xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องย่อ "พี่เลี้ยง"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เรื่องย่อ "พี่เลี้ยง"
 
บทประพันธ์ : ทมยันตี
บทโทรทัศน์ : วรรณา แต่งพลุเลิศ
กำกับการแสดง :
แนวละคร : ดรามา
อำนวยการผลิต : ดร. องอาจ สิงห์ลำพอง สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ดิจิตอลทีวี
ผู้จัด :เมย์ - ปทิตา กำเนิดพลอย
วันเวลาออกอากาศ : จันทร์ - พุธ เวลา 08.30 / 13.25 / 19.40 น. ทางช่อง 8
ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่มตอนแรก วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม 2559
จำนวนตอนออกอากาศ :

เรื่องย่อ
สัตยากับเรไร เติบโตขึ้นมาด้วยกันในบ้านสวนหลังงามริมน้ำ โดยสัตยาได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาเหมือนเป็นพี่ชายและพี่เลี้ยงที่ต้องคอยดูแลเรไรทุกฝีก้าว จนเรไรเรียกสัตยาติดปากว่า “พี่ชาย” และสัตยาเรียกเรไรว่า “คุณเร” หลายครั้งสัตยามักจะหนีไปเล่นคนเดียว เพราะอึดอัดใจที่เด็กหญิงตัวน้อยคอยตามติดตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไร แม้ในวันที่สัตยาปีนป่ายเล่นทโมนแบบเด็กผู้ชายบนต้นฝรั่งริมน้ำ เรไรก็ยังตามมาขอให้เก็บลูกฝรั่งให้ สัตยาตัดรำคาญโดยเก็บให้แล้วแกล้งปาส่งเดชจนไปโดนหน้าผากน้องน้อยบวมปูด สัตยาตกใจรีบเข้ามาช่วย แล้วสร้างเรื่องให้เรไรโกหกผู้ใหญ่ว่า ปาฝรั่งหวังจะไล่แมลง แต่เรไรเอาหน้าผากมารับไว้ เรไรพาซื่อรับปากจะช่วยพี่ชายไม่ให้ถูกทำโทษ แต่แล้วสัตยาโยนฝรั่งลงพื้นจนเปื้อนดิน เรไรเอาฝรรั่งไปล้างในน้ำจนตกน้ำไป

สุรางค์ แม่ของสัตยารู้ว่าลูกชายทำน้องตกน้ำจึงลงโทษอย่างหนัก แม้เรไรจะช่วยแก้ตัวว่าไม่ใช่ความผิดของพี่ชายก็ตาม แต่เพราะความจงรักภักดีและสำนึกในบุญคุณของระริน เพื่อนรักที่กลายมาเป็นเจ้านาย ระรินเป็นแม่ของเรไร หลังจากสามีซึ่งเป็นอธิบดีกรมการทูตเสียชีวิตลง จึงเลี้ยงดูลูกสาวเพียงคนเดียว และให้ที่พักพิงกับสุรางค์ เพื่อนสนิทซึ่งเป็นหม้ายเช่นกัน จากการสูญเสียสามีทหาร แถมยังอุปการะส่งเสียสัตยาให้ร่ำเรียนอย่างดี สุรางค์จึงเข้มงวดกับสัตยาให้ดูแลน้องอย่างดีที่สุด

ระรินเข้ามาห้ามสุรางค์ขณะกำลังลงโทษสัตยา ด้วยมองเห็นว่าการเล่นซนของเด็กก็ต้องมีเจ็บตัวบ้างมอมแมมบ้างตามประสา เรไรออกรับแทนสัตยา สุรางค์จึงยิ่งตอกย้ำให้สัตยาจดจำและเจียมตัวในฐานะของตนกับแม่ สัตยาโกรธเรไรที่ทำให้เขาถูกทำโทษ แต่เรไรก็มอบไข่ต้มที่เธอมักจะวาดเป็นหน้าของสัตยาในอารมณ์นั้นๆ ให้เขา เพื่อเป็นการง้องอน สัตยาจำต้องคืนดี แต่ก็แอบหมายมั่นไว้ในใจแบบเด็กๆ ว่าเมื่อไรเรไรโตขึ้นเขาจะเลิกยุ่งด้วยเสียที
หน้าที่อีกอย่างของสัตยาคือการคอยสอนเรไรทำการบ้าน ในห้องสมุดของตระกูลพจนภาคย์ ซึ่งเป็นตระกูลนักการทูต ตั้งแต่ปู่ของเรไร จนถึงพ่อของเธอ เมื่อเรไรไม่เข้าใจในสิ่งที่สัตยาสอน เขาก็มักจะดุว่าและโต้เถียงกับเธอเสมอ เรไรต้องเป็นฝ่ายยอมสัตยาทุกครั้ง เรไรมุ่งมั่นจะทำงานด้านทูตเหมือนกับปู่และพ่อ เรไรพูดตามประสาเด็กว่า หากสัตยาไปเห็นทหารแล้ว เธอจะยอมเป็นม่ายให้ 3 ปี แต่สัตยาไม่อยากเป็นทหารเหมือนพ่อ เพราะไม่อยากให้แม่ต้องถูกทิ้งอยู่คนเดียวหากเขาเป็นอะไรไป เขาจึงตั้งใจจะเป็นวิศวกร ทั้งสองเกิดการถกเถียงกัน จนระรินต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย โดยให้สัตยารับปากว่าจะดูแลเรไรเมื่อเธอโตขึ้น เพราะระรินเองสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงนัก มีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัว

นอกจากช่วยดูแลเรไรแล้ว สัตยายังมีหน้าที่ช่วยแม่ทำขนมไทยขาย จึงได้รับการถ่ายทอดความละเอียดอ่อนละเมียดละไมมา ทั้งที่นิสัยแท้จริงนั้นเป็นเด็กผู้ชายใจเพชรและเป็นเสือยิ้มยาก ในขณะที่เรไรมักจะเข้ามาขอชิมขนมในเรือนของสุรางค์บ่อยๆ แม้จะสนใจอยากช่วยทำขนมด้วย แต่สุรางค์มักจะห้าม ให้นั่งรอกินอย่างเดียว
บงกช เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับระรินและสุรางค์กลับมาจากเมืองนอก หลังจาก ประทีป สามีซึ่งเป็นทูตกลับมาประจำการเมืองไทย จึงย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับระริน บงกชรับจัดโต๊ะอาหารงานเลี้ยงการกุศล จึงถือวิสาสะเข้ามาหาสุรางค์ หวังจะขนข้าวของเครื่องใช้ของระรินและนำฝีมือทำอาหารระดับชาววังของสุรางค์ไปอวดในงานในนามของตัวเอง เพราะบงกชกับระรินเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่สมัยสาวๆ

สัตยากับเรไรจึงได้พบกับโชติวัน ลูกชายเพียงคนเดียวของบงกชด้วย บงกชอดไม่ได้ที่จะค่อนแคะสัตยาที่ดูมีวาสนาได้ใกล้ชิดเรไร โชติวันโตกว่าสัตยาเล็กน้อย และการที่ได้ไปเรียนเมืองนอกจึงทำให้มีมุมมองแปลกใหม่และดูเป็นผู้ใหญ่กว่าทั้งสองมาก เรไรตื่นต้นที่มีเพื่อนใหม่ จึงซักถามโน่นนี่ตามประสาเด็กช่างเจรจา จนไม่ทันสังเกตว่าสัตยาผู้เงียบขรึมแอบน้อยใจ พอเรไรรู้ก็ตามมาง้อ แต่สัตยาไล่ไปและแอบโกรธจนเก็บไปละเมอยามหลับ
หลังจากนั้น โชติวันก็กลายเป็นแขกประจำของบ้านพจนภาคย์ ความสุภาพและเป็นผู้ใหญ่ของโชติวันทำให้สัตยายอมรับในที่สุดและยังสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว เพราะสัตยาสามารถเล่นทโมนอย่างเด็กผู้ชายได้เต็มที่ เรไรจึงกลับเป็นฝ่ายงอนพี่ชาย แต่โชติวันก็เป็นตัวกลางให้ทั้งสองคืนดีกันทุกครั้ง

ในขณะเดียวกัน บงกชนั้นมองการณ์ไกลที่ยอมให้ลูกชายคนเดียวไปใกล้ชิดกับเรไร โดยอ้างว่าห่วงที่สัตยากับเรไรไม่เหมาะสมกัน ประทีปดูออกจึงคอยปรามภรรยาไว้ เพราะเห็นเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาสและบุญวาสนา ไม่ควรบังคับใจใครหรือดูแค่ความเหมาะสม ไม่เช่นนั้นจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เหมือนกับที่เขาเคยประสบ
วันเวลาผ่านไป สัตยาได้เข้าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างที่ตั้งใจไว้ เขาแอบหวังว่าเรไรจะสอบได้คนละที่กับเขา เพื่อที่เขาจะได้เป็นอิสระ ไม่ต้องมีเธอมาคอยตามติดทุกฝีก้าวได้ แต่เรไรกลับสอบติดคณะอักษรศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเดียวกับสัตยาได้ เรไรดีใจมาก สัตยาแอบผิดหวัง แต่ก็ยังต้องทำหน้าที่คอยดูแลเรไรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะระรินซื้อรถให้สัตยาไว้ขับไปมหาวิทยาลัยกับเรไรด้วย

สัตยาขัดใจที่มักจะถูกเพื่อนๆ ร่วมคณะล้อเรื่องต้องรับส่งเรไร เพราะเรไรนั้นยิ่งโตยิ่งสวยงามน่าทะนุถนอม เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ แต่หลายคนไม่แน่ใจว่าสัตยากับเรไรเป็นพี่น้องกันแบบไหน เรไรกลับไม่ทุกข์กับคำแซวของเพื่อนและทำเฉยเสีย พอเห็นสัตยาไม่พอใจก็เอ่ยถึงโชติวันทำนองไม่ง้อ หากโชติวันกลับจากการฝึกวิชาทหารอากาศ เธอจะให้มารับส่งแทนสัตยา

หลังเลิกเรียนวันหนึ่ง สัตยาแกล้งถ่วงเวลามารับเรไรช้าๆ จึงได้พบกับ เวณิกา เพื่อนสนิทของเรไรที่อยู่รอเป็นเพื่อน ทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างที่ได้ต่อปากต่อคำกับหญิงสาวฝีปากกล้า สัตยาชื่นชมความมั่นใจและคล่องแคล่วของเวณิกา ซึ่งตรงกันข้ามกับเรไรที่เขาต้องคอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา แต่เวณิกาเกรงใจเจียมตนไม่อยากติดรถกลับบ้าน เรไรเป็นห่วงเพื่อน จึงรีบบอกสัตยาว่าเวณิกานั้นอยู่ทางเดียวกัน เมื่อเขาไปส่งเธอ จึงรู้ว่าเวณิกากำพร้าพ่อ อยู่กับแม่และน้องชาย แม่มีอาชีพรับจ้างเย็บผ้า ส่วนเวณิกานั้นหารายได้พิเศษส่งตัวเองเรียนด้วยการทำงานในร้านกาแฟ ชีวิตต้องต่อสู้ดิ้นรนคล้ายสัตยากับแม่ เขาจึงยิ่งนิยมและสนใจในตัวเธอ

เมื่อเรไรต้องไปทำงานรายงานกับเวณิกาที่บ้าน สัตยาได้ทีจึงรีบอาสาไปรับส่งด้วย วัลภา แม่ของเวณิกาให้การต้อนรับทั้งสองเป็นอย่างดี ส่วนเวทินก็มองสัตยาเป็นแบบอย่าง เพราะอยากเรียนวิศวะเหมือนกัน และดูเหมือนสัตยาจะเลิกทำหน้าเคร่งขรึม กลายเป็นคนช่างพูดช่างเย้าแหย่กับเวณิกา หากจะเปรียบผู้หญิงเป็นดอกไม้ เรไรนั้นเหมือนดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ไร้รอยมลทิน แต่ดูจืดชืดเมื่อได้พบกับดอกไม้พันธุ์ใหม่ที่สีสันสดใสน่าพิศวงอย่างเวณิกา

วันหนึ่งสัตยาบอกให้เรไรกลับเอง เพราะจะไปติวต่อกับเพื่อนที่คณะ เรไรจึงวิ่งฝ่าสายฝนไปขึ้นรถไฟฟ้า และเห็นภาพบาดใจ เมื่อรถของสัตยาเลี้ยวจากประตูรั้วมหาวิทยาลัยแล่นผ่านไป โดยมีหญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถคือเวณิกา
โชติวันเมื่อได้หยุดพักจากการฝึกก็รีบมาหาเรไรก่อนทันที โดยยังไม่เข้าบ้านตัวเอง เรไรดีใจที่เห็นโชติวัน รีบเอาขนมออกไปต้อนรับและคุยด้วยนิสัยออดอ้อนอย่างเคย แต่คราวนี้สัตยากลับรู้สึกแปลกๆ ที่เห็นภาพนั้น จึงเลี่ยงออกมาให้ทั้งสองพูดคุยกัน และเปิดโอกาสให้โชติวันได้ไปรับไปส่งเรไรที่มหาวิทยาลัยแทนตน แล้วตัวสัตยาเองก็หาโอกาสใกล้ชิดกับเวณิกา เหมือนจะทดแทนความรู้สึกบางอย่างที่อ้างว้างในใจ

โชติวันมักจะแวะดื่มกาแฟขณะรอไปรับเรไรที่มหาวิทยาลัย ในร้านกาแฟที่เวณิกาทำงานอยู่ เมื่อเห็นโชติวัน เวณิกาก็แอบปลื้ม ด้วยความร่าเริงเป็นกันเองและมีน้ำใจของเขา โดยยังไม่รู้ว่าโชติวันกับเรไรรู้จักกัน แม้แต่อุษณีย์ เจ้าของร้านก็มักจะล้อว่าเวณิกาให้บริการกับนายทหารหนุ่มคนนี้เป็นพิเศษ

จนกระทั่งวันที่เรไรชวนเวณิกาไปเที่ยวบ้าน เมื่อเวณิกาว่างจากการทำงานพิเศษ และโชติวันก็มานั่งเล่นอยู่ที่บ้านของเรไร เวณิกาดีใจที่มีโอกาสได้รู้จักกับโชติวันมากกว่าการพบกันในร้านกาแฟ
ระหว่างที่หนุ่มสาวทั้งสี่รับประทานของว่างร่วมกัน สัตยาพยายามหาโอกาสเอาใจเวณิกา ขณะที่โชติวันไม่ห่างจากเรไร เวณิกาจึงดูออกว่าในสายตาของโชติวันมีเพียงเรไรเท่านั้น แต่ลึกๆ ก็ยังแอบหวังว่าโชติวันจะสนใจเธอบ้าง เพราะดูเหมือนเรไรจะยังไม่แสดงท่าทีพิเศษกับโชติวันมากไปกว่าสัตยา

โชติวันอิ่มแล้วหนังตาหย่อนจะนอนพักสักงีบ แต่เรไรมาอ้อนให้ขับรถไปส่งเวณิกาก่อน สัตยาอาสาไปส่งเอง แต่เวณิกาออกตัวว่า ให้โชตินอนก่อนแล้วค่อยไปส่งพร้อมกัน สัตยาจึงกระซิบว่าน่าจะให้โอกาสเรไรกับโชติได้มีเวลาส่วนตัว เวณิกาจึงจำใจต้องตกลง แต่เรไรกลับบอกว่าจะไปส่งด้วย สุรางค์จึงหันมาห้ามว่าหากโชติตื่นมาไม่พบใครจะพาลน้อยใจ เรไรจึงจำต้องปล่อยให้สัตยาไปส่งเวณิกาตามลำพัง

เรไรปรารภกับสุรางค์อย่างน้อยใจว่า หมู่นี้สัตยาดุเธอบ่อย สุรางค์ได้แต่ปลอบและสอนว่าคนที่เรารักจะสู้คนที่รักเราไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไป เพราะเขารักเรา เขาจะยอมอดทนได้เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เรไรว่าถ้าเธอไม่ได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก เธอจะไม่แต่งงานเสียดีกว่า สุรางค์ได้แต่ภาวนาไม่ให้เรไรแคล้วคลาดจากโชติวัน ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าต้องมีปัญหาตามมาอีกแน่

บงกชรู้ว่าลูกชายกลับมาก็หนีมาขลุกอยู่ที่บ้านกับเรไรทั้งวันก็ไม่พอใจนัก จึงมาโวยวายให้ลูกกลับบ้านบ้าง โดยหารู้ไม่ว่าที่โชติวันเลือกเรียนทหารเพราะต้องการหนีความเจ้ากี้เจ้าการของแม่ แม้บงกชจะสนับสนุนให้โชติวันดองกับเรไร แต่ก็อดแขวะไม่ได้ว่าที่บ้านนี้มียาเสน่ห์อะไร สุรางค์ต้องออกรับว่าไม่มียาเสน่ห์มีแต่น้ำใจ บงกชประชดกลับว่ามีแต่น้ำใจก็ขอให้ตลอดรอดฝั่ง อย่ามีมารผจญ พอบงกชไปแล้ว ระรินได้แต่ปลอบเพื่อนรักว่า บงกชปากอยู่ที่หัวใจ พูดอะไรไม่กลั่นกรอง

โชติวันชวนเรไรไปดูหนัง เรไรจึงชวนสัตยาไปด้วย สัตยาจะชวนเวณิกา แต่เวณิกาติดงาน จึงไปกันเพียงสามคน สัตยาเปิดโอกาสให้เรไรกับโชติใกล้ชิดกัน โดยตัวเองจะเลี่ยงในดูอย่างอื่น ขณะที่เรไรก็มัวแต่มองหา ห่วงว่าพี่ชายหายไปไหน โชติแก้ตัวให้ว่าคงจะมองหาของไปให้แฟน เรไรแอบเสียใจแต่ก็ฝืนทำหน้าปกติ ขณะที่สัตยาทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็แอบมองทั้งสองแล้วรู้สึกเจ็บแปลบในใจ

เวณิกาคอยชะเง้อมองหาโชติวันที่ร้านกาแฟทุกวัน แต่พักหลังโชติหายไป เป็นสัตยาที่มักจะมานั่งที่ร้านแทน เวณิกาทำเป็นถามถึงเรไร สัตยาบอกว่ามีคนพาเที่ยวแล้ว เวณิกาจึงพอจะเดาออกว่าโชติหายไปไหน แล้ววันหนึ่งเวณิกาก็ดีใจมากเมื่อเห็นโชติวันเข้ามาซื้อกาแฟในร้าน เธอต้อนรับเขาอย่างคุ้นเคย แต่สักพักเรไรก็ตามมาพร้อมกับสัตยา โชติคอยดูแลเรไรเป็นพิเศษ จนทำให้สัตยากับเวณิกาอดมองด้วยความเจ็บปวดไม่ได้ สัตยาจำต้องยอมรับว่าตนเป็นได้แค่พี่ชายที่มีฐานะเป็นพี่เลี้ยงให้คุณเรเท่านั้น เพราะทุกคนยอมรับว่าคุณเรกับคุณโชติเหมาะสมและคู่ควรกันที่สุด

ความรักสี่เส้าดำเนินต่อไปอย่างคลุมเครือ จนมาถึงจุดแตกหัก เมื่อใกล้วันที่เรไรใกล้จะสำเร็จการศึกษา โชติขอร้องให้สัตยาเป็นพ่อสื่อให้เขากับเรไร เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานกับเธอหลังจากเธอเรียนจบ เพราะทุกครั้งที่เขาพยายามจะพูดเรื่องนี้ เรไรมักจะทำท่าใสซื่อไม่เข้าใจ ทำให้เขาไม่กล้าบอกความในใจกับเธอได้ จึงต้องอาศัยพี่ชายอย่างสัตยาช่วยสานสัมพันธ์ให้

การตัดสินใจทำหน้าที่พ่อสื่อของสัตยาเป็นการเปิดฉากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เรไรประชดพี่ชายว่า หากพี่ชายจะมีความสุขที่เธอยอมตกลงแต่งงานกับโชติ เธอจะยอมแต่งงานวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยก็ได้

งานหมั้นระหว่างโชติกับเรไรจึงจัดขึ้นอย่างสมหน้าสมตา สัตยารับหน้าที่ตากล้องจำเป็นอย่างเจ็บปวด เรไรเศร้าหมองไม่ยิ้มหรือร่าเริง เวณิกาก็มาร่วมงานอย่างฝืนยิ้มยินดีกับเพื่อน

หลังจากงานหมั้นผ่านไป สัตยาตัดสินใจไปทำงานต่างจังหวัด เรไรเป็นห่วงสัตยามาก ขอสัญญาจากสัตยาว่าจะกลับบ้านเดือนละครั้ง สัตยาจำเป็นต้องรับปาก แต่พอถึงเวลาจริง สัตยาก็มักจะอ้างว่าติดงาน ปล่อยให้เรไรรออย่างเศร้าสร้อย

เรไรเรียนจบและสอบเข้ากระทรวงต่างประเทศได้สมใจ โชติขอให้สัตยาช่วยทำเซอร์ไพรส์ขอเรไรแต่งงาน ตอนแรกเรไรไม่ตอบรับ ทำให้โชติใจเสีย สัตยาจึงถามย้ำ เรไรประชดตอบรับ โชติดีใจมาก แต่แล้วโชติได้รับคำสั่งให้ไปชายแดน จึงต้องเลื่อนงานแต่งงานออกไป โชติเลือกหน้าที่มาก่อนเรื่องส่วนตัว สัตยามาส่งโชติพร้อมกับเรไรและเวณิกา โชติล่ำลาอย่างอาลัยอาวรณ์ เขารับปากว่าจะกลับมาแต่งงานกับเรไรทันทีที่เสร็จภารกิจ เรไรห่วงโชติวันตามประสาคู่หมั้นและเพื่อนที่ผูกพันกันตั้งแต่วัยเด็ก แต่เวณิกานั้นสมัครใจจะจากเป็นกับโชติวัน

แต่แล้วเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจของทุกคน เมื่อได้รับข่าวร้ายว่าเครื่องบินของโชติวันถูกยิงตก บงกชหัวใจแตกสลาย สัตยาอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ จึงอาสาไปรับศพเพื่อนด้วยความเศร้าโศก เรไรได้แต่พร่ำร้องไห้ว่า ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ คุณเรจะรักคุณโชติให้สมกับที่เขารักเธอ เวณิการ่ำไห้ให้กับชายที่ไม่มีโอกาสล่วงรู้เลยแม้แต่น้อยว่าเธอแอบรักเขาอยู่เต็มหัวใจ

งานศพผ่านพ้นไปอย่างสำเร็จลุล่วงโดยสัตยา ผู้ที่เข้มแข็งพอจะดูแลงานจนแล้วเสร็จ และยังคอยปลอบใจบงกชที่เอาแต่คร่ำครวญเศร้าโศกกับการสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวจนไม่เป็นอันทำอะไร บงกชจึงยึดเหนี่ยวสัตยาเหมือนเป็นตัวแทนของโชติวันและเป็นลูกชายอีกคนของเธอ สัตยาขอย้ายกลับมาทำงานกรุงเทพ เพื่อช่วยดูแลบงกช โดยคอยขับรถให้และพาไปทำบุญ ซึ่งอีกจุดประสงค์หนึ่งก็คือจะได้ช่วยดูแลเรไรด้วย

บงกชมองเห็นว่าสัตยาคิดอย่างไรกับเรไร และเรไรรู้สึกอย่างไรกับสัตยา เธอจึงทำตัวเสมือนแม่อีกคนของสัตยา นำเรื่องนี้ไปหารือกับระรินและสุรางค์

เรไรยังไม่คลายทุกข์โศกที่มีต่อโชติวัน หน้าที่พี่เลี้ยงของสัตยาจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยบงกชรับหน้าที่จัดผู้ใหญ่มาพบระรินเพื่อสู่ขอเรไรให้กับลูกชายคนใหม่ของเธอคือสัตยา งานหมั้นหมายระหว่างสัตยาและเรไรถูกจัดขึ้นท่ามกลางความยินดีของทุกฝ่าย เพื่อให้สัตยาทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับเรไรตลอดไป
จบบริบูรณ์
 
คาแร็คเตอร์ตัวละคร

คาแร็คเตอร์ตัวละคร

สัตยา รับบทโดย (มังกร -ปภาวิน หงษ์ขจร)ชายหนุ่มวัย 20-22 ปี นิสัยเคร่งขรึม พูดน้อยแต่เถียงเก่ง หยิ่งในศักดิ์ศรี มีเหตุผล เชื่อฟังแม่ แต่บางครั้งก็ดื้อเงียบ เป็นลูกทหาร จึงมีความกล้าหาญอยู่ในสายเลือด แต่เลือกเรียนวิศวะ เพราะฝังใจที่พ่อซึ่งเป็นทหารเสียไปตั้งแต่เขายังเล็ก เป็นผู้ชายห้าวๆ แต่มีความสามารถทำขนมและอาหารไทยๆ ได้ดี เพราะช่วยแม่มาตั้งแต่เด็ก หลงรักเรไร แต่พยายามปฏิเสธตัวเอง เพราะเจียมตัวว่าเป็นได้แค่ “พี่เลี้ยง” ของเธอเท่านั้น

เรไร รับบทโดย (จีน่า แคทเทอรีน)หญิงสาววัย 18-22 ปี ลูกสาวคนเดียวของระริน ได้รับการเลี้ยงดูมาแบบคุณหนูทุกกระเบียดนิ้ว แต่มีความใสซื่อบริสุทธิ์ จริงใจ น่าทะนุถนอม อ่อนนอกแข็งใน เด็ดเดี่ยว เรื่องใดถ้าตัดสินใจแล้วไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ บางครั้งกล้าทำอะไรห่ามๆ อย่างที่คนอื่นนึกไม่ถึง รักเดียวใจเดียว
โชติวัน รับบทโดย (มาร์ค - อภิวิชญ์ จักษ์ตรีมงคล)ชายหนุ่มวัย 23-25 ปี พ่อเป็นทูตแต่เลือกเรียนทหารอากาศ นิสัยตรงไปตรงมา เป็นสุภาพบุรุษ ขี้เล่น จิตใจดี มีน้ำใจ ใจกว้าง มีเหตุมีผล รักความยุติธรรม เป็นผู้ชายอบอุ่น รักเดียวใจเดียว หลงรักเรไรและไม่เคยมองใครอีกเลย

เวณิกา รับบทโดย (ลูกตาล-ทิพย์รัตน์ อมาตยกุล)เพื่อนสนิทของเรไร อยู่กับแม่และน้องชาย พ่อเสียไปตั้งแต่เด็ก จึงเป็นคนสู้ชีวิต มั่นใจในตัวเอง ขยันขันแข็ง เรียนเก่ง ทำงานเก่ง ฝีปากกล้า ทันคน โตเกินวัย เป็นเหมือนผู้หญิงในอุดมคติของสัตยา แอบรักโชติวันแต่ต้องเก็บความในใจไว้

ระริน รับบทโดย (อุ้ย-สุธิตา เกตานนท์)แม่ของเรไร หญิงม่าย อดีตภรรยาอธิบดีกรมการทูต เป็นผู้ดีเก่าร่ำรวย แต่จิตใจดี มีเมตตา สุขภาพไม่ค่อยดี เป็นโรคหัวใจ จึงห่วงลูกสาวเพียงคนเดียว อยากให้มีคนดูแล

สุรางค์ รับบทโดย (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของสัตยา หญิงม่าย สามีเป็นทหารเสียชีวิตแล้ว อาศัยอยู่กับระริน จึงสำนึกบุญคุณมาโดยตลอด นิสัยระเบียบจัด ตรงไปตรงมา เก่งงานบ้านงานเรือน มีฝีมือทางอาหารคาวหวานชาววัง ทำขนมไทยส่งขาย

บงกช รับบทโดย (กชกร นิมากรณ์) แม่ของโชติวัน เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับระรินและสุรางค์ ชิงดีชิงเด่นกับระรินมาโดยตลอด นิสัยเจ้ากี้เจ้าการ รักสวยรักงาม แต่งตัวเฉิดฉายอยู่เสมอ เคร่งครัดในกิริยามารยาทการฑูต ชอบออกงานสังคม

ประทีป รับบทโดย (เล็ก ไอศูรย์)พ่อของโชติวัน เป็นนักการฑูตที่ได้รับการอุปถัมภ์จากสามีของ
ระริน จึงถือว่าครอบครัวของระรินเป็นผู้มีพระคุณ เคร่งขรึม พูดน้อย แต่ฉลาดรอบคอบ รักความยุติธรรม คอยทัดทานเมื่อภรรยาคือบงกชทำอะไรออกนอกหน้าจนเกินไป

วัลภา รับบทโดย (แวร์ โซล)แม่ของเวณิกา เป็นหม้ายสามีตาย เลี้ยงดูลูกอย่างปากกัดตีนถีบ รับจ้างเย็บผ้าโหล ขยันขันแข็ง เจียมเนื้อเจียมตัว แต่ก็เข้มงวดกับลูก คอยสอนให้เป็นกุลสตรีและหยิ่งในศักดิ์ศรีแม้จะยากจน

เวทิน รับบทโดย (ไมล์ -ณกรณ์ จำปาดิบ)น้องชายของเวณิกา ดื้อและเกเรตามประสาวัยรุ่นบ้าง อยากมีของฟุ่มเฟือยตามเพื่อนที่รวยกว่า แต่ด้วยความรักแม่และพี่สาว ทำให้ไม่ออกนอกลู่นอกทางมากนัก พอเจอสัตยาก็ยึดถือเป็นแบบอย่างและเข้ากันได้ดี

ต้อยติ่ง รับบทโดย (ลูลู่ อาร์สยาม) คนรับใช้บ้านสุรางค์ คอยช่วยทำขนม

อุษณีย์ รับบทโดย (ผัดไท) เจ้าของร้านกาแฟ เจ้านายของเวณิกา ปากจัด พูดจาโผงผาง แต่สนุกสนาน ละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องเงินไม่ให้กระเด็น



















กำลังโหลดความคิดเห็น...