xs
xsm
sm
md
lg

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see you again ตอนที่7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่7

อันซีลงมือเปลี่ยนยางรถอย่างคล่องแคล่วทะมัดทะแมง ขณะที่ยิ่วเชียนยืนมองเฉยๆ แต่พอเห็นอันซีเหงื่อไหล ชายหนุ่มก็ล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าจะส่งให้ แต่ด้วยทิฐิในใจทำให้เขาเก็บผ้าเช็ดหน้าคืนกลับไป พลางบอกตัวเองในใจ

“ฉันมาทรมานเขา ไม่ใช่มาดูแลเขา”
อันซีเปลี่ยนยางรถอย่างหอบเหนื่อย
“เฮ่อ เอ๊ะ หลังจากนี้”
“ใช้ปะแจ เพื่อคลายล้อรถยนต์”
“อ้อจริงด้วย เอ๊ะไม่สิ คุณทำเป็น แล้วเรียกฉันมาทำไม”
“ใช่ ฉันทำเป็น แต่ฉันไม่อยากให้มือสกปรก เธอบอกว่ามนุษย์ชอบช่วยเหลือไม่ใช่เหรอ ดังนั้น สู้ๆ นะ”
อันซีถอนใจก่อนไปหยิบปะแจมา
“เฮ้อ เฮ่อ หมุนไม่ไหว”
“หมุนผิดด้านแล้ว ต้องหมุนมาด้านหน้า”
“แล้วเพิ่งมาบอก”
อันซีลงมือทำต่อ เธอพยายามเต็มแรงก็หมุนไม่ออก จนยิ่วเชียนสงสารจะเข้าไปช่วย
“ไม่ต้อง ฉันทำคนเดียวได้”
ยิ่วเชียนอึ้งๆ ระหว่างนั้นมีเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น
“หย่งชิงเหรอ”
ยิ่วเชียนเดินห่างออกไป อันซีมองตาม
“ชื่อผู้หญิงนี่นา ใครนะ”
อันซีแอบมอง ยิ่วเชียนก็แอบมองหญิงสาวเช่นกันก่อนจะวางสายแล้วเดินกลับมาหาอันซี อันซียิ้มเข้าไปหา
“เมื่อกี้คนที่โทรมาคงเป็น”
“เธอจะถามทำไม”
“โธ่เอ๊ย ยอกย้อนซะด้วยแฮะ ฉะนั้น ผู้หญิงคนนั้นคงสำคัญสำหรับคุณมาก แฟนเหรอ ใช่มั้ยๆๆ”
อันซีเข้าไปพูดใกล้ๆ ยิ่วเชียน ท่าทางน่ารัก แต่ชายหนุ่มใช้นิ้วจิ้มไหล่เธอให้ออกห่างจากตัวเขา
“คนอย่างคุณมีแฟนกับเขาด้วยเหรอ ถ้าเป็นแฟนของคุณล่ะก็ พวกคุณคงทุ่มเทให้กันโดยไม่มีเงื่อนไขสินะ นี่ อย่าบอกนะว่าคุณกับแฟนทำอะไรต้องมีข้อแลกเปลี่ยนด้วย”
“แม้กระทั่งจะเป็นแฟนกัน ก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์เหรอ ก็เหมือนเจ้าหญิงจะไม่แต่งงานกับขอทาน”
“แต่เจ้าชายก็แต่งงานกับซินเดอเรลล่านี่”
“นั่นเป็นเพราะครอบครัวของซินเดอเรลล่าเคยเป็นคนร่ำรวย ไม่งั้นคงไม่ได้รับการ์ดเชิญเต้นรำจากเจ้าชาย และเจ้าชาย ไม่มีทางขอป้าในตลาดแต่งงานหรอก”
“เกี่ยวอะไรกับป้าในตลาดด้วย เจ้าชายไม่มีทางขอป้าในตลาดแต่งงานอยู่แล้ว”
“เกี่ยวกับป้าในตลาดสิ เจ้าชายไม่มีทางแต่งงานกับป้าในตลาด แต่อาจแต่งงานกับป้าที่มีเงินก็ได้”
“คุณ ได้ ฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็น ว่าฉันถูก คุณผิด”
อันซีลงไปนั่งเปลี่ยนยางต่อจนเสร็จ
“เรียบร้อยแล้ว”
อันซีหันไปมองจักรยานของตัวเอง
“คือว่า”
ยิ่วเชียนมองท่าทางอันซีคิดว่าเธอจะพูดอะไร เขาทำหน้าระอาพลางคิด
“เมื่อกี้ยังทำเป็นเก่งอยู่เลย สุดท้ายก็ขอความช่วยเหลือฉันอยู่ดี อยากติดรถกลับไปกับฉันสินะ”
ยิ่วเชียนหันไปมองหน้าอันซี หญิงสาวพูดขึ้น
“ล้อรถยนต์นั่นคุณไม่เอาแล้วใช่มั้ย ฉันขอได้มั้ย”
ยิ่วเชียนอึ้ง อันซีไม่ได้พูดอย่างที่เขาคิด
“เอ่อ เธอจะเอาไปทำไม”
“ถ้าขายเพื่อนำไปรีไซเคิลน่าจะได้ราคาดีใช่มั้ย”
“ได้ แล้วแต่เธอ”
“ขอบคุณนะ ฮิ”
ยิ่วเชียนมองอันซีทึ่งๆ หญิงสาวเดินไปหาไม้ข้างทางเพื่อจะมาวางที่ท้ายรถจักรยาน ใช้บรรทุกยางรถกลับไป ยิ่วเชียนพึมพำ
“ผู้หญิงคนนี้นี่มันยังไง ต้องการพิสูจน์ให้ฉันเห็นขนาดนี้เชียว แค่เอ่ยปาก ขอความช่วยเหลือจากฉันก็ได้นี่ ทำไมต้องปากแข็งด้วย”
อันซีนำไม้มาวางไว้ที่ท้ายรถแล้ววัดความกว้างกับยางรถเพื่อจะได้บรรทุกไปได้ ยิ่วเชียนมองอย่างระอาในความบ้าบิ่นของเจ้าหล่อน เขาส่ายหัว ก่อนขึ้นรถขับออกไป

อันซีกลับมาถึงบ้านพักด้วยความเหนื่อยล้า ทิ้งตัวลงที่โซฟาเต็มแรง
“เฮ้อ ในที่สุดก็กลับมาถึงแล้ว ร้อนจะแย่แล้วๆๆ เฮ้อ”
เหม่ยเหวินเดินเข้ามา “อันซี อย่าบอกนะว่าเธอปั่นจักรยานสิบกิโลไปกลับมาคนเดียว”
“ไม่เพียงแค่นั้น ฉันยังเอาล้อรถยนต์ไปขายมาด้วย ยังใหม่เลยนะ เซี่ยยิ่วเชียนเป็นคนรวยที่โง่จริงๆ”
จื้อหลิงเดินเข้ามา “คุณเซี่ยเรียกเธอไปทำไม”
“ซ่อมล้อรถยนต์ไง”
“หะ”
เหม่ยเหวินเริ่มสงสัย “เธอกับคุณเซี่ยเป็นอะไรกัน เธอต้องการพิสูจน์อะไร เธอก็เหมือนลูกแกะในกำมือของเขาเท่านั้นเอง เธอรู้ตัวบ้างมั้ยว่ากำลังถูกเอาเปรียบอยู่”
“โธ่เอ๊ย การให้บริการก็เป็นอย่างนี้แหละ การเรียกร้องที่เหมาะสมคือการฝึกฝน การเรียกร้องที่ไม่เหมาะสมคือการสู้รบ”
“เธอจะไปเป็นทหารรึไง”
“แต่ฉันสนับสนุนให้อันซีพิสูจน์ต่อไป ไม่แน่สักวันคุณเซี่ยอาจจะใจอ่อน แล้วเขาจะพบว่า ในบ้านพักหลังนี้ มีใครคนหนึ่งแอบให้กำลังใจเขาอยู่ห่างๆ” จื้อหลิงพูดเขินๆ
อันซีอ่อนใจ “เสี่ยวหลิง แม้ฉันจะรู้ว่าคนที่เธอพูดถึงคือตัวเอง แต่ฉันต้องขอบคุณที่เธอสนับสนุนฉัน”
“ขอบคุณ”
“แต่ฉันคิดว่าบ้านหลังนั้นต้องมีผีแน่นอน” เหม่ยเหวินบอก
“เธอพูดเหลวไหลอะไร” อันซีแปลกใจ
“ฉันพูดผิดตรงไหนล่ะ เมื่อก่อนเธอมีความกล้าหาญ แต่หลังจากเธอกลับมาจากบ้านผีสิง เธอชอบทำตัวแปลกผิดธรรมชาติของมนุษย์ เธอถูกสิ่งชั่วร้ายครอบงำอยู่ใช่มั้ย”
ระหว่างนั้นยิ่วเชียนเปิดประตูเข้ามา พลางได้ยินการสนทนาของสามสาว
“โธ่เอ๊ย สิ่งชั่วร้ายอะไร เรื่องผีของบ้านหลังนั้นฉันเป็นคนแต่งขึ้นมาเอง”
“หะ”
ยิ่วเชียนแอบฟัง แปลกใจ
“บ้านหลังนั้นกลายเป็นบ้านผีสิงเพราะฉัน ความชั่วร้ายอะไรเป็นไปไม่ได้หรอก”
ยิ่วเชียนนิ่งคิด
“ทำไมเธอต้องแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาด้วย จะกล่าวหาบ้านฉันยังไงก็ได้เหรอ ของขวัญที่ฉันให้ก็โยนมันทิ้ง”
ระหว่างนั้นจื้อหลิงหันมาเห็นยิ่วเชียนพอดี
“เอ๊ะ คุณเซี่ย คุณกลับมาแล้วเหรอ”
ยิ่วเชียนเปิดประตูเข้ามา แล้วจะเดินไป อันซีเข้าไปพูดด้วย
“ยิ่วเชียน นี่ยิ่วเชียน คุณกลับมาแล้ว”
ยิ่วเชียนเดินไปเลย
“เขาเป็นอะไรของเขา อารมณ์บูดทั้งวัน ใช้ชีวิตอย่างนี้มีความสุขรึไง นี่ เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นคนมาพักเย่จือไห่ของเราแต่ไม่มีความสุข”
“ฉะนั้นฉันถึงได้บอกให้เธอหยุดตามตื้อเขาสักทีไง” เหม่ยเหวินเตือน
“ไม่ได้ ในฐานะที่เป็นเจ้าของบ้านพัก ฉันจะปล่อยให้แขกไม่มีความสุขได้ไง มันเป็นการไม่ให้เกียรติเย่จือไห่ของเรานะ”
“ถูกต้อง” จื้อหลิงเห็นด้วย
“ดี ฉันตัดสินใจเร่งเวลา ฉันจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า ความสุขที่ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาแลกเปลี่ยนมีอยู่จริง ความรู้สึกของมนุษย์เราไม่มีมูลค่า ขอเพียงคุณยินดีเชื่อ”
“เร่งเวลาเหรอ เธอจะทำอะไรกันแน่” เหม่ยเหวินสงสัย
อันซีกวักมือเรียกสองสาวเข้ามาใกล้ๆ จื้อหลิงตื่นเต้น
“นี่เป็นแผนการพิเศษของเราเลยนะ”
“เยส ฉันจะไปเตรียมตัวแล้วนะ” อันซีเดินออกไป
“ยัยติงต๊อง” เหม่นเหวินหันมาเรียกจื้อหลิง
“หืม”
“เธอรู้สึกมั้ยว่าอันซี ดูท่าทางเป็นห่วงคุณเซี่ยมาก”
“ไม่นะ เพราะฉันก็คิดเหมือนเขา”
“ฉันขอโทษนะ ฉันถามผิดคนแล้ว”
“ฮิๆๆ”

อ่านต่อหน้า 2

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่7 (ต่อ)

ขณะที่ยิ่วเชียนนอนเซ็งๆ อยู่บนโซฟาในห้องนอน อันซีมาเคาะประตูเรียก ชายหนุ่มตะโกนตะเพิด

“ไปให้พ้น”
เสียงเคาะประตูดังต่อ
“วันนี้ฉันไม่อยากกินข้าว”
เสียงเคาะประตูยังดังอีก จนยิ่วเชียนทนรำคาญไม่ไหวต้องมาเปิด
“ฉันบอกว่าไปให้พ้นเธอไม่เข้าใจเหรอ”
“ไม่ใช่เรื่องกินข้าวหรอกน่า”
“เธอต้องการอะไร”
“ไม่ต้องถาม ตามฉันมาก็พอแล้ว เวลานี้กำลังพอดีเลยไป”
อันซีจูงมือยิ่วเชียนให้ตามไป
“เดี๋ยวก่อน”
ยิ่วเชียนยังใส่รองเท้าไม่เสร็จ
“เอ๊ะ ไม่เลว แต่งตัวได้เหมาะพอดีเลย ไปค่ะ”
“พอดีอะไร”
“พอดีแล้วกันน่า”
“จะพาฉันไปไหน”
“ตามฉันมาก็พอแล้ว เชื่อฉันสิ”
อันซีพายิ่วเชียนออกมาข้างนอก ซึ่งตอนนี้มืดแล้ว
“เธอจะพาฉันไปไหน”
“ไปดูหิ่งห้อยไง”
“ดูหิ่งห้อยเหรอ”
“อือฮึ”
“ทำไมฉันต้องมาดูกับเธอด้วย หิ่งห้อยที่นี่พิเศษตรงไหน”
“เพราะหิ่งห้อยของเรา ร้องเพลงได้”
“หะ”
ระหว่างนั้นเหม่ยเหวินและจื้อหลิงเดินร้องเพลงดีดกีตาร์เข้ามา ยิ่วเชียนหันไปมอง
“สมองเต็มไปด้วยคำถาม ว่าเธอมีดีตรงไหน พอปิดตาก็เข้ามาวุ่นวายในใจ ฉันรักเธอโดยไม่มีการแจ้งเตือน”
“พี่เหม่ยเหวินร้องเพลงเพราะมาก เมื่อก่อนเขาเป็นนักร้องอยู่ในร้านอาหาร” อันซีเล่าให้ยิ่วเชียนฟัง
เหม่ยเหวินเดินร้องเพลงดีดกีตาร์ไปรอบๆ ตัวยิ่วเชียน
“ความดีของเขา คุณคงรู้”
จื้อหลิงวิ่งเข้ามาจับแขนยิ่วเชียน
“คุณเซี่ยๆ มาๆๆๆ นั่งตรงนี้ค่ะๆ ฉันนั่งข้างๆ คุณเอง จะได้รับใช้คุณตลอดเวลา วันนี้เราเตรียมของกินมาเยอะเลยมีปลาแห้ง ถั่วลิสง แล้วก็ผลไม้สด คุณอยากกินอะไรฉันเอาให้ค่ะ”
“ไม่ต้อง”
ยิ่วเชียนจะลุกหนี แต่อันซีจับบ่าเขาให้นั่งลง
“อย่าเพิ่งไปๆ คุณยังไม่เห็นอาวุธลับของเราเลย รอเดี๋ยวนะ”
อันซีเดินไปหยิบขวดไวน์พร้อมแก้วมายื่นให้ยิ่วเชียน
“ฮิ มาค่ะ นี่เป็นไวน์ลิ้นจี่ที่พี่เหม่ยเหวินทำเอง รสชาติดีมาก”
“ใช่ รสชาติดีมากเลยล่ะ” เหม่นเหวินการันตี
อันซีรินไวน์ให้ยิ่วเชียนพลางพูด
“เรามาคุยไปดื่มไป ดูหิ่งห้อยไปกันเถอะ”
จื้อหลิงเห็นด้วย “ใช่ค่ะๆ เราคุยไปดูหิ่งห้อยไปด้วย ฉันอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคุณเซี่ยมาก”
อันซีเห็นด้วย “ใช่ๆ ให้โอกาสทุกคนได้ทำความรู้จักคุณบ้างเถอะค่ะ”
จื้อหลิงเริ่มถาม “เอ่อ คุณเซี่ย ปกติแล้วคุณชอบทำกิจกรรมอะไรบ้าง เช่น ขี่ม้า เล่นเทนนิส ตีกอล์ฟ อ้อ คุณเคยขับเครื่องบินมั้ย”
ยิ่วเชียนดื่มไวน์เงียบๆ ไม่ยอมตอบ อันซีหันไปกระซิบกับจื้อหลิงที่ด้านหลังยิ่วเชียน
“ฉันจะบอกให้เขาเข้าหายากจริงๆ”
“ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน อื่ม คุณเซี่ยคะ คุณหน้าตาดีมาตั้งแต่เด็ก คงมีสาวๆ ชอบคุณมากสินะ”

ยิ่วเชียนหันไปมองหน้าอันซี แต่อันซีงง หันไปส่งสายตาถามเพื่อนๆ ว่าทำไม แล้วนึกได้
“หมดแก้วแล้วล่ะ ทำไมคุณไม่บอก มองหน้าฉันอย่างนี้ฉันจะรู้ได้ไงล่ะ มา ดื่มเยอะๆ เลยค่ะ”
อันซีรินไวน์ให้ แต่ยิ่วเชียนยังคงมองหน้าเธออยู่
“เมื่อก่อนฉันขี้เหร่มาก”
จื้อหลิงหัวเราะ “ขี้โม้ เป็นไปได้ยังไงกัน”
“ดังนั้นจึงไม่มีใครชอบฉัน”
อันซีมองหน้ายิ่วเชียนอึ้งๆ ก่อนพูดกลบเกลื่อน
“คุณมองหน้าฉันอย่างนี้หมายความว่าไง จะให้ฉันปลอบคุณเหรอ ได้ๆๆ”
อันซีโอบไหล่ยิ่วเชียนแล้วพูดปลอบ
“คนเก่งอย่าเศร้าไปเลยนะ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป ตอนนี้มีคนชอบก็พอแล้ว ตอนเด็กขี้เหร่ไม่เห็นเป็นไรเลย”
ยิ่วเชียนฟังแล้วเศร้า ยกไวน์ดื่มรวดเดียวหมด อันซีเห็นตกใจ
“เอ๊ะ ดื่มช้าๆ หน่อย ไวน์นี้ดีกรีแรงมากนะ”
ยิ่วเชียนหันไปบอกเหม่ยเหวิน
“เฮ่อ ขอโทษทีนะ เธอช่วยร้องเพลงอีกได้มั้ย ทางที่ดีขอให้เสียงเพลงกลบเสียงสองคนนี้”
จื้อหลิงหน้างอ อันซีก็อึ้งๆ ก่อนหันไปบอกยิ่วเชียน
“พี่เหม่ยเหวินร้องเพลงได้ไม่เกินสามเพลง ไม่งั้นเขาจะเริ่มหลั่งน้ำตา”
จื้อหลิงคร่ำครวญ “ใช่ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ สิบปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นเหม่ยเหวินอยู่ในหัวใจเลย”
“ภูเขาสูง ทะเลกว้างใหญ่” เหม่ยเหวินร้องเพลง
“ความรักก็เป็นอย่างนี้ ฉันชอบเธอ แต่เธอไม่ชอบฉัน เธอชอบเขา แต่เขากลับไม่ชอบเธอ”
อันซีพูดถึงเรื่องของความรัก ยิ่วเชียนฟังแล้วซึม ก่อนหันไปหยิบขวดไวน์จากมืออันซีมารินเอง เพลงของเหม่นเหวินก็ยังคงดังต่อไป
“วันที่เธอจากฉันไป วันที่เธอไม่ได้อยู่เคียงข้างฉัน ดวงจันทร์ที่ห่างไกลบ้านเกิดขอให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง มองดูดวงจันทร์ดวงนั้น เดินไปน้ำตาไหลร่วงริน ลาก่อนสุดที่รักของฉัน ลาก่อนสุดที่รักของฉัน”
ยิ่วเชียนดื่มไวน์อย่างหนัก จนไวน์หมด เขานั่งซึมเศร้า ก่อนถามอย่างเย็นชา
“เอ่อ หิ่งห้อยของหมู่บ้านภูล่าน จะออกมาเมื่อไหร่กันแน่”
“เอ๊ะ แปลกแฮะ ปกติเวลานี้หิ่งห้อยจะออกมาแล้วนะ” อันซีบอก
เหม่ยเหวินมองขวดไวน์
“นี่ ไวน์ลิ้นจี่หมดแล้ว คุณดื่มคนเดียวหมดเลย แปลว่า คุณคงชอบดื่มมากสินะ”
“งั้นฉันไปเอาให้อีก” อันซีจะลุกไป แต่เหม่ยเหวินห้ามไว้
“ไม่ต้องๆๆ ฉันไปเอาให้เอง”
“บาย เหม่ยเหวิน” จื้อหลิงบอก
“บายอะไร เธอกลับไปเอากับฉันเลย ดึกดื่นอย่างนี้จะให้ผู้หญิงสวยๆ อย่างฉันกลับคนเดียวได้ไงไปเถอะ”
“งั้นฉันเอาขวดกลับก่อนนะ รอฉันด้วยล่ะ อย่าเพิ่งเมานะ” จื้อหลิงอ้อนวอน
“ระวังตัวหน่อยนะ” อันซีบอก
จื้อหลิงบ่นไปตามทาง “โธ่เอ๊ย ทำไมเธอไม่ให้อันซีไปเองล่ะ”
“เธอนี่โง่จริง ฉันกลัวเขาจะเอามาเยอะ เธอไม่เห็นเหรอว่าอันซีเป็นห่วงคุณเซี่ยมาก”
“โอกาสดีๆ กลับถูกเธอทำลายหมดแล้วเนี่ย”
“เธอควรใช้โอกาสนี้เรียกสติกลับมาดีกว่านะ”
สองคนเดินออกไป

อ่านต่อหน้า 3

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่7 (ต่อ)

อันซียังคงนั่งอยู่กับยิ่วเชียนเงียบๆ รอพวกเหม่ยเหวิน สักพักยิ่วเชียนเริ่มสัปหงก ง่วงเพราะฤทธิ์ไวน์ อันซีหันมาเห็น

“นี่ คุณนี่สามารถอยู่คนเดียวได้จริงๆ ที่จริง ที่ฉันพาคุณมาที่นี่ ก็เพื่ออยากให้คุณอารมณ์ดี เมื่อก่อนเวลาฉันอารมณ์ไม่ดี พ่อชอบพาฉันมาดูหิ่งห้อยที่นี่ และก็หลอกฉันเหมือนเด็กๆ ว่า เสี่ยวซี ลูกดูนะ ตรงที่มีแสงสว่างของหิ่งห้อย นั่นก็คือทอง หลอกเด็กชัดๆ ใช่มั้ย แต่ฉันก็เชื่อที่พ่อพูด และทุกๆ ครั้งที่ฉันอารมณ์ไม่ดี ฉันหวังว่า พ่อจะพาฉันมาดูหิ่งห้อยที่นี่ มันจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น แล้วก็นั่งฟังเรื่องไร้สาระที่พ่อพูด”
“งั้นดูเหมือนว่า หิ่งห้อยคงไม่อยากให้ฉันอารมณ์ดีแล้วล่ะ เพราะไม่มีหิ่งห้อยสักตัวเลย”
อันซียิ้มๆ ก่อนจ้องไปที่หิ่งห้อยที่กำลังบินผ่านหน้าเธอ
“เอ๊ะ โน่นไงหิ่งห้อย หิ่งห้อย เห็นตรงนั้นมั้ย”
อันซีจูงมือยิ่วเชียนวิ่งตามหิ่งห้อยไป
“หิ่งห้อยจริงๆ ด้วย”
“ว้าว ตรงนี้ด้วย”
“สวยมาก”
“ใช่ค่ะสวยมาก เพราะหิ่งห้อยของหมู่บ้านภูล่านสวยมากๆ ฉะนั้นบรรยากาศของที่นี่จึงไม่เหมือนที่อื่น”
“หิ่งห้อยเรืองแสง เพราะต้องการหาเพื่อน และการผสมพันธุ์ จะทำให้หิ้งห้อยให้กำเนิดชีวิตใหม่”
“เฮ้อ อุตส่าห์ให้ดูของสวยงามแต่คุณกลับพูดเรื่องสืบพันธุ์”
“ดังนั้น หิ่งห้อยตัวผู้ หลังจากผสมพันธุ์ไม่นานก็ต้องตาย และหิ่งห้อยตัวเมีย หลังจากให้กำเนิดลูกน้อยแล้ว วันสองวันก็ต้องตายเช่นกัน ชีวิตของหิ่งห้อยเปรียบเสมือนส่องสว่าง วางไข่ตาย ส่องสว่าง วางไข่ แล้วก็ตาย”
“พอ หยุด เฮ้อ บรรยากาศของหมู่บ้านภูล่านถูกคุณทำลายหมดแล้ว”
“หิ่งห้อยที่นี่ ทำไมสามารถแบ่งเซลล์ได้ด้วย หนึ่งตัวกลายเป็นสองตัว สองตัวกลายเป็นสี่ตัว หะ”
อันซีมองหน้ายิ่วเชียน แล้วเอามือปัดไปมา
“ท้องฟ้า ทำไมถึงเหมือนภาพวาดเลย”
ยิ่วเชียนหมดแรง ทิ้งตัวไปซบอันซี
“เอ๊ะ นี่ๆ โธ่เอ๊ย คุณเมาแล้วนะ ไป”
อันซีพายิ่วเชียนไปที่ม้านั่งยาว
“ไวน์ลิ้นจี่ดีกรีแรงมาก ไม่น่าให้คุณดื่มเยอะเลย นั่งก่อนค่ะ”
“พอฉันได้มองหน้าเธอ ดูเหมือนจะไม่ค่อยมึนแล้ว”
ยิ่วเชียนโน้มหน้าไปหาอันซีแต่แล้วก็หมดแรง จะล้มพิงอันซี
“ฮิๆ เอ๊ะๆ เดี๋ยวๆ คุณนอนบนตักฉันดีกว่า มาค่ะ ระวังหัวนะ”
ยิ่วเชียนนอนลงบนตักอันซี เขามองหน้าเธอตลอดเวลา
“เพราะอาการป่วยของหยาเอิน ฉันเคยเรียนการนวดแผนจีน คุณหลับตาก่อนนะ การนวดนี้มีประโยชน์มาก พรุ่งนี้เช้าตื่นมา คุณจะหายไม่เป็นไรแล้ว”
อันซีนวดขมับให้ยิ่วเชียน
“ฉันต้องมองหน้าเธอ ถ้าหลับตา จะมึนหัว”
“หลับตาเถอะ เชื่อฉันสิ”
“เชื่อเธอเหรอ ฉันเชื่อเธอ เธอพูด ฉันก็เลยเชื่อ”
ยิ่วเชียนหลับตาลง
“พูดอะไร”
“เชื่อว่า เธอคือนางฟ้า แอบรักเธอข้างเดียว”
“นางฟ้าเหรอ”
อันซีงงๆ พลางคิดในใจ “หรือว่าในอดีต เขาจะเคยแอบหลงรักใคร”
“ฉันกลับต้องเจ็บปวด ไม่มีบ้านอยู่ เธอ เธอเคยคิดถึงฉันบ้างมั้ย”
“ที่แท้เพราะมีเรื่องเจ็บปวดในอดีต มิน่าล่ะถึงไม่ยอมเชื่อใครง่ายๆ เอาน่า คุณอย่าคิดมากเลย ในโลกนี้อาจมีนางฟ้าอยู่จริงก็ได้น้า”
“ไม่มีนางฟ้า มีแต่ปีศาจเท่านั้น และยังเป็นปีศาจที่ปลอมตัวเป็นนางฟ้าซะด้วย”
อันซีฟังแล้วแปลกใจ

เวลาต่อมา อันซีแบกยิ่วเชียนซึ่งเมาไม่ได้สติขึ้นหลัง แล้วพากลับมาที่บ้าน โดยมีเพื่อนๆ คอยช่วย
“โอย รอเดี๋ยวก่อนนะ”
“ค่อยๆ เดิน”
“เฮ่อ เดี๋ยวก่อนระวังขาด้วย”
“ระวังนะ โธ่เอ๊ย ค่อยๆ เดินนะทำไมดื่มมากอย่างนี้”
“ระวังรองเท้าของฉัน”
“ฉันช่วยๆ”
“เดี๋ยวก่อน ฉันขอพักก่อน”
“เปลี่ยนคนมั้ย”
“ไม่เป็นไร”
“มา”
“ฉันไหว โอ้พระเจ้าบันไดนี่มัน”
“ไหวมั้ย”
“หนักมาก”
“พวกเธอน่าจะโทรมาบอกเร็วหน่อยฉันจะได้ไม่ต้องให้จื้อหลิงกลับมาก่อน ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนนะ”
“ใกล้จะถึงแล้ว”
“ฉันรู้แล้ว”
“ระวังๆๆ”
อันซีแบกยิ่วเชียนมาวางที่เตียงได้สำเร็จ เหม่ยเหวินบ่น
“ทำฉันเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ฉันลงไปก่อนล่ะ”
“นี่ เดี๋ยวก่อนสิ”
“เหนื่อยจะแย่แล้ว”
อันซีหันไปมองยิ่วเชียน แล้วหยิบผ้าห่มมาห่มให้ เสียงยิ่วเชียนดังขึ้นอ้อแอ้
“นางฟ้า นางฟ้า”
อันซีฟังแล้วแปลกใจ แต่ยิ่วเชียนไม่พูดอะไรต่อ เธอจึงเดินลงมาหาเหม่ยเหวิน
“เหนื่อยจะแย่แล้ว ไป” เหม่ยเหวินบอก
“เอ๊ะๆ เดี๋ยวก่อนๆ”
“มีอะไรๆ”
“ฉันถามหน่อยสิ”
“อืม”
“นางฟ้า สำหรับทุกคนแล้วน่ารักมากใช่มั้ย”
“น่ารักสิ”
“ช่วยอะไรฉันหน่อยได้มั้ย”
“ฉันเหรอ”
“อืม”
“มีเหรอฉันจะไม่โอเค”
“เอาน่าเธอเป็นคนดีที่สุดเลย”
“ไปได้แล้วๆ”
“รอเดี๋ยวฉันเอารองเท้าก่อน”
“เธอนี่วุ่นวายจริงๆ”
สองสาววิ่งตามกันไป ระหว่างนั้นยิ่วเชียนนอนหลับอยู่ในห้อง ละเมอพูดออกมา
“ฉันไม่ควรไปเอาน้ำตานางฟ้า ฉันมีตา แต่ไม่รู้จักมองคน ฉันมันไม่ได้เรื่อง”

อ่านต่อหน้า 4

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่7 (ต่อ)

ยิ่วเชียนตื่นขึ้นมาตอนเช้าด้วยอาการมึนหัว ยังแฮงค์อยู่ กำลังจะหลับต่อก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาลุกจากเตียงลงบันไดไปด้วยอาการมึนๆ เสียงอันซีดังเข้ามาก่อน

“ฉันเข้ามานะ ตื่นแล้วเหรอ มานั่งตรงนี้ก่อนสิ ฉันคิดว่าคุณคอแข็ง เมื่อคืนเลยปล่อยให้ดื่ม ไม่คิดว่าคุณจะเมาขนาดนั้น มาค่ะ ฉันเอาไข่ไก่ในบ้านพักของเราทำโจ๊กให้คุณเป็นพิเศษเลยล่ะ ฉันตื่นตั้งแต่ตีสี่ไปรอไก่ออกไข่เลยนะ มาค่ะ”
อันซีตักโจ๊กป้อนให้ ยิ่วเชียนทำตัวไม่ถูก ก่อนตัดสินใจกิน
“ปวดหัวมากสินะ กินอีกคำนะ กินโจ๊กจะได้ส่างเมา”
ยิ่วเชียนอ้าปากกิน อันซีตักเตรียมป้อนอีก
“วางไว้เถอะ ฉันกินเองได้”
“อ้อ งั้น คุณค่อยๆ กินนะ ถ้าต้องการอะไรคุณเรียกฉันนะ”
อันซีเดินออกไป ยิ่วเชียนกินแล้วกลับขึ้นมาบนห้อง อาบน้ำ แต่งตัว พลางคิด
“ฉันจะไม่ยอมให้เธอทำให้หัวใจฉันวุ่นวาย และจะไม่ยอมให้เธอทำลายชีวิตฉันอีก วันหยุดครั้งนี้ บ้านพักหลังนี้ ฉันต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ”
ยิ่วเชียนหยิบสัญญาเรื่องบ้านติดมือลงบันไดไป อันซีกับเหม่ยเหวินเห็นชายหนุ่มเดินลงมา รีบเก็บผ้าบางอย่างซ่อนไว้ แล้วนั่งนิ่งๆ ยิ่วเชียนมองงงๆ อันซีหันไปทัก
“ไฮ”
“ฉันมีธุระกับผู้ใหญ่บ้าน เที่ยงนี้จะไม่กลับมากินข้าว”
เหม่ยเหวินรับคำ ในขณะที่อันซีสงสัย
“ธุระอะไร”
“ฉันจะไปคุยเรื่องบริจาคการกุศลให้หมู่บ้านภูล่าน”
“อ้อ”
ยิ่วเชียนเดินออกไป เหม่นเหวินถอนหายใจ อันซีหันมาถาม
“เป็นอะไรมั้ย”
“ไม่เป็นไรๆ”
“นี่ ครั้งสุดท้ายที่เราจัดกิจกรรม ในห้องเก็บของของผู้ใหญ่บ้าน มีที่คาดผมใช่มั้ย”
“อื้ม”
“งั้นฉันไปเซอร์ไพรส์เขาที่ออฟฟิศผู้ใหญ่บ้านก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”
“จริงด้วย”
“อื้ม”
“ฉลาดมาก”
ทั้งสองหยิบผ้าที่ซ่อนไว้ขึ้นมา
“ทำต่อๆ”
“ได้ๆ”

ที่สำนักงานผู้ใหญ่บ้าน เสียงผู้ใหญ่บ้านประกาศดังมาแต่ไกล
“ทะเบียนรถ 6R-4623 ทะเบียนรถ 6R-4623 รถของคุณขวางหน้าร้านลุงจิงวา รบกวนช่วยย้ายรถหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ยิ่วเชียนเดินเข้ามา
“อ้าว คุณเซี่ยนั่นเอง รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ วันนี้คุณมาหาฉันมีธุระอะไรคะ”
“การประกวดครั้งก่อน ผมเห็นว่าคนนอกเป็นคนจัด ไม่ทราบว่าผู้ใหญ่บ้านสนใจจัดกิจกรรมการกุศลในหมู่บ้านมั้ยครับ”
“กิจกรรมการกุศลเหรอ คุณเซี่ย คุณจะเป็นสปอนเซอร์เหรอคะ”
“ใช่”
“ว้าว คุณเซี่ย ฉันจะบอกคุณนะ ฉันไม่ได้ขี้โม้นะ คนส่วนใหญ่ที่มาหมู่บ้านภูล่านต้องตกหลุมรักหมู่บ้านภูล่านของเราทุกราย”
“ผมต้องการบริจาคบ้านพักเย่จือไห่ ให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมของหมู่บ้าน”
“คุณจะ”
ระหว่างนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ขอโทษนะคะ ฮัลโหล เมื่อกี้ฉันประกาศแล้วไง ได้ๆ ฉันจะรีบไปที่เกิดเหตุ ได้”
ผู้ใหญ่บ้านวางสาย แล้วหันมาบอกยิ่วเชียน
“ขอโทษทีค่ะ รถของนักท่องเที่ยวจอดขวางหน้าร้านของลุงจิงวา ฉันต้องไปเคลียร์ให้ก่อน รอสักครู่นะคะ เอ่อ คุณเซี่ย ที่คุณบอกว่าจะบริจาคเย่จือไห่ คุณพิจารณาอีกทีดีมั้ย เราต้องการศูนย์รวมกิจกรรมหมู่บ้านก็จริง แต่ว่า บ้านพักเป็นของอันซี ทำแบบนี้ไม่ดีหรอกค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านเดินออกไป ยิ่วเชียนเครียดๆ ถอนหายใจ ระหว่างนั้นอันซีเปิดประตูเข้ามา เธอใส่ชุดนางฟ้าที่ช่วยกันทำกับเหม่ยเหวินมา แล้วโพสต์ท่า เดินรุกไล่ยิ่วเชียน ชายหนุ่มถอยหนีจนมือไปทับปุ่มเปิดไมค์ที่ใช้ประกาศของผู้ใหญ่บ้าน เสียงการคุยกันของทั้งสองกระจายไปทั่ว เหม่ยเหวินกับจื้อหลิงกำลังตากผ้าอยู่ก็ได้ยินไปด้วย
“ฮิๆ คุณเป็นอะไร ฉันไม่ได้จะกินคุณสักหน่อย”
“เอ๊ะ นั่นเสียงของอันซีไม่ใช่เหรอ” จื้อหลิงงง
“เธอคิดจะทำอะไร” ยิ่วเชียนถาม
“ไม่ต้องถาม ตามฉันมาก็พอ ไปสิ มานี่ ในที่สุดฉันก็รู้แล้ว ว่าทำไมคุณถึงเชื่อใจคนยาก”
เหม่ยเหวินตกใจ “อันซีจะทำงี่เง่าอะไรอีก แย่แล้ว อันซีทำเรื่องขายหน้าแล้ว อันซีๆๆ โธ่เอ๊ย รีบไปหยุดอันซีเร็ว”
จื้อหลิงวิ่งออกไป ในขณะที่เหม่ยเหวินรีบโทรศัพท์ไปหาอันซี
“รับโทรศัพท์สิๆ”
เสียงของอันซียังดังออกไมค์ตลอด”
“เคยมีนางฟ้าคนหนึ่ง เคยทำร้ายหัวใจคุณ”
อันซีหยิบคทานางฟ้าไปแตะที่อกยิ่วเชียน แต่เขาไม่เล่นด้วยจะลุกขึ้น
“เอ๊ะ เคยมีนางฟ้าคนหนึ่ง เขาเคยทำร้ายหัวใจคุณ แต่ฉันอยากบอกคุณว่า เรื่องในอดีตก็ปล่อยมันผ่านไปเถอะ อย่าปล่อยให้นางฟ้าทำร้ายหัวใจอีกเลย นับจากวันนี้ จะมีเรื่องที่น่ายินดีเกิดขึ้นมากมาย คุณแค่จดจำเรื่องราวที่ดีก็พอ เชื่อฉันสิ”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ “จะให้ฉันเชื่อเธอเหรอ”
“อืม”
“งั้นก็ถอดเสื้อผ้าบ้าๆ ของเธอออกก่อนสิ”
“โธ่เอ๊ยถอดเสื้อผ้าเหรอ คุณรู้ได้ยังไง ฉันกำลังอยากถอดเลย รอสักครู่นะ”
ชาวบ้านได้ยินเสียงสนทนาของยิ่วเชียนกับอันซี ต่างทำหน้ารับไม่ได้
“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ลุงจิงวาถามอย่างไม่พอใจ
“นั่นสิ” ป้าเกาแปลกใจ
“อุกอาจเกินไปแล้ว” ลุงจิงวาโมโห
“ไม่ใช่นะ”
ผู้ใหญ่บ้านพยายามแก้ตัว

ระหว่างนั้นจื้อหลิงวิ่งเข้ามาในกลุ่มคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของอันซีกับยิ่วเชียน
“ทุกคนเข้าใจผิดแล้ว อันซีของเรามีเหตุผล”
จื้อหลิงรีบวิ่งผ่านไป ลุงจิงวาหันมาเตือนหลานสาว
“โตมาอย่าทำตัวอย่างเขาล่ะ”
“นี่ อย่าพูดเหลวไหลน่า” ผู้ใหญ่บ้านปราม
อันซีหันหลังให้ยิ่วเชียน เอาที่คาดผมนางฟ้ามาใส่
“จะบอกให้นะ เพราะว่า ฉันเตรียมชุดเซ็กซี่ของนางฟ้ามาแล้ว”
อันซีหันหน้ามา ด้วยหน้าตาตลกมาก
“เป็นยังไง น่ารักมากเลยใช่มั้ย สวยมากเลยใช่มั้ย ไม่เหมือนนางฟ้าที่คุณเคยเจอใช่มั้ยล่ะ รู้สึกสดชื่น ที่ได้เห็นนางฟ้าแบบฉันใช่มั้ย”
ยิ่วเชียนนั่งนิ่ง จนอันซีแปลกใจ คิดในใจ
“แปลก ทำไมเขาไม่มีปฏิกิริยาเลย”
อันซีนึกได้หันหลังไปอีก
“อ๋อ รอเดี๋ยวนะ”
ยิ่วเชียนทนไม่ไหว ลุกขึ้นพูด
“อย่าทำตัวให้ตัวเองดูตกต่ำได้มั้ย”
ยิ่วเชียนจะเดินออกไป อันซีเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อนๆๆ ให้โอกาสฉันอีกครั้ง ฉันยังมีเด็ดกว่านี้อีกนะ”
จื้อหลิงวิ่งเข้ามา รีบไปปิดเสียงไมค์ก่อน
“ไม่ต้องเด็ดอะไรแล้ว ทุกคนได้ยินกันหมดแล้ว”
“ได้ยินอะไร” อันซีแปลกใจ
“เสียงของเธอออกอากาศ ทุกคนในหมู่บ้านเข้าใจเธอผิดแล้ว เฮ้อ”
“อ้อ ไม่เป็นไรค่อยอธิบายก็ได้ ยิ่วเชียน เมื่อกี้ฉันพยายามมาก ทำไมคุณไม่หัวเราะเลยล่ะ”
“ทำไมฉันต้องหัวเราะด้วย เธอกล้าดียังไงมาทำให้ฉันหัวเราะ อ้อ ฉันรู้แล้ว ผู้ใหญ่บ้านเล่าให้เธอฟังแล้วสินะ เธอทำดีกับฉันเพื่อหวังผลสินะ”
“ผู้ใหญ่บ้าน เล่าอะไรให้ฉันฟังเหรอ หะ หวังผลอะไรกัน ถึงฉันจะหวังผล แต่ก็ทำเพื่อคุณนะ”
“เพื่อฉันเหรอ เธอพูดได้ดูดีมาก เธอบอกฉันมาตามตรงเลย เธอรู้ว่าฉันจะบริจาคเย่จือไห่จึงทำทุกอย่างเพื่อเอาใจฉัน เธอถึงได้ลงทุนทำแบบนี้ ฉันพูดถูกใช่มั้ย”
ยิ่วเชียนเดินออกไป อันซีและจื้อหลิงต่างอึ้ง
“เซี่ยยิ่วเชียน หยุดเดี๋ยวนี้ คุณจะบริจาคเย่จือไห่งั้นเหรอ”
“เธอหยุดเสแสร้งได้แล้ว”
“ฉันจะถามครั้งสุดท้าย คุณจะบริจาคเย่จือไห่งั้นเรอะ”
“โลกของคนฉลาด ไม่มีใครดีเหมือนกันหมดทุกคนหรอก”
อันซีปาไม้นางฟ้าใส่หน้ายิ่วเชียน
“ทำบ้าอะไร”
อันซีน้ำตารื้น “คุณมาหาผู้ใหญ่บ้าน เพื่อบริจาคบ้านของฉันเรอะ”
“ใช่ แล้วจะทำไม เธอว่าบ้านคนอื่นมีผีสิงได้ แล้วบ้านของเธอแตะต้องไม่ได้เหรอ ของของเธอแตะต้องไม่ได้เลยสินะ”
อันซีคว้าข้าวของแถวนั้นปาใส่ยิ่วเชียน
“บริจาคอย่างอื่นได้ตั้งมากมาย แต่กลับบริจาคบ้านพักของฉัน คุณกล้าดียังไง รวยแล้วไง หะ ฉันคิดว่าคุณจะดีกว่าเจียงไห่โค่ คุณต้องการอะไร คุณไม่เพียงแต่เลว คุณมันคนหลอกลวง ไอ้คนหลอกลวง คนหลอกลวงหลอกลวงๆ”
ยิ่วเชียนยืนนิ่งปล่อยให้อันซีปาของใส่โดยไม่ตอบโต้ จื้อหลิงเข้าไปห้ามอันซี
“อันซี อย่าทำให้ฉันกลัวสิ คุณเซี่ย คุณออกไปก่อนนะ อันซีเธอหยุดได้แล้วอันซี เรากลับเถอะ”
“ไอ้คนหลอกลวง”
ยิ่วเชียนยืนหน้าเครียด

อันซีเดินออกมากับจื้อหลิง พูดทุกอย่างออกมาด้วยเสียใจ โกรธ โดยยิ่วเชียนเดินมาพร้อมๆ กัน แต่อยู่คนละฟากถนน แล้วอันซีก็ทนไม่ได้ ข้ามถนนไปต่อว่าชายหนุ่ม
“เฮ่อ นี่คนฉลาดใช่มั้ย คนฉลาดแล้วไง คนฉลาดสามารถทำได้ทุกอย่างเหรอ ไหนบอกจะช่วยเหลือโดยไม่หวังอะไร แล้วทำไมคุณต้องช่วยฉันใช้หนี้ด้วย อยากให้ฉันอับอายใช่มั้ย ฉันเป็นแบบนี้คุณคงพอใจมากสินะ พ่อแม่พี่น้องดูให้ดี คุณเซี่ยคนดีคนนี้ เอาเงินฟาดคนอื่น คนรวยแล้วไงเหรอ”
“อันซี ไม่ต้องพูดแล้ว ทุกคนไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ถ้ารู้แต่แรกว่าคุณจะทำแบบนี้ ฉันคงไม่ทำเรื่องไร้สาระอย่างนี้หรอก คุณอารมณ์ไม่ดีเกี่ยวอะไรกับฉันเหรอ คุณไม่มีความสุขเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ฉันมันโง่เพราะคิดว่าจะช่วยคุณได้ โอเค ฉันยอมแพ้ ฉันไม่สู้กับคุณแล้ว ในโลกนี้มีคนอย่างคุณจริงๆ ด้วย พอกินอิ่มก็ทำร้ายคนอื่น ที่คุณต้องทนทุกข์อยู่แบบนี้ เพราะรนหาที่เอง”
อันซีสะบัดเน็คไทของยิ่วเชียนด้วยความโมโห ระหว่างนั้นลุงเกาฟังอยู่ เปรยขึ้น
“ยังไม่สำนึกอีก”
“ลุงพูดอะไรๆ ลุงพูดอะไร”
อันซีหันไปถามอย่างเอาเรื่อง จื้อหลิงต้องรีบห้าม
“ขอโทษค่ะวันนี้ไม่รู้อันซีเป็นอะไร”
“ทำไมต้องขอโทษพวกเขาด้วย ฉันทำอะไรผิดเหรอ ในโลกนี้มีแต่คนทำผิดต่อฉัน เคยมีใครขอโทษฉันบ้างมั้ย พ่อฉันเคยขอโทษฉันมั้ย แม่ฉันเคยขอโทษฉันมั้ย ฉันต้องขอโทษคนอื่นทุกวัน ตัวเองกินรสชาติเค็ม หาว่าอาหารบ้านพักรสชาติจืด ตัวเองทำผ้าปูที่นอนเปื้อน หาว่าผ้าปูที่นอนบ้านพักไม่สะอาด ฉันต้องขอโทษคนอื่นทุกวัน ทำไมฉันต้องมีชีวิตอย่างนี้ด้วย”
อันซีผลุนผลันออกไป จื้อหลิงรีบตามไป ระหว่างนั้นลุงเกาพูดเสียงดัง
“คุณเซี่ยพูดถูกทุกอย่าง เข้าโรงแรมกับเจียงไห่โค่ เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อเงิน ครั้งนี้ไม่รู้เพราะอะไรถึงได้ไปอ่อยคุณเซี่ย”
อันซีฟังด้วยความแค้นและเสียใจ จื้อหลิงเป็นห่วงความรู้สึกเพื่อนมาก ป้าเกาพูดอีกเช่นกัน
“เมื่อก่อนรู้สึกสงสารเพราะถูกเจียงไห่โค่ตามรังควาน ที่จริงแล้วอันซีมั่วผู้ชายไปทั่วนี่เอง”
ผู้ใหญ่บ้านรีบปราม
“ทุกคนอย่าพูดอย่างนี้สิ ทุกคนเห็นอันซีตั้งแต่เล็กจนโต อันซีไม่ใช่คนแบบนั้น”
ยิ่วเชียนฟังแล้วเครียด ลุงเกาพูดต่อ
“โบราณว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ หลานๆ ปู่ขอเตือนแกสองคนนะ ครั้งหน้า ถ้าพวกแกไปเก็บสาหร่าย เจออันซีล่ะก็ อย่าไปทำตัวเหลวไหล มั่วผู้ชายไปทั่วเหมือนเขา เข้าใจมั้ย”
อันซีเศร้า และเริ่มเข้าใจ หันไปพูดกับลุงเกา
“นี่ มิน่า ตอนไปเก็บสาหร่ายถึงได้มองฉันด้วยสายตาแบบนั้น”
“มีสติหน่อย” ยิ่วเชียนเตือน
“ตอนนี้ฉันมีสติที่สุดแล้ว ขอบคุณมากนะ พูดต่อสิ หยุดทำไมล่ะ”
จื้อหลิงรีบเตือน “อันซีเธอเป็นอะไร นั่นคุณปู่เกานะ”
“พวกผู้ชายนี่ยังไง เห็นผู้หญิงรังแกง่ายใช่มั้ย ต้องอ่อยผู้ชายถึงจะมีชีวิตอยู่ได้เหรอ”
ยิ่วเชียนเสียงดัง “อันซี”
“ดูให้ดีนะ วิธีประจบผู้ชายของฉันเป็นแบบนี้”
อันซีดึงเน็คไทให้ยิ่วเชียนเข้ามาใกล้ แล้วตบหน้าเขาอย่างแรง ยิ่วเชียนมองหน้า อันซีรู้สึกผิดวูบหนึ่งก่อนเดินออกไป จื้อหลิงหันมาขอโทษทุกคน
“เอ่อ ขอโทษค่ะ วันนี้อันซีไม่ใช่อันซีคนเดิม ขอโทษค่ะได้โปรดยกโทษให้ด้วย ทุกคนเข้าใจผิดแล้ว”
จื้อหลิงวิ่งตามอันซีไป ยิ่วเชียนยืนอึ้ง

คืนนั้น ยิ่วเชียนนอนเครียดอยู่บนเตียง เสื้อผ้ายังเป็นชุดเดิม เหม่ยเหวินมาเคาะประตูห้อง
“คุณเซี่ยฉันเข้าไปแล้วนะ อาหารค่ำค่ะ”
“ออกไป”
“ฉันจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันก็ไม่อยากเข้ามา แต่เพราะคุณเป็นแขก ฉันจะปล่อยให้คุณหิวไม่ได้ ฉันเอาอาหารมาเสิร์ฟแล้ว จะกินหรือไม่แล้วแต่คุณ”
ยิ่วเชียนลุกจากเตียง เครียด เดินลงบันได้มา เห็นถ้วยโจ๊ก นึกถึงอันซีในคำพูดต่างๆ ของเธอ
“ปวดหัวมากสินะ กินอีกคำนะ เมื่อกี้ฉันพยายามมากทำไมคุณไม่หัวเราะเลยล่ะ ใช้ชีวิตให้ดีเหรอใครไม่อยากมีชีวิตที่ดีเล่า เพราะฉันอยากมีชีวิตที่ดีเลยเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ฉันทำอะไรผิดเหรอ ในโลกนี้มีแต่คนทำผิดต่อฉัน เคยมีใครขอโทษฉันบ้างมั้ย ฉันต้องขอโทษคนอื่นทุกวัน ทำไมฉัน ต้องมีชีวิตอย่างนี้ด้วย”
ยิ่วเชียนเครียด รู้สึกผิด

เหม่ยเหวินเดินเข้ามาเห็นจื้อหลิงนั่งอยู่คนเดียวก็แปลกใจ 
“เอ๊ะ อันซี”
“คิดไม่ออกเลยจริงๆ เมื่อวานตอนไปดูหิ่งห้อยยังดีอยู่เลย ทำไมวันนี้เป็นแบบนี้ล่ะ” จื้อหลิงบ่น 
“เพราะอันซีได้ยินเซี่ยยิ่วเชียนละเมอน่ะสิ”
“อะไรนะ เมื่อวานพวกเธอได้ยินคุณเซี่ยละเมอเหรอ”
“ฉันไม่ได้ยิน แต่อันซีได้ยิน”
“โธ่เอ๊ย รู้งี้ฉันกลับมานอนที่นี่ดีกว่า”
“เธอสมองเสื่อมหรือไงห๊ะ เพราะได้ยินเขาละเมอถึงได้เกิดเรื่อง เขาแค่อยากทำให้คุณเซี่ยอารมณ์ดี หวังว่าเขาเห็นนางฟ้าแล้วจะหัวเราะ เขาจะได้ลืมเรื่องทุกข์ใจ ใครจะไปรู้ว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้”

เหม่ยเหวินหน้าเครียด นึกสงสารอันซีจับใจ

อ่านต่อตอนที่ 8
กำลังโหลดความคิดเห็น...