xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าสาวเฉพาะกิจ ตอนที่ 26

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เจ้าสาวเฉพาะกิจ ตอนที่ 26

สราญนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ประกายฟ้ากำลังจะเอาหมอนกดบนหน้าสราญ พลันเสียงโทรศัพท์ดัง ประกายฟ้าเสียอารมณ์
 
“มารจริงๆ เลย”
สราญเริ่มรู้สึกตัว งัวเงียเพ่งมอง เห็นประกายฟ้าอยู่ตรงหน้า รีบหลับตาทำเป็นไม่รู้สึกตัว ประกายฟ้า เดินไปหยิบมือถือมากดรับ
“ว่าไงคะคุณผสาน”
“ลืมไปแล้วรึไง ว่าวันนี้เรามีนัดกันเรื่องหนูเล็ก ผมก็เลยโทรมาถามว่าจะเอายังไง ผมใจร้อนนะครับ”
“ขอโทษที ฉันก็กำลังจะโทรหาอยู่พอดี อีกสักครู่เราไปเจอกันที่เดิม ฉันจะให้คุณจัดการกับนังเดือนฉาย หรือยัยหนูเล็กวันนี้เลย”
“ได้ครับได้”
“คุณต้องไม่พลาด ต้องเอาตัวมันออกไปจากบ้านนี้ให้เร็วที่สุด แล้วเจอกันค่ะ”
ประกายฟ้ากดวางสาย ก่อนหันไปมองสราญที่นอนนิ่ง
“ฉันขอไปจัดการเรื่องที่มันใหญ่กว่า แล้วค่อยมาจัดการกับแก”
ประกายฟ้ายิ้มเหี้ยม สราญตื่นตระหนก

เภา นิด ถวิล นั่งคุยกับย่า ภัทรเดินเข้ามา
“คุณแม่”
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอ แล้วแม่สราญเป็นยังไง ดีขึ้นไหมวันนี้”
“ก็เหมือนเดิมครับคุณแม่ ว่าแต่คุณแม่มีอะไร ถึงได้โทรตามให้มาพบครับ”
“ภัทร แม่ว่า แกควรจะให้ความเป็นธรรมกับแม่เดือนเขาบ้างนะ”
“เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะครับ เพราะสิ่งที่เขาทำกับคุณสราญ มันทำให้ผมหมดใจ ผมรับไม่ได้จริงๆ”
ย่าถอนใจมองภัทร นิดรีบพูดขึ้น
“แต่หนูว่า คุณประกายฟ้าเป็นคนที่น่าสงสัยมากกว่าคุณเดือนอีกนะคะคุณภัทร”
“ไหนล่ะหลักฐานที่บอกว่าเขาเป็นคนทำ มันไม่มีเหตุผลเลย”
นิดหันไปสบตาเภา หน้าจ๋อย
“งั้นก็ต้องรอให้แม่สราญฟื้นขึ้นมา หรือไม่ก็ต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์”
“ผมขอตัวไปพักก่อนนะครับคุณแม่”
ย่ามองหนักใจ เภาแค้นประกายฟ้า
“ทำยังไงถึงจะกระชากหน้ากากยัยคนนี้ออกมาได้เสียที”
“ก็นั่นน่ะสิ ต่อให้เราสงสัย พูดยังไง ก็ไม่มีใครฟังคนใช้อย่างเราหรอกพี่”
เภาหันไปสบตานิด พยักหน้าเนือยๆ
“ก็เป็นไปตามที่คุณภัทรว่า ในเมื่อไม่มีหลักฐาน เราจะไปโทษเขาได้ยังไง”
“อืม ก็คงต้องปล่อยให้เวรกรรมทำงานไป ใครทำอะไรก็ต้องได้อย่างนั้นแหละ”
ย่าถอนใจ เครียด

สราญอิดโรยและอ่อนล้า พยายามคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงด้วยความยากลำบาก รวบรวมสตินึกเบอร์มือถือของภูมิ พยายามกด จนสำเร็จ ภูมินั่งเซ็นเอกสารที่ห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์ดัง สราญใช้เบอร์โทรของโรงพยาบาลโทรมา ภูมิมองโทรศัพท์ตกใจ นึกว่าสราญเป็นอะไร
“คุณแม่ ว่าไงครับคุณหมอ”
สราญน้ำเสียงอ่อนล้า ไร้เรี่ยวแรง
“ภูมิ”
“ครับ ใช่ครับผมภูมิ รัตนบดินทร์ เป็นญาติคุณสราญครับ”
“ภูมิ นี่แม่เอง”
ภูมิทั้งตกใจ ทั้งดีใจ
“คุณแม่ นี่คุณแม่รู้สึกตัวแล้วจริงๆ เหรอครับ”
“ภูมิ ตั้งใจฟังแม่นะ เดือนฉายไม่ได้เป็นคนทำร้ายแม่ ประกายฟ้าต่างหากที่เป็นคนทำ”
ภูมิอึ้งไป
“ตอนนี้เดือนฉายมีอันตราย ภูมิต้องรีบไปช่วยเขานะลูก”
“คุณแม่นอนหลับอยู่ แล้วรู้ได้ยังไง คุณแม่ฝันไปรึเปล่า”
“ไม่ได้ฝัน แม่ได้ยินประกายฟ้า เขาคุยกับใครก็ไม่รู้”
“แต่ตอนนี้คุณแม่อยู่คนเดียว ผมจะไปหาคุณแม่ก่อน”
“ไม่ต้องห่วงแม่ บอกให้ไปก็รีบไป เดี๋ยวจะไม่ทันการ”
สราญรีบวางสาย ก่อนกดกริ่งที่เตียงเรียกพยาบาล แล้วหงายตึงนอนแผ่ไปบนเตียงตามเดิม ภูมิอึ้งคิด
“ประกายฟ้างั้นเหรอ”
ภูมิรีบวิ่งออกไป

ผสานกับจอส ยืนรอประกายฟ้าหน้าบ้านภูมิ ประกายฟ้าขับรถเข้ามาจอด ลงจากรถเดินเข้ามาหาผสาน
“แม่หนูเล็กของคุณ เขาอาศัยอยู่ในบ้านนั้น”
“หะ แล้วเขามาอยู่ได้ไง”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าเขามาอยู่ที่นี่ในฐานะเมียคุณภูมิ รัตนบดินทร์ แล้วก็ชื่อเดือนฉาย ไม่ใช่หนูเล็ก หรือรามนรีอะไรนั่น”
ผสานหันไปมองหน้าจอส
“หวังว่าคงจะไม่ผิดฝาผิดตัวนะครับคุณ”
“ถ้าดูจากรูปที่ให้มา ก็หน้าเหมือนกันเดี๊ยะ แล้วในวันงานแม่เดือนฉาย ก็หนีแบบเอาเป็นเอาตาย แสดงว่าต้องใช่คนเดียวกันแน่ๆ”
“ถ้างั้นเขาก็เกี่ยวโยงเป็นญาติกับคุณศจี กับคนในบ้านนี้”
ประกายฟ้าพยักหน้าให้
“หรือว่า ที่จอสสงสัยว่าคุณระพีรู้กันกับคุณหนูเล็ก มันจะเป็นเรื่องจริง”
ผสานครุ่นคิด เครียด
“เขาจะรู้กันยังไงก็ช่าง คุณไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น แค่ทำตัวให้พร้อม ที่จะเล่าเรื่องโกหกของยัยหนูเล็กให้ทุกคนฟัง เขาจะได้ตาสว่างกันเสียที”

ผสานครุ่นคิด

รามนรีกำลังจะเดินไปบ้านย่า มือใครบางคนคว้าหมับที่ข้อมือ เธอหันไปมองตกใจ
 
“นายผสาน”
“ขอบคุณที่ยังจำผมได้ และยังไม่ลืมกัน”
รามนรีเห็นประกายฟ้ายืนกอดอกยิ้มสะใจ
“ทีนี้รู้รึยัง ว่าแกกับฉันใครเจ๋งกว่ากัน ฉันจะให้โอกาส จะไม่แฉความชั่วร้ายของแก ถ้าแกเลือกจะไปจากที่นี่อย่างเงียบๆ เดี๋ยวนี้”
“อย่ามาขู่คนอย่างฉัน เพราะฉัน จะไม่ไป”
“แต่คุณต้องไป”
ผสานฉุดกระชากลากถูรามนรีออกไป ภูมิวิ่งเข้ามาช่วย ชกหน้าผสานจนล้มลงไป เลือดกบปาก ประกายฟ้าตกใจ
“คุณกล้าดียังไง ถึงได้มาทำร้ายภรรยาผมถึงในบ้าน หะ”
จอสรีบวิ่งเข้าไปประคองผสาน ผสานมองหน้าภูมิยิ้มเยาะ
“ภรรยางั้นเหรอ ถ้าคุณพูดผิดพูดใหม่ได้ เพราะคุณคงจะยังไม่รู้ ว่าผู้หญิงคนนี้เขาเป็นเมียผมที่หนีมา”
รามนรีตกใจ ภูมิหันขวับไปมองหญิงสาว
“ไม่จริง คุณกับฉัน เราไม่เคยมีอะไรกัน แล้วไปพูดอย่างนั้นได้ยังไง”
ผสานยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สนใจ ย่า ภัทร เภา ถวิล นิด เดินเข้ามา
“นี่มันเรื่องอะไรกัน มาเอะอะโวยวายในบ้านฉันได้ยังไง”
“มีอะไรกันภูมิ”
ภัทรถาม ประกายฟ้าชิงตอบ
“เรากำลังกระชากหน้ากากเดือนฉายตัวปลอมกันอยู่ค่ะ”
ย่ากับภัทรมองหน้ากัน ก่อนหันไปมองรามนรีกับภูมิ
“วันนี้ ฉันต้องการให้ทุกคนพูดความจริงทั้งหมด ฉันจะให้เวลาไปเคลียร์กันซะ แล้วค่อยเอาความจริงมาบอกฉัน ไปกับย่าตาภูมิ”
ย่ากับภัทร และภูมิ เดินออกไป ประกายฟ้ามองรามนรียิ้มสะใจ

รามนรีเดินหน้าเครียดเข้ามาในห้อง
“โอ๊ย เอาไงดีล่ะที่นี้ ฉันจะทำยังไงดี”
รามนรีกุมขมับ เดินวนไปวนมาตัดสินใจ
“เอาวะเป็นไงเป็นกัน มันมาสุดทางแล้วนี่”
รามนรีรีบหยิบโทรศัพท์โทรหาไผท
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ประกายฟ้าพานายผสานมาเจอฉันที่นี่”
“หะ”
“แล้วทุกคนก็รู้เรื่องนี้หมดแล้ว รอเวลาแค่ฉันไปเฉลยเรื่องราวทั้งหมด และฉันก็ไม่มีปัญญาที่จะโกหกใครได้อีกแล้ว มันถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงแล้ว คุณทำยังไงก็ได้ ให้พี่เดือนมาที่นี่ให้เร็วที่สุด”
“แล้วเดือนเขาจะยอมไปไหม ที่ผ่านมาเราก็หน้าแตกทุกครั้งที่พูดถึงเจ้าภูมิ เขาไม่เคยเล่นด้วยเลย”
“แต่ครั้งนี้ ฉันมั่นใจ ว่าฉันจะทำให้พี่เดือนเข้าใจและให้อภัยคุณภูมิได้แน่ แต่คุณต้องพาเขามาที่นี่..เดี๋ยวนี้”
ไผทครุ่นคิดตัดสินใจ
“ก็ดีเหมือนกัน ทุกคนจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจ ไม่ต้องโกหกกันไปกันมา ผมจะพยายามพาเขาไปให้ได้”
รามนรีส่ายหน้าเนือยๆ กับปัญหาชีวิต ในขณะที่ไผทวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากบริษัท เรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกไปอย่างเร็ว

ระพีกับศจี ช่วยกันเตรียมของจะกลับใต้ มีเจือจันทร์คอยช่วย เสียงโทรศัพท์ระพีดัง เป็นสายจากผสาน
“พี่พี ตอนนี้ผมเจอตัวหนูเล็กแล้ว”
“แล้วคุณเจอหนูเล็กที่ไหน”
“ที่บ้านคุณหญิงรัตนบดินทร์ คุณย่าของคุณศจี”
“หะ เจอที่บ้านคุณหญิงรัตนบดินทร์”
“เชิญพี่พี มาที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะครับ”
“ได้ เดี๋ยวผมจะรีบไป”
จอสมองผสานไม่เข้าใจ
“จะไปโทรบอกเขาทำไมครับนายหัว เดี๋ยวก็ชวดฉลูขาลเถาะอีกหรอก”
“แต่กูต้องการให้เขามาร่วมรับรู้ ว่าน้องเขาทำอะไรไว้กับกูไว้บ้าง เล่นละคร ก็ต้องเล่นให้เนียนให้จบสวยๆ เพราะมันถึงเวลาที่กูต้องเอาคืนแล้ว”
จอสเริ่มเข้าใจ

เดือนฉายเดินไปหยิบกุญแจรถ เพื่อจะออกไปทำธุระข้างนอก เสียงกริ่งดัง เธอชะโงกหน้าไปมอง เห็นชายใส่หมวกกันน็อค ยืนชะเง้อมองมา เดือนฉายตกใจกลัว วิ่งกระหืดกระหอบไปหลบแอบมอง เห็นชายคนเดิมถอดหมวกกันน็อค ด้วยท่าทางร้อนรน ก่อนควักเงินจ่าย และหันหน้ามา จึงรู้ว่าเป็นไผท เดือนฉายถอนใจโล่อก
“ขอบคุณมากครับพี่”
มอเตอร์ไซค์รับจ้างขับรถออกไป ไผทกดกริ่งรัว เกาะรั้วชะโงกมองเข้ามาในบ้าน เดือนฉายเปิดประตูออกมา
“มาแล้วค่ะมาแล้ว จะมา แล้วทำไมไม่โทรมาบอกก่อน รู้ไหมว่าเดือนตกใจแทบแย่”
“ขอโทษที ผมไม่มีเวลา เพราะรีบมาก คุณเดือนไปกับผมเดี๋ยวนี้”
“ไปไหนคะ”
“คือ คือ ผมมีเรื่องสำคัญมากอยากจะบอก แต่ยังบอกไม่ได้ตอนนี้ ขอให้มั่นใจ ว่าผมไม่พาคุณเดือนไปทำอะไรไม่ดีแน่ ได้โปรดไปกับผม เพราะเรื่องนี้มันสำคัญกับชีวิตของใครหลายคนจริงๆ”
เดือนฉายยังสับสน ไผทเห็นท่าไม่ดี รีบดึงมือหญิงสาวไปขึ้นรถ แล้วรีบขับรถเดือนฉายออกไป

รามนรีพยายามถ่วงเวลา ออกมาโทรศัพท์หาไผทหน้าบ้าน แต่ไผทปิดเครื่อง
“ตกลงจะเอายังไง จะมาได้ไหมเนี่ย”
นิดวิ่งเข้ามาตะโกนเรียก
“คุณคะ”
รามนรีสะดุ้งโหยงตกใจ
“คุณท่านให้มาตาม ให้ไปเดี๋ยวนี้ เพราะทุกคนรออยู่ค่ะ”
รามนรีมองไปที่หน้าประตูไม่เห็นใคร กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนตัดสินใจ
“ไปก็ไปค่ะ”
รามนรีเดินตามนิดไป ทุกคนนั่งรอฟังคำสารภาพจากปากรามนรี ย่าเห็นรามนรีก็พูดขึ้น

“ถึงเวลาที่ต้องเล่าความจริงแล้ว”

รามนรียิ้มแหยมองย่า
 
“ค่ะ”
รามนรีหลับตาสูดลมหายใจเข้าปอดพยายามรวบรวมความกล้า อ้าปากจะพูด ก่อนหุบปากเมื่อหันไปเห็นระพี ศจี เจือจันทร์ เดินเข้ามา
“พี่พี”
ศจีกับเจือจันทร์ เดินเข้ามาหาย่ากับภัทร
“นี่มันอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว”
ประกายฟ้ายิ้มสะใจ คิดอยู่ในใจ
"ถ้าวันนี้แกไม่กระเด็นออกจากที่นี่ก็ให้มันรู้ไป"
ไผทพาเดือนฉายเดินตามเข้ามา
“เดือนฉาย”
เดือนฉายหันไปมองภูมิกับรามนรีก็แปลกใจ ก่อนตั้งสติหันไปมองหน้าไผท มีคำถาม ย่ากับภัทรยิ่งสงสัย
“นี่มันอะไรกัน ตกลงฉันโดนหลอกกี่ชั้นกันแน่เนี่ย”
ประกายฟ้าหันไปยิ้มสะใจกับผสาน รามนรีเดินเข้าไปหาเดือนฉาย จูงมือเดินเข้ามาหาย่ากับภัทร
“พี่เดือนคะ นี่คุณย่ากับคุณพ่อคุณภูมิค่ะ”
เดือนฉายยกมือไหว้
“นี่คือคุณเดือนฉาย ฉัตรากร ผู้หญิงที่คุณภูมิรัก และเป็นว่าที่ภรรยาตัวจริงค่ะ”
ย่าจะเป็นลม ภัทรกับภูมิรีบเข้าไปประคอง เภารีบเอายาดมมาให้ย่า จนอาการดีขึ้น ฟังต่อได้ เดือนฉายเดินเลี่ยงไปยกมือไหว้ระพี ศจี เจือจันทร์ ป้องปากกระซิบถาม
“นี่มันอะไรกันพี่พี เดือนงงไปหมดแล้วเนี่ย”
“พี่ก็ไม่ต่างจากเรา รอเขาเฉลยละกัน”
เดือนฉายพยักหน้าให้ระพี ก่อนพากันมองรามนรีกับภูมิ ย่าทนไม่ไหว
“ไหนว่ามา เรื่องจริงมันเป็นยังไง”
รามนรีกับภูมิ เริ่มต้นเล่าเรื่องจริงทั้งหมดให้ทุกคนฟัง

รถหรูของเสี่ยอุดร ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านภูมิ รถผู้ติดตามขับตามมาจอดเทียบ คนขับรถเสี่ยอุดรวิ่งลงไปเปิดประตูรถ พวงศรีกับประกัน ก้าวตามออกมา ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว
“เดี๋ยวพวกแกตามเข้าไป แล้วห้ามทำอะไรห่ามๆ จนกว่าจะสั่งเข้าใจไหม”
ลูกน้องเสี่ยอุดรตอบพร้อมกัน
"ครับเสี่ย"
เสี่ยอุดรมองเข้าไปในบ้าน

รามนรีกับภูมิ ช่วยกันเล่าเรื่องทุกอย่างจนจบ ทุกคนต่างมึนงง มองหน้ากันไปมา ย่ากับภัทรกุมขมับ
“เฮ้อ ฉันจะเป็นลม”
“เพราะเจ้าภูมิแท้ๆ”
“หนูเล็กก็มีส่วนผิดด้วยเหมือนกัน ผมต้องขอโทษทุกท่านแทนน้องสาวผมด้วยนะครับ”
รามนรียิ้มแหยหลบตา
“เห็นไหมคะพี่ภูมิ ว่าคนที่หลอกคือเขาไม่ใช่ฟ้า เขาสร้างเรื่องเพื่อจะมาจับพี่ภูมิ”
เสียงเสี่ยอุดรดังขึ้น
“เธอก็ไม่ต่างจากเขา แถมยังหนักกว่าอีก”
ประกายฟ้าหันไปมอง ตกใจ เสี่ยอุดร ประกัน พวงศรี เดินเข้ามา
“เธอแบล็คเมล์คุณภูมิเขายังไม่พอ แล้วยังคิดจะเอาเด็กในท้องที่เพิ่งจะปฏิสนธิมาเป็นข้ออ้างว่าเป็นลูกเขาอีกแน่ๆ”
“ไม่จริงนะคะ ไม่จริง ไอ้นี่มันบ้า มันใส่ความฟ้าค่ะ”
พวงศรีมองวิงอนหน้าเศร้า
“ฟ้า หยุดได้แล้วลูก หยุดเถอะ”
“เราผิดมามากพอแล้ว อย่าไปทำให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะเราอีกเลยลูก” ประกันช่วยพูด
ภูมิเดินงงๆ ไปหาเสี่ยอุดร
“นี่มันอะไรกันครับพี่เสี่ย”
“จะงงทำไม เพราะที่ผ่านมาเราเข้าใจว่าเรามีแฟนชื่อว่าเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริง เรามีแฟนคนเดียวกันต่างหาก”
“สรุปว่าโดนหลอกทั้งคู่ แล้วพี่เสี่ย ก็โดนหนักกว่าแกอีก”
“พอดีพ่อกับแม่เขามาบอก ว่าประกายฟ้าท้อง และอาจจะเป็นลูกพี่ ก็เลยต้องรีบมา จะได้ช่วยแก้ปัญหาให้ภูมิด้วยไง”
ภูมิมองเสี่ยอุดรซาบซึ้ง ยกมือไหว้
“กราบขอบพระคุณพี่มากเลยนะครับ ที่ช่วยผม”
เสี่ยอุดรตบไหล่ พยักหน้าให้กำลังใจภูมิ ก่อนหันไปส่งซิกให้ลูกน้องพาตัวประกายฟ้าออกไป
“อ๊าย ไม่เอาไม่ไป พี่ภูมิอย่าไปเชื่อมัน พี่ภูมิต้องเชื่อฟ้า ต้องช่วยฟ้านะคะ”
ผสานกับจอส มองประกายฟ้า ตกใจ ประกันกับพวงศรี ยกมือไหว้ย่ากับภัทร
“อะไรที่พวกเราเคยทำไม่ดีไว้ ก็ขอกราบอภัย และขออโหสิด้วยนะคะ”
“คนเราถ้าผิดแล้วคิดได้ ฉันก็พร้อมจะให้อภัยเสมอ”
“ผมก็ไม่ติดใจอะไร ขออโหสิให้ เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิมนะครับ”
ประกันกับพวงศรี มองซาบซึ้ง ก่อนพากันเดินไปหารามนรี
“ฉันขอโทษ ที่เคยทำไม่ดีกับหนูไว้มากมายเหลือเกิน”
“หนูเข้าใจว่าทุกอย่างที่คุณน้าทำไป ก็เพราะรักลูก หนูขออโหสิให้ค่ะ”
พวงศรีกับประกันมองรามนรีซาบซึ้ง รามนรีถอนใจโล่งอก

ระพีดึงมือรามนรีมาคุยกันในสวนบ้านย่า
“มานี่เลยยัยตัวแสบ”
“หนูเล็กไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุการณ์มันพาไปนี่พี่”
“รู้ตัวไหม ว่าทำให้ทุกคนวุ่นวายกันไปหมด”
“ก็ใครจะไปรู้ ว่ามันจะมาพันกันอิรุงตุงนังอย่างนี้นี่คะ”
“พี่ขอสั่งให้กลับไปกับพี่เดี๋ยวนี้ แล้วพรุ่งนี้เราจะกลับใต้กัน”
“หนูเล็กกลับแน่ แต่ไม่ใช่เดี๋ยวนี้”
“ทำไม จะก่อเรื่องอะไรอีก”
“ไม่ได้ก่อเรื่องอะไร แค่จะต้องทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จก่อน”
“ไม่ต้องทำก็ได้ เดี๋ยวพี่จะไปบอกเขาให้เอง”
“ไม่ได้ค่ะไม่ได้ มันเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้คุณภูมิกับพี่เดือนเขาเข้าใจกัน รักกันให้ได้ แล้วไหนจะคุณนายที่หนูเล็กมีส่วนทำให้ท่านต้องได้รับชะตากรรม พี่พีอย่าให้หนูต้องรู้สึกผิดในใจ ถ้าต้องไปโดยไม่ได้ร่ำลาเลยค่ะ”
“พี่น่ะพอเข้าใจ แต่พ่อเราล่ะ เขาจะเข้าใจแกไหม ถ้าให้พี่เดา ป่านนี้คุณผสานคงโทรไปรายงานเรียบร้อยแล้ว หรือว่าเรากำลังจะหาทางหนี”
“เข็ดแล้วค่ะ ต่อไป ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร หนักหนาแค่ไหน หนูเล็กก็จะไม่คิดหนีปัญหาอีกแล้วค่ะ”
“แล้วจะเอายังไงกับคุณผสาน”
“เดี๋ยวหนูเล็กจะไปทำความเข้าใจกับเขาเอง”

ระพีมองหน้ารามนรีนิ่งคิด

ภูมิ ไผท เดือนฉาย ย่า ภัทร เภา ถวิล นิด นั่งคุยกันต่อ
 
“ไม่อยากจะเชื่อ ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ ถ้าไม่เพราะไอ้กะล่อนนั่น”
ภูมิหน้าเจื่อน
“อย่าเม้าท์เผาขนอย่างนี้สิครับคุณย่า ผมเสียชื่อเสียงหมด”
“คนอย่างแกไม่มีชื่อเสียงมีแต่ชื่อเสีย”
ย่าหันไปมองเดือนฉาย
“อาจเป็นบุญของหนู ที่บอกเลิกกับมัน”
เดือนฉายยิ้มแหยมองย่า ไผทรีบอธิบาย
“เขายังไม่ได้เลิกกันครับคุณย่า แค่รอให้คุณเดือนใจอ่อน เราลุ้นให้รีเทิร์นกันอยู่”
ภูมิยิ้มเจื่อน
“แต่จะว่าไป หนูเหมาะกับตาไทมากกว่าตาภูมินะ เพราะดูเป็นคนดีทั้งคู่”
“โห คุณย่าชมซะผมไปไม่เป็นเลย แล้วถ้าไอ้ภูมิมันหึงขึ้นมา คุณย่าจะว่ายังไง”
ภูมินึกได้
“อุ้ย ผมมัวแต่ยุ่งๆ จนลืมบอกไป ว่าคุณแม่รู้สึกตัวแล้วนะครับ”
เภากับนิดปรบมือดีใจ ภัทรตำหนิลูกชาย
“แล้วทำไมเพิ่งมาบอก ผมขอตัวไปโรงพยาบาลก่อนนะครับคุณแม่”
“ให้แม่ไปด้วยคนสิ”
“งั้นให้พวกเราไปด้วยนะคะ”
ย่าพยักหน้า
“แล้วเรื่องทางนี้ล่ะครับ” ภัทรถาม
“ในเมื่อรู้ความจริงแล้ว ก็ปล่อยให้เขาเคลียร์กันเอา เราไม่เกี่ยว ใครทำกรรมอะไรไว้ ก็ต้องรับกรรมนั้นไป ไปลูก”
ย่าควงภัทรเดินออกไป ภูมิกวาดตามองหารามนรี

รามนรีเดินเข้าไปหาผสาน จอสยืนคุมเชิงคอยมองอยู่
“ฉันขอเวลาสองวัน แล้วฉันจะกลับไป”
“คุณทำกับผมขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามาขอให้ผมไว้ใจคุณได้อีกเหรอ คุณจะทำไปเพื่ออะไร”
“เพื่อความสบายใจ และตอบแทนความมีน้ำใจของคนที่นี่”
ระพี ศจี เจือจันทร์ เดินเข้ามา
“ให้โอกาสเขาอีกสักครั้งเถอะนะคุณผสาน”
“นะคะคุณผสาน”
“ผมให้สัญญา เมื่อถึงเวลา ผมจะมาพาเขากลับไปด้วยตัวผมเอง”
“อะไรที่มันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันแล้วไปเถอะนะคะ” เจือจันทร์เตือนสติ
“ก็ได้ครับ”
“ขอบคุณมาก.เมื่อถึงวันนั้น เราจะได้เคลียร์กันทุกเรื่องให้ชัดเจนอีกที”
ผสานพยักหน้าให้ระพี ก่อนหันมองรามนรี
“หวังว่าคุณจะทำตามสัญญานะ”
ระพีกับรามนรีหนักใจ

รามนรีหน้าเศร้า เดินเข้ามาในห้อง เก็บของใส่กระเป๋า ภูมิเดินเข้ามา
“นั่นคุณทำอะไร”
“ก็เก็บของไง เพราะอีกไม่กี่วันฉันก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว”
ภูมิใจหาย
“แล้วคุณขึ้นมาทำไม แล้วพี่เดือนอยู่ไหน”
“นั่งอยู่กับเจ้าไท ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน”
“นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้ปรับความเข้าใจกับเขา แล้วทำไมไม่ทำ”
“ก็ผมบอกแล้วไง ว่าผมไม่ได้รักเขา แต่ผมรักคุณ”
“เลิกพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ แล้วตามฉันมาเดี๋ยวนี้”
รามนรีจะดึงมือภูมิ แต่ภูมิรีบเอามือหลบ
“ไม่ ผมไม่ไป ถ้าจะไป ผมจะไปบอกเขา ว่าเรารักกัน”
“ถ้าคุณกล้าที่จะทำอย่างนั้น ก็ถือว่าเราขาดกัน ฉันจะไม่เหลือให้คุณแม้แต่ความเป็นเพื่อน”
“เข้าใจผมบ้างได้ไหม ว่าผมรักคุณ ผมไม่อยากจะโกหกใครอีกแล้ว”
รามนรีเจ็บจี๊ดในใจ แต่ทนเก็บเอาไว้ ทำเกรี้ยวกราดกลบเกลื่อน
“ก็ไม่ต้องโกหก แค่คุณเอาใจเดิมๆ เอาความรู้สึกเดิมๆ ของคุณออกมา แล้วไปหาเขากับฉัน ไป”
รามนรีเข้าไปดึงมือภูมิ ลากตัวออกไป

ผสานโทรศัพท์หาสารวัตรบิ๊ก
“ไอ้สารวัตร เรื่องยัยหนูเล็กฉันมาเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรรบกวนแกแล้ว”
“อ้าวเหรอ เออๆ ดีใจด้วยนะ”
“ยังไงก็ขอบใจแกมากๆ ที่มีส่วนช่วยทำให้เรื่องนี้จบได้เร็วขึ้น”
“ไม่เป็นไร อะไรที่ช่วยได้ฉันก็ยินดี ยังไงก็ขออวยพรให้สมหวังนะเพื่อน ถ้ามีอะไรก็โทรมา ฉันต้องไปทำงานต่อแล้ว”
ผสานยิ้มดีใจ
“ไปไอ้จอส วันนี้ฉลองชุดใหญ่ มึงอยากไปไหน กูตามใจมึง”
“ว้าวๆๆ ฉลองชุดใหญ่ตามใจจอส แน่นะนายหัว”
ผสานพยักหน้าให้ จอสกลอกตาไปมา ยิ้มเพ้อ

เดือนฉายนั่งอยู่กับไผทที่สนามบ้านภูมิ
“คุณไทกับยัยหนูเล็กก็พอกัน โกหกซะเนียนเชียว น่าหยิกให้เนื้อเขียวทั้งคู่”
เดือนฉายถอนใจ รามนรีกับภูมิเดินเข้ามา
“พี่เดือนคะ ถ้าจะโทษถ้าจะผิด ก็ผิดที่หนูเล็ก ไม่ใช่เขา ขอโทษที่ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้วุ่นวายไปหมด และขอให้พี่มั่นใจ ว่าทุกอย่างที่ทำไป ก็เพราะรักและหวังดีกับพี่จริงๆ”
“พี่เชื่อแล้วจ้ะ”
รามนรีจับมือภูมิกับเดือนฉาย มาจับกันไว้ ไผทแอบเศร้า
“ฝากดูแลพี่สาวฉันให้ดีนะคะเจ้านาย อย่าทำให้เขาต้องร้องไห้ ต้องเสียใจเพราะคุณอีก”
ภูมิอึดอัดใจ มองรามนรีน้ำท่วมปาก
“พี่เดือนก็เหมือนกัน ให้อภัยคุณภูมิเถอะนะคะ”
เดือนฉายมองรามนรีซาบซึ้ง
“คุณสองคน ปรับความเข้าใจกันนะ”

ไผทพยักหน้าให้รามนรีเดินออกไปด้วยกัน

เจ้าสาวเฉพาะกิจ ตอนที่ 26 (ต่อ)

ระพีนั่งหน้าเครียด ศจีนั่งเฝ้าไม่ห่าง เจือจันทร์ยกแก้วน้ำเข้ามาให้
 
“กินน้ำเย็นๆ ให้หายเครียดก่อนนะลูก”
“ขอบคุณมากครับคุณแม่”
“ยังงงไม่หาย ยังทำใจไม่ทัน แล้วก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะเป็นไปได้”
“แม่ฟังเรื่องของพวกเขา ยังแทบจะช็อค แล้วคนเป็นพี่อย่างพีจะขนาดไหน”
“ไม่อยากจะคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าพี่ภูมิรักหนูเล็กจริงๆ แล้วคุณผสาน ก็ยังยืนยันจะแต่งงานกับหนูเล็กให้ได้ แล้วเดือนฉายก็จะแต่งงานกับพี่ภูมิ อะไรมันจะเกิดขึ้นคะพี”
“ก็นั่นแหละที่ผมห่วง
“แม่คิดตามที่ศจีพูด มึนหัวตึ้บเลย แต่ถ้าจริง ก็เป็นเรื่องอีก”
ระพีถอนใจ กุมขมับ

เดือนฉายมองหน้า เห็นภูมิเศร้า ก็คิดว่าภูมิเสียใจเพราะสำนึกผิด
“ภูมิ เดือนขอโทษ ที่ทำกับภูมิแบบนั้น เพราะที่ผ่านมาภูมิไม่เคยจริงจัง ไม่เคยทำให้เดือนรู้ว่ารักของเรามันจริงหรือหลอก แต่วันนี้ ทุกคนทำให้เดือนรู้แล้ว ว่าภูมิรักเดือนมากแค่ไหน”
ภูมิรู้สึกอึดอัดใจ อยากจะบอกความจริงออกไป แต่ไม่กล้า กลัวรามนรีไม่พอใจ
“ต่อไปเราจะกลับมารักกันใหม่ เดือนจะไม่ติดใจอะไรแล้วค่ะ”
ภูมิฝืนยิ้มให้
“ขอบคุณมากครับเดือน”
เดือนฉายโผกอดภูมิ รามนรีกับไผทหันกลับไปมอง เห็นเดือนฉายกอดกับภูมิ ต่างคนต่างแอบเศร้า แต่ฝืนใจพูด
“น่าดีใจแทนพวกเขา ที่จะได้กลับมารักกันเสียที”
“ค่ะ แค่นี้ก็ถือว่าหมดหน้าที่ฉันแล้ว”
“ทำไมคุณดูเศร้าจัง คุณแน่ใจนะ ว่าไม่ได้รักเจ้าภูมิมันจริงๆ”
รามนรีฝืนยิ้ม ร่าเริง
“ไม่เลยค่ะ ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย แล้วคุณล่ะ ฉันเคยเห็นคุณกอดพี่เดือนในวันที่พี่เดือนร้องไห้เสียใจ ดูคุณเป็นห่วงเขา เศร้ากว่าเขาอีก คุณคิดอะไรกับพี่ฉันรึเปล่าคะ”
ไผทรีบกลบเกลื่อน
“เปล่าเลย ผมไม่เคยคิดอะไรอย่างนั้นเลย”
ทั้งสองคนวางฟอร์มนิ่ง ไม่กล้าพูดต่อกลัวเข้าตัว ภูมิกับเดือนฉาย เดินเข้ามาหาทั้งสองคน
“เรากลับกันเถอะค่ะคุณไท”
“อ้าว ทำไมไม่ให้คุณภูมิไปส่งล่ะคะ”
“ใช่ๆ ให้เขาไปส่งสิครับ เดี๋ยวผมขับรถคุณเดือนตามไปส่งให้เอง”
ภูมิถอนใจหน้าเซ็ง
“ไม่เป็นไร ให้ภูมิเขาไปพักผ่อนเถอะ วันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว แล้วเจอกันนะคะภูมิ”
“ครับ”
“ขอบใจสำหรับทุกอย่าง พี่ไปนะ ไปค่ะคุณไท”
เดือนฉายยิ้มให้รามนรีกับภูมิ ก่อนเดินออกไปกับไผท รามนรีหันไปมองหน้าภูมิ เอาเรื่อง
“คุณเป็นอะไร ทำไมถึงได้ทำหมางเมินกับพี่ฉันขนาดนั้น”
“ทำไมคุณต้องบังคับให้ผมรักใคร ผมทำไม่ได้”
“แต่คุณต้องทำให้ได้”
“เพราะคุณไม่เคยรักใคร คุณก็เลยไม่รู้ ว่าถ้ารักจริงมันเป็นยังไง”
รามนรีทำเป็นไม่สนใจเดินหนีไป ภูมิเครียด

สราญนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ภัทรเปิดประตูยิ้มร่าเข้ามา สราญลืมตามามอง เห็นทุกคนมา น้ำตาไหล
“ตาภูมิล่ะ แล้วหนูเดือนเป็นยังไง เขาปลอดภัยไหม”
“คุณไม่ต้องห่วง เขาปลอดภัยดี และปัญหาทุกอย่างก็ถูกเคลียร์ไปหมดแล้ว”
“คุณแม่ หนูขอโทษที่ไม่เคยเชื่อฟังคุณแม่ หรือแม้แต่คุณภัทร”
ย่าเดินเข้าไปจับมือสราญ
“ไม่เป็นไร ลืมเรื่องร้ายๆ ไป แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ”
“ใช่ เราต้องเรียนรู้ที่จะยอมเสียอะไรไป เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีๆ กลับมา และผมมั่นใจว่าต่อไป ผมจะได้เมียที่ดีแน่ๆ”

“แน่นอนค่ะ ฉันรู้ซึ้งแล้ว ไม่เอาอะไรแล้ว ฉันอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับคุณ กับครอบครัวเราให้มีความสุขที่สุดก็พอ”

นิดพูดแทรกขึ้น
 
“คุณสราญขา คุณเดือนฉายที่เรารู้จัก ตอนนี้เขากลายเป็นคุณหนูเล็กแล้วนะคะ”
“ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร จะชื่ออะไรก็ไม่สำคัญ เพราะต่อไป ฉันจะดูคนที่นิสัยใจคอมากกว่าอย่างอื่น”
ย่ายิ้มร่า ยกโป้งให้สราญ
“ถูกแล้วล่ะลูก”
“โห นี่ถ้าคุณเดือน เอ๊ย คุณหนูเล็กของเรามาได้ยินเข้า คงจะร้องไห้หนักมาก” เภากระเซ้า
“อย่าว่าแต่เขา แม้แต่ฉัน ก็ซาบซึ้งใจ จนน้ำตาจะไหลเลยนะพี่เภาพี่หวิน”
ภัทร สราญ และย่า ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ไผทนั่งกินอาหารกับเดือนฉายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“คุณเดือนคงจะหิวมากใช่ไหมครับเนี่ย เห็นกินไม่พูดไม่จาเลย”
เดือนฉายยิ้มแหย
“ก็ตั้งแต่ออกจากบ้าน ยังไม่ได้กินอะไรเลย แต่ตอนนี้อิ่มแล้วค่ะ คุณไท เดือนว่าภูมิเขาดูแปลกไปนะคะ”
“แปลกยังไงครับ”
“เดือนรู้สึกว่า สิ่งที่เขาทำ มันเหมือนตรงกันข้ามกับที่เขาคิด”
ไผทหน้าเจื่อนรีบกลบเกลื่อน
“เป็นไปไม่ได้ เจ้าภูมิมันน่าจะคิดได้จริง”
“ก็ไม่รู้สินะ ความรู้สึกเดือน มันบอกอย่างนั้นจริงๆ ว่าแต่เขายังมีเรื่องอะไรที่โกหกเดือนอยู่อีกไหมคะ แล้วเขากับหนูเล็กสนิทกันมากไหม”
ไผทยิ้มแหย พูดเบาๆ ไม่เต็มเสียง
“ไม่นะ สถานะเขาก็แค่เจ้านายกับลูกน้อง”
เดือนฉายมองสงสัยไผท แต่ไม่พูดอะไร
“งั้นเดือนก็คงจะคิดมากไปเอง”
ไผทถอนใจโล่งอก

กลางคืน เภากับนิด นั่งดูทีวีไป บีบนวดให้ย่าไป รามนรีเดินเข้ามา
“อ้าว แม่เดือน อุ้ยแม่หนูเล็ก”
“ตกลงคุณย่ากับพี่ๆ โกรธหนูไหม ที่โกหกไปเยอะเลย”
เภากับนิดส่ายหน้า
“ได้ฟังเหตุผลของเรา ย่าก็เข้าใจ ไม่โกรธอะไรหรอกลูก”
รามนรีมองซาบซึ้ง
“ขอบคุณมากนะคะที่เมตตา ยังไงหนูก็กราบขอโทษอีกครั้งค่ะ”
ทุกคนยิ้มให้
“ก่อนจะไป หนูขออนุญาต มานอนบ้านคุณย่าจะได้ไหมคะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ งั้นก็มานอนกับย่า เพื่อสั่งลาก็แล้วกัน”
รามนรียิ้มดีใจ
“บอกตามตรงว่าย่ารักหนูเหมือนลูกเหมือนหลานจริงๆ ถ้าคิดถึงถ้าอยากจะมา ก็มาได้ทุกเมื่อนะลูก”
รามนรีมองย่าน้ำตารื้น ก่อนเข้าไปกอด
“หนูรักคุณย่านะคะ”
ย่ากอดรามนรี รู้สึกใจหาย

ภูมินอนกายหน้าผากอยู่บนเตียง นึกถึงที่ผสานบอกว่ารามนรีเป็นภรรยา
“ที่คุณไม่เคยมองมาที่ผม ปฏิเสธผมตลอดเวลา ก็เพราะผู้ชายคนนี้งั้นเหรอ”
ภูมิครุ่นคิดหน้าเครียด ในขณะที่ย่ากับรามนรี สวดมนต์ไหว้พระจนเสร็จ เอนหลังนอนคุยกัน
“รู้ไหม ใจจริงย่าเสียดาย ย่าอยากได้หนูเป็นหลานสะใภ้ที่สุด”
“แต่คุณภูมิ เขาเกิดมาเพื่อรักพี่เดือน สำหรับหนูกับเขา มันเป็นไปไม่ได้ แล้วเราก็ไม่ได้รักกันค่ะ”
“แต่ทำไมย่ารู้สึกว่าเจ้าภูมิมันรักหนูจริงๆ ล่ะ”
รามนรีอึ้งไป รีบกลบเกลื่อน ทำเป็นขำๆ
“คุณภูมิ เขาชอบแกล้งชอบอำ ชอบทำให้คนอื่นเข้าใจผิดอยู่เรื่อยเลยค่ะคุณย่า”
“เหรอ แสดงว่าเจ้าภูมิ มันหลอกย่าได้เนียนมากเลยนะ”
รามนรีไม่กล้าคุยต่อ แกล้งหาว
“คุณย่าขา วันนี้หนูง่วงมาก หนูขอนอนก่อนได้ไหมคะ”
“ได้สิลูก ง่วงก็นอนเถอะนะ”
รามนรีแกล้งข่มตาหลับ พลิกตัวหันหลังให้ย่า ลืมตาหน้าเศร้านึกถึงภูมิ
 
ในขณะที่ภูมิเองก็นอนกระสับกระส่ายคิดถึงรามนรีเช่นกัน

ตอนเช้า รามนรีทำอาหารเช้าเสร็จ รีบขึ้นมาอาบน้ำที่ห้อง เปิดประตูแง้มเข้ามา
 
เห็นภูมินอนอยู่บนเตียง เธอย่องเงียบเข้ามา คว้าผ้าเช็ดตัวจะเดินไปเข้าห้องน้ำ
“ทำไมคุณต้องหนีผมด้วย”
รามนรีสะดุ้งเฮือก หันมามองภูมิ เห็นเขาหน้าขาวซีดเพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน ภูมิจับมือรามนรีวิงวอน
“ผมขอร้อง คุณอย่าไป ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”
รามนรีเศร้า พยายามหักห้ามใจ ดึงมือออก
“ฉันว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว ทุกอย่างสำหรับเรามันจบแล้ว”
“แต่สำหรับผม มันยังไม่จบ”
“งั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกัน”
รามนรีเดินหนีไปเข้าห้องน้ำ
“โธ่โว้ย”
ภูมิกุมขมับ เครียด

รามนรีพยายามหลบหน้าภูมิ มานั่งร้อยพวงมาลัยกับย่า เสียงโทรศัพท์ดัง ย่ากดรับสายจากภัทร
“คุณแม่ พรุ่งนี้คุณหมอเขาอนุญาตให้คุณสราญกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้แล้ว”
“ดีลูกดี เดี๋ยวแม่จะให้เด็กไปทำความสะอาดห้องไว้ให้นะ”
“ครับคุณแม่ งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ”
“พรุ่งนี้แม่สราญ จะได้กลับบ้านแล้วนะ”
รามนรียิ้มดีใจ นิดกับเภาดีใจ
“งั้นหนูขออาสา ไปทำความสะอาดห้องให้คุณนายเองนะคะ”
“งั้นให้นิดกับพี่เภาไปช่วยคุณหนูเล็กนะคะคุณท่าน จะได้ช่วยกันทำงาน”
ย่าพยักหน้ายิ้มให้ ทั้งสามรีบไปที่ห้องสราญ รามนรีบรรจงเช็ดฝุ่น บนโต๊ะเก้าอี้ ตู้และหัวเตียง เภาถูพี้น นิดทำความสะอาดห้องน้ำ รามนรีกับเภา ช่วยกันเปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนจนเสร็จ เภากับนิดเดินเคาะกระป๋อง ร้องรำทำเพลงกลับไปบ้านย่าอย่างมีความสุข รามนรีเดินยิ้มตามหลังมาติดๆ ก่อนตกใจ เมื่อมีมือใครบางคน มาปิดปากไว้ แล้วดึงตัวเธอไป

ภูมิล็อคตัวรามนรีพามาที่รถ แล้วผลักเข้าไปในรถ ล็อคตัวไว้กับเบาะ
“นี่คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ”
“ไม่ ในเมื่อคุยกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องคุย คุณต้องหนีไปกับผม”
“ไม่นะไม่ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันที”
เภากับนิดได้ยิน หันไปมองตามเสียง เห็นรามนรีกวักมือขอความช่วยเหลือ ถวิลเห็นภูมิรีบเอาผ้าที่เตรียมมามัดปาก และเอาเชือกมัดมือมัดเท้ารามนรีไว้
“อ้าว เมื่อกี้ยังเดินมากับเรา แล้วไปได้ไง”
“ไปตอนไหนวะเนี่ย”
เภากับนิดพยักหน้าให้กัน รีบวิ่งไปช่วยรามนรี ถวิลเกาหัว
“นังสองตัวนี่ ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวกับเขาเลย สงสัยมันไม่เคยดูละคร”
ภูมิออกมายืนที่หน้ารถ มองเภากับนิดหน้าดุ
“อย่ามายุ่งเรื่องผัวเมีย”
ทั้งสองหน้าเจื่อน ภูมิขับรถออกไป รามนรีมีผ้าคาดปาก หันหน้ามาส่งเสียงอู้อี้ขอความช่วยเหลือ เภากับนิดสงสาร แต่ทำได้แค่ยืนมองตาละห้อยจนรถลับตา
“ต้องคุณท่านเท่านั้นที่จะช่วยได้ว่ะนังนิด”
“หือ สมองช้า ต้องกินปลาเยอะๆ ก็คงจะตามทันอยู่หรอกนะ”
“หือ อีนังนี่ ทันหรือไม่ ก็ไปก่อนเถอะวะ”
เภากับนิดวิ่งไปหาย่ากระหืดกระหอบ
“คุณท่าน คุณหนูเล็ก”
“คุณหนูเล็ก”
“อะไรของพวกแกเนี่ย”
“คุณหนูเล็ก ถูกลักพาตัวไป”
“หะ อย่าบอกนะว่าพ่อผสานอะไรนั่น มาเอาตัวเขากลับไปก่อนกำหนด แจ้งความ ต้องไปแจ้งความเท่านั้น แจ้งหนึ่งเก้าหนึ่งเดี๋ยวนี้”
เภากับนิดยังหอบ พยายามยกมือปฏิเสธ ถวิลเดินเข้ามา
“คนที่พาคุณหนูเล็กหนีไปคือคุณภูมิ ครับคุณท่าน”
ย่าถอนใจโล่งอก
“แต่คุณภูมิ เอาผ้าปิดปาก”
“มัดแขน มัดขา แล้วเอานั่งหน้ารถ แล้วขับปรู๊ดออกไปเลยค่ะคุณท่าน”
ย่ายิ้มเจ้าเล่ห์
“งั้นก็ปล่อยเขาไป เผื่อว่าฉันจะได้หลานสะใภ้คนนี้กลับคืนมา หรือพวกแกไม่ชอบ”
เภากับนิดมองหน้าย่า ตอบพร้อมกัน
"ชอบค่ะชอบ"
“งั้นก็เฉยไว้ และต่อไปนี้ห้ามตกใจเด็ดขาด ทำให้เป็นธรรมชาติเข้าไว้”

เภากับนิดพยักหน้าเข้าใจ ถวิลถอนใจโล่งอก

รถภูมิขับไปตามถนนเลียบหาด ก่อนขับเข้าไปจอดริมทะเล
 
ภูมิเปิดประตูรถให้รามนรี เอาผ้ามัดปาก ขาและแขนออก
“ฉันขอสั่ง ให้คุณพาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้”
“ผมก็ขอสั่งให้คุณหยุดพูดแล้วไปกับผมเดี๋ยวนี้”
“ทำไมคุณดื้ออย่างนี้นะ”
“คุณต่างหากที่ดื้อ”
รามนรีมองภูมิเหนื่อยใจ พยายามใจเย็น ยอมตามใจภูมิ ภูมิสั่งอาหารทะเลมาเต็มโต๊ะ ทั้งสองต่างกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย
“นี่คุณจะเลี้ยงส่งฉันหรือไง”
ภูมิหุบยิ้ม หมดอร่อย รวบช้อนวาง ไม่กินต่อ
“อ้าว ฉันพูดมันผิดตรงไหน ก็ในเมื่ออีกไม่กี่วันฉันก็ต้องไปแล้วนี่”
“แต่ผมไม่มีทางให้คุณไป เพราะนับจากนี้ เราจะหนีไปด้วยกัน”
รามนรีตกใจจนสำลักอาหาร ภูมิลูบหลังให้รามนรีด้วยความห่วงใย เสียงโทรศัพท์รามนรีดัง เธอจะลุกออกไปคุยด้านนอก แต่ภูมิรั้งตัวไว้ไม่ยอมให้ออกไป
“ไม่ต้องไป ถ้าจะคุยก็คุยที่นี่ ต่อหน้าผม”
รามนรีเบ้ปากใส่ ไม่พอใจภูมิ จำใจกดรับสาย
“ค่ะพี่พี”
“หนูเล็กอยู่ไหน”
“อยู่ อยู่บ้านค่ะ”
ระพีแอบได้ยินเสียงคลื่น
“แน่ใจนะว่าอยู่บ้าน แล้วนี่เตรียมตัวเสร็จรึยัง”
“ค่ะ”
“งั้นก็ดีแล้ว แล้วก็อย่าเผลอไปสร้างเรื่องอะไร ให้ใครเขาปวดหัวอีกนะ”
“ค่ะ พี่พี ช่วงนี้หนูเล็กไม่มีเวลา รบกวนพี่ช่วยไปเก็บของที่ห้องหนูเล็ก ที่อพาร์ทเม้นท์ญาติพี่ศจีให้หน่อยจะได้ไหม และขอยกเลิกสัญญาเช่าด้วยเลยนะคะ”
“ได้ๆ เดี๋ยวพี่จัดการให้นะ แล้วเจอกันจ้ะ”
รามนรีกดวางสาย หันไปเห็นภูมิมองเธอด้วยความไม่พอใจ

ตอนเย็น ภูมิกับรามนรีนั่งมองทะเลอย่างไร้จุดหมาย เคียงข้างกัน
“รู้ไหมว่าตั้งแต่ผมได้รู้จักคุณ ได้รักคุณ คุณทำให้ผมได้รู้จักคำว่าพอ”
รามนรีหลบตา
“ที่ผ่านมา ผมพยายามทำทุกอย่างให้คุณเห็นใจ แต่ก็ไม่เคยได้ใจคุณ และผมก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมผมยังรักคุณอยู่ได้”
รามนรีเศร้า เบือนหน้าหนี พยายามหักห้ามใจ
“อาจเป็นเพราะผมโง่ ผมงี่เง่ามากไป แต่ไม่ว่าจะยังไง ผมก็จะรักคุณตลอดไป”
รามนรีพยายามกลั้นน้ำตา แหงนหน้ามองท้องฟ้า ภูมิน้ำตารื้น มองหน้าหญิงสาว
“แต่ผมอยากรู้ ว่าทำไมคุณถึงไม่รักผม”
รามนรีสุดจะกลั้น น้ำตาไหล
“ไม่ใช่ฉันไม่อยากจะรัก แต่เรารักกันไม่ได้จริงๆ”
ภูมิน้ำตาไหล ส่ายหน้าไม่ยอมรับ ดึงรามนรีมากอดไว้แนบอก

ภายในห้องพัก บรรยากาศสุดโรแมนติก รามนรีนั่งนิ่งมองหน้าภูมิ
“คุณภูมิ ฉันอยากให้คุณเข้าใจ ว่าทั้งชีวิต ฉันมีพี่พีกับพี่เดือนที่รักฉัน และเราก็รักกันมาก พี่เดือนเคยช่วยชีวิตฉัน ช่วยชีวิตพ่อฉัน มันเป็นบุญคุณที่ท่วมท้นล้นฟ้า ฉันกล้าที่จะตายแทนเขาได้ โดยไม่มีข้อแม้”
ภูมิมองหน้ารามนรียิ่งเศร้า
“ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะทำให้พี่สาวฉันเสียใจ ด้วยการไปแย่งคนรักของเขา ฉันถึงได้บอกคุณเสมอว่าเรารักกันไม่ได้”
ภูมิกุมขมับ รามนรีจับมือชายหนุ่มไว้
“ถ้าคุณรักฉัน ขอให้ทุ่มเทสิ่งเหล่านั้นไปที่พี่เดือน”
“แต่”
“ไม่มีแต่ ความสุขของฉันคือการได้เห็นคุณกับพี่เดือนรักกัน ได้แต่งงานกัน”
ภูมิอึดอัด
“ถ้าคุณอยากให้ฉันมีความสุข คุณต้องทำเพื่อฉัน และต้องทำมันให้ได้”
“แต่ผมทำไม่ได้”
“เราอย่าหลอกตัวเองอีกเลย คุณยังโชคดีที่จะได้แต่งงานกับคนที่คุณรัก แต่ฉัน ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่เคยรัก คนที่ฉันหนีเขามาตลอด แต่สุดท้าย ฉันก็ไปไหนไม่รอด ฉันขอร้องให้คุณลืมฉัน คุณอย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจไปมากกว่านี้เลย เราอย่าทำผิด อย่าฝืนชะตาชีวิตกันอีกเลย เพราะฉัน ไม่ไหวแล้วจริงๆ”
รามนรีร้องไห้โฮ อึดอัดใจ ภูมิยอมจำนนด้วยเหตุผล มองรามนรีด้วยความสงสารจับใจ
“ผมคงหมดทางที่จะได้รักคุณ ผมต้องปล่อยคุณไปจริงๆ แล้วใช่ไหม”

ทั้งสองโผกอดกัน ร้องไห้ ด้วยความอัดอั้นตันใจ
 
จบตอนที่ 26 
 
ติดตามอ่านตอนอวสาน พรุ่งนี้ 
กำลังโหลดความคิดเห็น...