า"
"ตายจริงคุณหนู ยังมีหน้ามาคุย อีก การบ้านการเรือนน่ะ ต้องเป็นไว้สิเจ้าคะ วันหน้าออกเรือนไป จะคุมบ่าวไพร่ได้ยังไง" ปุกว่า
"โอ๊ย ฉันก็พาแม่ปุกไปด้วยสิ ทำกับข้าวให้ฉันกิน แล้วก็ เลี้ยงลูกให้ด้วย"
"ตายแล้ว ยังจะพูดอีก ไม่อายปากบ้างเลย"
"จะอายทำไม ไม่มีใครอยู่ มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น โอ๊ย มัวแต่รอพึ่งผู้ชายให้ทำมาหาเลี้ยง จะไหวมั๊ยเนี่ย เจอผู้ชายอย่างพี่..."
ปุกรู้ทันรีบสะกิด พิมหุบปาก
"ไม่พูดก็ได้"
ชมนาดยิ้ม
"ฉันก็เคยสงสัย ว่าทำไม ผู้หญิงถึงต้องเป็นสมบัติของผู้ชาย ทำไม ผู้หญิงต้องรอให้ผู้ชายเป็นฝ่ายเลือก ถ้าเราจะเป็นคนเลือก จะผิดมากนักหรือ"
ปุกกับบ่าวชมนาดมองหน้าชมนาดอ้าปากค้าง พิมยิ้มปรบมือ
"นั่นสิ แหม อิฉันนึกรักคุณชมนาดขึ้นอีกโข เฮ้อ นานๆจะได้เจอคนพูดภาษาเดียวกัน"
ชมนาดกับพิมยิ้มให้กัน
บ่าวทั้ง 2 ฝ่ายมองหน้ากัน ทำตาโต

เวลากลางคืน มากมาหยุดยืนมอง ที่หน้าเรือนที่เคยอยู่ร่วมกับนาก ทุ้ย เค้ง โพล้ง ยืนรวมกันเป็นกลุ่ม สีหน้าวิตก
เค้งบอก
"ฉันว่าเรากลับกันดีไหม ฉันไม่ชอบบรรยากาศ"
"แล้วตอนที่มันจะมาเอ็งตามมันมาทำไม" ทุ้ยบอก
"ฉันไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าฉันขี้ขลาด นี่นา" เค้งว่า
โพล้งบอก "งั้นเอ็งไม่ต้องมาพูด มาถึงขนาดนี้แล้ว"
เค้ง ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
มากยืนมอง มั่นขยับเข้ามาใกล้ถาม
"แน่ใจนะว่าเอ็งอยากทำแบบนี้"
มากพยักหน้า
"แน่ใจที่สุด พี่กลับไปก่อนก็ได้"
"ไม่ ข้าจะรอเอ็งตรงนี้ไอ้มาก"
"ขอบใจ ข้ารู้ว่าพี่ไม่มีวันทิ้งข้า"
มากพยักหน้าให้มั่นแล้วเดินขึ้นเรือนไป มั่นมองตามนิ่ง
ด้านหลังมาก ทุ้ย เค้ง โพล้งกอดกันกลม

นากนั่งเศร้าอยู่บนเรือน ประตูเปิดออก มากยืนอยู่ตรงประตู
"พี่มาก พี่กลับมาหาฉันแล้วหรือ พี่มาก"
นากลุกขึ้นวิ่งถลาไปกอดมาก ไว้ แต่มากไม่เห็นนาก
"พี่มากจ๋า ฉันรอพี่กลับมาหา นานเหลือเกิน ฉันทรมานใจเหลือเกิน พี่มาก"
"นาก พี่กลับมาหานากตามสัญญาแล้ว"
นากลูบมือไปตามหน้าของมาก มากเหมือนจะรู้สึก
"พี่มากจ๋า พี่รู้ไหม ฉันเห็นพี่อยู่กับหญิงอื่น จิตใจมันร้อนรุ่มเหมือนดังไฟสุม ฉันทนไม่ได้ที่จะมีใครมาแทนที่"
"แม่นาก พี่มาครั้งนี้เพื่ออำลา"
นากชะงัก มองหน้ามากนิ่ง
"หมายความว่า..."
"พี่จะไม่กลับมาที่นี่อีก แต่ไม่ได้หมายว่าพี่จะหมดรักนาก พี่ไม่มีวันลืมนาก เมียพี่ได้ พี่ลาก่อน"
มากปาดน้ำตา หันมองรอบๆห้อง เป็นครั้งสุดท้าย แล้วเดินออกจากห้องไป
นากยืนตะลึง
"พี่มากหมดรักฉัน เพราะนังคนนั้นหรือ"
นากตาวาวเรืองแสงด้วยความโกรธ

พิมนั่งแปรงผมตัวเอง สีหน้ายิ้มแย้ม พิมชะงัก หันไปมองอีกทาง ปุกหน้าบึ้งหน้างอ พับผ้าจัดที่นอนแบบใส่อารมณ์
"เป็นอะไรไป กระฟึดกระฟัด พ่อใหญ่ถึกทำอะไรให้หงุดหงิดใจหรือ"
ปุกวี๊ดว้าย ค้อนควัก
"พูดอะไรแบบนั้นเจ้าคะ เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า"
"ใครหน้าไหนจะมาได้ยิน ก็อยู่กันแค่สองคนเนี่ยแหละ ทำเป็นอายไปได้"
ปุกกุมแก้มเขิน แล้วนึกได้
"จริงสิ คุณหนูไม่น่าพูดแบบนั้นกับคุณชมนาดเลย ไอ้ที่เห็นดีเห็นงาม
กับการเป็นผู้หญิงที่ไม่พึ่งพาผู้ชายน่ะ ไม่ดีเลยนะเจ้าคะ"
"มันไม่ดีตรงไหน คนเราจะหญิงจะชายก็เหมือนกัน ต้องรู้จักพึ่งพาตัวเอง แม่ชมนาดเองก็ดูสง่างามดี ไม่เห็นต้องมีผู้ชายอย่างพี่เพลิงมาให้พึ่งนี่นา"
"คุณพิมเจ้าขา ปุกรู้ว่าคุณพิมน่ะ เก่ง แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ยังคิดแบบนี้ เห็นพ้องกับเรื่องแบบนี้ เราจะขวางทำไมล่ะเจ้าคะ"
"แล้วจะให้ข้าเห็นตามน่ะหรือ โอ๊ย ขัดใจจริง ปล่อยให้แม่ของข้าเห็นว่าพี่เพลิงเป็นเทวดาไปคนเดียวเถอะ ข้าไม่เห็นด้วย"
ปุกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ พิมมองปุกแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน
"อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ แม่ส่งข้ามา หวังจะให้ช่วยพี่เพลิงให้ลงเอยกับแม่ชมนาด แต่เรื่องแบบนี้ข้าไม่ขอเข้าข้างพี่เพลิงเด็ดขาด"
"คุณหนู พูดอย่างนี้บ่าวทุกข์นะเจ้าคะ แม่นายอาจจะเอนเอียงเข้าข้างคุณเพลิงก็จริง แต่ทุกอย่างที่ทำไปก็เพราะรักลูก"
"รักแบบนี้ ข้ากลัวจะทำร้ายพี่เพลิงภายหลังน่ะสิ ข้าเป็นหญิง ย่อมเห็นใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน ถ้าคุณชมนาดเขาปลงใจกับพี่เพลิงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แล้วแบบนี้จะให้ข้าไปร่วมด้วย ช่วยพี่เพลิง ข้าไม่เอาหรอก มันบาป"

ปุกถอนหายใจเฮือก พิมยิ้มหวีผมต่ออย่างสบายใจ

มุมหนึ่งในเรือนรับรอง ชมนาดกำลังเอาสไบขึ้นทาบตัว สีหน้ายิ้มแย้ม

"เอ็งว่า ถ้าข้าห่มสไบสีนี้ จะผิวหมองหรือเปล่านะ" ชมนาดถามบ่าว
"คุณชมนาดจะห่มสีไหนก็สวยก็งามทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ"
"เอ็งอย่ามาปากหวาน พรุ่งนี้เตรียมสำรับคับคอนให้พร้อมท่า ข้าจะไปเที่ยวชมพระโขนงให้เต็มตา"
ชมนาดหยิบสไบสีนั้นสีนี้มาทาบตัว แล้วหันไปมองที่หน้าต่าง ชมนาดชะงัก เห็นพิมเดินอยู่ข้างล่าง
"นั่นแม่พิมนี่นา จะไปไหนนะ"

ชมนาดเดินลงมาจากเรือน
"แม่พิม"
พิมหันหน้ามามองชมนาดแล้วยิ้ม กวักมือ ชมนาดแปลกใจวิ่งตามไป
ด้านหน้า พิมยิ้มร้าย กลายเป็นนากเดินนำหน้าชมนาดไป
ชมนาดวิ่งตามพิมไป

พิมเดินออกมาจากห้องพร้อมกับ ปุก บ่าวของชมนาดเดินมามองหน้าพิม งงๆ
"มองทำไม ดึกป่านนี้ทำไมไม่ไปอยู่รับใช้เจ้านายเล่า"
"ก็คุณหนูออกมาบอกจะไปหาแม่พิมนี่เจ้าคะ"
พิมงง "อะไรนะ มาหาข้าเนี่ยนะ"
พิมกับปุกมองหน้ากันแปลกใจ
"จริงนะเจ้าคะ คุณหนูบอกว่าจะไปหาแม่พิม แล้วก็เดินออกมาจากห้องเลย"

ชมนาดวิ่งตามพิมมาหยุดยืนมองที่กอไผ่ นากปรากฏตัวขึ้น
"แม่พิมไปไหนเสียแล้ว เร็วจริงๆเลย"
ชมนาดหันมามองเห็นหน้านาก ชมนาดชะงัก
"แม่เป็นใคร"
"ฉันชื่อนาก เป็นเมียของพี่มาก"
ชมนาดตะลึง แล้วล้มลงทันที
นากจ้องชมนาดนิ่ง ชมนาดพยายามจะหลับตา แต่หลับไม่ได้

ฝ่ายมั่นกำลังนั่งเหมอคิดถึงพิม
"พี่มั่น"
มั่นชะงัก เขินๆ
"ข้าคิดถึงแม่พิมจนได้ยินเสียงหลอนเชียวหรือเนี่ย"
มั่นหันหลังกลับมา พิมวิ่งมายืนตรงหน้า
"พี่มั่น เกิดเรื่องใหญ่แล้ว คุณชมนาด"
มาก ทุ้ย เค้ง โพล้ง ได้ยินเสียงพิม ก็พากันออกมาจากเรือน
"คุณชมนาดเป็นอะไร" มากถาม
"คุณชมนาดหายไป"
ทุกคนมองหน้ากัน เลิ่กลั่ก

นากตาต่อตา ถามชมนาด
"มายุ่งกับผัวกูทำไม มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย"
นากยื่นมือออกมาจะบีบคอชมนาด แต่ไปโดนพระที่ชมนาดห้อยไว้ นากหดมือทันที
"คุณชมนาด"
นากหันไปมอง แล้วชะงัก เลือนร่างหายไปทันที
ชมนาด สลบแน่นิ่งไป
อีกทางหนึ่ง ขบวนตามหาชมนาดวิ่งมาหยุดยืนมอง
"นั่นคุณชมนาดนี่"
ทุกคนเห็นชมนาดนอนอยู่ที่พื้น ทุกคนวิ่งกรูเข้าไป
ปุกรีบเข้าไปประคองชมนาด ชมนาดไม่ได้สติ ปุกบีบมือเหมือนจับเส้น ชมนาดหายใจเฮือกแล้วลืมตาขึ้น
ภาพแรกที่ชมนาดเห็นคือหน้าของมาก
"พี่มาก ช่วยฉันด้วย"
ทุกคนชะงัก มากขยับตัวเข้าไปหาชมนาด
"คุณชมนาด"
มากประคองชมนาดลุกขึ้น ชมนาดเซ มากตัดสินใจอุ้มชมนาด
"กระผมขออภัยนะขอรับ"
มากอุ้มชมนาดขึ้นทันที
ชมนาดแอบยิ้มเล็กน้อย
ทุกคนมองหน้ากันแล้วเดินตาม อีกมุมหนึ่ง นากปรากฏร่างขึ้น
"เพราะผู้หญิงคนนี้ พี่ถึงได้ลืมฉัน"
นากยืนมองสีหน้าแค้น

ชมนาดนั่งพิงหมอนหลับตา ปุกชงยาหอมเดินเข้ามาส่งให้
"คุณชมนาดเจ้าขา จิบยาหอมซะหน่อยนะเจ้าคะ"
ปุกส่งยาหอมไปถึงปาก ชมนาดได้กลิ่นก็เบือนหน้าหนี
"ทำไมยาหอมถึงได้กลิ่นแรงขนาดนี้ ฉันกินไม่ได้หรอก"
ปุกชะงัก พิมมองหน้ามาก
"คุณชมนาดขอรับ รับยาหน่อยเถอะขอรับ ยาหอมนี่หลวงตาปรุงเองกับมือ รับรองจิบแล้วจะดีขึ้นแน่นอน"
ชมนาดมองหน้ามาก แล้วพยักหน้า
"ก็ได้ เอามาสิ"
ปุกส่งยาให้ มากรับแล้วเดินไปส่งให้ ชมนาดทำทีเป็นเวียนหัว
มากตกใจ
"คุณชมนาด เป็นอะไรไปขอรับ"
"เวียนหัวเหลือเกิน ช่วยประคองข้าหน่อยสิ"
มากลังเลแล้วตัดสินใจขยับเข้าไปประคองชมนาด ป้อนยาให้ พิมแอบยิ้ม
มากประคองชมนาดนอนพิงหมอน แล้วขยับตัวออกห่าง
"คุณชมนาดป่วยอย่างนี้ พรุ่งนี้ กระผมว่า เรายกเลิกก่อนดีไหมขอรับ เรื่องไปชมพระโขนง รอให้คุณชมนาดหายดีเสียก่อน"
ชมนาดลุกขึ้นทันที "ไม่ได้" แล้วนึกได้ ทำเวียนหัวอีก "ไม่ต้องหรอกจ๊ะพี่มาก ฉันตั้งใจแล้วจะไปให้ได้ อย่าให้เสียเวลาอีกเลย มาครั้งนี้ ไม่รู้จะได้อยู่พระโขนงอีกนานเท่าไหร่ พรุ่งนี้ ตกลงตามกำหนดเดินก็แล้วกัน"
ทุกคนมองหน้ากัน
"แน่ใจนะขอรับ ว่าคุณชมนาดไปได้"
"ได้สิ ได้แน่นอน"
ชมนาดมุ่งมั่นมาก มากพยักหน้า
"ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจคุณชมนาดเถิดขอรับ วันนี้กระผมขอลาก่อน"
มากลุกขึ้น พยักหน้าให้มั่น
"พี่มาก พรุ่งนี้ เจอกันนะจ๊ะ"
มากชะงักหันไปมองชมนาดแล้วยิ้ม
"ขอรับ"
มากกับมั่นไป

ปุกกับพิมมองหน้าชมนาด
 
อ่านต่อหน้า 3

แม่นาก ตอนที่ 15 (ต่อ)

บ่าวชมนาดประคองให้ชมนาดนอนบนตียง พิมยืนมองชมนาด

"จะว่าไป คุณชมนาดน่าจะพักสักวัน"
"ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าจะไป จะเสียเวลารออยู่ทำไม"
ชมนาดกับแม่พิมสบตากัน พิมยิ้ม
"ข้านับถือใจของคุณชมนาดจริงๆ"
สองคนมองตากันแล้วยิ้ม
"ฉันขอตัวไปพักก่อนนะ คุณชมนาดก็พักให้เต็มที่เถอะ"
"ประเดี๋ยวก่อนสิแม่พิม ฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษา"
ชมนาดหันไปมองบ่าว บ่าวรีบลุกออกไปอย่างรู้หน้าที่
"คุณชมนาดมีอะไรหรือ"
"ฉันอยากรู้เรื่องของ แม่นาก"
พิมชะงัก มองหน้าชมนาด
"แม่นึกอย่างไรถึงได้ถามเรื่องนี้"
"เมื่อครู่นี้ ฉันลงไปพบกับแม่นากมา"
"อะไรนะ พบกับแม่นากหรือ ตายจริง แล้วแม่นากเขาทำอะไรคุณชมนาดหรือเปล่า"
ชมนาดนิ่งคิดสีหน้าจริงจัง แล้วส่ายหน้า
"เปล่า แต่ฉันตกใจแทบตาย ฉันอยากรู้เรื่อง จริง มันคืออะไรกันแน่"
พิมมองหน้าชมนาดนิ่ง

เวลาต่อมา ที่นอกชานเรือนของมั่น ทุกคนนั่งซ่อมแห ผูกอวน มั่นนั่งลับมีดของตัวเอง พลางลูบคมมีดทดสอบ
โพล้งบอก
"เขาว่ากันว่า ผู้ชายที่ลับมีดคมๆ น่ะ เขาบอกว่ากลัวเมียขึ้นสมอง เอ็งว่าจริงมั๊ยไอ้ทุ้ย"
"ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยมีเมีย" ทุ้ยว่า
"แต่ฉันว่าไม่จริงหรอกพี่ ดูอย่างพี่โพล้งสิ ลับมีดทื่อยังกะใบพาย อย่าว่าแต่มีเมียเลย หาเมียยังหายากเล๊ย"
"กูใช่เพื่อนเล่นมึงมั๊ยไอ้เค้ง พูดอะไรนึกถึงหน้ากูมั่ง"
มากกับมั่นยิ้ม
"เมียที่ไหน ชาตินี้จะมีหรือเปล่าก็ยังไม่รู้"
"เอ็งไม่ต้องมาโกหก ท่าทางคุณหนูพิมน่ะจะชอบเอ็งนะโว๊ย"
มั่นเขิน เพื่อนๆ แซวมั่นมันสนุก มั่นส่ายหน้า หันไปมองมากที่กำลัง ลับพร้าของตัวเอง แต่สีหน้าครุ่นคิดเรื่องอื่น
"เอ็งคิดอะไรอยู่วะ ไอ้มาก"
"คิดเรื่องคุณชมนาด"
"อย่าบอกนะว่าเอ็งเกิดติดเนื้อต้องใจคุณชมนาดเข้าให้ มันเร็วไปหน่อยหรือเปล่า"
"ไม่มีใครจะมาแทนที่นากได้หรอก ข้าเพียงแต่คิดสงสัย"
"สงสัยอะไร"
"คุณชมนาด ลงจากเรือนไปดึกๆดื่นๆทำไม"
มากครุ่นคิด ทุกคนมองหน้ามาก แล้วเริ่มคิดตาม

ชมนาดครุ่นคิด ฟังพิมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
"ฉันเองก็คับใจ ไม่รู้จะพูดอย่างไรได้ คิดว่าแม่นากคงจะผูกพันกับพี่มากอย่างลึกซึ้ง แต่แม่นากก็ตายไปแล้ว จะมาอยู่ร่วมกับคน มันมีที่ไหนเล่า"
"แล้วแม่พิมล่ะ แม่ยังมีใจต่อพี่มากหรือเปล่า"
พิมชะงักนิ่งคิด ชมนาดมองพิมอย่างสังเกต
"ไม่ ฉันไตร่ตรองดูแล้ว พี่มากคงยังตัดใจจากรักแม่นากไม่ได้ แล้วฉันเองก็รู้สึกว่า พี่มากไม่เหมาะสมกับฉันหรอก"
"ถ้าเช่นนั้น ก็คงจะเป็นพ่อมั่นกระมัง"
"แม่รู้หรือ"
"คนรักกันน่ะ แววตามันปิดไม่มิดหรอก ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร มันจะแสดงออกอย่างชัดเจนเสมอ"
"เรื่องของฉันน่ะ ไม่มีปัญหาหรอก อย่างร้ายที่สุด ฉันก็คงโดนแม่เฉดหัวออกจากเรือน แต่คุณชมนาดนี่สิ มองจากอุปสรรคตรงหน้า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
"เกิดมาเป็นผู้หญิงอย่างฉัน ก็เหมือนดอกไม้อยู่บนกิ่งสูง จะโน้มตัวลงต่ำ ให้คนเด็ดไปเชยชม ก็จะกลายเป็นใฝ่ต่ำไป ครั้นจะเชิดหน้าชูคออยู่บนคบ รอวันให้คนสูงมาเด็ดไปทำพวงมาลัย
กระนั้นหรือ เคยถามดอกไม้บ้างไหมว่า พอใจ พึงใจ กับคนที่มาชื่นชมนั้นหรือไม่"
พิมนิ่งคิด
"หมายความว่า..."
"ดอกไม้น่ะ มีช่วงเวลาที่จะผลิบาน งดงาม หากล่วงเลยเวลานี้ไป ก็คงแห้งเหี่ยว ไร้สิ้นซึ่งความสวย ความหอม ฉันจะไม่มีวันเป็นดอกไม้ที่วันแห้งเหี่ยวคาต้น ฉันจะเลือกคนที่ฉันพึงใจ จะเลือกหนทางของฉันเอง"
"ฉันชื่นชมความคิดของแม่จริงๆ ว่าแต่ คุณชมนาดไม่กลัวฤทธิ์แม่นากดอกหรือ"
ชมนาดนิ่งคิด
"กลัวสิ แต่ว่า ถ้ากลัว ฉันคงจะหมดความสุขไปตลอดชีวิต"
"ฉันขอให้คุณชมนาดสมหวังก็แล้วกัน"
"ขอบใจ ฉันรู้ว่ามันคงไม่ง่าย แต่มันก็คุ้มค่า ที่ผู้หญิงอย่างเรา เลือกทางเดินได้เองไม่ใช่หรือ"
พิมมองชมนาดอย่างเข้าใจ
"ในเมื่อ พี่มาก ไม่ได้มีพันธะใดๆกับแม่นากแล้ว ฉันก็มีสิทธิที่จะพึงใจในตัวพี่มากได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับพี่มากจะพึงใจในฉันหรือไม่"
พิมนิ่งคิด
"แล้วพี่เพลิงล่ะ"
"เรื่องของพ่อเพลิง เป็นความประสงค์ของผู้ใหญ่ แต่หาใช่ความต้องการของฉันไม่"
"ก็จริง ฉันคงเสียดายคุณชมนาดกว่าใคร ถ้าจะต้องมาได้กับพี่เพลิง"
"ขอบใจที่แม่พิมพูดตรงไปตรงมากับฉัน ขอบใจมาก"

พิมกับชมนาดมองหน้าแล้วยิ้มให้กัน แบบเข้าใจ

คืนเดียวกัน ป้าเงิน จำปี ลำจวนกำลังสวดมนต์อยู่ในห้อง ตรงหน้าพระ

"ข้าขออุทิศส่วนกุศล บุญบารมี ที่พวกข้าร่วมกันสร้างสม บำเพ็ญมาในชาตินี้ ให้แก่ดวงวิญาณของนาก ขอให้นาก เอ็งจงเดินทางไปสู่หนทางที่สงบสุข อย่าได้หลงวนเวียนอยู่วังวนรักโลภโกรธหลงนี้เลย สาธุ"
ร่างของนากปรากฏขึ้นที่หน้าต่าง รับส่วนกุศลที่ป้าเงิน จำปี ลำจวนแผ่ให้ นากเรืองแสง ร่างกายชัดเจนขึ้น
"ป้าเงินจ๋า ฉันขอบคุณป้าเหลือเกิน"
ป้าเงิน ลืมตาขึ้น ถอนหายใจ
"คุณพระคุณเจ้า ช่วยชี้ทางสว่างให้นังนากมันด้วยเถิด บอกให้มันคลายรัก คลายผูกพัน ตัดอกตัดใจ จากไอ้มากเสียที อิฉันอยากให้มันพ้นทุกข์ ไม่อยากให้มันต้องเป็นผีเร่ร่อน แบบนี้"
ป้าเงินร้องไห้ จำปี ลำจวนร้องไห้ตาม
"เอ็งจะร้องทำไม หรือว่าจะล้อเลียนข้า"
จำปีบอก
"เปล่านะ ฉันคิดถึงนังนากมันจริงๆ อยากให้มันรับรู้"
"เอ็งอยากให้นากมาให้เอ็งเห็นชัดๆใช่มั๊ยล่ะ" ลำจวนบอก
จำปีหันไปทุบลำจวนอย่างแรง
"ข้าว่า นากมันต้องรับรู้ได้ ข้ารู้สึกเหมือนกับว่านากมันอยู่ใกล้ๆ พวกเรานี่แหละ"
จำปีกับลำจวนทำท่าหวาดเสียว ขยับไปรวมตัวกัน
"ไม่ต้องมาให้เห็นก็ได้นะนาก ข้ากลัว"
"ข้าก็กลัว"
สองคนกอดกันแน่น ป้าเงินส่ายหน้า
ที่หน้าต่าง นากมองแล้วถอนหายใจ ค่อยๆเลือนร่างหายไป

พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ไก่ขึ้นคอนโก่งคอขัน
มั่น มาก ทุ้ย เค้ง โพล้งเดินเข้ามาที่เรือนพ่อใหญ่ถึก
"พ่อใหญ่ถึก พวกฉันมาแล้ว" มั่นบอก
บนเรือนพ่อใหญ่ถึกชะโงกหน้าออกมา
"ไอ้มั่น ไอ้มาก รอข้าประเดี๋ยวนะ"
พ่อใหญ่ถึก วิ่งลงมาจากเรือน พร้อมห่อของในมือ มากมั่นมองแปลกใจ
"ทำไมพ่อใหญ่ให้ฉันมาที่เรือนพ่อก่อน มีธุระอะไรหรือ" มากถาม
พ่อใหญ่ถึกแกะห่อผ้าออกมา เห็นเสื้อใหม่2 ตัว
"เอ็งจะพาคุณชมนาด กับคุณพิมไป ต้องแต่งตัวให้ดีหน่อยสิวะ"
ไอ้มากไอ้มั่น ถอดเสื้อออกมา
มากกับมั่นมองหน้ากัน แปลกใจ
"กูบอกให้ถอดไงล่ะวะ อยากให้คนเขาดูถูกบ้านเราหรือยังไง"
มั่นทำท่ารำคาญถอดเสื้อออก ทุ้ย เค้ง โพล้งรีบเสนอหน้า
"มีของพวกฉันด้วยหรือเปล่า" โพล้งถาม
"พวกเอ็งไม่ต้อง"
ทุ้ย เค้ง โพล้ง ทำหน้าเซ็ง
พ่อใหญ่ถึกส่งเสื้อใหม่ให้มากกับมั่น แล้วรวบเสื้อเก่าของทั้งสองคนมาใส่ห่อไว้
"เสร็จหรือยังล่ะ มัวแต่แต่งองค์ทรงเครื่อง ประเดี๋ยวก็เพลพอดี"
"เดี๋ยวก่อน ไอ้มาก ข้าขอยืมพร้าของเอ็งหน่อย"
มากงง
"พร้าหรือ พ่อใหญ่จะเอาพร้าไปทำไม แล้วฉันจะใช้อะไรล่ะ"
"คือข้าจะยืมพร้าของเอ็งไปทำแบบ ให้คนขึ้นรูปตีแบบของเอ็งนี่แหละ ข้าว่ามันเหมาะมือดี ข้าให้ยืมของข้าไปก่อน"
พ่อใหญ่ถึก หยิบพร้าที่เตรียมไว้ออกมาส่งให้ มากมองแปลกใจ ทำท่าจะหยิบส่งให้ มั่นรีบขวาง
"เอาของข้าก็ได้ ของข้าไม่ดีตรงไหน"
"ก็ข้าอยากได้ของไอ้มากนี่หว่า"
มั่นหงุดหงิด มากรีบห้าม ส่งพร้าของตัวเองให้
"ก็ได้"
มากส่งพร้าให้พ่อใหญ่ถึก พ่อใหญ่ถึกรับมาแล้วทำท่าโล่งใจ
"พวกเอ็งไปได้แล้ว ดูแลคุณชมนาดกับคุณพิมดีๆล่ะ อย่าให้เกิดเรื่องนะโว๊ย"
"พ่อใหญ่วางใจเถอะ"
มากกับมั่นไป โพล้งทำท่ามีปัญหา
"แน่ใจนะว่าไม่มีของพวกฉัน" โพล้งถาม
ทุ้ยบอก "นั่นสิ ไม่มีแน่หรือ"
"ค้นดูอีกทีสิ เผื่อหลง" เค้งว่า
"ไม่มี เอ็งไปได้แล้ว กูรำคาญว่ะ"
พ่อใหญ่ถึก รีบหันหลังหอบข้าวของขึ้น เรือนไป
ทุ้ย เค้ง โพล้งมองพ่อใหญ่ถึกอย่างสงสัย แล้วเดินตามมากกับมั่นไป

พ่อใหญ่ถึก เดินเอาห่อของมาส่งให้ หมึก เก่ง
"ได้มาแล้ว รีบเอามาคืนข้าด้วยล่ะ ข้าไม่อยากให้พวกมันสงสัย"
"ได้สิ แล้วจะเอามาคืน" หมึกบอก
"ขอบใจพ่อใหญ่ถึกนะ ฉันจะบอกขุนเพชรว่าพ่อใหญ่ถึกให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี"

สองคนไป พ่อใหญ่ถึกถอนหายใจหนัก อึดอัดใจ
 
อ่านต่อหน้า 4

แม่นาก ตอนที่ 15 (ต่อ)

บ่าวของชมนาดกับปุก เตรียมข้าวของวางรออยู่ที่หน้าเรือน

ชมนาดเดินออกมาจากห้อง แต่งตัวสวยงาม
"คุณหนูเจ้าขา วันนี้คุณหนูของบ่าวสวยจับใจจริงๆ"
"ข้าก็แต่งตัวธรรมดา ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนี่"
"งามจริงๆเจ้าค่ะ คุณชมนาด" ปุกบอก
"ขอบใจ นี่เตรียมข้าวเตรียมของกันพร้อมหรือยัง อ้อ แม่พิมล่ะ"
"ประเดี๋ยวก็คงออกมาเจ้าค่ะ เราลงไปรอข้างล่างดีกว่านะเจ้าคะ"
ชมนาดพยักหน้า ปุกกับบ่าวช่วยกันขนของลงจากเรือนไป
ชมนาดจับที่ผมตัวเอง แล้วยิ้ม
"หวังว่าพี่มากคงเห็นนะ"

ในห้อง พิมหวีผมแต่งตัว ห่มสไบพร้อม พิมหยิบพระที่พวงจันทร์ให้มามอง ...
พิมยิ้มมองสร้อย
"ถึงจะไม่ใช่สร้อยทอง แต่ของที่พ่อกับแม่ให้มา ต้องเป็นของดีที่สุดเสมอ"
พิมสวมสร้อยไว้ที่คอแล้วลุกขึ้น มองไปนอกหน้าต่าง แล้วชะงัก
"ไอ้หมึก ไอ้เก่ง มันมาที่นี่หรือ แล้วพี่เพลิงล่ะ"
พิมนิ่งคิด

หมึกกับเก่ง เดินลอยชายมาตามทาง พิมเดินมาขวางไว้
"เอ็งสองคนมาพระโขนงทำไม แล้วพี่เพลิงล่ะ"
หมึกกับเก่งมองหน้ากันมีพิรุธ หมึกรีบซ่อนห่อของไว้ทางด้านหลัง
"นั่นอะไร นี่พวกเอ็งริอ่านเป็นขโมยหรือ"
"เปล่านะ แค่เสื้อผ้ากับพร้า" หมึกบอก
"ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ เอามาดูซิ"
หมึกกับเก่งมองหน้ากัน หมึกแกะห่อผ้าให้ดู พิมปรายตามองแว๊บนึง เห็นเสื้อผ้า จริงๆ
"แล้วพี่เพลิงล่ะ จะมาพระโขนงเมื่อไหร่"
"เร็ว ๆ นี้แหละจ๊ะ"
"ไหนว่า ไปทำธุระ แล้วธุระที่ว่านั่นน่ะ เรื่องอะไร เสร็จแล้วหรือ"
"ใกล้แล้ว แค่พาหมอผี"
หมึกตะครุบปากเก่งไว้
พิมมองสงสัย
"คุณพิมอย่ามาขวางทางเลย ถ้าข้ากลับไปช้า ท่านขุนจะเฆี่ยนหลังลาย"
"พ่อให้พวกเอ็งมาที่นี่หรือ ไหนบอกว่าพี่เพลิง"
หมึกกับเก่งมองหน้ากัน แบบกูพลาดแล้ว
"ท่านขุนให้มาส่งหนังสือถึงพ่อใหญ่ถึก แต่จะเรื่องอะไรฉันไม่รู้"
"ฉันไปก่อนนะคุณพิม ท่านขุนรออยู่ ไปละ"
หมึกกับเก่งรีบไปทันที
พิมมองตาม ไม่ไว้ใจ
"มันต้องปิดบังอะไรแน่"

ชมนาด ปุก และบ่าวนั่งรออยู่ที่หน้าเรือน กลุ่มของมากเดินเข้ามา
"คุณชมนาด"
"พี่มาก ข้ามารอพี่ตั้งแต่เช้าแล้วนะ"
ชมนาดลุกขึ้นยืนให้มากชมโฉมเต็มตา
คนอื่นมองชมนาดอย่างชื่นชม แต่มากเฉยๆ
"ถ้าคุณชมนาดพร้อมแล้ว เราก็เดินทางกันดีกว่า จะได้ไม่สาย"
ชมนาดผิดหวังเล็กน้อย
"ได้จ๊ะ พี่มาก"
มั่นชะเง้อมองหาพิม ปุกมองแล้วค้อนหมั่นไส้
"ประเดี๋ยวคุณพิมก็คงมา"ปุกบอก
พิมเดินออกมา มั่นรีบวิ่งไปรับ
"คิดว่าจะไม่ไปซะแล้ว"
"ไปสิ แต่มีธุระต้องไปทำก่อน"
พิมเดินมารวมกลุ่มแล้วชะงักมองเห็นชมนาดแต่งตัวสวย ยืนเคียงมาก
"ฉันว่า ฉันไม่อยากจะไปดูบึงบัว ทุ่งนา ที่หัวตะเข้มีเยอะแยะไป ฉันอยากไปเที่ยววัดมากกว่า"
"อ้าวคุณหนู จะแยกกันอย่างนี้ได้ยังไง"
ชมนาดมองหน้าพิมแล้วยิ้ม
"ตามใจแม่พิมเถอะ มัวแต่ดึงกันไปรั้งกันมาจะไปสนุกตรงไหน"
"งั้นก็ตามนั้น ใครอยากจะไปเที่ยววัดก็ตามฉันมา ใครอยากจะไปทุ่งนาก็ตามคุณชมนาดไป"
พิมหันหลังเดินออกทันที มั่นรีบวิ่งตามไป
"คุณหนูพิมนะ คอยดูจะหยิกให้เนื้อเขียวเชียว"
ปุกคว้าห่อข้าวของ ทุ้ย เค้งโพล้ง รีบเข้าไปช่วยยก
"มาจ๊ะ ฉันช่วย"
เค้งบอก
"จับมือฉันไว้นะป้า แถวนี้ตอไม้มันเยอะ"
"ไอ้พวกประจบสอพลอ มาขี่หลังฉันก็ได้จ๊ะป้า" โพล้งว่า
ปุกมองทุกคนแล้วถอนหายใจ
"ไอ้พวกลิงพวกข้าง ข้าเดินของข้าเองได้ พวกเอ็งแบกของไปก็แล้วกัน"
ปุกรีบตามพิมไป ทุ้ยเค้งโพล้ง ยกของตามไป
ชมนาดยิ้ม มองหน้ามากที่ยืนหน้านิ่งเฉย

ขุนเพชร กับพวงจันทร์นั่งมองหน้ากัน เพลิงเดินวนไปเวียนมา
"พ่อเพลิงนั่งลงซักทีเถอะ แม่เวียนหัว"
"โธ่แม่ ฉันน่ะร้อนใจยังกะไฟสุม อยากให้มันเสร็จเรื่องเสร็จราวไปซะที"
"จะร้อนใจไปทำไม ยังไง ก็ต้องแล้วล่วงในคืนนี้นั่นแหละ" ขุนเพชรบอก
"โธ่พ่อ ทิ้งแมวไว้กับปลาย่างแบบนี้ ข้ากลัวแมวจะฉวยปลาไปกินเสียก่อนน่ะสิ"
"ถ้าปลามันโง่ทิ้งเสือไปหาแมวขี้เรื้อน แม่ว่าเราคงต้องหาปลาใหม่ที่ใหญ่
กว่าเดิมแล้วกระมัง"
"ไม่เอานะแม่ ฉันจะเอาแม่ชมนาด ไม่เอาปลาอื่น ไม่เอา"
หมึกกับเก่งขึ้นเรือนมาอย่างรีบร้อน
"เรียบร้อยไหม"
"เรียบร้อยจ๊ะพี่"
ขุนเพชรกับพวงจันทร์หันไปมองหน้ากัน
"พ่อเพลิง รีบเอาไปจัดการเสียให้เรียบร้อย ชักช้าอยู่จะไม่ทันการนะ"
"จ๊ะแม่"
เพลิง หมึก เก่งลงจากเรือนไป ขุนเพชรมองตาม
"จริงสิ แล้วนังพิมมันเป็นยังไงบ้าง"
"คุณพี่จะไปห่วงมันทำไม ขี้คร้านมันจะเริงร่า เพราะได้ไปเจอกับไอ้มั่นน่ะสิ"
"นี่ใจคอแม่พวงจะไม่สนใจนังพิมมันบ้างเลยหรือ ยังไงมันก็เป็นลูกสาวเรานะ"
"ทำไมจะไม่สนใจล่ะเจ้าคะ อิฉันก็ให้ของมันเหมือนกับที่ให้พ่อเพลิงนั่นแหละ แต่มันหัวดื้อ จะเลือกทางเดินของตัวเอง ถ้าอย่างนั้น มันก็ต้องรับผลของมันเอง"
"แม่พวง!"
"รับรองว่า นังพิมน่ะมันเอาตัวรอดได้ คุณพี่ห่วงเรื่องพ่อเพลิงก่อนจะดีกว่า เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับ เงินทองมากมายมหาศาล อีกทั้งเส้นสาย หากพ่อเพลิงได้ร่วมหัวจมท้ายกับแม่ชมนาด
ในพระนคร คุณพี่จะไม่เป็นรองใครแน่นอน อิฉันรับรองได้"

ขุนเพชรมองหน้าพวงจันทร์ แล้วคล้อยตาม

บริเวณริมแม่น้ำ ชมนาดกับมาก เดินดูบึงบัวด้วยกัน ชมนาดสีหน้าร่าเริงมาก ชี้ขวน ให้มากดูดอกบัว มากดูแล้วยิ้มรักษามารยาท

ชมนาดกับ มาก พายเรือไปเที่ยวที่ต่างๆ
ชมนาดนั่งอยู่กลางเรือ มากพายเรือ ชมนาด เด็ดดอกบัวจากบึงขึ้นมาดม แล้วชม้อยตามมองมาก

มากมองเห็นชมนาด แต่คิดเรื่องอื่น นึกถึงคราวที่มากกับนาก อ้อล้อกันในบึงบัว
ที่บึงบัว ดอกบัว ดอกโสน บานสะพรั่ง
นากกับมากพายเรือเก็บสายบัวทั้งคู่มีความสุขยิ้มส่งตาให้กัน
มากเก็บดอกบัวดอกสวย แล้วเอามือจับผมของนากแล้วรวมผมทัดหูให้นากๆยิ้มจ้องตา
นากดมกลิ่นดอกบัวแล้วส่งให้มาก มากรับมาดม แล้วเคี้ยวสายบัวกลืนเข้าคอไป นากหัวเราะขำ
มากโน้มกิ่งโสนให้นาก เก็บดอกใส่ในใบบัวที่วางไว้ สองคนยิ้มให้กัน

มากพายเรือไป ชมนาดชี้ชวนให้มอง มากทำหน้าเฉย ชมนาดมองหน้ามากอย่างอึดอัดใจ แต่ก็ยังพยายามยิ้มไว้

มั่นกับพิมนั่งไหว้ พระ พิมอธิษฐานเงียบๆ มั่นไหว้เสร็จแล้วหันไปมองพิมที่ยังหลับตาอยู่ พอพิมลืมตาหันมามอง มั่นยิ้ม
"ยิ้มทำไม ไม่เคยเห็นคนหรือ"
"เคย แต่ไม่เคยเห็นคนงามขนาดนี้เลย ในชีวิต"
"คิดนานหรือเปล่า หรือฟังลิเกหลงโรงที่ไหนมาพูด"
"จะพูดก็พูดแต่กับแม่คนเดียวนี่แหละ อธิษฐานอะไรหรือ"
พิมนิ่งคิด แล้วยิ้ม
"อธิษฐานขอให้ มีจิตใจที่เข้มแข็ง ฝ่าอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงได้ตลอดรอดฝั่ง"
"ทำไมไม่อธิษฐานให้ได้อยู่กับข้าซะเลยล่ะ ง่ายดี"
"ข้าเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะพี่มั่น จะทำอะไร ให้คนเขานินทาว่าร้ายมาถึงพ่อแม่ มันก็ไม่เหมาะไม่ควร เช่นนั้นข้าทำไม่ได้หรอก"
"ไม่เสียแรง ที่ข้าอุตส่าห์ไปส่งถึงที่เรือน เจ็บปางตายแค่ไหนก็คุ้ม"
พิมยิ้มเขิน
"ไม่รู้ว่าคุณชมนาดจะเป็นอย่างไรบ้าง พี่มากจะมีใจโอนเอียงมาบ้างหรือไม่หนอ"
"เฮ้อ ข้าบอกตามตรง ไอ้มากมันเดาใจได้ยาก แต่ที่รู้ หัวใจไอ้มากมันฝากไว้กับแม่นากเพียงคนเดียวเท่านั้น"
มั่นมองหน้า พิมถอนหายใจหนัก

บ่าวชมนาดจัด ปูเสื่อ วางสำรับอาหาร ชมนาดนั่งมองแล้วยิ้ม
"พี่มาก วันนี้ฉันทำน้ำพริกลงเรือมา พี่ลองชิมสิจ๊ะ"
ชมนาดตักน้ำพริกลงเรือใส่จานข้าวของมาก
มากก้มลงมอง จากข้าว แล้วเงยหน้า มองชมนาด

เห็นหน้าชมนาดเป็น นาก คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ
นากเอาน้ำพริกขี้กามาให้มากที่ท้องนา
มากวิ่งเข้ามาหานากทั้งคู่ยิ้มจ้องตากัน
"วันนี้ฉันทำของโปรดมาให้พี่มากด้วยนะจ๊ะ"
"อะไรหรือ"
จำปี ลำจวนประสานเสียง “น้ำพริกขี้กา” ทั้งหมดหัวเราะขำกัน
"นากรู้ใจพี่จริงๆ น้ำพริกขี้กาของใครก็ไม่อร่อยเท่ามือแม่นากทำ"

ชมนาดถาม
"พี่มาก พี่คิดอะไรอยู่ "
"อ๋อ เปล่า กระผมกำลังคิดถึงคนๆหนึ่งขอรับ เขาเคยทำน้ำพริกให้ข้ากิน
แบบนี้แหละ"
"แม่นากใช่หรือไม่"
มากชะงัก มองหน้าชมนาด ชมนาดยิ้ม
"ที่ฉันทำให้น่ะ คือน้ำพริกลงเรือ รสชาติแตกต่างกันกับน้ำพริกขี้กานะพี่ ลองชิมดูสิ พี่อาจจะเปลี่ยนใจมาชอบน้ำพริกลงเรือบ้างก็เป็นได้"
มากมองหน้าชมนาดแล้วหลบตา เลี่ยงไปตักข้าวเข้าปาก
"น้ำพริกของคุณชมนาดรสชาติไม่เป็นรองใคร เพียงแต่ กระผมไม่คุ้นชิน ชาวไร่ชาวนาอย่างกระผมแค่น้ำพริกขี้กาก็เหมาะสมแล้ว"
"พี่อย่าได้ดูถูกน้ำใจฉัน ฉันไม่ใช่คนที่จะมองคนแต่เพียงฐานะ คนเรามีจิตใจที่ดี ถือเป็นของมีค่ามหาศาล"
ชมนาด ลุกขึ้นเดินไปมองที่แม่น้ำ
ที่ฝั่งตรงข้าม เป็นเรือนของ นาก
"เรือนฝั่งคะโน้น สวยจัง พี่พาฉันข้ามไปดูได้มั๊ย"
มากสีหน้าไม่สบายใจ
"อย่าไปเลยขอรับ มันไม่มีอะไรน่าดู เป็นแค่เรือนเก่าๆ"
"แต่ฉันอยากเห็น พี่ช่วยพาฉันไปได้หรือไม่"
ชมนาดมองหน้ามาก มากแอบถอนหายใจ

ชมนาดกับมาก มายืนมองดูตรงหน้าบ้าน สภาพบ้านรกระเกะระกะ
"คุณชมนาดจะมาดูอะไร มันไม่มีอะไรน่ามองหรอกขอรับ"
"ใครว่า" ชมนาดชี้มือไปที่หัวสะพาน "ดูตรงนั้นสิ พี่เห็นท่าน้ำนั่นมั๊ย ถ้าได้นั่งดูพระอาทิตย์ตก คงจะมีความสุขไม่น้อย"
มากหันไปมอง ... นึกถึง
ตอนที่มากนั่งเรือออกไป นากยืนโบกมือลา พ่อมากอยู่ที่หัวสะพาน
ทุ้ย โพล้ง เค้ง อยู่ในเรือเตรียมพายเรือไปส่งมาก มากยืนร่ำลากับนากอยู่ที่ท่าโดยมีมั่นยืนอยู่ห่างๆ
นากยกมือพนม
"ฉันขอให้คุณพระคุ้มครองพี่มากให้ปลอดภัยนะจ๊ะ"
มากกอดลานากแล้วก้าวขึ้นเรือ
"รักษาตัวด้วยนะจ๊ะพี่มาก"
"นากก็เหมือนกันรักษาตัวให้ดีด้วย"
นากจับมือกับมากไว้จนเรือค่อยๆห่างออกไป มือสองคนหลุดจากกัน
นากรำพึง
"พี่มากจ๋า....ฉันจะรอพี่ที่ตรงนี้ วันที่พี่กลับมาพี่จะได้เห็นฉันกับลูกนะจ๊ะพี่มาก"
เรือของมากลอยออกไปมากและนากยืนโบกมือลากัน มั่นยืนมองมากและนาก

มาตะลึงกับเรื่องราวแต่หนหลัง
"พี่มาก พี่เป็นอะไรไป ใจลอยชอบกล"
"กลับกันเถอะ ขอรับ"
"ฉันอยากรู้ว่าเรือนนี้คือเรือนของใคร ถ้าถูกใจฉันจะซื้อไว้"
"เจ้าของเรือนเขาไม่ขายหรอกขอรับ"
"พี่รู้ได้อย่างไรเล่า"
"เรือนนี้เป็นเรือนของกระผมกับนาก"
ชมนาดตะลึง
"แล้วทำไมพี่ไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะ ฉันขอโทษ"
มากมองบนเรือนแล้วทรุดตัวลงนั่ง เศร้า ชมนาดรีบเข้ามาประคองด้วยความเป็นห่วง
"พี่มาก พี่เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม"
มากเงยหน้าขึ้นมองชมนาดทั้งน้ำตา
"กระผมคิดว่ากระผมจะลืมแม่นากได้ แต่ไม่ ข้าไม่เคยลืมแม่นากเลย แม่นากอยู่ในใจของข้าเสมอ"
มากปิดหน้าร้องไห้ ชมนาดตะลึง
ยอดไม้ ลมพัดไหวอย่างแรง เหมือนมีพายุ
บนเรือน ประตูเปิดผางออก นากยืนมองสีหน้าแค้นในความมืด
"อีผู้หญิงหน้าด้าน มึงกล้ามาถึงบ้านกูเชียวหรือ"

แม่นากดุร้ายอีกครั้ง
 
อ่านต่อตอนที่ 16
กำลังโหลดความคิดเห็น...