xs
xsm
sm
md
lg

เสือ ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสือ ตอนที่ 11
เทพนิมิตเดินออกมาสูดอากาศที่ด้านนอก ระงับสติอารมณ์ เธอกำไพ่ในมือแน่น อีกมือยกลูบรอยสักที่หน้าอกตัวเอง คิดบางอย่าง


ด้านในผับ ทั้งหมดนั่งนิ่ง มองหน้ากันไปมา ไม่รู้จะทำอย่างไร ปักษะถอนหายใจ ลุกขึ้น
"ผมจะออกไปตามแม่หมอเอง"
ลูกปลาเหล่มองคำสูรย์
"เราเหลือเวลาไม่มากแล้ว ... ผมไม่อยากให้พวกเราทะเลาะกันเอง ... เพราะนี่อาจเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยณจันทร์ได้"
คำสูรย์พยักหน้าหงึกๆเข้าใจ รู้ตัวว่าผิด ปักษะพยักหน้าให้ทุกคนก่อนเดินออกไป

เทพนิมิต ตั้งสติ สูดลมหายใจก่อนจะตัดสินใจจะเดินหันหลังกลับเข้าร้าน แต่จังหวะนั้น ปักษะเปิดประตูร้านออกมาพอดี เทพนิมิตตกใจสำรับไพ่ร่วงจากมือ เธอร้องโวยวาย ก่อนจะรีบหันกลับไปก้มจะเก็บไพ่ที่ร่วงเต็มพื้น จังหวะนั้นมีมือ ผู้ชายคนหนึ่งหยิบไพ่ที่ตกยื่นให้ เทพนิมิตชะงักเมื่อเห็นเห็นไพ่ในมือชายคนนั้นเป็นรูปอัศวิน
เทพนิมิตเงยหน้ามองชายคนนั้น เริ่มเอะใจ หรือว่าจะเป็นคนนี้ !
"อาชา"

ชายคนที่เก็บไพ่ให้เทพนิมิต คืออาชา เทพนิมิตหันมองปักษะกับอาชาว่ารู้จักกันด้วยหรอ ทั้งหมดช่วยกันเก็บไพ่ให้เทพนิมิต เทพนิมิตมองอาชาอย่างครุ่นคิด จนปักษะสังเกต
"มีอะไรเหรอแม่หมอ"
"ฉันเจอแล้ว! ผู้ชายที่เราตามหา ฉันสังหรณ์ใจว่าใช่"
"จริงเหรอ! คนไหน คนไหนครับ"
"ผู้ชาย" เทพนิมิตมองอาชาที่เก็บไพ่ครบแล้ว กำลังจะยื่นให้เธอ "คนนี้"
เทพนิมิตชี้ที่อาชาซึ่งทำหน้าไม่เข้าใจ ปักษะตกใจ มองหน้าเทพนิมิต เธอพยักหน้าว่าใช่

ภายในบ้านปักษะ อาชานั่งอยู่ที่โซฟา ปักษะยืนรวมกลุ่มกับคำสูรย์ เทพนิมิต และลูกปลาเหมือนโต้เถียงอะไรกันบางอย่าง ก่อนหันไปมองอาชาด้วยแววตาสงสัยและไม่แน่ใจ
ปักษะเดินเข้ามาหา อาชาเริ่มอึดอัด
"ไหนแกว่ามีเรื่องจะพูดกับฉันไงวะ"
"ฉันมีเรื่องอยากจะถามแก"
"มีอะไรก็ว่ามาสิ"
ปักษะอึกอัก ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี ในที่สุดเทพนิมิตก็โพล่งขึ้นมา
"คุณเกิดที่ไหน"
อาชาชะงัก มองหน้าเทพนิมิตอย่างไม่เข้าใจ
"ตอบมาก่อนสิ คุณเป็นคนที่ไหน"
"ก็คนกรุงเทพนะสิ ถามทำไม"
"เห็นไหมวะ กูว่าแล้วว่าไม่ใช่หรอก!" คำสูรย์ว่า
เทพนิมิตหันไปด่า
"เงียบเถอะนะ! ไม่ใช่ คุณเป็นคนกรุงเทพ แต่ไม่ได้เกิดที่กรุงเทพ แล้วคุณก็ไม่ได้เกิดที่โรงพยาบาล แต่เกิดในที่กลางแจ้ง ฉันพูดถูกใช่ไหม"
ทุกคนจ้องมองหน้าอาชาอย่างลุ้น ส่วนอาชามองเทพนิมิตอย่างแปลกใจ
"คุณรู้ได้ไง ใช่ ผมไม่ได้เกิดที่โรงพยาบาล…แต่ผมเกิดในป่า"
คำตอบของอาชาทำให้ทุกคนแทบไม่อยากจะเชื่อ
"นี่เรื่องจริงเหรอ"
"ก็ใช่สิวะ ทำไม ฉันไม่เคยเล่าให้แกฟังเหรอว่า พ่อฉันย้ายไปประจำป่าไม้ตอนฉันจะเกิด แล้วแม่ฉันไปเจ็บท้องคลอดฉันที่นั่น"
ปักษะหงุดหงิด
"ก็ไม่เคยนะสิ ทำไมแกไม่บอกฉันก่อนหน้านี้วะ"
อาชางง
"อะไรของแก ทำอย่างกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย"
คำสูรย์ยังไม่เชื่อ
"ไม่มีทาง! ไอ้ผู้ชายคนนี้นะเหรอจะเป็นคนที่ช่วยคุณหนู บ้าสิ มันเป็นตำรวจ แล้วมันยังคอยตามล่าคุณหนูมาตลอด"
"โชคชะตามันก็เป็นอย่างนี้…เป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึง"
"เดี๋ยวก่อนสิคะ เรายังไม่รู้แน่เลย มันยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นอาชาหรอก จริงไหมคะคุณปักษะ"
ปักษะนิ่งไป
"ผมว่า…มันก็มีความเป็นไปได้"
อาชายิ่งงงไปใหญ่กับคำพูดของทุกคน พูดแทรกขึ้นมา
"เดี๋ยวก่อน! นี่พูดเรื่องอะไรกัน มีใครจะบอกฉันได้ไหมวะ"
ปักษะตัดสินใจจะบอก
"ฟังให้ดีนะ…พวกเราไปเจอคัมภีร์ที่บอกวิธีแก้คำสาปเสือมาแล้ว มีคนที่แก้คำสาปให้ณจันทร์ได้ แต่ต้องเป็นผู้ชายที่มีลักษณะพิเศษเท่านั้น และตอนนี้ทุกคนกำลังสงสัยว่าผู้ชายคนนั้นก็คือ…แก"
อาชานิ่งงันกับคำพูดปักษะ
"ยังก่อนๆ ตอนนี้กูยังไม่แน่ใจอะไรทั้งนั้น" คำสูรย์บอก
"แต่ฉันแน่ใจ"
ทุกคนชะงัก หันมามองเทพนิมิต
"จำวรรคสุดท้ายที่คัมภีร์พูดถึงได้ไหม"
ลูกปลาถาม
"ไอ้ที่พูดถึงคนที่เจ็ดนะเหรอคะ"
"ชายคนที่จะแก้คำสาปคือคนที่เจ็ดในสิบสอง…ฉันคิดมาเกือบทั้งคืน สงสัยว่าตัวเลขสิบสองหมายถึงอะไร ถ้าคัมภีร์เป็นการทำนาย มันก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องดวงชะตา"
ทุกคนนิ่งเงียบ ตั้งใจฟังเทพนิมิต
"ตัวเลขสิบสองที่สำคัญกับการทำนายชะตา และเกี่ยวกับสัตว์ด้วย ก็คือสิบสองนักษัตร"
"อะไรกันคะ สิบสองนักษัตร"
"ก็สัตว์ที่แทนปีทั้งสิบสองในหนึ่งรอบไง เริ่มตั้งแต่ปีชวด"
เทพนิมิตเอาตำราที่แปลคัมภีร์ล้างคำสาปเสือมา พลิกไปหน้าสุดท้ายที่มีวงกลมนักษัตรทั้งสิบสอง ซึ่งมีช่องสิบสองช่อง แต่ละช่องจะมีรูปสัตว์ประจำนักษัตรอยู่ด้วย พร้อมเขียนชื่อแต่ละปี
"นี่ไง ลองไล่ดูสิ"
ลูกปลาไล่
"ปีชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง แล้วก็…"
"มะเมีย" เทพนิมิตบอก ลูกปลาชะงัก
" มะเมียเป็นปีที่เจ็ดของนักษัตร ปีม้า หรือที่เรียกได้อีกอย่างว่า…"
ปักษะโพล่ง
"อาชา"
เทพนิมิตพยักหน้า
"ใช่ เพื่อนคุณคือม้า…ชายคนที่เจ็ดจากสิบสอง"
ทุกคนต่างนิ่งอึ้ง หันไปมองอาชา อาชานิ่งงัน เริ่มจะเชื่อเหมือนกันว่าเขาเองก็คือชายคนที่จะช่วยณจันทร์ได้

อีกมุมของบ้าน ปักษะอยู่กับอาชาตามลำพัง อาชายังยืนกราน
"ไม่ ฉันทำไม่ได้!"
"ขอร้องเถอะอาชา มีแค่แกเท่านั้นที่จะช่วยณจันทร์ได้"
"แกจะบ้าเหรอวะ! แกรู้ไหมว่าแกกำลังขอร้องให้ฉันทำอะไร แกจะให้ฉันไป.. เป็นแก แกจะยอมไปนอนกับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยเหตุผลนี้เหรอวะ"
"แกช่วยชีวิตเขาได้ แกทำให้เขากลายเป็นคนปกติได้ จะมีเหตุผลอะไรดีไปกว่านี้อีกละวะ"
อาชาจ้องหน้าปักษะ
"แล้วแกล่ะ ปักษะ แกเคยบอกฉันว่าแกชอบเขา แกแคร์เขามากแค่ไหน แล้วแกยอมเหรอที่จะให้ณจันทร์กับฉัน… ฉันไม่ใช่แกนะเว้ย"
ปักษะนิ่งไป
"ถ้ามันเป็นทางเดียวที่จะช่วยณจันทร์ได้ ฉันก็จะยอมรับมัน"
"แกมันบ้า!"
อาชาจะเดินออกไป ปักษะมาขวางไว้
"อาชา มีแกเท่านั้นที่จะช่วยให้เขาพ้นจากคำสาป แกช่วยเขาก็เท่ากับแกช่วยไม่ให้มีคนต้องตายอีกนะ"
อาชาชะงัก ครุ่นคิด จริงๆแล้วเขาคิดว่านี่อาจจะเป็นทางที่จะทำให้เขาจับณจันทร์ได้
"แกเคยบอกฉันไม่ใช่เหรอ ว่าแกไม่อยากเห็นใครต้องเป็นเหยื่อของเสืออีก นี่ไงวิธีที่แกจะช่วยหยุดมันได้ แกทำได้นะอาชา แค่แกช่วยณจันทร์เท่านั้น"
อาชานิ่งมองหน้าปักษะ
"ฉันขอร้องเถอะ…ช่วยณจันทร์ มีแกเท่านั้นที่จะทำได้"
อาชามีสีหน้าเหมือนจะยอมรับในที่สุด

จ่ายุทธอึ้ง หลังจากรู้เรื่องจากอาชา
"ว่าไงนะหมวด"
"จ่าฟังไม่ผิดหรอก ผมจะไปช่วยณจันทร์"
จ่ายุทธอึ้ง
"เดี๋ยวหมวด…หมวดรู้หรือเปล่าว่าหมวดกำลังจะทำอะไร แค่เสือมันก็น่ากลัวอยู่แล้ว แล้วนี่หมวดจะต้องไป มันอันตรายมากนะหมวด เขาว่าเสือตอนผสมพันธุ์ ดุที่สุด เข้าไปใกล้แค่นิดเดียว มันขย้ำไม่เลี้ยงเลยนะหมวด"
"ผมรู้ แต่ผมต้องเสี่ยง"
"นี่หมวดต้องการจะช่วยผู้หญิงคนนั้นขนาดนี้เลยเหรอ"
"จ่าไม่เคยได้ยินเหรอ ไม่เข้าถ้าเสือ ก็ไม่ได้ลูกเสือ"
จ่ายุทธชะงัก
"จ่าลองคิดดู แค่เราสองคนนะไม่มีทางจับไอ้เสือสมิงสองตัวนั่นได้ นอกจากจะมีคนที่รู้เรื่องนี้ดี นำทางเราไปหาไอ้เสือผีนั่น"
"หมายความว่า…หมวดจะใช้โอกาสนี้จับพวกเสือสมิงให้ได้"
อาชาพยักหน้า จ่ายุทธอึ้ง
"แล้วเรื่องณจันทร์ละครับ"
อาชายักไหล่
"บอกตรงๆผมก็ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะเป็นคนที่จะช่วยณจันทร์ได้ หรือถ้าใช่ แล้วไง… ยังไงมันก็เปลี่ยนความจริงที่ณจันทร์เคยฆ่าคนไม่ได้หรอก ตอนนี้ที่ผมรู้ ก็คือผมจะต้องจับฆาตกรมาลงโทษให้ได้เท่านั้น"
อาชาพูดอย่างมุ่งมั่น
"คอยดูนะจ่า ยังไงผมก็ต้องเป็นคนปิดคดีนี้ให้ได้"
อ่านต่อหน้าที่ 2


เสือ ตอนที่ 11 (ต่อ)
พรหมพยัคฆ์มองอยู่ ลายเมฆเข้ามา

"ไม่มีข่าวอะไรจากพวกมันเลยเหรอ"
"ไม่มีเลยครับนายท่าน แต่เหลืออีกแค่ 10 วันเท่านั้นก็จะถึงคืนพิธี มันคงไม่กล้ามาวุ่นวายอีกแล้วละครับ"
"ไม่ ไอ้พวกนั้นมันไม่ยอมง่ายๆแน่ ยิ่งไอ้คำสูรย์ด้วยแล้ว มันเงียบหายไปอย่างนี้ ยิ่งแสดงว่าพวกมันกำลังจะเตรียมการทำอะไรสักอย่าง"
"งั้นผมจะไปสืบให้ไหมครับนายท่าน"
"ไม่ต้อง ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น"
พรหมพยัคฆ์เข้ามาหาวิฬาร์ที่นอนรออยู่ที่เตียง
"ฉันมีอะไรจะให้เธอ หลับตาก่อนสิ"
"แหม มีเซอร์ไพร์สให้ด้วยเหรอคะเนี่ย คุณนี่น่ารักจริงๆ"
วิฬาร์หลับตาลง พรหมพยัคฆ์ยิ้มเหี้ยม ค่อยๆเอามือลูบที่หน้าวิฬาร์ แล้วทันใดก็กลับใช้กรงเล็บข่วนลงไปที่หน้าจนเป็นทางยาว วิฬาร์ร้องกรี๊ด กุมหน้าที่มีรอยเลือดไหลซิบออกมา
"คุณทำอะไรนะ"
พรหมพยัคฆ์ดึงเข้ามาใกล้
"ฟังให้ดี ฉันมีงานให้เธอทำ ไปสืบมาให้ได้ว่าไอ้พวกปักษะมันกำลังทำอะไรอยู่ ไปหามัน แล้วทำให้มันไว้ใจเธอให้ได้…เข้าใจที่ฉันพูดไหม"
วิฬาร์เริ่มกลัวกับท่าทางอำมหิตของพรหมพยัคฆ์

ปักษะนั่งครุ่นคิดอยู่ตามลำพังอยู่นอกบ้าน สักพักคำสูรย์ก็เดินออกมานั่งด้วย
"ยังไม่นอนเหรอลุง"
"แล้วคุณล่ะ"
"ผมนอนไม่หลับนะลุง นี่เหลือเวลาอีกแค่ 10 วันเท่านั้น"
"เพื่อนคุณคนนั้น คุณไปพูดกับเขายังไงละ มันถึงยอมมาช่วยได้"
"ผมก็แค่พูดเหตุผลกับมัน อาชามันเป็นคนดีนะลุง จริงๆที่มันตามล่าณจันทร์ก็เพราะไม่อยากให้มีคนตายอีกเท่านั้น"
"เฮอะ ก็หวังว่าวันนั้นเพื่อนคุณคงจะไม่ขนตำรวจมาจับคุณหนูทีหลังนะ"
"มันรับปากผมแล้วว่าจะช่วย ผมว่ามันไม่โกหกหรอก"

คำสูรย์มองปักษะ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าปักษะน่าจะเป็นผู้ชายคนนั้นมากกว่าอาชา
"เฮ้อ เพราะไอ้คัมภีร์นั่นแท้ๆ กำหนดเรื่องเกิดในป่าต้นน้ำอะไรนั่นขึ้นมา จะได้ผลหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถึงตอนนี้ฉันยังไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนคุณมันจะช่วยคุณหนูได้ จริงๆนะ ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่ใช่…"
ปักษะสงสัย
"ไม่ใช่ใครเหรอลุง"
คำสูรย์มองปักษะ อยากจะพูดว่า ทำไมไม่ใช่ปักษะนั่นแหละ
"คุยอะไรกันอยู่นะ"
ทั้งสองชะงัก หันไปมองปฏิมาที่ยืนอยู่ด้านหลัง คำสูรย์เดินเลี่ยงออกไป
"เปล่าหรอกป๋า ไม่มีอะไรหรอกน่า"
"ไม่มีอะไรได้ไงวะ หูฉันไม่ได้ฝาด…ฉันได้ยินว่าแกพูดว่า…ป่า เกิดในป่าอะไรนี่ แกพูดถึงใครวะ"
"ก็แค่พูดถึงอาชามันนะ"
ปฏิมาชะงัก
"ทำไม อาชามันเกิดในป่างั้นเหรอ"
"ครับ"
ปฏิมาอึ้งไป
"แปลกจริงๆ ไม่น่าเป็นไปได้"
ปฏิมายืนครุ่นคิด
"หรือว่าสงสัยเพราะเกิดผิดผู้ผิดคนแบบนี้ นิสัยมันถึงได้แปลกๆ หัวรั้น หัวดื้อ พูดอะไรไม่เคยฟัง เหมือนกับแกนั่นแหละปักษะ ไม่มีผิดกันเลย"
ปักษะเดินเข้าไปในบ้านแล้ว แต่ปฏิมายังพูดอยู่
"แม่แกก็เหมือนกัน ขนาดตอนท้อง ก็ยังไม่ยอมพัก อยากขึ้นไปช่วยพวกชาวบ้านบนเขา ฉันห้ามก็ไม่ฟัง พอเกิดเจ็บท้องขึ้นมา ก็ต้องรีบขับรถลงมา แต่พอถึงแค่กลางทางเท่านั้น…เขาก็คลอดแกออกมา รู้ไหม ฉันตกใจจนทำอะไรแทบไม่ถูก ดีนะมีชาวบ้านแถวนั้นช่วยทำคลอดแกไว้ นี่แล้วเขายังเอาแกลงไปอาบน้ำในลำห้วยให้ด้วยนะ เห็นบอกว่าเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน …จริงๆแล้วแกนะเกิดที่…."
ปฏิมาหันมา แล้วก็ชะงัก มองไม่เห็นปักษะแล้ว บ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด
"อ้าว เฮ้ย ไม่อยู่ก็ไม่บอก ปล่อยให้ฉันพูดอยู่ได้คนเดียว"

วันต่อมา ตอนกลางวัน กลุ่มปักษะทั้งหมดชุมนุมกันอยู่ที่บ้านรวมทั้งอาชาด้วย เทพนิมิตวางตำราลง
"อีกแค่ 10 วันก็จะเป็นพิธีเพ็ญเดือนแปดเป็นพิธีสำคัญที่สุดของเสือผี มันคงไม่เสี่ยงออกไปไหนไกลๆหรอก ที่ที่มันจะอยู่ได้ ก็มีเพียงแต่ที่ที่มันคิดว่าปลอดภัยที่สุดเท่านั้น"
"บ้านของมัน"
"ใช่ ฉันแน่ใจว่ามันต้องเอาณจันทร์ไปไว้ที่นั่นแน่ๆ"
"งั้นก็บุกไปหามันเลยสิวะ"
"มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะสิ! พรหมพยัคฆ์มันร้ายกาจขนาดไหนแกก็รู้ เราเข้าไปถ้ำเสือ ก็เท่ากับรนหาที่ตายแท้ๆ"
"งั้นเราจะทำยังไงละคะ" ลูกปลาว่า
"เราต้องหาช่วงที่พรหมพยัคฆ์อ่อนแรงที่สุด ไม่ก็หาจังหวะล่อมันออกมา แล้วฉวยโอกาสนั้นเอาตัวณจันทร์หนีออกมา แต่ติดตรงที่ ตอนนี้…ฉันก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้วิธีอะไร แบบไหนดี"
อาชาบอก
"มีทางเลือกอื่นอีกไหม มันดูเสี่ยงมากนะ"
"ถึงจะเสี่ยงยังไง แต่เราก็ต้องช่วยณจันทร์ออกมาให้ได้"
คำสูรย์มองท่าทางจริงจังปักษะแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกขึ้นมาอีก ผู้ชายที่จะช่วยณจันทร์ได้น่าจะเป็นปักษะ

ปักษะและอาชานั่งอยู่ด้วยกัน ห่างไปไม่มาก คำสูรย์นั่งอยู่ ลอบมองทั้งคู่อย่างสังเกตเหมือนจะเปรียบเทียบบางอย่างอยู่ในใจ
คำสูรย์หันมาพูดกับเทพนิมิตที่นั่งอยู่ ลูกปลาเองก็อยู่ใกล้ๆ
"นี่ถามจริงๆเถอะแม่หมอ เชื่อแน่เหรอว่า ผู้ชายที่จะแก้คำสาปให้คุณหนูได้คืออาชา"
เทพนิมิตชะงัก มองคำสูรย์อย่างไม่พอใจ
"ทำไม จนป่านนี้แล้วแกยังนึกสงสัยอะไรอีกงั้นเหรอ ตำรานักษัตรบอกไว้ชัดแล้วแกก็เห็น"
"กะอีแค่ไอ้รูปม้าบนวงกลมนักษัตร จะเชื่อได้แค่ไหนวะ เจ็ดในสิบสอง…คำแปลวรรคสุดท้ายหมายความถึงปีม้าแน่เหรอ แม่หมอยืนยันได้หรือเปล่าละ"
เทพนิมิตก็อึ้งไปเหมือนกัน ลูกปลาเริ่มคิดตาม
"ถ้าไม่ใช่คุณอาชา แล้วมันจะเป็นใครไปได้ละ"
"ก็…ก็ ก็ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ไอ้ตำรวจนั่น อย่างน้อยก็เป็นคนที่คอยห่วงคุณหนู คนที่อยากจะช่วยคุณหนูจริงๆ"
เทพนิมิตชะงัก หันไปมองทางปักษะ
"นี่แกหมายถึง…"
ลูกปลามองตาม รู้เหมือนกันว่า คำสูรย์หมายความถึงใคร
"คุณปักษะเหรอคะ"
เทพนิมิตยังฝืน
"เป็นไปไม่ได้"
"ทำไม! หรือแม่หมอเห็นว่าไอ้ตำรวจนั่นมันดีกว่าคุณปักษะ"
"ฉันไม่ได้เห็นใครดีกว่าทั้งนั้นแหละ! ถ้าเป็นคุณปักษะจริง ทำไมเขาไม่บอกมาตั้งแต่ต้นล่ะวะ จะมาอมพะนำอยู่ทำไม เขาก็อยากช่วยคุณหนูของแกจะตายอยู่แล้ว"
"ก็…ก็ไม่รู้ล่ะวะ แต่ถ้าเกิดว่ามันใช่ขึ้นมา ก็คงจะดีกว่าคุณหนูต้องไปได้กับไอ้ตำรวจคนนั้นแหละ"
"พูดไม่รู้เรื่องเหรอไง ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นไปไม่ได้"
ทันใดนั้นมีเสียงกดออดดังขึ้นที่หน้าบ้าน ทั้งกลุ่มยุติการโต้เถียง มองไปที่หน้าบ้าน
วิฬาร์ยืนอยู่หน้ารั้วบ้านของปักษะ
"นั่นมันยัยเหมียวนี่"

วิฬาร์ที่ใส่แว่นดำ มีผ้าคลุมผมปิดลงมาที่แก้ม ลูกปลามองวิฬาร์อย่างไม่ไว้ใจ เธอเดินเข้ามา
ลูกปลานี่เธอมาทำอะไรที่นี่
วิฬาร์ถอดแว่นตาดำและผ้าคลุมออกเผยให้เห็นแผลที่แก้ม ลูกปลาชะงัก
"หน้าเธอไปโดนอะไรมานะ" ลูกปลาถาม
วิฬาร์ท่าทางตื่นกลัวมาก
"พรหมพยัคฆ์มันเข้าไปหาฉันที่บ้านเมื่อคืน มันจะฆ่าฉันปิดปาก ไม่ให้ไปบอกคนอื่นว่ามันเป็นอะไร…ฉันหนีออกมาได้ แต่มัน..มันก็ข่วนจนหน้าฉันเป็นยังนี้ฃช่วยฉันนะคะคุณปักษะ ฉันไม่อยากตายๆ" วิฬาร์พูดพลางฉุดแขนปักษะ
"เข้ามาก่อนเถอะครับ"
ปักษะเปิดประตูรับให้วิฬาร์เข้ามา

วิฬาร์เข้ามานั่งอยู่ที่โซฟา
"ฉันกลัวคะ…ฉันกลัวว่าพรหมพยัคฆ์จะมาหาฉันอีก มันต้องมาฆ่าฉันอีกแน่ๆ"
อาชาบอก
"ใจเย็นๆนะครับ คุณอยู่ที่นี่ ไม่มีใครทำอะไรคุณได้แล้วละครับ"
"นี่เธอก็นับว่าดวงดีมากแล้วนะ ปกติไอ้เสือผีมันไม่ปล่อยให้ใครรอดออกมาได้ง่ายๆ" คำสูรย์บอก
ลูกปลาเองมองอย่างรู้สึกสงสัยหน่อยๆ วิฬาร์หลบตา
"พรหมพยัคฆ์มันเริ่มออกมาตามล่าคนที่รู้เรื่อง อย่างนี้มันคงไม่ปล่อยพวกเราไว้นานหรอก เราคงต้องรีบหาทางเข้าไปช่วยณจันทร์แล้ว"
วิฬาร์ชะงัก
"อะไรนะ นี่พวกคุณจะไปช่วยณจันทร์งั้นเหรอ จะทำยังไงคะ"
เทพนิมิตบอก
"ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่เราเจอคนที่จะช่วยณจันทร์ได้แล้ว"
"เฮอะ แน่ใจเหรอวะ"
เทพนิมิตหันมามองคำสูรย์อย่างหงุดหงิด
"เงียบซะทีเถอะนะ! ฉันขอบอกแกเป็นครั้งสุดท้ายเลยนะ คัมภีร์บอกไว้ชัด อาชาคือผู้ชายที่จะช่วยแก้คำสาปให้ณจันทร์แน่ๆ ฉันไม่มีวันดูผิดหรอก"
คำสูรย์เลยอึ้งเงียบไป วิฬาร์ได้ยินคำพูดเต็มๆ มองไปที่อาชา รู้แน่แล้วว่า เขาคือคนที่จะมาช่วยณจันทร์

อีกมุมในบ้านปักษะ วิฬาร์มองไม่เห็นคนอยู่แถวนั้น ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะกดเบอร์
"คะ…ใช่ เป็นเขานะเอง ฉันได้ยินพวกนั้นพูดกัน ไม่ผิดแน่คะ"
วิฬาร์วางหูลง ก่อนจะหันมาเจอกับลูกปลาที่ยืนอยู่ วิฬาร์สะดุ้งโหยง ลุ้นว่าลูกปลาจะได้ยินที่ตัวเองพูดเมื่อกี้หรือเปล่า
"นี่เธอทำอะไรน่ะ โทรหาใคร"
"เปล่า…ฉันโทร.หาเพื่อน"
"เพื่อนที่ไหน"
"มันไม่ใช่เรื่องของเธอ แล้วที่เธอมานี่มีธุระอะไรกับฉัน"
"อาหารกลางวันเสร็จแล้ว คุณปักษะบอกให้มาเรียก"
วิฬาร์โล่งใจที่ลูกปลาไม่ได้ยิน ก่อนที่จะรีบเดินออกไป ลูกปลาอดมองตามอย่างสงสัยไม่ได้

เมื่อพรหมพยัคฆ์รู้เรื่องทั้งหมด ก็นั่งครุ่นคิด
"มันเองเหรอ…ผู้ชายที่จะแก้คำสาปเสือ ไม่น่าเชื่อ ว่าจะเป็นมัน"
"ไม่ใช่คนที่นายท่านคาดเอาไว้หรือครับ" ลายเมฆถาม
"แต่ยังไงมันก็ไม่สำคัญหรอก"
พรหมพยัคฆ์ยิ้มเหี้ยม เริ่มแผนที่จะกำจัดอาชา
"ถึงมันเป็นใคร ฉันก็ปล่อยให้มันชีวิตรอดไปไม่ได้เหมือนกัน"
อ่านต่อหน้าที่ 3


เสือ ตอนที่ 11 (ต่อ)
เทพนิมิตนั่งอยู่ เหมือนกำลังรวบรวมสมาธิ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบไพ่ยิปซีในสำรับ แล้วเปิดหงายขึ้นมา เป็นไพ่รูปปีศาจ เธอตกใจมาก

เทพนิมิตเปิดประตูเข้ามาอย่างแรง จนคนในห้องตกใจ
ลูกปลาถาม
"มีอะไรเหรอคะแม่หมอ"
"พรหมพยัคฆ์กำลังจะมา"
ทุกคนชะงักไปหมด วิฬาร์เองเริ่มหน้าเสียกลัวว่าเทพนิมิตจะรู้หรือเปล่า
"อะไรนะ"
"ไพ่ปีศาจมันขึ้นมา แรงสังหรณ์ของฉันแรงมาก ถ้าเป็นไปตามคำทำนาย มันก็ต้องการจะมาหาคุณอาชา"
อาชาชะงัก
"ว่าไงนะ มันรู้แล้วเหรอว่าอาชาเป็นใคร…รู้ได้ยังไงกัน"
ทุกคนต่างสงสัย มีแค่วิฬาร์ไม่แปลกใจ
"ฉันก็ไม่รู้…แต่ถ้าเป็นไปตามที่ฉันสังหรณ์ ไอ้เสือผีมันจะมาหาอาชาคืนนี้ แล้วมันก็คงไม่ปล่อยให้คุณมีชีวิตรอดไปพ้นรุ่งเช้าไปได้หรอก"
อาชาเริ่มกลัวกับสิ่งที่เทพนิมิตพูดเหมือนกัน
"แล้วเราจะทำยังไง จะพาอาชาไปที่อื่นไหม"
"จะหนีไปที่ไหนละวะ ที่มันจะพ้นหูตาไอ้เสือผีมันไปได้" คำสูรย์ว่า
ปักษะนิ่งไป แล้วก็ตัดสินใจ
"งั้นก็อยู่ที่บ้านนี่แหละ… คืนนี้พ่อผมไม่อยู่ ผมจะให้คนงานทุกคนพักงานแล้วกลับบ้านไป แล้วพวกเราก็คอยเฝ้าอาชาเอาไว้ทั้งคืน"
"แล้ว…แล้วถ้ามันมาที่นี่ละคะ" ลูกปลาว่า
คำสูรย์บอก
"ลองมาสิวะ กูจะคอยเตรียมตัวรับมือกับมันเอง"

เทพนิมิตเปิดตำรา เริ่มเขียนสัญลักษณ์บางอย่างลงในกระดาษ ทีละใบๆ ยื่นให้กับปักษะ คำสูรย์มองเทพนิมิตอย่างสงสัย
"นี่เป็นแผ่นยันต์กันไอ้เสือผี มีฤทธิ์แค่ชั่วคราวเท่านั้น เอาไปติดไว้ให้รอบบ้าน แล้วเอาติดตัวไว้คนละใบ"
ปักษะรับเอาไว้ แล้วเดินออกไป
"แม่หมอ เป็นแค่หมอดู ทำไมรู้เรื่องเสือผีดีนัก"
เทพนิมิตอึกอัก คำสูรย์จ้องจับพิรุธ
"หรือว่า เธอจะเป็นคนของบ้านผาสมิง" คำสูรย์ว่า
เทพนิมิตรีบบอกปัด
"นี่ แกว่างมากรึไงถึงมานั่งสงสัยโน่นสงสัยนี่ ไอ้เสือผีมันจะบุกมาอยู่แล้ว มาช่วยกันหาวิธีป้องกันมันจะไม่ดีกว่ารึไง"
พูดจบเทพนิมิตก็ลงมือเขียนยันต์ต่อ คำสูรย์ยังมองอย่างสงสัย แต่ก็เก็บความสงสัยนั้นไว้ เลิกคาดคั้นคำตอบ หันไปช่วยเทพนิมิตเขียนยันต์แทน
ที่นอกห้อง ทั้งกลุ่มช่วยกันติดยันต์กันเสืออยู่ด้านนอก
"ติดให้หมดนะ ตรงช่อง ตรงขอบประตูหน้าต่าง อย่าให้มีรูโหว่แม้แต่รูเดียว"

แผ่นฟ้าที่กำลังค่อยๆมืดลงทุกที คำสูรย์หยิบปืนยาวขึ้นมาในมือ และค่อยๆใส่ลูกกระสุนเข้าไปเตรียมพร้อม
คำสูรย์มองทางหน้าต่าง ก่อนจะหันกลับมามองที่อาชา
"ใกล้จะถึงเวลาแล้ว"
คำสูรย์เข้ามานั่งใกล้อาชา
"ผมติดยันต์ไว้รอบบ้าน กับนอกห้องนอนไว้หมดแล้ว ถ้าคุณอยู่ในห้องนี้ ก็คุณไม่ต้องกลัว ผมกับพวกคุณปักษะจะคอยเฝ้าอยู่ด้านนอก มันไม่มีทางผ่านเข้ามาได้"
อาชาโล่งใจ
"แต่ผมขอเตือนคุณ…ไอ้เสือผีมันมีมนต์ที่ลวงตา ลวงใจคนให้หลงได้ "
"ยังไงนะ"
"มันอาจจะมาปรากฏตัวในรูปของคนที่คุณรู้จัก แล้วหลอกคุณให้หลงกลมันได้ แต่ไม่ว่าจะยังไง ขอให้คุณทำตามแผนที่ตกลงกันไว้ ห้ามออกไปจากในห้องนี้เป็นอันขาด เข้าใจไหม"
อาชารู้สึกเครียด

อาชานั่งอยู่ตามลำพัง เสียงเคาะประตู อาชาลังเลก่อนจะเปิด พบว่าเป็นคำสูรย์กับปักษะ อาชาแปลกใจ
"มีเรื่องอะไรกันหรอ"
ปักษะมองหน้าอาชา คำสูรย์หันมองซ้ายขวา เมื่อไม่เห็นใครก็หันมาพูดกับอาชา
"มีเรื่องที่เราต้องตกลงกับคุณนิดหน่อย" คำสูรย์บอก
"เข้าไปคุยในห้องเถอะ"
ปักษะพยักหน้าให้อาชา อาชายังไม่เข้าใจ แต่ก็ทำตามที่ทั้งคู่บอก ทั้งหมดเข้าห้องอาชาไป

เทพนิมิตกำลังนั่งสมาธิอยู่ ลูกปลามีท่าทางกลัว วิฬาร์มองขึ้นไปที่ห้องนอนอาชาด้วยความสงสัยที่เห็นคำสูรย์กับปักษะขึ้นไป
"คุณปักษะหายไปไหนอ่ะ"
"เอายันต์ไปให้อาชา เดี๋ยวก็ลงมา" ลูกปลาบอก
คำสูรย์เดินลงมาพอดี
"ไม่ต้องห่วง คุณปักษะจะอยู่คอยป้องกันอาชาข้างบน"
วิฬาร์เลยเลิกสงสัย หันมาจับตามองการเคลื่อนไหวของทุกคนแทน
ลมเริ่มพัดมา จากนั้นก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระจกหน้าต่างสั่นกระทบกัน
เทพนิมิตลืมตาขึ้น
"มันมาแล้ว"

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะของพรหมพยัคฆ์ก็ดังสะท้อนขึ้นก้องอย่างน่ากลัว
"นั่นไง มัน..มันอยู่นั่น" วิฬาร์บอก
ทุกคนเห็นจากกระจกหน้าต่าง พรหมพยัคฆ์ยืนอยู่ด้านนอก
คำสูรย์ยกปืนขึ้นมา และวิ่งเข้าไปที่นั่น แต่พริบตาเดียว ร่างของพรหมพยัคฆ์ก็หายไป
"มันหายไปแล้"
หน้าต่างเริ่มสั่น ร่างของพรหมพยัคฆ์ปรากฏหน้าต่างตรงโน่นตรงนี้ ทั้งกลุ่มเริ่มระส่ำระส่าย
พรหมพยัคฆ์ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าต่างที่ใกล้ลูกปลา ลูกปลาตกใจ
"แอร๊ย"
ลูกปลาจะวิ่งหนี คำสูรย์จับตัวไว้
"อย่าวิ่ง! มันกำลังหลอกเราให้เราแตกกลุ่ม"
ลมพัดแรงเข้ามาทั้งที่หน้าต่างปิดอยู่ ข้าวของเริ่มหล่นกระจัดกระจาย กลุ่มคำสูรย์ต้านทานกับอำนาจของพรหมพยัคฆ์แทบไม่ไหว

พรหมพยัคฆ์เคลื่อนตัวเข้ามาที่ประตูบ้านปักษะ เอื้อมมือไปที่ประตู จะผลักออก แต่ทันใดนั้นก็เจอกับยันต์ที่ปิดเอาไว้ ร้อนวูบขึ้นมาทันที
พรหมพยัคฆ์สะดุ้ง สะบัดมือออกมา มองไปเห็นที่ด้านบนประตู และหน้าต่างมียันต์ปิดไว้หมด โมโหจัดที่ไม่สามารถเข้าไปได้
"ไอมนุษย์หน้าโง่ คิดว่าจะหยุดฉันได้หรอ"
พรหมพยัคฆ์คำรามลั่นด้วยความโมโห

แม้เสียงจะเงียบลงไปแล้ว แต่คำสูรย์มองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง ทุกคนเข้ามาเกาะกลุ่มอยู่รวมกันอีก
ลูกปลาบอก
"เงียบไปแล้ว"
"มันคงรู้แล้วว่าเข้ามาในนี้ไม่ได้" คำสูรย์ว่า
"มันไปแล้วเหรอคะ"
เทพนิมิตบอก
"ยังหรอก มันคงรอเฝ้าอยู่ที่นี่จนกว่าจะเช้านั่นแหละ"
"ดี หึ... ถ้าเราอยู่ข้างในก็ไม่ต้องกลัว มียันต์อยู่ ยังไงมันก็เข้ามาไม่ได้"
ทุกคนโล่งใจ มีแต่วิฬาร์คนเดียวที่กลับคิดแผนการที่จะทำให้พรหมพยัคฆ์เข้ามาให้ได้

ผ่านเวลา ทั้งกลุ่มนั่งอยู่รวมกัน รอคอยให้เวลาผ่านไปจนกว่าจะเช้า วิฬาร์เริ่มกระวนกระวาย ลุกขึ้นมา ลูกปลาสงสัย
"จะไปไหนนะ"
"เอ่อ ฉันจะเข้าห้องน้ำนะ"
วิฬาร์เดินออกไปจากห้อง ทุกคนยังนั่งกันอยู่เหมือนเดิม ลูกปลามองตามอย่างไม่ค่อยไว้ใจ

วิฬาร์เดินเข้ามาตามทางเดิน หันซ้ายหันขวา แล้วมองไปเห็นหน้าต่างบานหนึ่งที่อยู่ในห้องครัว มียันต์แปะเอาไว้อยู่เหมือนกัน
วิฬาร์รีบเดินเข้าไป ก่อนจะเอื้อมมือดึงแผ่นยันต์ให้หลุดออกทีละใบ อย่างรีบร้อน

คำสูรย์เริ่มสัปหงกแต่ยังจับปืนยาวในมือไว้มั่น ด้านนอกเสียงเงียบไปแล้ว ไม่เห็นการเคลื่อนไหวของพรหมพยัคฆ์ เทพนิมิตมองอย่างไม่วางใจ เธอรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี เธอเขยิบเข้าไปใกล้คำสูรย์ ใช้ศอกกระทุ้ง คำสูรย์ตกใจสะดุ้งลุกขึ้นยืนโวยวาย เทพนิมิตรีบดึงตัวห้ามไว้ คำสูรย์รู้ตัวรีบหุบปากนั่งลงตามเดิม
"โอ๊ย ตกใจหมด เล่นบ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวปืนก็ลั่นกันพอดี"
"เล่นบ้าอะไรละ ให้มาช่วยกันป้องกัน ดันมาหลับ แกนี่พึ่งพาไม่ได้เลยจริงๆ"
"ว่าแต่คนอื่น แล้วแกพึ่งพาได้จริงรึ ดูผิดดูถูกคนยังไม่รู้เลย"
ลูกปลากระซิบ
"โอ๊ย อย่ามัวแต่ทะเลาะกันสิคะ ลุงๆป้าๆ"
เทพนิมิตหงุดหงิดแต่พยายามเก็บอารมณ์ไว้ มองออกไปรอบๆบ้าน
"ฉันไม่ค่อยวางใจเลย สังหรณ์ไม่ค่อยดี"
คำสูรย์ได้ยินก็หน้าเสีย หันมองออกด้านนอก ไม่เห็นการเคลื่อนไหวใดๆ เขาขมวดคิ้ว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดพิมพ์บางอย่างแล้วส่ง ลูกปลาเพิ่งสังเกตว่าวิฬาร์หายไปนานแล้ว เธอเริ่มเอะใจ
"ไปเข้าห้องน้ำ ทำไมมันนานนักนะ"
ลูกปลาเริ่มสงสัย ก่อนที่จะลุกขึ้น และเดินออกไป

อ่านต่อตอนที่ 12

กำลังโหลดความคิดเห็น...