xs
xsm
sm
md
lg

เพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 3

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 3

อุไรวรรณเปิดดูคลิปขณะอาทิตย์ดึงตัวอัปสรสวรรค์เข้าไปจูบที่ถ่ายไว้ในมือถือด้วยอาการอึ้ง
 
กึ่งๆ สะเทือนใจ เพราะลึกๆ แล้วก็แอบปลื้มเขาอยู่ใม่น้อย คิดแล้วก็ถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมีมือหนึ่งเข้ามาสะกิด“มาอยู่นี่เอง”
อุไรวรรณรีบเก็บมือถือแล้วหันไปยิ้มให้ปกรณ์
“อ๋อ ฉันมาเข้าห้องน้ำน่ะ”
“เป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดเชียว” ตากล้องหนุ่มถามอย่างห่วงใย
“เหรอ มันร้อนมั้ง ไปเหอะ”
อุไรวรรณพูดจบ ก็รีบจ้ำเดินออกไปก่อน ปกรณ์มองตามแบบงงๆ

ส่วนอัปสรสวรรค์ก็เดินกลับมาในกองถ่ายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง อย่างพยายามระงับความโกรธ ทีมงานพากันหันมามอง
พี่หมีหันไปบอกทีมงาน “เอ้าๆ มาแล้วๆ เตรียมๆ”
อาทิตย์เดินยิ้มเจื่อนๆ เข้าไปนั่งหน้าจอมอนิเตอร์
“เป็นไงฮะคุณอาทิตย์ น้องนางฟ้ายอมจูบมั้ย” หี่หมีรีบถาม
“ไม่รู้เหมือนกันครับ”
พี่หมีหน้าเหรอ “อ้าว”
อาทิตย์หยุดคิด “หรือจะข้ามฉากนี้ไปก่อนมั้ยครับ ให้เวลาเค้าได้คิดหน่อย เผื่อจะมีทัศนคติดีๆ กับการจูบขึ้นมาบ้าง”
“เอางั้นเหรอฮะ”
อัปสรสวรรค์เดินหน้าเครียดเข้าไปในฉากเตรียมแสดง พี่หมีตะโกนบอก
“ตกลงเลื่อนซีนจูบออกไปก่อนนะฮะ”
ซุปตาร์สาวหันขวับ “ทำไมล่ะคะ”
พี่หมีทำหน้างง “อ้าว หรือยังไงดีฮะ จะจูบหลอกเหมือนเดิมไปก่อนหรือฮะ”
อัปสรสวรรค์ตัดสินใจ “จะจูบหลอกทำไม ก็จูบจริงไปเลย”
ทั้งกองถ่ายพากันตะลึง
“จูบจริง?” พี่หมีถามย้ำ
“ค่ะ ขอเทคเดียวนะคะ รีบๆ ถ่าย จะได้จบๆ ไป ฉากเจ้าปัญหานี่”
“เอ้า โอเค.ๆ แล้วแต่น้องนางฟ้านะฮะ”
อาทิตย์มองอัปสรสวรรค์อย่างผิดคาด
พระเอก-นางเอกเข้าไปยืนเตรียมพร้อม ภีมดูจะเกรงใจอัปสรสวรรค์ไม่น้อย
“แล้วแต่น้องนางฟ้านะครับ พี่ภีมยังไงก็ได้”
อีกฝ่ายทำเป็นพูดดังๆ จงใจให้อาทิตย์ได้ยิน
“เอาเถอะค่ะพี่ภีม ฟ้าพร้อมแล้ว ขอบคุณนะคะที่ให้เกียรติ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็พรวดเข้ามาจูบเหมือนหมาเจอเจ้าของ”
อาทิตย์ที่กำลังดื่มน้ำอยู่ ถึงกับสำลักพรวด
พี่หมีรีบถามย้ำอีกครั้ง “แล้วคุณแม่น้องนางฟ้าไม่ว่าอะไรแน่นะคะ”
“ไม่หรอกค่ะ เวลาฟ้าอยู่บ้านก็จูบกับโจลี่บ่อยๆ อยู่แล้ว”
พี่หมีพยักหน้า “อ๋อ น้องสาวหรือคะ”
“ค่ะ พันธุ์ไซบีเรี่ยน มันเลียจนหน้าฟ้างี้แฉะเชียว”
พี่หมีหัวเราะแหะๆ ขณะที่ภีมรู้สึกแปลกๆ จนพูดไม่ออก ส่วนอาทิตย์ก็แอบถอนหายใจ ที่โดนอัปสรสวรรค์พูดแขวะ

“มันจะอะไรกันนักหนาวะ แค่จูบเดียวจะล่อไปชั่วโมงแล้ว”
อุไรวรรณบ่นอย่างหงุดหงิด ขณะที่ปกรณ์ที่เดินมาด้วยกันเผลอตัวพูดออกมา
“ดีแล้ว ไม่จูบเลยยิ่งดี”
อุไรวรรณเท้าเอว มองค้อน
“นี่ไอ้เป๋า จะเฝ้ามองเป็นหมามองปลากระป๋องไปถึงไหน” จากนั้นก็พูดเหน็บอัปสรสวรรค์ “ทำเป็น หวงตัว โดนมาตั้งเท่าไหร่แล้วล่ะ”
ปกรณ์ไม่ได้ยินประโยคหลัง ยังคงลอบมองซุปตาร์สาวอย่างชื่นชม
“เป็นผู้หญิงมันก็ต้องหวงตัว เออ ตอนเรียนก็จำได้มั้ย ดุซะจนผู้ชายยังไม่กล้าเข้าใกล้”
อุไรวรรณเบะปาก ”ใครจะไปรู้ สิ่งที่มันอยากให้คนอื่นเห็น อาจจะเป็นคนละอย่างกับที่มันเป็นก็ได้”
อีกด้านหนึ่งพี่หมี ให้สัญญาณเตรียมพร้อม
“เอ้าๆ พร้อมนะ โอบีพร้อม เทปมา”
ผู้ช่วย1 เริ่มนับ “เทปนับ ห้า สี่ สาม สอง...”
พระ-นางเริ่มแสดงอีกครั้ง อาทิตย์กอดอกมองลุ้น
“ฉันมันคงไม่ดีพอ ลาก่อนค่ะ”
นางเอกหันหลังจะหนี แต่กลับถูกพระเอกคว้าตัวเข้ามาในอ้อมกอดเตรียมจะจูบ
ปกรณ์เห็นหน้าภีมกำลังใกล้อัปสรสวรรค์เข้าไปทุกที ขณะปากกำลังจะประกบกัน ตากล้องหนุ่มก็ฝ่ากลางวงเข้าไปเลย
“เฮ้ย”
ภีมชะงัก ทุกคนอึ้งไปทั้งกอง
“คุณทำอะไรอะ ก็เค้าไม่ให้จูบจริงไง”
ปกรณ์พูดอย่างโมโห แต่พี่หมีโมโหกว่า
“โอ๊ย คัท”
ทีมงานหยุดทันที ภีมส่ายหัวเซ็งๆ
“ไรเนี่ย stupid”
พี่หมีหันไปบ่นกับทีมงาน “ฉากนี้มีไอ้นี่ด้วยเหรอวะ”
อัปสรสวรรค์มองปกรณ์อย่างงงๆ “เป๋า ฉันให้เค้าจูบเอง”
ตากล้องหนุ่มหน้าเหวอ
“ไม่เป็นไรหรอกแก นี่งานฉัน”
ทีมงานเดินกลับมาบอกพี่หมี “อ๋อ เค้าเป็นช่างภาพช่องเราครับ”

พี่หมีตะโกนเสียงดัง “แล้วไม่ได้ดูรึไงเค้าถ่ายกันอยู่ อยากเล่นวันหลังค่อยมาแคส ออกไปๆ โอ๊ย จะบ้าตาย”

ตากล้องหนุ่มมองหน้าซุปตาร์สาวแล้วเดินออกไปหาอุไรวรรณแบบเจื่อนๆ ทุกคนเตรียมพร้อมอีกครั้ง
 
เหยี่ยวข่าวสาวพูดเหน็บขำๆ “เล่นเป็นตัวไรอะ ผีเร่ร่อนที่แอบชอบนางเอกเหรอ”
ปกรณ์หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายต่อไปอย่างเซ็งๆ
“โอเค ห้า สี่ สาม สอง ไป”
พี่หมีตะโกนให้สัญญาณ อัปสรสวรรค์เริ่มเล่นตามเดิม
“ฉันมันคงไม่ดีพอ ลาก่อนค่ะ”
พูดจบก็หันหลังจะหนี ภีมรีบดึงตัวเข้ามาในอ้อมกอดเตรียมจะจูบ
ปกรณ์ที่ยกกล้องขึ้นถ่ายรูปนั้นพอดี สีหน้าทั้งอึ้ง ทั้งสะเทือนใจไม่น้อย
อาทิตย์ยิ้มพอใจ โดยไม่ทันสังเกตว่าอุไรวรรณแอบมองอยู่

หลังเลิกกอง อัปสรสวรรค์ยืนบ้วนปากอยู่ที่หลังห้องแต่งตัว
“ไงคะ เอาแอลกอฮอล์มั้ย ล้างจนปากเปื่อยแล้ว”
ปูเปรี้ยวถามล้อๆ ฝ่ายแรกเช็ดปากแล้วเข้ามานั่งคุย
“คิดยังไงล่ะคะถึงยอมเล่นจริง”
อัปสรสวรรค์ทำวางฟอร์ม “ก็แค่อยากลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้างค่ะพี่ เล่นเหมือนเดิมมานานแล้ว คนดูจะเบื่อ”
“ก็จริงนะคะ พี่เห็นด้วย ว่าแต่คุณอาทิตย์กล่อมอะไรน้องนางฟ้าเข้าไปเนี่ย ถึงยอมเล่น”
อัปสรสวรรค์หน้าตึงทันที
“อย่าไปพูดถึงคนบ้านั่นเลยค่ะพี่ปูเปรี้ยว หนูไม่อยากได้ยินชื่อ คนทะลึ่ง คนทุเรศ”
ปูเปรี้ยวหันไปมากลัวคนได้ยิน “โห ใจเย็นๆ ค่ะน้องฟ้า เค้าทำอะไรน้องคะ”
ฝ่ายถูกถามนั่งนิ่ง พูดอะไรไม่ออก
“เค้าบังคับน้องหรือคะ”
“ก็เปล่าหรอกค่ะ คนอย่างนั้นหรือคะ จะบังคับหนูได้ หนูแค่ไม่ชอบหน้า”
“อ้าว ทนๆ หน่อยน่า เค้าเป็นลูกชายเจ้าของช่องนี่คะ”
อัปสรสวรรค์ทำหน้าบึ้งตึง

ขณะกำลังเก็บของเตรียมออกจากอง อุไรวรรณสังเกตเห็นปกรณ์ดูเหม่อๆ ก็ถามขึ้นมา
“อยากเป็นพระเอกรึไง”
“เฮ้ย บ้า...”
อุไรวรรณเบ้ปาก “เป็นไงล่ะ หวงตัว หยิ่งตายล่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าอะไรที่เค้าเคยแสดงให้เห็น อาจจะไม่ได้เป็นงั้นก็ได้”
ตากล้องหนุ่มรีบตัดบท “ไปเหอะ”
ทันใดนั้นเสียงหนึ่ง ก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง
“ไร”
อุไรวรรณหันไป เห็นอัปสรสวรรค์ยืนอยู่
“ฉันดีใจนะที่แกกลับมา”
อุไรวรรณทำหน้านิ่ง ก่อนพยักหน้าช้าๆ
“อืม แต่ก็รู้ไว้ด้วยนะว่าที่ฉันกลับมานี่ไม่ใช่เพราะแก แต่มีคนขอให้ฉันกลับมาเพราะเค้าเห็นคุณค่าของฉันจริงๆ”
พูดจบก็หิ้วของเดินออกไป ท่ามกลางความงงของอัปสรสวรรค์และปกรณ์
“ให้เวลามันหน่อยเหอะ เดี๋ยวก็หาย”
ตากล้องหนุ่มพยายามพูดปลอบ ซุปตาร์สาวถอนใจเฮือก
“เมื่อกี๊เสี่ยนั่นเรียกฟ้าไปว่าอะไรรึเปล่า” ปกรณ์ยังไม่หายคาใจ
“เสี่ยไหน?”
“ก็..ไอ้คุณอาทิตย์”
อัปสรสวรรค์สะอึกไม่กล้าเล่าความจริง
“เปล่านี่เป๋า ก็แค่พูดเรื่องบท ทำไมเหรอ”
“ไม่ค่อยชอบหน้าเลย”
“เหมือนกันเลย เกลียดไอ้เสี่ยนั่นจริงๆ”
อัปสรสวรรค์มองหน้าปกรณ์แล้วขำกิ๊ก ตากล้องหนุ่มอมยิ้มปลื้มที่เห็นผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักยิ้มแย้มอารมณ์ดี

อุไรวรรณเดินมาที่จอดรถ พร้อมๆ กับที่เสียงอาทิตย์ดังมาจากข้างหลัง
“รู้สึกดีขึ้นรึยังครับ”
ฝ่ายถูกถามสะดุ้งเล็กน้อย แล้วจึงค่อยๆ ตั้งสติหันไปตอบโดยไม่มองหน้า
“อ๋อ ค่ะ”
อาทิตย์ขยับเดินเข้ามาใกล้
“คุณกับนางฟ้าน่าจะอยู่ในฐานะที่เหมาะสมกันแล้วนะครับ นักแสดงกับนักข่าวบันเทิง ต่างคนต่างทำหน้าที่ไป ไม่น่ามีอะไรต้องแข่งขันกันแล้ว คุณน่าจะแฮปปี้ได้แล้วนะ”
“ขอตัวนะคะ”
อุไรวรรณกำลังจะเดินหนี อาทิตย์รีบพูดขึ้นมา
“ผมหวังว่าคุณคงรู้จักเลือกนะ”
“เลือก เลือกอะไรคะ”
อาทิตย์มองหน้าอุไรวรรณนิ่ง
“ผมรู้ดีว่าสัญชาติญาณนักข่าวก็คือเห็นอะไรเป็นข่าวได้ก็ต้องคว้าไว้ก่อน แต่ก็คงต้องเลือกนะครับว่ามันสมควรจะเอาไปนำเสนอรึเปล่า”
พลันอุไรวรรณก็นึกถึงภาพที่ตัวเองแอบถ่ายอาทิตย์จูบกับอัปสรสวรรค์ขึ้นมา
“คุณ เห็น...”
อาทิตย์รีบแบมือ “ผมขอมือถือคุณหน่อย”
อุไรวรรณตกใจ คิดว่าเขาคงรู้เรื่องที่ถูกแอบถ่าย เธอค่อยๆ ล้วงมือถือขึ้นมาแล้วส่งให้ อาทิตย์รับ
มือถือไป เธอมองลุ้น แต่ที่แท้เขากลับค่อยกดๆ เบอร์ตัวเองลงในเครื่อง
“นี่เบอร์ผม มีอะไรโทรมาปรึกษาได้ 24 ชั่วโมงครับ”

พูดจบก็ส่งมือถือคืนให้แล้วเดินจากไป ทิ้งให้อุไรวรรณยืนใจสั่น และงงว่าทำไมอีกฝ่ายกลับไม่ลบภาพทิ้ง?

มอนิเตอร์ขึ้นไตเติ้ลเข้ารายการ “I LOVE GOSSIP by นัตตี้”
 
จากนั้นนัตตี้ก็เดินออกมาสวัสดีท่านผู้ชม
“สวัสดีค่ะ พบกันอีกเช่นเคยกับ I LOVE GOSSIP by นัตตี้ รายการข่าวบันเทิงแซ่บๆ ฮิปๆ ทุกเที่ยงทางช่อง THE SUN จ้า”
เรด้า กรณ์ บ๊วยยืนดูอยู่การถ่ายรายการอยู่อีกมุมหนึ่ง
“ไม่อยากเชื่อ จมูกนางกลับมาแล้ว แถมยังสวยกว่าเก่า บอกกันมั่งดิเฮีย หมอไหนอ่ะ”
เรด้าเอียงหน้าไปกระซิบถาม บ๊วยรีบเสริม
“จริงด้วย อยากรู้”
กรณ์ยิ้มภูมิใจ “ก็หมอ.. เรื่องอะไรจะบอก อย่างแกอ่ะไปเกิดใหม่เหอะนังเรด้า นังบ๊วยด้วย หมอไหนก็ช่วยไม่ได้”
เรด้าค้อนขวับ “รุนแรง”
ส่วนนัตตี้ก็พูดเข้ารายการต่อ
“มาถึงข่าวแรกช็อกวงการ กับการตัดสินใจจูบครั้งแรก First Kiss ของน้องนางฟ้า อัปสรสวรรค์ กับหนุ่มภีม ภีมพงษ์ ในละครสุดฮอตแห่งปี “สองกฤษณา”...”
ภาพพระ-นางจูบกันขึ้นมาที่หน้าจอ ประกอบเสียงบรรยาย
“นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้าวงการเลยทีเดียวนะคะ สำหรับน้องนางฟ้า อัปสรสวรรค์ ที่ตัดสินใจกระชากเร็ตติ้งด้วยการจูบจริงเป็นครั้งแรก”.
เรด้ายืนดูมอนิเตอร์แล้วหันมาเม้าท์กับพวกทีมงาน
“เห็นเค้าบอกว่ากว่าจะจูบได้นี่ตั้งนานนะ ต้องให้คุณอาทิตย์พาไปกล่อมถึงจะยอม”
“กล่อมยังไงอ่ะ” บ๊วยย้อนถาม
“ไม่รู้ สงสัยสุดท้ายคงต้องใช้ตังค์ล่อมั้ง”
“แหม ถ้าเป็นบ๊วยนะ จะให้จูบจริงตั้งแต่เทคแรกแล้ว และไม่ให้จูบแบบธรรมดาด้วย ให้เฟรนช์คิสแลกลิ้นเลย”
เรด้าหันมามองอย่างคลื่นไส้ กรณ์รีบพูดเหน็บ
“แหม บ๊วย น้องภีมน่ะเค้าไม่เหมาะจะจูบเธอหรอก มันอ่อนไป คนจะจูบเธอได้น่ะมันต้องวุฒิภาวะเหนือกว่านั้น”
บ๊วยตาวาว “งั้นก็พี่เคน ธีรเดช หรือพี่ป๋อ ณัฐวุฒิดีคะ”
กรณ์ส่ายหัว “ น่าจะเป็นพวกโชว์จูบปากจระเข้ตามสวนสัตว์นั่นแหละถึงจะกล้าดูดปากแก แหม..มันน่าให้จระเข้งับหัว”
บ๊วยทำหน้าเซ็ง “จ้าๆ เก็บปากไว้ดูดเม็ดกระท้อนก็ได้”
เรด้าเม้าท์ต่อ “หรือที่แม่นางฟ้าต้องยอมจูบ ก็เพราะรู้ว่าขืนมัวแต่หวงตัวอยู่ก็ จะแพ้น้องฮันนี่ของฉันงานนี้เลยต้องยอมลงทุนกันหน่อย”

อีกด้านหนึ่งอัปสรสวรรค์กำลังยืนดูข่าวเดียวกันนี้ที่จอทีวีในแคนทีน ดูข่าวไป ก็ทำหน้าบึ้งไป ครู่หนึ่ง
ปูเปรี้ยวก็เดินชงกาแฟเข้ามา
“กระแสดีมากๆ เลยนะคะ มีแต่คนชม รู้งี้น่าจะจูบจริงมาตั้งนานล่ะ สงสัยต้องขอบคุณคุณอาทิตย์ที่เกลี้ยกล่อมน้องนางฟ้าให้เชื่อได้”
อัปสรสวรรค์ทำหน้ายี้ “จะขอบคุณทำไมคะ คนพรรค์นั้น”
ปูเปรี้ยวงง “อ้าว”
ซุปตาร์สาวหันไปเห็นอาทิตย์กำลังเปิดประตูเข้ามาในแคนทีนก็ยิ่งเซ็งหนัก เพราะไม่อยากเจอหน้า
“บอกว่าไม่เห็นฟ้านะคะ”
ปูเปรี้ยวทำหน้าสงสัย “อะไรคะ”
อัปสรสวรรค์รีบเดินไปหลบอยู่หลังเสา ปูเปรี้ยวยืนงงๆ อยู่ พอหันไปข้างหลัง ก็เห็นอาทิตย์เดินเข้ามา
“อ้าว คุณอาทิตย์ ทานกาแฟมั้ยคะ”
“เรียบร้อยแล้วครับ เอ พี่ปูเปรี้ยวเห็นนางฟ้ามั้ยครับ”
ปูเปรี้ยวอึกอัก “เอ่อ ไม่นะคะ”
อาทิตย์มองรอบๆ ก่อนจะมองมาบนโต๊ะ เห็นแก้วกาแฟวางอยู่ 2 ใบ เขายิ้มอย่างรู้ทัน
“ระวังใจสั่นนะครับพี่”
“ทำไมคะ แพ้ความหล่อคุณอาทิตย์เหรอ”
“เปล่าครับ เห็นทานกาแฟทีละตั้ง 2 แก้ว”
ปูเปรี้ยวหน้าแหย รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้โง่
อาทิตย์เหลือบมองไปหลังเสา เหมือนจะรู้ว่าอัปสรสวรรค์ซ่อนอยู่ตรงนั้น แล้วจึงเดินออกไป
ฝ่ายหลังค่อยๆ โผล่มาดู พอเห็นเขาไปแล้ว ก็ออกมานั่ง
“เกลียดหน้า”
ปูเปรี้ยวยิ่งงงหนัก “มีอะไรกันเปล่าเนี่ย สองคนเนี้ย”
ซุปตาร์สาวไม่ตอบคำถาม เสจิบกาแฟต่อ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

เมฆกำลังปรับแต่งอยู่หน้ากล้องเว็บแคม ขณะที่จริยานั่งรออยู่ตรงโซฟาด้านหลัง
“พร้อมยังจิ๋ว”
“โห่ ยังไม่ได้วอร์มเสียงเลย”
“ไม่ต้องแล้ว เอาสดๆ นี่แหละ ได้ฟิลล์ดี เอานะ”
พูดจบ เมฆก็คลิกปุ่ม enter โน้ตบุ๊คเริ่มบันทึกภาพ จากนั้นจึงรีบเดินไปอยู่ด้านหลัง
จริยาเริ่มร้องเพลงด้วยเสียงสดๆ ในเพลงจังหวะกลางๆ เนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อความฝัน โดยมีเมฆเต้นประกอบอยู่ใกล้ๆ จนจบเพลง
ในเวลาเดียวกัน เพื่อนแต่ละคน ก็กำลังดิ้นรนขวนขวายต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเอง
อัปสรสวรรค์กำลังออกกำลังกายในฟิตเนส ก่อนที่จะมีสายเรียกเข้าจากอาทิตย์ แต่เธอไม่กดรับสาย
อุไรวรรณเอง ก็กำลังยืนโหนรถเมล์ที่เบียดเสียด
พอเพลงจบ เมฆก็เดินไปกดปุ่มหยุดบันทึก
“เอาใหม่ปะเมฆ”
เมฆรีบบอก “โห นี่แหละจิ๋ว ใช้ได้เลย อัพยูทูปเลยมะ”
จริยาพยักหน้าแบบไม่คาดหวัง อีกฝ่ายรีบกดโน้ตบุ๊ค
“เมฆว่ามันจะมีคนดูเหรอ และไอ้ร้องคัฟเวอร์แบบนี้ เค้าก็ทำกันเป็นล้าน”
“ลองดูน่าจิ๋ว ไม่ได้เสียตังค์ซักหน่อย”
จริยาดูไม่ค่อยมั่นใจ “โห่ จิ๋วเคยเห็นเพื่อนเอามาลง ผ่านไปตั้งปี มียอดวิวอยู่ 3 คน”
“แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใครในโลกรู้เลยนะว่าเราร้องเป็นเต้นเป็น เอาเหอะ อย่างน้อยเราก็มีเวทีไว้แสดงออกไง”
“ก็จริง”

จริยาพยายามให้กำลังใจตัวเอง

อัปสรสวรรค์กำลังวิ่งอยู่บนลู่ ในหูเสียบไอพอดไปด้วย
 
ครู่หนึ่งก็มีมือเอื้อมมาจากลู่ข้างๆ แล้วกดปุ่มปิด เธอตกใจ จนเกือบหน้าทิ่ม พอหันไปดู เห็นอาทิตย์มาวิ่งอยู่ลู่ข้างๆ ก็ชักสีหน้า
“คุณรู้ได้ไงฉันอยู่นี่”
อาทิตย์ทำหน้ากวน “ไม่ทราบว่าใครอัพไอจีครับว่าออกกำลังกายอยู่ ยู้ฮู งดฝากร้านนะคะคนดี”
อัปสรสวรรค์หน้าเจื่อน “เอาอะไรอีก”
“ผมจะมาดูว่าคุณตัดปากทิ้งไปรึยัง”
อัปสรสวรรค์ทำหน้าเซ็ง “นี่มันเวลาพักผ่อนฉันนะ”
“แล้วนี่ผมใช้งานคุณอยู่เหรอ”
พอเธอหยิบของจะเดินหนี เขาก็รีบจับแขนรั้งไว้
“คุณ ผมขอโทษนะ ผมไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินคุณ”
อัปสรสวรรค์รีบสะบัดมือออก “เหรอ แต่แค่เจตนาจะฉวยโอกาสเลวๆ”
“ผมแค่อยากให้คุณเข้าใจว่ามันเป็นแค่การแสดง”
ซุปตาร์สาวเชิดหน้า “โดยการสอนจูบฉันจริงๆ งั้นเหรอ คุณลองเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้แม่คุณฟังซิ เค้าจะเห็นดีด้วยมั้ย”
อาทิตย์หน้าจ๋อย “ผมยอมรับผิด ตอนนั้นมันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ”
“ที่เมืองนอกเค้าสอนให้คุณใช้อภิสิทธิ์ในการเป็นผู้บริหารมาหลอกล่วงเกินดาราในสังกัดได้เหรอ
ฉันเป็นนักแสดงเซ็นสัญญาไม่ใช่พนักงานบริการคุณนะ”
“โธ่ ผมก็ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ที่ทำไปก็เพื่อคุณเองนะ”
อัปสรสวรรค์ยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห ที่อีกฝ่ายดูเหมือนจะพูดทวงบุญคุณซะงั้น
“ตกลงที่คุณจูบฉันเนี่ย มันเป็นบุญคุณใช่มั้ย”
“นี่คุณเช็คข่าวในเน็ตดูบ้างยังว่ากระแสมันดีแค่ไหน ไอจีคุณมีคนฟอลโลว์เพิ่มขึ้นเป็นหมื่น กระแสละครจากที่เงียบๆ ตอนนี้มีแต่คนอยากให้ออนแอร์ไวๆ ผมยังไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเสียหายเลย แล้วผมก็ไม่ได้เปิดซิง ปากคุณเป็นคนแรก ยังไงผมก็ต่อคิวน้องโจลี่ของคุณอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
ซุปตาร์สาวพอใจขึ้นมานิดหน่อย แต่ยังหน้าบึ้งอยู่
“เอาเป็นว่าผมเสียใจ และไม่ได้รู้สึกดีเลย ผมยินดีทำทุกอย่างให้คุณยกโทษให้ โอเค. มั้ย”
อัปสรสวรรค์ถอนหายใจ ก่อนจะหันไปพูดเอาจริง
“คุณจำไว้ ตอนนี้คุณติดหนี้ฉันอย่างนึงแล้ว ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่คุณเพื่ออ้างความชอบธรรมในการเลิกเล่นสองกฤษณาก็ย่อมได้”
“แต่คุณคงไม่โง่ขนาดนั้นหรอก” อาทิตย์พูดดักคอ
อัปสรสวรรค์ยิ้มอย่างเป็นต่อ “ใช่ เพราะฉันจะรอเอาคืนในเรื่องที่มันใหญ่กว่านี้”
พูดจบก็ผลุนผลันเดินออกไป อาทิตย์ยิ้มพอใจ

อุไรวรรณนั่งเหม่ออยู่บนรถเมล์ ขณะกลับบ้านตามลำพัง ด้วยท่าทางที่อ่อนเพลีย พลางนึกถึงภาพเก่าๆของอาทิตย์ คล้ายใจเธอกำลังหลงเสน่ห์ของเขาแต่พอนึกมาถึงตอนที่เขาดึงตัวอัปสรสวรรค์มาจูบ สีหน้าเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นเจ็บใจ
“ทำไมแกต้องมาเกี่ยวทุกเรื่องของฉันนังนางฟ้า ทำไม”
ทันใดนั้นเสียงกระเป๋ารถเมล์ก็ดังขึ้นมา “เอ้าน้อง สุดสายสนามหลวงแล้ว”
อุไรวรรณสะดุ้ง ตกใจ “หา สนามหลวงเลยหรือพี่”
จากนั้นก็ลุกขึ้น แล้วรีบวิ่งลงรถเมล์ไปทันที

อุไรวรรณเดินเซ็งๆ มาตามทางริมสนามหลวง ก่อนจะหยุดดื่มน้ำที่ข้างเสาไฟ สักพักก็มีชายหนุ่ม 2 คนเดินมาหยุดข้างๆ
“เท่าไหร่จ๊ะน้องหมวย”
อุไรวรรณเงยหน้ามอง พร้อมกับที่ชายหนุ่มถามย้ำ
“ไงจ๊ะ 2 คน คิดเท่าไหร่”
อุไรวรรณนึกได้ถึงความหมายของคำถามนั้น ก็ยิ้มหวานให้
“อ๋อ ฮิๆ แล้วแม่แกคิดเท่าไหร่ล่ะ ฉันลดให้อีก 10 บาท”
ชายหนุ่มโมโห “ไรวะ”
อุไรวรรณตะคอกกลับ “ นี่กูไม่ได้ขายตัว”
“ไม่ได้ขายก็พูดกันดีๆ สิครับ”
อุไรวรรณปาขวดน้ำใส่หน้า “ไปให้พ้นเลย ไอ้ทุเรศ”
ชาย 2 คนรีบเดินจากไปไม่เอาความ อุไรวรรณก้มดูเนื้อตัวตัวเอง
“นี่เราเหมือนอีตัวนักหรือวะ เฮอะ อีนางฟ้าจูบจริงคนฮือฮาทั้งประเทศหาว่าจูบครั้งแรก พอเป็นอีอุไรยืนอยู่เฉยๆ คนดันนึกว่าขายตัว นี่หรือโลก”
ขณะกำลังจะเดินต่อไป ก็ได้ยินเสียงใครบางคนทักมาจากด้านหลัง
“อีหนู”
พอเธอหันไปดู ก็เห็นยายแก่หมอดู นั่งปูเสื่อ จุดตะเกียงริบหรี่อยู่ที่ใต้ต้นมะขามกวักมือเรียก
“หนูนั่นแหละ มานี่มา”
อุไรวรรณมองยายหมอดูแบบอึ้งๆ

อุไรวรรณแบมือให้มือเหี่ยวๆ ของยายหมอดูเข้ามาจับตรวจดู ภายใต้แสงเทียนริบหรี่
“สิทธิการิยะว่าไว้ ชาติที่แล้วชอบบอกบุญนะ ชาตินี้ถึงมีเพื่อนคอยช่วยเหลืออยู่ไม่ขาด อันนี้จริงมั้ย”
เธอส่ายหน้า ไม่เห็นด้วย “เอ่อ ไม่เท่าไหร่ค่ะคุณยาย หนูสู้ด้วยตัวเองมาตลอด”
“หยิ่งซะด้วยนะเรา”
ยายหมอดูพูด ก่อนจะสะดุดตาเหมือนเห็นเส้นสำคัญบนมือ
“เฮ้ย กำลังจะไปได้สวยแล้วนี่”
อุไรวรรณยิ้มแห้งๆ อย่างไม่ค่อยเชื่อใจ
“เอ่อ ตอนนี้หนูกำลังแย่ๆ เลยค่ะ”
"เฮ้ย จริ๊ง เส้นมันเป็นงี้เลยนา ดาวดวงใหญ่เคลื่อนมาเล็ง"
 
"แสดงว่าผู้ใหญ่กำลังเห็นผลงาน แล้วก็มีชายหนุ่มที่สูงศักดิ์กว่าเข้ามาพันพันในชีวิต จริงรึเปล่า"

เพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 3 (ต่อ)

อุไรวรรณนิ่งคิด “ก็มีนะคะ”
 
ยายหมอดูทำหน้าหนักใจ “แหม มีวาสนา มีบุญเก่าสร้างมา แต่มาเสียตรงชาติที่แล้วเคยจับแมวไปทำหมัน กรรมเลยมาบังไม่ถึงฝันซะนี่”
อุไรวรรณหน้าเสีย “แล้วต้องทำไงบ้างคะ”
“ต้องใช้ดวงคนอื่นเข้ามาค้ำ ถ้าได้ผู้ชายที่มีฐานะเหนือกว่านี่ มันจะพุ่งปรี๊ดเลยทีเดียวนะ เออ แล้วไอ้คนที่ว่าเข้ามาพัวพันน่ะ ทำไมไม่คว้าไว้เลยล่ะ”
อุไรวรรณถอนใจ “โห มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เค้าเป็นผู้บริหาร หนูมันแค่พนักงานกระจอก มันห่างไกลกันซะยิ่งกว่าฟ้ากับเหวอีก”
“แล้วนี่ตั้งใจจะกระจอกทั้งชาติใช่มั้ย” ยายหมอดูย้อนถาม
“ไม่ใช่ค่ะ แต่มันคงยากที่เค้าจะมาสนใจหนู”
“นี่ ที่เหล่าบุรุษเค้าหลงใหลในสตรี มันไม่ได้อยู่ที่สตังค์ แต่มันอยู่ที่เสน่ห์ต่างหากเล่า ไม่เชื่อไปถามแม่หนูดูก็ได้ ฮิๆๆๆ”
อุไรวรรณนิ่งคิดตาม
“คนจะมีจะจน มันแตกต่างกันแค่ความคิด ถ้าคิดว่าตัวเรามันต่ำต้อยด้อยค่า ทำไมไม่ถีบตัวเองให้สูงขึ้นมาซะล่ะ”
“คมมาก นี่คุณยายเป็นแค่หมอดูจริงๆ เหรอคะ”
ยายหมอดูหัวเราะหึๆ “อย่าปล่อยไปซะล่ะ หนุ่มคนนี้ ไม่งั้นรออีกที โน่น กรุงเทพหิมะตก ถึงจะวนมาอีกคน”
อุไรวรรณครุ่นคิดหนัก

ที่หน้าตึก SUN เต็มไปด้วยเหล่าแฟนคลับสาวๆ กลุ่มใหญ่ ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กม.ต้น ในมือมีป้ายไฟ ดอกไม้ และโปสเตอร์ กำลังรอคอยใครบางคนอย่างตื่นเต้น
เรด้ากับบ๊วยเดินหิ้วถุงผลไม้เข้ามาเห็น ก็เข้าไปมุงด้วย ครู่หนึ่งรถตู้คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอด
แฟนคลับร้องดีใจ “มาแล้วๆๆๆ”
เหล่าแฟนคลับสาวๆ พากันวิ่งกรูเข้าไป จนทีมงานต้องเข้าไปกันไว้
ประตูรถเปิดกว้าง ก่อนที่ “โจ ศรัณธร” นักร้องหนุ่มชื่อดังในชุดหนังสวมแว่นดำ จะก้าวออกมาจากรถด้วยรัศมีซุปตาร์ที่เปล่งประกาย
โจยิ้มแย้มโบกมือให้แฟนคลับ เหล่าสาวกกรี๊ดกันลั่นตึก
“กรี๊ด พี่โจ พี่โจ”
โจเดินฝ่าฝูงชนเข้าสถานี แฟนๆ ต่างเข้าไปรุมขอจับมือ ถ่ายรูป ให้ของขวัญ เขายิ้มรับอย่างไม่ถือตัว
บ๊วยเห็นโจก็ตื่นเต้นใหญ่ “อร๊าย โจ ศรัณธร”
เรด้าพลอยตื่นเต้นไปด้วย “อู๊ย ไหนๆๆ”
ทั้งคู่พยายามแทรกตัวเข้าไปดูใกล้ๆ แต่ก็เจอแฟนคลับผลักจนล้ม
“ลูกเป็ด” ผู้จัดการส่วนตัว ก้าวตามลงมาจากรถตู้ เมื่อเห็นโจโดนรุมล้อมหนัก ก็เข้าไปพยายามกันตัวออกมา
“น้องๆ ขา เดี๋ยวให้พี่โจไปทำงานแป๊บนะจ๊ะ เดี๋ยวเย็นๆ เจอกันใหม่ โอเค. นะคะ”
แฟนคลับคนหนึ่งทำหน้าจะร้องไห้
“จริงๆ นะคะพี่โจ พี่โจอย่าทิ้งพวกเราไปนะคะ”
โจเข้าไปแตะใบหน้าสาวน้อยอย่างสงสาร “จ้ะๆ เดี๋ยวเจอกันนะจ๊ะ”
จากนั้นก็โบกไม้โบกมือให้ทุกคนพร้อมชูนิ้วไอเลิฟยู ก่อนเดินลับเข้าไปในตึก แฟนคลับกรี๊ดสลบแบบไม่ลืมหูลืมตา
เรด้ากับบ๊วยค่อยๆ ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากพื้น

ภายในห้องทำงานของอาทิตย์
พอเจ้าของห้อง และโจเซ็นเอกสารเสร็จเรียบร้อย ก็ลุกขึ้นจับมือกัน
“ยินดีต้อนรับสู่ค่ายเพลง SUN music จากใจครับ”
โจยิ้มรับ “เช่นกันครับ”
ลูกเป็ดรีบพูดต่อ “ทางเราก็ต้องขอขอบคุณคุณอาทิตย์เช่นกันนะคะที่ให้เกียรติ”
อาทิตย์ผายมือให้ทั้งสองนั่งลง ก่อนจะถามลูกเป็ด
“เอ่อ แล้วคุณคือคุณแม่?”
ลูกเป็ดตาโต ตกใจ “ว้าย โหดร้าย นี่พี่ลูกเป็ดค่ะ เป็นผู้จัดการเพียงคนเดียวของน้องโจ ดูแลทุกเรื่องเลยค่า”
อาทิตย์หัวเราะเจื่อนๆ “อ๋อ ครับๆ เข้าเรื่องงานกันเลยดีมั้ยครับ” พูดพลางนั่งตัวตรง แล้วพูดอย่างจริงจัง “ ตอนนี้ผมได้เข้ามาดูแล Sun Music อย่างเต็มตัว ก็เลยจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ทั้งค่ายให้ทันสมัยขึ้นแล้วก็เน้นไปที่ศิลปินกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น คิดว่าจะใช้ซิงเกิ้ลแรกของคุณโจเป็นการเปิดตัว”
“ดีครับ ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากลองทำอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ดูบ้าง ไม่ใช่แบบเดิมที่ออกมาร้องๆ เด้งเอวให้คนกรี๊ด ผมยิ่งดูยิ่งทุเรศตัวเอง”
ลูกเป็ดทำหน้างอ “อ้าว ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะจ๊ะ”
“แล้วคุณแม่จะให้ผมเด้งๆ ไปจนหกสิบเลยเหรอ คนนะครับไม่ใช่ลูกชิ้น”
อาทิตย์ยิ้มพอใจ “ผมเห็นด้วยครับ คุณโจย้ายค่ายทั้งที เราคงไม่ให้ทำแบบเดิมๆ แน่นอน”
โจพยักหน้ายิ้มๆ อย่างไว้วางใจ

พลันที่ฮันนี่และชิวาว่าเดินเข้ามาที่หน้ากองถ่าย ชาวบ้านหญิงที่อยู่แถวนั้นก็เข้ามารุมล้อมทันที
“น้องฮันนี่ ขอถ่ายรูปหน่อยค่ะ”
“มาเลยๆ”
ฮันนี่ยิ้มแย้มถ่ายรูปกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง
“เดี๋ยวขอตัวก่อนนะค้า”
ชาวบ้านยิ้มปลื้ม “จ้ะๆ น่ารักจังเลย”
ฮันนี่กับชิวาว่าเดินเข้าไป สักพักอัปสรสวรรค์กับปูเปรี้ยวก็เดินเข้ามา
“กรี๊ด น้องนางฟ้า ตัวจริงน่ารักจังเลย ถ่ายรูปหน่อยค่า”
ขาดคำ อัปสรสวรรค์ก็ยกมือให้ชาวบ้านหยุด
“อย่าเพิ่งถ่ายค่ะ ร้อน”
ชาวบ้านพากันหงายเงิบ
“เดี๋ยวรวมๆ กล้องกันมานะคะ เดี๋ยวฟ้าถ่ายเซลฟี่ตัวเองให้ ตอนนี้ขอตัวก่อนนะคะ”
ซุปตาร์สาวพูดจบก็รีบเดินเข้าไป ชาวบ้านส่ายหน้าเซ็ง
“โห ไรอะ โคตรหยิ่งเลย”
“เออ อุบาทว์ เดี๋ยวลงเฟสด่ามันเลย”

ชาวบ้านมองตามอย่างโมโห

ฮันนี่กำลังกดดูไอจีด้วยสีหน้าบึ้งตึง ส่วนชิวาว่านั่งดูบทอยู่ใกล้ๆ
 
“ฮึ้ย อุตส่าห์เขียนแล้วนะว่าไม่รับฝากร้าน มันยังหน้าด้านเอามาแปะกันอีก อยากด่าจริงๆ ทนไม่ไหวแล้วนะ”
ชิวาว่าเงยหน้ามาปราม “โอย ใจร่มๆ แบ่งปันกันไป”
“แบ่งอะไรล่ะ นี่จะเป็นผู้จัดการซุปตาร์ รึจะเป็นแม่พระ ดูสิคนลงรูปตัดผมใหม่ มันดันมาลงโฆษณาร้านตัดขนหมา”
“โอย คุณน้องพักไว้ก่อนค่ะ มาดูบทเร็ว วันนี้ฉากแรกก็ได้ตบยัยนางฟ้าเลยนะคะ”
ฮันนี่ตาวาว ทิ้งมือถือทันที “จริงเหรอ”
ชิวาว่าพยักหน้างึกๆ ฮันนี่รีบลุกขึ้นยืน
“นี่แหละที่ฉันรอคอย เดี๋ยวแม่จะเล่นซักสิบเทค ตบให้หน้ามันแตกลายงาไปเลย คอยดู”
แววตาฮันนี่อาฆาต ชิวาว่ายิ้มสนับสนุน

ทางด้านพี่หมีก็กำลังอธิบายบทให้อัปสรสวรรค์ฟัง
“ฉากนี้ตัวยุรฉัตรจะต้องยืนเหม่อลอยนึกถึงคุณแม่ที่จากไปแล้วนะฮะ ประมาณว่าแม่จ๋าชีวิตฉันทำไมมันโหดร้ายเช่นนี้ พี่หมีขอน้ำตาไหลตาข้างซ้ายนะฮะ เอาให้เข้าร่องแก้มพอดี เครนะฮะ”
อัปสรสวรรค์พยักหน้ารับ “โอเค. ค่ะ”
จังหวะนั้นฮันนี่ก็เดินเข้ามาพอดี พี่หมีรีบหันไปหา
“ส่วนน้องฮันนี่ ตัวมิรันตี พอเดินเข้ามาเห็นยุรฉัตรอยู่ในบ้านตัวเอง ก็กรี๊ดลั่น ตาถลนเจ็บใจ แล้วก็เดินเข้าไปตบหน้าผัวะเลยยุรฉัตรก็ร้องไห้เดินหนีไป จบ”
ฮันนี่หนักใจ “โห พี่หมีคะ ตามบทนี่ต้องเป็นคนดีไม่ใช่หรือคะ”
“อ๋อ ใช่ฮะ”
“แล้วทำไมมันมีกรี๊ดมีตบด้วยอ่ะคะ”
พี่หมีรีบอธิบาย “อ๋อ มันจะแรงเฉพาะช่วงต้นๆ ฮะ จิ๊ดเดียว แต่เดี๋ยวตอนหน้ามันจะโดนรถชนแล้วกลายเป็นคนดีฮ่ะ”
ฮันนี่พยักหน้าเซ็งๆ แล้วแกล้งพูดตาใส
“อ๋อ ค่ะๆ แต่นี่ไม่เคยเล่นขนาดนี้เลยนะคะ แผดเสียงนี่ก็ไม่ถนัด ตบยิ่งแล้วใหญ่ แล้วคนทั่วไปเค้าตบกันยังไงคะ” พูดพลางกรีดนิ้วตบกับอากาศแบบเฟคๆ “งี้ปะคะ”
อัปสรสวรรค์แอบส่ายหน้าแบบเอือมๆ
พี่หมีตบให้ดู “ก็นี่ไงฮะ ทำมือแข็งๆ มั่นๆ แล้วหวดไปเลย แต่ไม่ต้องโดนจริงนะฮะ แค่เฉียดๆ พอ”
ฮันนี่แกล้งทำตามแบบไม่ค่อยมั่นใจ “อ๋อ ค่ะๆ แบบนี้เอง ยากนะคะ”
อัปสรสวรรค์ทนไม่ไหว แกล้งหันไปตะโกนทางอื่น
“ทีมงานคะ มื้อกลางวันขอผัดสะตอนะคะ”
ฮันนี่หันมองขวับ พร้อมกับจิกตาร้าย
“โอเค. นะคะน้องฮันนี่”
ฮันนี่รีบเปลี่ยนหน้าเป็นยิ้มใสซื่อกับพี่หมีทันที
-
พี่หมีตะโกนให้สัญญาณเริ่มถ่าย
“เอ้า ห้า สี่ สาม สอง ไป”
อัปสรสวรรค์ยืนเหม่อไปนอกหน้าต่าง หยาดน้ำตาเป็นประกายไหลหยดมาจากตาข้างซ้ายลงร่องแก้มพอดีเป๊ะ
ฮันนี่เดินเข้าประตูมา พอเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ก็ตาโต ตกใจ โกรธ
“ยุรฉัตร”
ฝ่ายแรกตกใจหันไปมองหน้า “มิรันตี”
“เธอเข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง”
“ฉัน...”
ฮันนี่ไม่ฟังเดินตรงเข้าไปง้างมือแล้วตบเข้าไปที่หน้าอัปสรสวรรค์อย่างแรงจนหน้าหัน เสียงดังลั่น
พี่หมีและทีมงานสะดุ้งโหยง


ฝ่ายถูกตบรู้สึกตัวว่าโดนแกล้ง ก็กัดฟันหันกลับมาแล้วหวดหน้าคืนกลับไปแรงกว่า ทำเอาฮันนี่เซ
แทบล้ม
พี่หมีตกใจ “เฮ้ย หนูต้องร้องไห้”
ฮันนี่คำรามด้วยความโกรธ “แก....”.
จากนั้นทั้งคู่ก็ปรี่เข้ามาตบตีกัน พี่หมีตะโกนลั่น
“คัท”
แต่ทว่าไม่มีใครฟัง อัปสรสวรรค์ผลักฮันนี่ล้มแล้วขึ้นคร่อมตบๆๆ ไม่เลี้ยง
“คัทๆๆๆ”
ปูเปรี้ยวกับชิวาว่าแอบเชียร์มวยฝ่ายตัวเอง บรรยากาศสุดชุลมุน

ทีมงานแยกทั้งคู่ไปนั่งเก้าอี้คนละมุม ฮันนี่จับที่หน้าของตัวเอง เพราะรู้สึกเจ็บ
“อะไรคะพี่หมี ทำไมเป็นงี้ล่ะคะ”
พี่หมีทำหน้ามึน “พี่ก็...”.
อัปสรสวรรค์รีบเดินมาบอก “หนูขอโทษค่ะพี่ หนูผิดเอง พอดีหนูอินกับบทมากไปหน่อย เลยออกมาแบบนี้”
พี่หมียิ้มรับ “ไม่เป็นไรฮะ”
ฮันนี่ตวาดใส่ “ตัดออกไปเลยนะคะ ฉากนี้”
“แต่พี่ดูแล้วมันก็โอนะฮะ คนมันกำลังคิดถึงแม่ อยู่ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาตบ มันก็อาจจะขาดสติตบสวนได้ แล้วภาพตอนตบกัน มันก็ธรรมช้าด ธรรมชาติ น้องฮันนี่พอโดนสวนก็ดูน่าเห็นใจขึ้น พี่ว่าดีนะ หนูๆ ว่าไง”

ฮันนี่มองหน้าอัปสรสวรรค์แล้วอยากจะกรี๊ด อีกฝ่ายยิ้มสะใจ

ฮันนี่เดินหน้าเสียมาข้างหลัง พอหันไปหันมาเจอขนมปังแถวๆ ก็รีบคว้ามา 3 แผ่น อุดปากตัวเองแล้วกรี๊ดเสียงดัง
 
“หิวหรือคะ” ชิวาว่าสงสัย
“เจ็บสิวะ เสียแผนแถมยังแสบหน้าอีก ฮึ่ม แก อีนางฟ้า”
“ช่างมันเถอะฮ่ะคุณน้อง นี่เพิ่งซีนแรกเอง ยังเหลือให้แก้มืออีกตั้งเยอะ”
ฮันนี่นั่งโมโหหายใจแรงอยู่ตรงนั้น

ทางด้านในสตูดิโอช่อง SUN ก็กำลังถ่ายรายการของนัตตี้ พิธีกรสาวกำลังจะปิดรายการ เรด้าคุมอยู่หลังกล้อง ปกรณ์ทำหน้าที่ถ่ายภาพ ส่วนอุไรวรรณช่วยกำกับเวที
“ช่วงท้ายนี้ สำหรับคนที่ชอบแอบถามกันมาทางไอจีว่านัตตี้ไปทำอะไรมาถึงได้ขาวเนียนแบบนี้ แอบไปขัดผิวที่เมืองนอกมารึเปล่า”
เรด้า ชูป้าย “หมดเวลาแล้ว”
อุไรวรรณหันไปมองป้าย นัตตี้เหลือบไปดูนิดหนึ่งแล้วพูดต่อ
“ก็ขอบอกว่าเปล่าเลยค่า แค่พักผ่อนให้มากๆ ใช้ครีมถนอมผิวนิดๆ หน่อยๆ ส่วนจะใช้อะไรก็สอบถามมาได้ทางไอจีของนัตตี้นะคะ”
เรด้าทำหน้าตาร้อนรน เอาเมจิกเขียนๆ ป้ายแล้วชู “หมดเวลาแล้วโว้ย” พร้อมชี้ๆ ให้รีบปิดรายการ
อุไรวรรณเห็นดังนั้นก็ดูร้อนรนไปด้วย แต่นัตตี้ยังลอยหน้าลอยตาพูดต่อ
“อ้อ สำหรับร้านส้มตำนัตตี้แซ่บสุโค่ยสาขา 2 ก็ใกล้จะเปิดแล้วนะคะ โอ๊ย เดี๋ยวจะหาว่าโฆษณาส่วนตัว เอาล่ะค่ะ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณผู้สนับสนุนรายการ”
เรด้าเหลือบดูนาฬิกา “ไม่ทันแล้วๆๆๆ”
มอนิเตอร์ตัดฉับเข้ารายการข่าว SUN ทันโลกทันที เรด้ากุมขมับ หงุดหงิด
“โว้ย”
ทีมงานต่างพากันอึ้ง ที่จบรายการไม่ทัน
เรด้าโวยวายเสียงดัง “ปิดรายการไม่ทัน มัวแต่พูดๆๆๆ บ้าอะไรอยู่ได้”
นัตตี้เถียงกลับ “ก็ไม่เห็นรึไง กำลังจะลาอยู่”
“ลาบ้าอะไรของเธอ ฝากร้านขายของอยู่นั่นแหละ แล้วนี่สปอนเซอร์ก็ไม่ได้อ่าน โดนด่าแน่ โธ่เว้ย”
กรณ์เดินเข้ามา ก็อ้าปากด่าทันที “มีอะไรกัน ทำไมไม่อ่านสปอนเซอร์”
นัตตี้ลอยหน้าลอยตาแก้ตัว “ก็เรด้าสิคะ มัวแต่นั่งเม้าท์ ลืมชูป้ายเตือนว่าใกล้เวลาหมด นัตตี้เลยปิดไม่ทันเลย”
“เรด้าอีกแล้วเหรอ เมื่อไหร่เธอจะปรับปรุงตัวซักที ทำพลาดตลอด”
กรณ์หันไปหาเรด้า ทำหน้าเหมือนเบื่อที่จะพูดเต็มทน
เรด้าหน้าเจื่อน “ ก็นัตตี้...”
กรณ์ตวาดเสียงดัง “ไม่ต้องมาเถียง นี่เธอก็อยู่มานานจนเป็นรุ่นพี่ ไม่ใช่สิ รุ่นยายแล้ว ทำตัวให้มันเหมาะสมกับอายุงานบ้าง แล้วค่าสปอนเซอร์ที่พูดชื่อไม่ทันตอนจบ เธอต้องเป็นคนรับผิดชอบด้วย”
พูดจบกรณ์กับนัตตี้ก็ควงกันออกไป ทิ้งให้เรด้าหน้าเสีย ก่อนจะทรุดลง เงยหน้าถามฟ้า
“โลกนี้มีบ้างมั้ย ความยุติธรรม”

“ทำไมเจ๊ไม่บอกความจริงเฮียกรณ์เค้าล่ะคะ”
บ๊วยที่หลบมุมมาคุยกับเรด้าถามอย่างแปลกใจ
“อยากตายเหรอ เกลียดเมียเอาไปฟ้องผัว”
อุไรวรรณแอบได้ยิน ก็เงี่ยหูฟัง
“เอ๊า ตกลงเค้าได้กันแล้วเหรอ” บ๊วยถามต่อ
“โหย อีบ๊วย โลกสวยขัดแย้งกับหน้าตา มันอวยกันขนาดนั้น กลางวันก็หาย ไปด้วยกัน 2-3 ชม. ทุกวัน มันไปเล่นเป่ายิงฉุบกันงี้” พูดพลางย่นจมูก แล้วด่าเป็นภาษาเหนือ “ชิ มิสเตอร์แอนด์มิสซิสสลิ๊ดด๊ก”
“แปลว่าไรเจ๊สลิ๊ดด๊ก”
เรด้าถอนใจเซ็งๆ “อีโลกสวย หน้าแย่และโง่ด้วย รู้ไว้นะสลิ๊ดด๊กแปลว่านังแร่ด”
“ค่ะ บ๊วยจะจำไว้”
เรด้าตาเหลือก ก่อนจะปรับทุกข์ต่อ “แต่อีอ้วนดำอย่างเราก็คงต้องทนต่อไป เพราะเฮียกรณ์เค้าเป็นหนึ่งในคนที่ให้คะแนนโบนัสปลายปีด้วยจ้า”
“นั่นสิ อย่าเพิ่งท้อนะเจ้ ต้องมีสักวันที่เป็นวันของเรา”
เรด้ายิ้มแห้งๆ “เออ พูดดี อ่ะ ทำงานต่อ”

อุไรวรรณแอบฟัง แล้วก็ส่ายหน้าแบบเอือมๆ

“เห็นข่าวนี่รึยัง”
 
ราศีพูดพลางยื่นปึกเอกสารให้ อาทิตย์รับมาอ่าน
“เหลืออดกับนางเอกสุดหยิ่ง ขอถ่ายรูปด้วยไม่ให้ แต่จะเอามือถือไปถ่ายเอง”
ราศีส่ายหน้า “รุมด่ากันยาวเหยียด”
“นางฟ้าหรือครับ”
“ใช่สิ ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน ปวดหัวจริงๆ ทั้งนางฟ้าทั้งฮันนี่ มีแต่ข่าวจนคนพูดว่าละครเรื่องนี้มีแต่ตัวร้ายไม่มีนางเอก แล้วแกลองอ่านคอลัมน์ของไอ้เจตภูตสิ”
“เจตภูต หนังสือพิมพ์เดอะสยามนิวส์น่ะเหรอครับ”
ราศีพยักหน้าเซ็งๆ อาทิตย์พลิกมาเปิดอ่าน
“แค่เปิดกล้องไปไม่นานก็ส่อแววไปไม่รอดแล้วสำหรับละครเรื่องแรกภายใต้การดูแลของคุณอาทิตย์ ลูกชายหัวโปรดของมาดามราศี ที่หวังใช้เงินแม่มาตีหัวคนดูเข้าบ้านแทนประสบการณ์ ทั้งการจัดคิวที่ไม่ลงตัวและดาราที่ทำตัวเละเทะตามแบบฉบับช่องนี้” อ่านเสร็จก็ย้อนถามแม่ “ทำไมเค้าด่าเรางี้ล่ะครับ”
“คงได้ใบสั่งมาน่ะสิ นายเจตภูตมันหากินแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร แม่ให้ปูเปรี้ยวไปสืบมาแล้ว ช่อง Plus กำลังจะเปิดกล้องเรื่องใหม่เอานางเอกดัง 2 คนมาประกบเหมือนกันเป๊ะ”
อาทิตย์ครุ่นคิดหน้าเครียด ราศีถอนหายใจ
“เฮ้อ สงสัยจะดูฤกษ์ไม่ดีจริงๆ”
อยู่ๆ ฝ่ายลูกชาย ก็ลุกขึ้น แล้วเดินถือปึกเอกสารออกจากห้องไป

ขณะกำลังยืนรอลิฟท์อยู่กับปกรณ์ อุไรวรรณก็ล้วงกระเป๋า จะหยิบมือถือขึ้นมาเล่น แต่เมื่อควานหาไม่เจอ ก็หน้าถอดสีขึ้นมาทันที
“เฮ้ย เป๋า ฉันลืมมือถือ”
“ใช้ของฉันก่อน ไม่ทันแล้ว”
“ไม่ได้ มันสำคัญมาก”
ขาดคำ อุไรวรรณก็รีบวิ่งออกไป ปกรณ์มองตามอย่างสงสัย

อุไรวรรณรีบวิ่งเข้ามาที่โต๊ะทำงานอย่างกระหืดกระหอบ พยายามมองหามือถือ แต่ก็ไม่เห็น พอเดินออกไปด้านนอกเห็นนัตตี้นั่งอยู่ ก็รีบถาม
“เห็นมือถือไรมั้ยคะ”
นัตตี้เชิดหน้านิ่ง ไม่ยอมคุยด้วย ซ้ำยังมองอย่างรังเกียจ อุไรวรรณถามซ้ำ
“คุณนัตตี้ เห็นมือถือฉันมั้ย”
นัตตี้ลุกขึ้น หน้าเชิดจะเดินออก อีกฝ่ายคว้าแขนหมับ
“เอามือถือฉันคืนมา”
นัตตี้สวนกลับ “แกเป็นบ้าอะไรหา”
ปกรณ์เดินเข้ามาเห็นก็ตกใจ รีบดึงมืออุไรวรรณออกจากนัตตี้
“มีอะไร”
สีหน้าอุไรวรรณดูร้อนรน “ฉันหาไม่เจออะแก”
ตากล้องหนุ่มรีบหยิบมือถือขึ้นมากดเข้ามือถืออีกฝ่าย เสียงมือถือดังขึ้นที่โต๊ะทำงานของอุไรวรรณ นัตตี้มองหน้า แล้วยิ้มหยัน
“หมาไปเลยมั้ยล่ะ”
อุไรวรรณหน้าเจื่อน สำนึกผิด “ขอโทษ”
นัตตี้สะบัดเสียงใส่ “ไปตายซะ”
ขาดคำก็เดินเชิดหน้าออกไป อุไรวรรณเดินเข้าไปที่โต๊ะ เห็นมือถือวางอยู่ที่เก้าอี้ก็หยิบมา แล้วถอนหายใจโล่งอก
“หาเรื่องสร้างศัตรูนะรู้เปล่า” ปกรณ์เตือนอย่างเป็นห่วง
“ก็ใครมันจะไปรู้อะ เดินเข้ามาก็เห็นเค้าอยู่คนเดียว”
ตากล้องหนุ่มส่ายหัว อุไรวรรณเปิดเช็คมือถือดู เห็นยังปกติ ก็โล่งใจ

จริยากับเมฆกำลังนำเต้นอยู่ที่หน้าห้างเช่นเคย มีแม่บ้านป้าๆ มาเต้นกันหลายสิบคน ครู่หนึ่งผู้จัดการก็เดินมาข้างๆ เวที
พอเต้นเสร็จ ผู้จัดการก็ยื่นซองขาวให้ จริยาไหว้ขอบคุณ พอผู้จัดการเดินออกกไป เมฆก็พูดขึ้นมา
“สงสัยต้องไปทำบุญกันบ้างแล้วจิ๋ว”
“นั่นสิ อยู่ดีๆ ก็จะเอาลานจอดรถไปทำตลาดนัด สงสารพวกป้าๆ ที่เค้ามาออกกำลังเนอะ ต่อไปจะไปเต้นกันที่ไหน”
“โธ่ ป้าๆ เค้าคงมีที่ไปแหละ แต่เรานี่สิจะไปไหน กลับไปเต้นที่ผับนั่นเหรอ”
จริยาส่ายหน้ายิก “กลับไปเข้าปากไอ้ปราณมันน่ะสิ”
เมฆถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย “เฮ้อ 2 นักเต้นพเนจร ชีวิตจะไปจบที่ไหนน้อ”
“โธ่เอ๊ย แล้วจะหาตังค์ไหนไปคืนเจ้ฟ้าล่ะเนี่ย”
จริยาครุ่นคิดอย่างกลัดกลุ้ม

อัปสรสวรรค์อยู่ที่บ้าน กำลังนั่งคุยมือถือกับจริยาด้วยน้ำเสียงห่วงไย
“ไม่เป็นไรหรอกจิ๋ว มีแล้วค่อยให้ แล้วนี่แกจะทำไงต่อล่ะ”
จริยาเดินอยู่ข้างถนนกับเมฆ พลางคุยมือถือไปด้วย
“จิ๋วว่าจะไปรับเสื้อผ้ามาขายที่ตลาดนัดอะเจ้ เห็นเขาว่าเสื้อผ้าเด็กกำไรดี”
“เดี๋ยวเจ้จะลองช่วยดูงานที่ช่อง SUN ให้นะ”
“จะดีเหรอเจ้ เกรงใจ”
ปลายสายรีบบอก “เลิกนึกถึงคำนั้นไปเลย คนมีความสามารถอย่างจิ๋ว ขาดแค่โอกาสเท่านั้นแหละ”
“ขอบคุณนะเจ้”
“มีอะไรโทร. มาได้ตลอดเลยนะ จำไว้ เจ้จะไม่ทิ้งจิ๋วแน่นอน”
อัปสรสวรรค์กดวางสาย สีหน้าเป็นห่วงเพื่อน ขณะเดียวกัน คนใช้ก็คลานเข่าเข้ามาหา พร้อมมือถือรุ่นถูกๆ
“คุณหนูคะ”
“จ๊ะ”
“รบกวนคุณหนูช่วยเปิดคลิปนี้ให้หน่อยได้มั้ยคะ มันเปิดไม่ติดอะค่ะ”
อัปสรสวรรค์ทำหน้าสงสัย “คลิปอะไรอะตุ๋ม”
“เค้าบอกว่าเป็นไฮโซจูบปากกับดาราน่ะค่ะ เพื่อนที่โรงงานเค้าส่งมาให้ดู”
ซุปตาร์สาวกดๆ อยู่ครู่หนึ่ง “เออ ไม่ติด สงสัยเครื่องตุ๋มไม่มีโปรแกรมดูคลิปน่ะสิ เอาเครื่องฟ้าดีกว่า”พูดพลางหยิบไอแพดของตัวเองขึ้นมา “ไหนๆ ลองเปิดเครื่องนี้ดู”
คนใช้หันไปเรียกเพื่อนให้คลานเข่าเข้ามารุมดูด้วย
ที่หน้าจอไอแพด เห็นชื่อคลิป “รีบดูก่อนโดนลบ ไฮโซแอบดูดปากนางเอกดัง” อัปสรสวรรค์รีบกดดู ก่อนจะเห็นเป็นคลิปที่ตัวเองถูกอาทิตย์ดึงเข้ามาจูบ

คนใช้หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อัปสรสวรรค์ตาเบิกโพลง ตกใจ ตะลึง จนพูดไม่ออก

เพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 3 (ต่อ)

ที่หน่วยข่าวบันเทิงช่อง SUN

ปกรณ์ ป๋าช้าง เรด้า นัตตี้ บ๊วย กรณ์ กำลังยืนดูคลิปอาทิตย์จูบอัปสรสวรรค์ในทีวีด้วยสีหน้าตะลึง
เรด้าร้องตกใจ “ว้าย เม้าท์ทูเม้าท์ แบบไม่เล่นมุมกล้อง”
กรณ์เบ้ปาก “งามไส้จริงๆ ดาราช่องเรา”
นัตตี้ยิ้มหยัน “ที่เค้าว่าคุณอาทิตย์ดึงไปกล่อมนี่ ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะ กองนี้ขอคุมเองเลย แอบกินกันตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย”
เรด้าทำท่าขนลุก “กลางกองแสกๆ ไม่อายผีสางนางไม้ ทำไปได้”
ป๋าช้างครุ่นคิด “ นี่ภาพมันหลุดมาจากไหน”
บ๊วยรีบบอก ”ยูทูปค่ะป๋า เหมือนจะโดนแอบถ่าย”
“แล้วนี่คุณอาทิตย์เห็นรึยัง”
บ๊วยส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คุณเค้าไปงานกาล่าดินเนอร์ที่โรงแรมไทยออร์คิด”
เรด้าหันมา พยายามจะคุยกับปกรณ์ “เฮ้ยน้องเป๋า นางฟ้าเพื่อนหนูนะเค้า...”
แต่อีกฝ่าย พยายามเก็บอารมณ์โกรธแล้วเดินออกไปเลย
“เอ๊า น้องเป๋า เมนมารึไง”

ทางด้านอุไรวรรณ ที่อยู่ในห้องนอน กำลังดูคลิปเดียวกันอยู่ แล้วก็ทำตาโต ตกใจ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดๆ ดูอย่างมึนๆ
“ทำไม มันหลุดไปได้ยังไง”

ขณะที่อาทิตย์กำลังให้สัมภาษณ์กลุ่มนักข่าวอยู่ที่หน้าโรงแรม
“คลิปจูบที่ออกมาว่อนเน็ตน่ะหลุดมาจากไหนคะ”
“ยังพูดอะไรไม่ได้นะครับ ผมยังไม่เห็นภาพเลย ขอตัวนะครับ”
อาทิตย์พูดพลางขยับตัวจะเดินออกมาตรงลานจอด แต่ปกรณ์เข้ามายืนขวางไว้ ฝ่ายแรกมองหน้า ฝ่ายหลังยิ้มให้แบบกวนๆ
“อ้าว คุณเป๋า ไงครับ ป๋าช้างส่งมาทำข่าวผมเหรอ”
ตากล้องหนุ่มไม่ตลกด้วย จ้องหน้า แล้วพูดเสียงเย็น “คุณบังคับฟ้าใช่มั้ย”
อาทิตย์นิ่งคิดไปนิด ก่อนยิ้มยั่ว “จูบมันบังคับได้เหรอครับ”
“ไม่จริง ฟ้าไม่มีวันทำอย่างนั้นกับคุณ”
“แล้วเค้าจะทำกับคุณเหรอ คุณเป็นแฟนนางฟ้าหรือครับ ผมไม่ยักรู้ ให้ผู้หญิงเขาเลือกเองเถอะครับ”
ปกรณ์ได้ยิน ก็ปราดเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย จนอกชนอก อาทิตย์ส่ายหน้า
“ขอโทษนะ ใช้กำลังผมไม่นิยม”
“งั้นเดี๋ยว เจอกัน—หลังงาน”
อาทิตย์มองจ้องหน้า แล้วยิ้มอย่างไม่กลัวเกรง

สปอตไลท์เปิดพรึ่บที่สนามหญ้าเทียม อาทิตย์ยืนถอดเสื้อนอก ด้วยมาดเท่ ส่วนปกรณ์ก็พับแขนเสื้อเตรียมพร้อม ทั้งสองมองหน้าท้าทายกัน ท่ามกลางพวกวัยรุ่นในชุดนักบอล แบ่งเป็น 2 ทีมยืนอยู่ในสนามบอลหญ้าเทียม
กรรมการเป่านกหวีดเริ่ม ทั้งคู่เริ่มเตะบอลกัน โดยไม่มีรอยยิ้มให้กันแม้แต่น้อย
ปกรณ์โชว์ลีลารับส่งอย่างเชี่ยวชาญ แย่งลูกจากอาทิตย์ได้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยิงประตูได้เป็นคนแรก กองเชียร์เฮลั่น ตากล้องหนุ่มหันไปมองเย้ย แต่อีกฝ่ายทำหน้านิ่ง
ทั้งคู่ขับเคี่ยวกันต่อ ก่อนที่ปกรณ์จะเป็นฝ่ายแย่งลูกและยิงประตูได้อีก อาทิตย์มองอย่างเจ็บใจ
ตากล้องหนุ่มเป็นฝ่ายยิงประตูอยู่คนเดียว ทำเอาอาทิตย์ยิ่งเซ็งหนัก ก่อนจะเริ่มสังเกตลีลาการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย แล้วก็เริ่มลุยต่อ คราวนี้เขาสามารถหลบการสกัด แล้วยิงประตูได้ครั้งแรก เขาหันไปยิ้มเย้ยกลับ แต่อีกฝ่ายทำไม่สนใจ
อาทิตย์เริ่มยิง ยิง ยิง ปกรณ์หน้าเครียด แต่ไม่ยอมแพ้
ทั้งสองเริ่มเล่นกันแบบไม่สนใจกติกา ปกรณ์เตะอัดหน้าอาทิตย์ ฝ่ายหลังรู้ตัวว่าโดนแกล้ง ก็วิ่งเข้าไปขัดขา จนฝ่ายแรกล้มกลิ้ง
ตากล้องหนุ่มเล่นรุกต่อ แต่ขณะกำลังจะยิงประตู อาทิตย์ก็เข้ามาขวาง เกิดการแย่งลูกกัน
“โกงเป็นอย่างเดียวใช่มั้ยวะ”
อาทิตย์โกรธ แล้วขัดขาแย่งลูกไป ปกรณ์ตามเข้าไปล็อกคอ ฝ่ายแรกหันไปชกหน้า ฝ่ายหลังชกกลับ ทั้งคู่ชกกันนัว พวกเด็กวัยรุ่นเรีบเข้าไปรุมเชียร์กันสนุกสนาน สักพัก รปภ. ก็เข้ามาเป่านกหวีดปรี้ดๆๆ
“พอแล้วครับพี่ พอแล้ว”
วัยรุ่นแยกทั้งคู่ออกจากกัน อาทิตย์คิ้วแตก ส่วนปกรณ์ปากแตก ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างโกรธจัด
ตากล้องหนุ่มยกมือชี้หน้า “เรื่องนางฟ้า แกต้องรับผิดชอบ”
2 หนุ่มจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย

หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บันเทิง “สตาร์สแควร์” พาดหัวข่าว "แลกลิ้นเลื่อนขั้น ซุปตาร์จอมเชิด !! ประกบปากลูกชายเจ้าของช่องหลังกองถ่าย"
ราศีโยนหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะ สีหน้าเครียด
“นี่แกไปทำอะไรมา ตาทิตย์”
อาทิตย์หน้าเจื่อน “โธ่ จะทำอะไรล่ะครับคุณแม่ ก็แค่สอนจูบนักแสดง”
“แม่ หมายถึงหางคิ้วแก ไปโดนอะไรมา”
อาทิตย์ยกมือแตะแผล อย่างไม่ยี่หระ “โขกเสาเมื่อคืนครับ”
ราศีเลิกคิ้วมอง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “เอาล่ะ ที่นี้เรื่องสอนจูบนักแสดง โอย ฉันจะบ้าตาย แล้วนี่หนูนางฟ้าเค้าเล่นกับแกด้วยเหรอ”
อาทิตย์ยิ้ม โดยไม่ตอบมารดา
“แกนี่นะ รู้มั้ยข่าวมันพากันตีว่าลูกชายมาดามราศีพอกลับจากนอกก็ซัดนางเอกในค่ายซะแล้ว”
“ก็แสดงว่าเสน่ห์แรงสิครับ”
ราศีถอนใจ “เฮ้อ เชื้อพ่อมันแรงมากกว่า”
อาทิตย์รีบเข้ามาอ้อน “โธ่ คุณแม่อย่ากังวลไปเลยครับ ผมมีแผนในใจแล้ว ผมรับผิดชอบเอง”
“อย่าให้รู้แล้วกันว่าเป็นฝีมือคนกันเองที่ปล่อยคลิป นี่ยังไม่ได้เจอหน้าคุณหญิงเลย ไม่รู้แกจะว่ายังไงมั่ง”
ขณะราศีกำลังกลัดกลุ้มใจ อยู่ๆ ปูเปรี้ยวก็เดินเข้ามาหน้าตาสะพรึง
“คุณราศีคะ คุณหญิงแม่เดือนเด่นมาค่ะ”

ผู้เป็นแม่หันไปมองหน้า ฝ่ายลูกชายยิ้มเจื่อน

เดือนเด่นนั่งหน้าตึงอยู่ในห้องรับรอง ครู่หนึ่งราศีกับอาทิตย์ก็เดินเข้ามา
 
“สวัสดีค่ะคุณหญิง”
“สวัสดีค่ะ”
เดือนเด่นยิ้มให้นิดหนึ่ง แล้วรีบเปลี่ยนสีหน้า ราศีเข้าไปนั่งข้างๆ ส่วนอาทิตย์เดินรี่ตรงเข้าไปคุกเข่ากราบที่ตักเดือนเด่น
“ผมขอโทษครับคุณอา”
เดือนเด่นมองอาทิตย์นิ่ง ราศีเห็นท่าไม่ดีก็ช่วยพูด
“มันเป็นความห่ามไม่เข้าท่าของตาทิตย์เอง ฉันไม่มีอะไรแก้ตัวเลยจริงๆ คุณหญิงอยากให้เราทำอะไรเป็นการชดเชยได้บ้างมั้ย”
“โถ ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกค่ะ แค่คุณพี่ให้โอกาสนางฟ้ามาเล่นละคร ก็เป็นบุญคุณครอบครัวเราอยู่แล้ว ดิฉันแค่อยากรู้ว่าตาอาทิตย์คิดยังไงกับยัยฟ้ากันแน่”
บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่อาทิตย์จะโพล่งออกมา
“ผมชอบนางฟ้าครับ”
เดือนเด่นกับราศีตะลึง อึ้ง

ที่จอทีวี ที่กำลังแพร่ภาพรายการ “เม้าท์ทะลวงไส้” 2 พิธีกรคู่ “เออออ” กับ “ห่อหมก” กำลังเม้าท์ข่าวกันอย่างสนุกปาก
“สวัสดีค่ะ พบกันทุกวันกับเออออ”
“และห่อหมก ใน....”
ทั้งคู่ทำท่าเหมือนกัน “เม้าท์ทะลวงไส้”
เออออพูดต่อ “ รายการข่าวบันเทิงมันส์ๆ ที่รู้จังรู้จริงยิ่งกว่าเจ้าตัวซะอีก”
ห่อหมกพูดเสริม “รับประกันทุกเรื่องในรายการคือความจริง ไม่ต้องมาเถียง”
ทั้งคู่เอาค้อนทุบโต๊ะคนละปึง
“sms วันนี้เอาหัวข้ออะไรดีคะ คุณพี่ห่อหมก”
ห่อหมกยิ้มรับ “เอางี้ คุณน้อง คิดยังไงกับผู้จัดที่งาบนางเอกในค่ายตัวเอง ดีมั้ยน้องเออออ”
“แหม อินเทรนด์เข้ากับข่าววันนี้เลย ว่าแต่มันอั้นไม่อยู่ถึงขนาดต้องจ๊วบจ๊าบดูดกันหลังกองถ่ายเลยเหรอคะ”
“เอาเรื่องจริงมั้ย ปากเนี่ยมันติดอยู่กับหน้าเรา ถ้าไม่สาระแนยื่นไป ใครเค้าจะมาดูดได้ล่ะคะ”
เออออพยักหน้ารับ “ก็จริง”
“คือนางเอกดังคนนี้ she รู้ว่าเร็ตติ้งตัวเองกำลังจะไปไม่รอด พอดีกับหนุ่มปริศนา สมมติว่าชื่ออ.แล้วกัน ซึ่งก็ได้ข่าวมาว่าเป็นคนรัก ฟันตั้งแต่ยังไม่ไปเรียนเมืองนอกเข้ามาเป็นผู้จัดพอดี”
“อ๋อ อย่างนี้ก็เรียกว่าผู้จัดงาบดาราไม่ได้สิคะ”
ห่อหมกหัวเราะขำ “เรียกว่าสมประโยชน์ดีกว่า แล้วกองถ่ายวันนั้น แหล่งข่าวบอกว่า she ลนมาก เหมือนรีบๆ ถ่าย สงสัยจะไปซื้อคาลามาย”
“คันขนาดนั้นเลย”
“เออ เรื่องจริง ไม่ต้องมาเถียง”
ห่อหมกค้อนทุบปึง เออออทุบตาม
“จบ”

อัปสรสวรรค์กดปิดทีวีอย่างอารมณ์เสีย
“ปากหรือชักโครก”
พอเดือนเด่นกลับเข้ามาถึง เธอก็รีบลุกเข้าไปถาม
“ทางนั้นว่าไงคะแม่ อีตานั่นมันยอมรับผิดมั้ย”
เดือนเด่นยิ้ม นึกถึงเรื่องที่เจรจากับราศี หลังจากอาทิตย์ที่บอกว่าชอบอัปสรสวรรค์
“ถ้ารักกันชอบกันดิฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะคุณพี่ แต่อย่าให้มันเกินเลยกว่านี้”
“แต่คุณอาอย่าเพิ่งบอกนางฟ้านะครับ ขอเวลาซักพัก ผมอยากเป็นคนบอกเธอเอง”
เดือนเด่นพยักหน้ายิ้มรับ ราศียิ้มแปลกๆ
“ยังไงก็ช่วยแก้ข่าวให้สมเกียรติหน่อยแล้วกันค่ะ อย่าให้มันออกมาเป็นว่า ลูกสาวดิฉันเอาตัวเข้าแลก เข้าใจด้วยนะคะ ดิฉันมีแค่ลูกสาวคนเดียว”
ราศีมองหน้าลูกชาย อาทิตย์พยักหน้ารับคำ
“แม่คะ สรุปมันว่ายังไง” อัปสรสวรรค์ถามย้ำ
“ต๊าย ไปเรียกเค้า “มัน” ไม่สุภาพเลย ก็ไม่มีอะไร้ เค้าก็ขอโทษขอโพยมา”
“ขอโทษ? แค่นั้นหรือคะ”
เดือนเด่นพยักหน้า “เห็นว่าจะแก้ข่าวให้ด้วย”
อัปสรสวรรค์ยิ้มหยัน “ชิ แก้ข่าว แก้ตัวละสิ”
“ความจริงลูกกะเค้าก็เหมาะกันดีนะ”
ลูกสาวหน้าเหวอ “แม่ ไม่นะคะ หยุดคิดเลยนะคะ”
“คิดมั่งก็ยังดีนะคะ นี่แม่ยังกลัวอยู่เลย ว่าแกจะไปชอบไอ้พวกพระเอกซุปตงซุปตาร์ด้วยกัน แม่คงกลุ้มใจตาย”
“มันไม่ใช่เลยนะแม่”
เดือนเด่นพูดต่อ “แม่ว่าข่าวมันก็ไม่ได้ทำให้แย่ซักเท่าไหร่ เผลอๆ จะทำให้แกดังขึ้นด้วยซ้ำ”
“คนเค้าจะด่าว่าฟ้าเอาตัวเข้าแลกน่ะสิ”
ผู้เป็นแม่ยักไหล่ “แหม ก็ช่างหัวคนมันว่าสิ เชอะ ไอ้คนนินทาถ้ามันได้ผู้ชายอย่างตาอาทิตย์ มันไม่เอาเหรอ ขี้คร้านจะตัวสั่น อีนังผู้หญิงหัวเงิน ไล่งับไม่เลือกน่ะ มีเยอะแยะ ไม่เชื่อก็ถามพ่อแกดู”
เดือนเด่นนึกถึงพ่อของอัปสรสวรรค์แล้วอารมณ์เสีย ฝ่ายลูกสาวทำหน้าเซ็ง พูดไม่ออก

อาทิตย์เดินกลับมาที่ห้องทำงาน ก่อนจะเห็นอุไรวรรณยืนรออยู่แล้ว
“คุณอาทิตย์”
“ว่าไงครับ”
อุไรวรรณรีบอธิบาย “เรื่องคลิปนั่น ฉัน ฉันไม่ได้...”
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงมือถือของอาทิตย์ดังเข้ามาขัด
“ผม Hot มาก ช่วงนี้นักข่าวโทร.หาตลอด ถ้ายังไม่มีอะไรสำคัญ เดี๋ยวค่อยคุยกันนะครับ ผมต้องเตรียมแถลงข่าวก่อน”

อุไรวรรณทำหน้าตาพูดไม่ออกบอกไม่ถูก นึกว่าเขาจะด่า แต่กลับไม่ด่า ทว่าก็ไม่พูดด้วย

นักข่าวหลากสำนักเตรียมตั้งกล้องและไมค์รอสัมภาษณ์ รวมทั้งปกรณ์ กับอุไรวรรณ ที่ต่างก็ทำหน้าเซ็งๆ
 
“เฮ้ย เป๋า แกว่าคุณอาทิตย์กับนางฟ้าคบกันจริงเปล่าวะ”
ปกรณ์ส่ายหน้า ยิ้มหยัน “ฟ้าคงไม่ใฝ่ต่ำขนาดนั้น”
ฝ่ายถามยิ้มเจื่อนๆ ก่อนที่นักข่าวจะส่งเสียงฮือฮา พร้อมๆ กับที่อาทิตย์เดินเข้ามานั่งลงที่โต๊ะแถลงข่าว แสงแฟลชรัวขึ้นมาทันที
“เชิญเลยครับ”
“เรื่องคลิปหลุดคนหน้าเหมือนคุณอาทิตย์กับน้องนางฟ้าจูบกันนี่ยังไงคะ” นักข่าวเริ่มยิงคำถาม
“ไม่ใช่คนหน้าเหมือนอะไรหรอกครับ ผมเองนี่แหละครับ”
นักข่าวฮือฮา ก่อนจะถามต่อ “กำลังคบหาดูใจกับน้องนางฟ้าอยู่รึเปล่าคะ”
อาทิตย์ยิ้ม ไม่ได้ดูตกใจอะไรเลย “เรียกว่ากำลังศึกษากันอยู่ดีกว่าครับ”
นักข่าวยิ่งฮือฮาหนัก ขณะที่อุไรวรรณอึ้ง ปกรณ์ถึงกับสะอึก
“แต่จากภาพนี่จูบกันแล้ว ยังเรียกว่าศึกษาอยู่อีกเหรอคะ”
อาทิตย์ยิ้มเขินๆ ก่อนตอบ “ต้องขอยอมรับตรงนี้เลยครับว่าผมผิดเอง ผมขอโทษครับ”
นักข่าวฮือฮาอีก อุไรวรรณยิงคำถามต่อ “หมายความว่ายังไงคะ”
“ผมเป็นคนดึงนางฟ้าเข้ามาจูบเอง”
ปกรณ์ทั้งอึ้ง ทั้งโกรธ
“นางฟ้าเป็นคนน่ารักมาก ใครได้อยู่ใกล้ก็อดใจไม่ไหวหรอกครับ”
อาทิตย์ยิ้มเจ้าเสน่ห์ นักข่าวพากันกรี๊ดลั่น ปกรณ์ยิ่งโกรธหนัก อุไรวรรณหน้าจ๋อย ไม่พอใจ

อาทิตย์กำลังนั่งอ่านข่าวจากไอแพดอยู่ที่โต๊ะทำงาน ที่หน้าจอเห็นข่าว
“ทายาทมาดามราศีรับจูบนางฟ้าจริง แย้มดูใจกันอยู่”
สักพักเหมือนมีใครเดินเข้ามาข้างๆ พอเขาหันเก้าอี้ไป อัปสรสวรรค์ก็ตบหน้าผัวะ
“นี่คุณแก้ข่าวบ้าอะไรของคุณหา”
พออาทิตย์ตั้งตัวได้ ก็ยิ้มให้
“แล้วคุณจะให้ผมพูดว่าไง จูบเพราะจะสอนแอคติ้งคุณเหรอ ใครจะเชื่อ”
“แล้วไอ้ที่คุณพูดไปล่ะ คนเค้าก็ต้องเข้าใจผิด ก็คิดว่าฉันกับคุณเป็นแฟนกันสิ”
“โอย จะให้ผมตอบดูๆ อยู่ คุยๆ อยู่ เหมือนดาราอ่อนหัดชอบตอบกันน่ะเหรอ คนดูเค้าจะคิดว่าหาว่าเค้าโง่นะครับ”
“คุณก็ตอบเรื่องจริง สิว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่คุณขโมยจูบฉัน ลวนลามฉัน”
อาทิตย์ส่ายหน้ายิ้มๆ “โอ้โห ทีนี้ได้พังกันหมด ใครจะดูล่ะ ละครจากผู้จัดโรคจิต เอาน่า ผมว่าได้มากกว่าเสียนะ”
“คุณน่ะสิได้ ฉันเสียหาย มากด้วย จะแก้ข่าว”
“คุณครับ ผมทำเพื่อช่วยคุณนะ ตอนนี้ไม่มีใครสนใจเรื่องดาราจอมเชิดไม่ยอมถ่ายรูปกับแฟนละครแล้ว ทั้งเมืองเม้าท์กันเรื่องผมกับคุณแล้วนะ คุณจะให้ย้อนกลับไปอีกเหรอ”
“เลว”
อาทิตย์ยิ้มกริ่ม อัปสรสวรรค์เดินอารมณ์เสียออกไป

อัปสรสวรรค์เดินออกมา ก็เจอปูเปรี้ยวเข้าพอดี
“แหม มาหาคุณอาทิตย์เหรอคะ”
“วันนี้ฟ้ากลับก่อนนะคะ ไม่ไหวจริงๆ”
พูดจบก็ผลุนผลันเดินออกไปเลย ปูเปรี้ยวหน้าเหวอ
“อ้าว ไม่ไปกองเหรอคะ วันนี้มีออกกองนะคะ อ่าว”

ปกรณ์กำลังล้างรูปถ่ายอัปสรสวรรค์จากกองถ่าย สีหน้าเศร้าสร้อย สักพักเสียงมือถือก็ดังขึ้นมา เขาหยิบขึ้นมาดู แล้วรีบกดรับ
“ว่าไง”

ปกรณ์เดินเข้ามาที่ริมน้ำ ก่อนจะเห็นอัปสรสวรรค์ที่ใส่หมวกใส่แว่นดำนั่งหันหลังอยู่ ฝ่ายหลังหันมามอง เขามองตอบอย่างเห็นใจ
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งปรับทุกข์กัน
“ตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้วว่าฉันมาทำอะไรในวงการนี้วะ ทำไมชีวิตฉันถึงต้องมาวุ่นวายอะไรกับคนนั้นคนนี้ โดยที่ตัวฉันเองไม่ได้บงการชีวิตตัวเองซักอย่าง”
พลันเสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้นอีก
“โทร. อะไรกันนักหนาก็ไม่รู้”
พูดพลางหยิบมือถือราคาแพงออกมาแล้วปาลงน้ำไปเลย ปกรณ์ร้องลั่น
“เฮ่ย แพงนะฟ้า”
“ถ้ามันซื้อความสงบได้ ฉันยอมจ่าย”
“คนรวยเค้าคิดกันงี้”
ซุปตาร์สาวยิ้มๆ แล้วเอนกายลงนอนบนพื้นหญ้า ตากล้องหนุ่มนอนตาม
“ฉันเพิ่งจะรู้ว่าที่สุดของคนเรามันคืออะไร”
“อะไรล่ะ”
อัปสรสวรรค์ทำหน้าปลง “ความปกติธรรมดายังไงล่ะ มันดีที่สุดเลย”
“ยังไง”
“คนเราดีแต่ไขว่คว้าจะหาความพิเศษให้ตัวเอง จนถึงวันที่ตัวเองเจ็บปวดเจียนตายนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าความธรรมดาเป็นสิ่งที่วิเศษสุด”
“ปรัชญานะ” พูดปลางตัดสินใจถามขึ้นมา “ฟ้าไม่ได้ชอบไอ้เสี่ยนั่นใช่มั้ย”
อัปสรสวรรค์หันมามองหน้าขวับ ก่อนจะลุกพรวดนั่งทันทีแบบจะหาเรื่อง
“แกจะเชื่อใคร”
“ก็แค่อยากรู้เฉยๆ”
อัปสรสวรรค์หน้าสลด “ขอซักคนได้มั้ย ที่รู้ใจฉันโดยไม่ต้องถาม”
“ใจเย็น ใจเย็น”
พูดพลางดึงอีกฝ่ายลงเอนนอนต่อ แต่คราวนี้บังเอิญนอนใกล้กันกว่าเดิม
“เฮ้อ ฉันคงต้องทน ทนจนกว่าจะจบไอ้ละครเจ้าปัญหานี่ แล้วคงเข้าไปคุยกับคุณป้าขอพักยาว”
อัปสรสวรรค์พูดจบก็หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ปกรณ์แอบอมยิ้มดีใจ ก่อนจะมองหน้าสวยๆ ที่หลับตานิ่งอยู่พักนึง
“งั้น ไว้เราไปเที่ยวกันมั้ยฟ้า ฟ้า....”
ปกรณ์มองนางฟ้าที่นอนหลับจริงจังแล้วก็ได้แต่ยิ้ม จ้องมองเพื่อนรักด้วยความชื่นชม

อุไรวรรณนั่งอยู่หน้าคอมพ์ในหน่วยบันเทิงช่อง SUN เพียงลำพัง กำลังเปิดดูคลิปจูบในยูทูป
ก่อนจะเห็นชื่อคนที่เอาคลิปมาลงชื่อว่า “Monday Close” พร้อมภาพประจำตัวเป็นรูปลูกเหล็กโมเมนตัม
“มันเดย์ โคลส แกเป็นใคร”
ว่าแล้วก็คลิกเข้าไปในกล่องข้อความ แล้วพิมพ์ “ชอบคลิปมาก อยากเอามาใช้ในรายการข่าวบันเทิง ขอเบอร์โทรศัพท์ได้ไหมคะ”
แล้วก็ย้อนนึกถึงภาพตอนที่ตัวเองวิ่งเข้ามาที่โต๊ะทำงานอย่างกระหืดกระหอบ
 
พยายามมองก็ไม่เห็นมือถือ จึงเดินออกไปด้านนอกเห็นนัตตี้นั่งอยู่

นึกพลางแอบสงสัยนัตตี้ขึ้นมา สักพักก็เห็นเรด้าเดินเข้ามาแล้วเข้าไปนั่งที่โต๊ะ
 
เธอรีบหยิบถุงผ้าใส่เครื่องสำอางที่เตรียมไว้ แล้วลุกเข้าไปหา
“เอ่อ พี่เรด้าคะ”
เรด้าทำหน้าเฉย “ไง”
“พอจะรู้มั้ยว่าคุณนัตตี้เค้าเกิดวันอะไร”
“อ๋อ.. วันจันทร์”
อุไรวรรณพยักหน้า อย่างสนใจ
“มีไรอะ”
“อ๋อ เอ่อ พอดีไรเกิดวันเสาร์น่ะค่ะ เลยถามดู”
เรด้าร้องเสียงหลง “ว้าย วันเดียวกับพี่เลยนะแจ๊ะ”
“อ๋อ ค่ะๆ”
“แล้วรู้เปล่าวันเสาร์กับวันจันทร์น่ะ มันต้องกัดกันตลอด ระวังตัวไว้ด้วยนะ”
“อ๋อ ขอบคุณค่ะ” อุไรวรรณพูดพลางหยิบถุงขึ้นมา “เอ่อ พี่เรด้าคะ พอดีเมื่อเช้าไรไปงานเปิดตัวเครื่องสำอาง ได้เทสเตอร์ยี่ห้อดีๆ มาเต็มเลยค่ะ”
เรด้าทำเป็นไม่สน “เหรอ”
แต่พออีกฝ่ายหยิบเครื่องสำอางจากถุงผ้าออกมา ก็เหลือบมอง ก่อนจะเห็นว่าเป็นของแพงๆ ทั้งนั้น
“ไรเลยเอามาฝากพี่น่ะค่ะ”
“ไม่เป็นไร้ เงินเดือนพี่เยอะกว่าเราอีก”
“โถ่ หน้าไรแต่งไปก็ไม่ขึ้น ไม่เหมือนพี่ ยังไงไรวางไว้นะคะ ถ้าพี่ไม่ชอบก็แจกคนอื่นไปแล้วกันนะคะ”
เรด้าพยักหน้าผ่านๆ แต่พออุไรวรรณเดินออกไปปั๊บ ก็รีบคว้าหมับเอามาดู ตาวาววับ
“โหย แพงๆ ทั้งนั้น”
ส่วนอุไรวรรณพอเดินกลับมาที่โต๊ะ ก็ครุ่นคิดถึงคนปล่อยคลิป
“มันเดย์โคลส วันจันทร์ อีนัตตี้”

ที่ศาลาทรงไทยแห่งหนึ่ง ชิวาว่ากำลังถือกล้องวิดีโอถ่ายอยู่ตรงมุมหนึ่งในสวน ท่าทางดูเขินๆ ตัวเอง
“เอาเลยค่ะน้องนี่”
ฮันนี่ในชุดไทยรัตนโกสินทร์ นั่งพับเพียบอยู่ตรงศาลาไทย ไหว้มาทางกล้องอย่างสวยงาม
“สวัสดีค่ะ เห็นนี่แต่งตัวแบบนี้ ไม่ได้จะไปเข้าฉากละครพีเรียดที่ไหน แต่ที่นี่ทำเพราะรู้สึกกังวลใจ ที่ความเป็นกุลสตรีไทยกำลังเสื่อมโทรมไปมาก จนกลัวว่าเยาวชนจะคิดว่าการปล่อยตัวแบบฝรั่งเป็นสิ่งโก้หรู ไปกอดจูบกันในที่สาธารณะ ในฐานะดาราที่ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี นี่จึงคิดทำคลิปนี้ขึ้นมา โดยในหัวข้อแรกนี้จะเกี่ยวกับการกราบผู้ใหญ่.....”

“อะไรอ่ะบ๊วย”
ป๋าช้างพูดแบบงงๆ เมื่อเห็นบ๊วยเปิดดูคลิปของฮันนี่
“คลิปสอนการเป็นกุลสตรีไทยของฮันนี่ค่ะ คงจะทำออกมากัดน้องนางฟ้า”
“เออ นวัตกรรมใหม่ ดิ้นรนกันไปนะ ไม่ให้มันตกกระแส แล้วนี่ไปถึงไหนแล้วล่ะ ข่าวจูบจริงเจ็บจริง”
“โห น้องนางฟ้างานท่วมเลยค่ะ ตั้งแต่มีข่าวคลิปฉาว อีเว้นต์เข้าตรึม ส่วนละครช่อง Plus ที่ว่าจะเอานางเอก 2 คนมาประชันกันเลียนแบบเรา ก็ได้ข่าวว่าพักโปรเจ็กต์ไปแล้วค่ะ ไม่กล้าสู้”
ป๋าช้างหัวเราะขำ “แหม น่าจะเรียกว่าจูบอภินิหาร แต่ตัวหนูนางฟ้าเค้าจะยินดีด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้สินะ”

อุไรวรรณเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้าน เห็นเพ็ญศรีนั่งทำเล็บอยู่ที่โซฟา
“อ้าว แม่อยู่บ้านด้วยเหรอ”
เพ็ญศรีเงยหน้าขึ้นมา “แล้วจะให้ฉันไปอยู่ไหนล่ะ”
ลูกสาวไม่สนใจเดินไปวางของที่โต๊ะกินข้าว
“วันนี้เจ้านายแกมาส่งรึเปล่า”
“เปล่า กลับเอง เขาจะมาส่งทำไมล่ะ”
เพ็ญศรีทำหน้าเซ็ง “อะไร ไม่มีความคืบหน้าเลยรึไง”
“ก็บอกแล้วไงว่าไรกับเขาเป็นแค่เจ้านายลูกน้องกันแค่นั้น”
“น่ารำคาญ พูดอยู่ได้”
อุไรวรรณหันกลับมาพูด อย่างโมโห “นี่แม่ไม่ได้เปิดทีวีดูเลยเหรอ ว่าตอนนี้เขาดูใจกับนางฟ้าอยู่”
“ยัยนางฟ้าเพื่อนแกอีกแล้วเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิแม่”
เพ็ญศรีได้ฟัง ก็โมโหไปด้วย “นังนี่มันยังไงกันวะ สันดานชอบแย่งของชาวบ้านจริง เห็นหน้าหนิมๆติ๋มๆ แต่พอเรื่องผู้ชายล่ะไวเป็นลิง มันก็แค่ดูใจ ยังไม่ได้แต่งกันซะหน่อย”
“พอเหอะแม่”
เพ็ญศรียังไม่พอ “แต่ถึงแต่งแล้วก็เลิกได้”
“แม่”
ผู้เป็นแม่หงุดหงิด ลุกขึ้นมาหาลูกสาว
“นี่ไง ก็เพราะมัวอ้อยสร้อยแบบนี้ แม่นั่นมันถึงแย่งของดีๆ ไปได้ตลอด ไอ้เรื่องที่ควรทำไม่ทำ ฉันจะบอกให้ว่าผู้ชายคนนี้แหละจะมาเปลี่ยนชีวิตแก รู้ไว้ด้วย”
ผู้เป็นแม่มองลูกสาวอย่างจริงจัง

ทางด้านจริยาก็กำลังนวดให้สมรที่นอนคว่ำหน้าอยู่ที่บ้าน
“หนูนางฟ้านี่มันวาสนาดีจริงๆ เนอะ รวยอยู่แล้วยังได้ผัวรวยเข้าไปอีก”
สาวตัวจิ๋วรีบแย้ง “โอย แม่ พูดจา เค้ายังไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย”
“ไม่ได้เป็น มันจะจูบกันขนาดนั้นเรอะ”
“เค้าไม่ได้เป็นคนงั้นหรอก มันต้องมีเบื้องหลังอะไรแน่ๆ”
จริยาตั้งข้อสังเกต อยู่ๆ เมฆก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาโผล่ตรงหน้าต่าง แล้วกระซิบเรียก
“จิ๋ว”
“อะไร”
เมฆกวักมือให้อีกฝ่ายออกมา จริยาหันบอกแม่
“แป๊บนะแม่”
ว่าแล้วก็รีบเดินออกไปหาเมฆนอกบ้าน
“อะไรเมฆ”
เมฆรีบส่งมือถือให้ดู “ดูนี่ๆ”
เมื่อรับมือถือมาดู จริยาก็ค่อยๆ ตาโตลุกวาวเช่นกัน เมื่อเห็นคลิปในเว็บยูทูปชื่อ “เพลง...... cover by จิ๋ว-เมฆ” มียอดวิวแสนกว่า
เธอถึงกับกรี๊ดลั่น “อร๊าย ยอดวิวแสนกว่า”
“ภายในวันเดียว”
เธอกระโดดโลดเต้นเข้าสวมกอดเขาด้วยความตื่นเต้น ดีใจ ครู่หนึ่งก็ผละออก
“ไม่เคยดีใจขนาดนี้เลยจริงๆ”
เมฆยังเหวอๆที่โดนกอด “ใช่ เราก็ไม่เคย”
แต่พอคิดอะไรขึ้นมาได้ เธอก็หุบยิ้ม
“แต่คนดูเป็นแสนก็เท่านั้นแหละนะ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรต่อได้”
“โห่จิ๋ว คิดดู คนเป็นแสนนี่ ล้นราชมังคลาฯ เลยนะ คนดูเราขนาดนี้ไม่พอใจอีกเหรอ”
“เออ ใช่ๆ เอาวะ อย่างน้อยก็ยังมีอะไรมาให้ดีใจเล่นในวันเซ็งๆ แบบนี้”

“แต่ที่เมฆดีใจมากกว่านั้นก็คือ ได้เห็นจิ๋วยิ้มกว้างๆ แบบนี้แหละ”

เพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 3 (ต่อ)

จริยายิ้มเขิน ก่อนที่สมรจะตะโกนมา
 
“ไอ้จิ๋ว ไปไหนของเอ็งวะ”
“ไปแล้วแม่ เจอกันเมฆ ขอบใจมากนะสำหรับข่าวดี”
พูดพลางโบกมือลาแล้วกระโดดโลดเต้นวิ่งเข้าบ้านไปแบบเด็กๆ เมฆมองตาม สายตายิ้ม

อาทิตย์ตาโต ตกใจ
“จะปิดค่ายเพลงเหรอครับ”
ราศีพยักหน้ารับ “ก็ใช่สิ ไอ้ส่วนนี้นี่แหละเป็นตัวถ่วงบริษัทเราที่สุด เพลงชุดหลังๆ ก็เจ๊งไม่เป็นท่า
งานจ้างก็ไม่มี บัตรคอนเสริต์ก็ไม่วิ่ง”
“แต่ผมเพิ่งเรียกโจ ศรัณธรมาเซ็นสัญญาเองนะครับ”
“ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้มาลงละครแทน”
อาทิตย์ทำหน้าผิดหวัง “โห นี่มันความฝันของผมตั้งแต่เด็กเลยนะครับ”
“ตื่นได้แล้ว เลิกฝัน มันหมดยุคแล้ว คนเดี๋ยวนี้เค้าโหลดแต่ของเถื่อนกัน ค่ายเพลงอื่นเค้าก็ปิดกันไปหมดแล้ว แกยังจะเสี่ยงอีกเหรอ แม่ว่าเอาเวลามาช่วยกันทำส่วนอื่นให้มันดีดีกว่า”
อาทิตย์พยายามพูดอ้อน “โธ่ คุณแม่ครับ ส่วนละครกับข่าวผมก็ช่วยทำเต็มที่แล้ว ยังไงอันนี้ขอผมทำตามฝันซักอย่างเถอะครับ”
“แกฝัน แต่ฉันเจ๊งจริงนะตาทิตย์ โอย..ไม่ไหวๆ ไม่เอาๆ”
“ผมขอแล้วกันครับ ให้มันเป็นงานที่ใช้หล่อเลี้ยงใจผม”
ราศีมองลูกชายอย่าเพลียใจ
“งั้นก็ ได้”
อาทิตย์เงยขวับ สีหน้างุนงง ราศีพูดต่อ
“แต่แกต้องใช้เงินของแกเอง จะได้รู้คุณค่าของเงินซะที”
“ได้ครับ ผมจะไม่ใช้เงินของมาดามราศีเลยซักสตางค์เดียว”
“ก็ดี ยังไงสำรองตังค์ไว้ซักห้าบาทสิบบาทแล้วกัน”
อาทิตย์ทำหน้างง “สำรองทำไมครับ”
“ไว้ซื้อขันมานั่งขอทานตอนเจ๊งไงล่ะ”
ราศียิ้มเดินออกไป อาทิตย์นั่งตัวตรงแล้วกดคอมพ์ให้จอสว่างขึ้น ที่หน้าจอ เห็น facebook ของอัปสรสวรรค์ขึ้นข้อความบนพื้นสีดำ
“ขอ restart โลกมนุษย์แป๊บ”
เขาอมยิ้มนิดหนึ่ง ก่อนเลื่อนจอลงไปดูข้างล่าง เห็นโพสต์ที่จริยาเอาคลิปเพลงตัวเองมาแปะ พร้อมข้อความ
“เอามาให้ดูจ้ะเจ้ อัดเล่นๆ หนุกๆ”
เขามองอย่างสนใจ ก่อนจะเลื่อนไปคลิกที่ปุ่มเปิดคลิป

เช้าวันใหม่ จริยาคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน สีหน้าตื่นเต้นสุดๆ
“อะ อะไรนะคะ ค่ะ ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ “
พูดพลางกดวางสาย ก่อนจะพยักหน้าเบลอๆ ไม่ยิ้ม ไม่ดีใจอะไร เพราะยังช็อกอยู่ ครู่หนึ่งก็กรี๊ดออกมาสุดเสียง จนเมฆที่ยืนอยู่ข้างๆ ตกใจ
“จิ๋ว เป็นอะไร ใครโทรมาเหรอจิ๋ว”
“เมฆ ความฝันเราใกล้จะเป็นจริงกันแล้วนะ”
จริยาตื่นเต้น หายใจเร็ว จนพูดไม่ออก
“มีอะไรจิ๋ว ค่อยๆ พูด”
“ค่ายเพลง Sun music โทร. มาชวนให้ไปออดิชั่นเป็นนักร้อง”
เมฆยิ้มดีใจ “หา สุดยอดไปเลยจิ๋ว”
จังหวะนั้นสมรกำลังเข็นรถออกมาเตรียมออกไปขายขนม จริยารีบไปดึงแม่มากอดด้วย
“แม่ๆๆ จิ๋วทำได้แล้ว เราจะสบายกันแล้วแม่”
สมรยืนงง “ทำอะไรวะ”
ลูกสาวสวมกอดแม่แน่นด้วยความดีใจสุดๆ

อัปสรสวรรค์คุยมือถือกับจริยา แล้วยิ้มหน้าบาน
“จริงเหรอจิ๋ว ใช่ๆ Sun Music ค่ายเดียวกัน ไม่อยากเชื่อเลยอ่ะ เดี๋ยวเม้าท์กันนะ ดีใจด้วย”

อุไรวรรณอยู่ที่ช่อง SUN คุยมือถือกับจริยาด้วยความดีใจเช่นกัน
“เฮ้ย ดีใจด้วยแก มาวันไหนๆ”
“จันทร์หน้าเจ้ เดี๋ยวไปถึงจิ๋วโทร. หานะ ทั้งเจ้ไร เจ้ฟ้า ไปหาอะไรกินด้วยกันซักที”
อีกฝ่ายหุบยิ้มทันที

ราศีตกใจเมื่อเห็นเอกสารในมือ
“อะไรกัน งบมันบานอะไรขนาดนี้”
ภายในห้องประชุม มีอาทิตย์ ป๋าช้าง ปูเปรี้ยว และกรณ์อยู่พร้อมหน้า
ปูเปรี้ยวอึกอัก “เอ่อ พอดีผู้กำกับเค้าอยากเช่ารถสปอร์ตมาเข้าฉากเพิ่มอีกหน่อยน่ะค่ะ”
“มันจำเป็นมั้ย ฮะ พระเอกเรื่องนี้ขับรถญี่ปุ่นก็พอมั้ง ตัดไป”
ปูเปรี้ยวก้มหน้าจดยิกๆ “อ๋อ ค่ะๆ”
“แล้วบอกหมีเค้านะให้รีบๆ ถ่ายซีนบ้านหลังนั้นให้จบไปก่อน ไม่ต้องประดิดประดอยมาก ค่าเช่าบ้านวันละห้าหมื่นฉันจะตายซะก่อน”
“รับทราบค่ะ”
ราศีพูดต่อ “ส่วนตาภีมน่ะ...”
ปูเปรี้ยวชิงพูดแทรกขึ้นมา “บอกให้หยุดอัพหน้าได้แล้ว”
“ใช่สิ นี่คนเค้าเริ่มพูดแล้วว่ามันแสดงได้หน้าเดียว เพราะฉีดหน้าจนขยับไม่ได้”
คนอื่นแอบขำ ราศีหันไปถามอาทิตย์
“ของลูกมีอะไรอีกไหมตาทิตย์”
“ผมว่าฝ่ายข่าว...”
ป๋าช้างกับกรณ์รีบนั่งตัวตรงทันที
“ตอนนี้รายการข่าวบันเทิงมันแข่งขันกันแรงมาก ถ้าเรายังมัวจัดแบบเดิมๆ อยู่ จะไปไม่รอด”
กรณ์ร้อนตัว “จะเปลี่ยนพิธีกรหรือฮะ ผมว่าน้องนัตตี้เค้าก็ยังดีอยู่นะครับ”
ป๋าช้างแอบด่า “เค้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยไอ้เบื๊อก”
ราศีพยักหน้าเห็นด้วยกับลูกชาย “ก็จริง ฉันว่ารูปแบบการนำเสนอมันน่าจะฉูดฉาดตามยุค ไม่ใช่ออกมายืนพะงาบๆเป็นปลาช่อนเกยหาดแบบนั้น”
อาทิตย์คิดอะไรขึ้นมาได้
“อืม ผมว่าน่าจะเพิ่มการวิเคราะห์ เพิ่มสกู๊ปที่มันน่าสนใจมากกว่าเดิม อีกอย่างคือเหยี่ยวข่าวแรงๆเก่งๆ ที่คอยรายงานตอนลงพื้นที่ ให้เป็นสีสัน”
“อืม แล้วไง จะหาคนเข้ามาเพิ่มเหรอ”

อาทิตย์ยิ้ม ยังไม่พูดอะไร

อุไรวรรณเดินเข้าห้องทำงานมา ด้วยสีหน้าดีใจ หัวใจพองโต นัตตี้เห็น ก็หันไปแขวะกับกรณ์
 
“พี่กรณ์คะ นัตกลัวจริงๆ เลยว่าเร็ตติ้งรายการเรามันจะร่วงฮวด คิดดูสิคะ คนเค้าเพิ่งเห็นหน้า นัตสวยๆ งามๆ พอเจอนักข่าวภาคสนาม ดันกลายเป็นเด็กสก๊อยสแกนที่ไหนก็ไม่รู้ มันเสื่อมนะคะว่ามั้ย”
กรณ์ส่ายหน้า “ช่างเถอะค่ะ เค้าแค่ให้ลองงาน ไม่ได้เรื่องเค้าก็ปลด เผลอๆ ก็เทปเดียวนี่แหละ”
นัตตี้หันไปแขวะเรด้าที่พิมพ์งานอยู่
“อ้าว แล้วเรด้าล่ะจ๊ะ ได้เป็นเหยี่ยวกับเค้าด้วยรึเปล่า ได้ข่าวว่าอยู่มาก่อนตั้งนานจนจะเหี่ยวแล้ว ป๋าเค้าเห็นแววมั่งยัง”
เรด้าสวนกลับทันที “อ๋อ ฉันมันรู้ตัวเองดีจ้ะ ยังไงชีวิตนี้คงไม่ได้เป็นเหยี่ยว แต่จะขอเป็นแร้ง ปล่อยให้นกกามันแก่งแย่งชิงดีกันไปก่อน ค่อยโฉบกินตอนสุดท้าย”
อุไรวรรณมองนัตตี้อย่างไม่พอใจแล้วเดินออกไป

“ว่าไงนะ เค้าให้แกเป็นเหยี่ยวข่าว”
ปกรณ์หันขวับทันที เมื่อรู้ข้าวจากอุไรวรรณ
“อะไร นี่หน้าตาแกดีใจกับเพื่อนมากเลยนะ”
“มันไวไป” ตาอกล้องหนุ่มพูดตรงๆ
“ฉันมีความพร้อมตะหากเว้ย”
“ก็ดูๆ หน่อย มันแปลกๆ”
อุไรวรรณเริ่มโกรธ “นี่ ถ้าเป็นอีนางฟ้าล่ะ แกคงปลื้มยิ้มปากฉีกไปแล้วใช่มั้ย แกคงอวย ว่ามันเก่งมันเริ่ด แต่พอเป็นฉัน ทำไม ฉันมันห่วยแตกมากนักเหรอไอ้เป๋า”
ปกรณ์มองความแรงของอุไรวรรณที่ของขึ้นแบบอึ้งๆ
“คอยดูล่ะกัน ฉันจะทำให้แกเห็นว่าคนอย่างฉันก็ไม่กระจอกกว่าใคร โดยเฉพาะอีนางฟ้านางสวรรค์ของแก”
อุไรวรรณจ้องตาเขม็ง ปกรณ์ถอนใจ ส่ายหน้า

อุไรวรรณจ่อไมค์สัมภาษณ์ภีมออกกล้องเป็นครั้งแรก
“จมูกนี่ไม่ได้ทำนะครับ พอดีผมกินแป้งมาก หน้ามันอ้วน เลยทำให้จมูกมันดูโด่งขึ้นน่ะครับ
“ยืนยันว่าไม่ได้ทำใช่มั้ยคะ”
ภีมพยักหน้าหงึก “พันเปอร์เซ็นต์ ให้ฟ้าผ่าเลยเอ้า”
“แหม ขอบคุณค่า”
ทั้งสองหันไปมองกล้อง พร้อมกับทำท่าประจำรายการ I LOVE GOSSIP ปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตากล้องพยักหน้าคัท
อุไรวรรณหันมาบอกกับภีม “ขอบคุณค่ะ” จากนั้นก็เดินแยกมา
ภีมตบๆ ปาก ไหว้ท้องฟ้าแล้วเดินไป
“ต่อไปพี่หมีรึเปล่าเป๋า” อุไรวรรณหันมาถามปกรณ์
“ฟ้าไง”
คนถามถึงกับตกใจ “ต้องสัมภาษณ์มันด้วยเหรอ”
“อื้อ”
เหยี่ยวข่าวสาวนิ่งเครียด “งั้นแกถามเองแล้วถ่ายไปเลยได้ปะ”
“เฮ้ย บ้าเหรอ สัมภาษณ์คนอื่นมีแก แล้วอันนี้ไม่มี มันโดด”
“เออ คนเดียวเองไม่เป็นไรมั้ง”
ตากล้องหนุ่มมองจ้อง “นี่ไร เราทำงานอยู่นะ”
“ฉันปั้นหน้ายิ้มไม่ไหว ออกไปแล้วทุเรศแน่”
อีกฝ่ายส่ายหน้า “แยกแยะหน่อย”
“ไม่เอาอะ”
พูดพลางจะเดินออกไป ปกรณ์รีบจับข้อมือไว้
“นี่แกกลัวอะไร”
ฝ่ายถูกถามหยุดหันมามอง “ฉันไม่ได้กลัว แต่ฉันไม่อยากเจอหน้าอีนางฟ้า ไม่ชอบมัน”
“ไม่ชอบจนยอมวิ่งหนีความสำเร็จตัวเองด้วยงั้นสิ”

อุไรวรรณนิ่งคิด

อัปสรสวรรค์มายืนรอสัมภาษณ์อยู่หน้ากล้อง ปกรณ์เตรียมถ่าย
 
“ฟ้าโอเคนะ เรื่องข่าว”
“ดีขึ้นแล้วเป๋า ปล่อยมันบ้าไปคนเดียวเถอะ อีตาเสี่ย”
ตากล้องหนุ่มหัวเราะ ขำ “เสี่ย”
อีกมุมหนึ่ง อุไรวรรณกำลังวอร์มหน้าแล้วลองยิ้มกับกระจกตลับแป้งพับ ท่าทางดูไม่ค่อยอยากทำ
“เอาวะ จะถือว่าคุยกับอากาศธาตุ ท่องไว้ อากาศธาตุ อากาศธาตุ”
จากนั้นก็จัดเสื้อพร้อมเข้าที่ ก่อนจะเดินเข้ามาข้างอัปสรสวรรค์
“ดีใจด้วยนะไร ได้เป็นเหยี่ยวข่าวแล้ว”
อุไรวรรณมองเมิน หันไปคุยกับปกรณ์ “ พร้อมแล้วเป๋า” พลางท่องมุบมิบๆ “ อากาศธาตุ อากาศธาตุ”
ปกรณ์เตรียมถ่าย “โอเคนะ ไป”
ขาดคำอุไรวรรณก็เปลี่ยนสีหน้าจากนิ่งเฉยกลายเป็นยิ้มได้ทันที
“และตอนนี้ไรอยู่กับอากาศธาตุ”
พูดแล้วก็สะดุ้งเอง ทั้งปกรณ์และอัปสรสวรรค์มองอึ้งๆ
“คัท อะไรของแกวะไร”
“ขออีกทีนะเป๋า พอดีฉันเหม่อ”
“โอเค. ห้าสี่สามสอง ไป”
อุไรวรรณเริ่มพูดใหม่ “และตอนนี้ไรอยู่กับนางเอกของเรานางฟ้าค่า สวัสดีค่ะ”
อัปสรสวรรค์ยิ้มหวาน “สวัสดีค่ะ”
“ข่าวคลิปเจ้าปัญหาเป็นยังไงบ้างคะ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้นค่ะ”
เหยี่ยวข่าวสาวยิงคำถามต่อ “จะบอกว่าเรื่องกับคุณอาทิตย์นี่ไม่มีอะไรกันใช่มั้ยคะ”
“ไม่มีค่ะ”
“ที่ในเน็ตเค้าลือกันว่าทั้งหมดเป็นไวรัลมาร์เก็ตติ้ง หรือคลิปที่แกล้งทำขึ้นเพื่อโฆษณาละครนี่ จริง รึเปล่าคะ”
ซุปตาร์สาวส่ายหน้าช้าๆ “เอ อันนี้ฟ้าก็ไม่รู้ค่ะ แต่สำหรับฟ้าไม่ได้มีการเตรียมตัว”
“แล้วตอนนี้ เอ่อ รู้ตัวคนที่ถ่ายคลิปนั้นรึยัง”
“รู้แล้วค่ะ”
อุไรวรรณอึ้ง “ใครคะ”
“เจ้ากรรมนายเวรแหงๆ”
ซุปตาร์สาวตอบแบบติดตลก อีกฝ่ายอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะตาม
“จะเป็นใครก็ช่างเถอะค่ะ ฟ้ากรวดน้ำให้แล้ว คนที่เค้าสติดีๆ คงไม่มีใครอยากทำหรอก”
อุไรวรรณตาวาว เริ่มรู้สึกโกรธ “หมายความว่าไง”
-อัปสรสวรรค์กับปกรณ์มองอย่างแปลกใจ ว่าโกรธอะไร
” ฟ้าหมายถึงคนที่ถ่ายคลิปน่ะค่ะ เค้าต้องไม่หวังดีกับฟ้าแน่ๆ”
“รู้ได้ไง เค้าอาจจะทำตามหน้าที่ของเค้าก็ได้”
พอเห็น 2 คนหันมองหน้ากัน อุไรวรรณรู้ตัว รีบพูดแถ
“หมายถึงคนทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง จริงไหมคะ งั้นวันนี้ขอบคุณมากนะค่ะ”
“ค่ะๆ”
2 สาวหันไปบ๊ายบายหน้ากล้อง ปกรณ์ส่งสัญญาณคัท อุไรวรรณหุบยิ้ม รีบเก็บไมค์
“ถามแบบนี้ ออกอากาศไม่ได้หรอกมั้ง” ตากล้องหนุ่มเป็นห่วง
“ไม่ชอบอะไรก็ตัดทิ้งไปสิ”
อุไรวรรณพูดพลางสะบัดหน้าเดินออกไป อัปสรสวรรค์มองหน้าปกรณ์ เหมือนสงสัย
“คงไม่ใช่มั้ง”
ตากล้องหนุ่มมองตาม หน้าเครียด
“คิดมากน่าแก” อัปสรสวรรค์พูดแหย่ ปกรณ์พยักหน้าหงึก แต่ไม่วายสงสัย

อุไรวรรณกลับมาที่ช่องSUN ขณะเดินอยู่ตรงระเบียง เสียงเตือนในมือถือก็ดังขึ้น เธอรีบหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นข้อความตอบกลับ จาก Monday Close ตอบว่า
“เราไม่ต้องการเงิน”
อ่านพลางบ่นอุบ “แล้วแกต้องการอะไร”
จากนั้นก็กดพิมพ์กลับไป ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงข้อความตอบกลับมา
“เพื่อความบันเทิง”
อุไรวรรณอ่านด้วยความโมโห “ไอ้โรคจิต”
แต่แล้วก็เหมือนนึกอะไรได้ รีบเดินเข้าไปในห้องหน่วยบันเทิง

บ๊วยนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ขณะกำลังนั่งแชทกับเพื่อนฝรั่ง อุไรวรรณเดินเข้ามา แล้วมองๆ เข้าไปในมุมทำงานของนัตตี้
“บ๊วย คุณนัตตี้อยู่ป่าวจ๊ะ”
“อ๋อ อยู่เพิ่งมาเมื่อกี้เองแหละ”
“ขอบใจจ้ะ”
อุไรวรรณยิ้มรับ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะ เหมือนรออะไรบางอย่าง
ขณะเดียวกัน นัตตี้ที่อยู่ในมุมทำงานมีฉากกั้นเป็นสัดส่วน กำลังจ้องอยู่ที่หน้าคอมพ์ อุไรวรรณเขย่งอยู่บนเก้าอี้มีล้อ ชะโงกเข้าไปแอบดูจากด้านหลัง จนเห็นที่คอมพ์นัตตี้กำลังดูคลิปนางฟ้าจูบกับอาทิตย์

“ฉันว่าแล้ว แกจริงๆ อีมันเดย์โคลส”

พูดพลางหยิบมือถือขึ้นมาจะแอบถ่ายคอมพ์ของนัตตี้
 
แต่บังเอิญเก้าอี้ที่เหยียบลื่นไถลไป เธอสะดุ้งตกใจ ก่อนจะเสียหลักล้มคว่ำไป ฉากกั้นล้มโค่นใส่นัตตี้ ที่ทำหน้าเหวอตกใจก่อนล้มลงไปนอน เสียงโครมดังลั่น ข้าวของจุกจิกกระจัดกระจาย
บ๊วยและทีมงานได้ยินเสียงโครมก็พากันสะดุ้ง หันมาดู
“ว้ายๆๆๆ อะไรอะ”
ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เห็นฉากกั้นโค่นพังพาบอยู่กับพื้น ทีมงานช่วยกันยกขึ้นตั้งเหมือนเดิม นัตตี้ลุกขึ้นมาในสภาพหัวยุ่งไปหมด
“อะไรเนี่ย”
บ๊วยส่ายหน้ายิก “ไม่รู้อะนัตตี้ สงสัยแผ่นดินไหว”
“แผ่นดินไหว ? แล้วมันมาไหวบ้าอะไรเฉพาะตรงฉันวะ”
“ธรณีสูบรึเปล่า”
นัตตี้มองหน้าเอาเรื่อง “นังบ๊วย”
ทุกคนหันมองหน้ากันแบบงงๆ
อีกมุมหนึ่งหน้าห้อง อุไรวรรณโผตัวออกมาหลบ พร้อมกับถอนใจโล่งอกที่รอดมาได้

อุไรวรรณเดินถือมือถือมาตามทาง
“แกเสร็จแน่ นัตตี้”
พอมาถึงหน้าห้อง มองเข้าไปเห็นอาทิตย์นั่งเล่นโน้ตบุ๊คอยู่ที่โต๊ะ ขณะกำลังจะเอ่ยปากเรียก เสียงเตือนข้อความในมือถือก็ดังขึ้น เธอชะงักตกใจ
อาทิตย์ได้ยิน ก็หันไปตามเสียง พอเห็นอุไรวรรณ ก็อึ้งไปนิด ก่อนจะยิ้มให้
“อ้าว เชิญครับ”
อีกฝ่ายยิ้มแหยๆ ก่อนเดินเข้าไป
“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
“เอ่อ คือไรจะบอกว่า ไรสงสัยคนที่ปล่อยคลิปคุณอาทิตย์กับนางฟ้าค่ะ”
อาทิตย์ยิ้มนิดๆ “ นึกว่าเรื่องอะไร เรื่องนี้ผมไม่ติดใจเลยจริงๆนะ แล้วคุณสงสัยใครล่ะ”
อุไรวรรณกำลังจะอ้าปากบอก พลันสายตาก็เหลือบเห็นลูกเหล็กโมเมนตัมอันหนึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะ
เธอนึกถึงภาพประจำตัวคนที่ปล่อยคลิปในยูทูป เป็นรูปลูกเหล็กโมเมนตัมเหมือนกับอันนี้
อาทิตย์เห็นอุไรวรรณอึกอักก็พูดต่อ “ งั้นช่างมันเถอะครับ”
“แต่คลิปนั้น มันมาจาก..”
อีกฝ่ายพูดแทรกทันที “มันจะมาจากไหน หรือว่าใครเป็นคนถ่าย ผมไม่สนใจหรอกครับ แค่ใช้ประโยชน์ได้ก็พอ”
อุไรวรรณนึกเอะใจในคำพูดนี้ พลางเหลือบไปเห็นภาพถ่ายของอาทิตย์สมัยเรียนอยู่เมืองนอกยืนอยู่หน้าบาร์แห่งหนึ่ง มีป้ายใหญ่ๆ เขียนว่า “Monday Close”
อาทิตย์ลุกขึ้นเดินไปด้านหลังเธอ
“คุณคงเข้าใจนะ ว่าตีเหล็กมันต้องตีตอนร้อน”
อุไรวรรณอึ้งจนพูดไม่ออก อาทิตย์ยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางนึกถึงตอนที่เดินถือปึกเอกสารออกจากห้องของราศี แล้วก็นึกถึงอุไรวรรณขึ้นมา
เขาเดินเข้ามาที่โต๊ะอีกฝ่าย เมื่อไม่เห็นใคร ก็หยิบมือถือขึ้นมาโทร. ก่อนจะได้ยินเสียงมือถือดังอยู่แถวนั้น เขาเหลือบมองหา เห็นมือถืออุไรวรรณวางอยู่บนเก้าอี้
เขาหยิบขึ้นมา คิดนิดหนึ่ง ก่อนกดดู เห็นคลิปตัวเองจูบกับอัปสรสวรรค์ที่อุไรวรรณแอบถ่าย
อาทิตย์ทำหน้าครุ่นคิด

อุไรวรรณมึนงงไปหมด
“ฝีมือของคุณ?”
อาทิตย์ยิ้มยักไหล่ แทนการยอมรับ
“คุณทำ ไปเพื่ออะไรคะ”
อาทิตย์โผล่หน้าเข้ามากระซิบข้างหู “ เรารู้กันแค่นี้นะครับ”
พูดจบก็พับหน้าจอโน้ตบุ๊ค ยิ้มให้ก่อนเดินออกจากห้องไป อุไรวรรณนึกถึงเสียงเตือนข้อความที่ดังขึ้นตอนที่อยู่หน้าห้องจึงหยิบมือถือออกมาดู ก่อนจะเห็นเป็นข้อความตอบกลับจาก Monday Close เขียนว่า
“เหยี่ยวข่าวของเรา ออกตัวแรงจริงๆ”

เหยี่ยวข่าวสาวหน้าเหวอ มึน งงไปหมด
 
จบตอนที่ 3


กำลังโหลดความคิดเห็น...