xs
xsm
sm
md
lg

ทางเดินแห่งรัก ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทางเดินแห่งรัก ตอนที่ 8
เจนมานั่งคุยกับซันที่ห้อง เธอเล่าเรื่องอรสาให้ฟังจนจบ

"ที่แกเล่ามานี่ก็หมายความว่า คุณอรสาคนนี้มีอิทธิพลมากกับวงการความงาม" ซันพูด
"ใช่ แต่จนป่านนี้ยังไม่มีใครเชิญแกมาเป็นนางแบบได้สำเร็จเลย" เจนบอก
"งั้นคุณอรสานี่แหละคือกุญแจสำคัญของแก ถ้าแกอยากเอาชนะพีอาร์คนอื่น และสร้างผลงานให้บริษัทเห็น แกก็ต้องเชิญเขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ได้"
เจนพบทางออกสว่างไสวก็รู้สึกฮึด เสียงข้อความโทรศัพท์ของซันดังขึ้น ซันกดดู
ซันอ่าน "พรุ่งนี้เราเปิดบริษัทแล้ว อย่าลืมมานะ"
"พี่วุธเหรอ" เจนถาม
"อือ"
"เจอกันบ่อยๆแบบนี้ แล้วจะตัดกันขาดได้ยังไง๊"
ซันปรายตามอง เจนรีบสงบปากสงบคำ

ด้านหน้าออฟฟิศของวุธถูกจัดเป็นงานเลี้ยงเปิดบริษัทเล็กๆ มีโต๊ะอาหารเครื่องดื่ม พนักงานของบริษัทใหม่ที่มีเพียง5-6คนกำลังพูดคุยกัน ดารณีกับจ๋าเพิ่งมาถึงบริษัท จ๋าหอบดอกไม้มาช่อใหญ่มายื่นให้วุธ
"แสดงความยินดีด้วยนะวุธ"
วุธยิ้มแล้วรับดอกไม้ไป
"แม่ดีใจด้วยนะวุธ ความตั้งใจของวุธสำเร็จลงซะที" ดารณีบอก
"ขอบคุณครับแม่ แต่นี่ยังไม่ถึงกับสำเร็จหรอกครับ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง" วุธบอก
"จ้ะ แม่เชื่อว่า ยังไงวุธก็ต้องทำได้"
"เข้าข้างในกันดีกว่าครับแม่"
วุธเดินนำจ๋ากับดารณีเข้าไปในบริษัท ซันมาถึงพอดี
"วุธ"
ทุกคนหันไปมองซันที่เพิ่งมาถึง
"อ้าวซัน นี่ซันเพื่อนผมครับแม่" วุธแนะนำ
ซันยกมือไหว้ "สวัสดีค่ะ"
ดารณีรับไหว้ด้วยท่าทางไว้ตัว
"หวัดดีจ้ะ"
"นี่ซันก็มาด้วยเหรอ" จ๋าทัก
"ซันเขาเป็นแรงงานหลักของบริษัทนี้น่ะจ๋า ยังไงก็ต้องมา" วุธบอก
จ๋าพยายามยิ้มเหมือนไม่มีอะไร

แพทนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงาน สุธีร์เปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนใจ
"แพท ทางสยามสมาร์ทโฟนเพิ่งโทรมา"
"ข่าวดีหรือข่าวร้าย" แพทถาม
"ข่าวร้าย เขาเลือกเอเจนซี่ที่จะทำการตลาดให้แล้ว แต่บริษัทเราไม่ได้งานนี้"
"ใครได้ไป"
"ก็จะใครซะอีกล่ะ"
แพทรู้ทันทีว่าเป็นซัน อารมณ์แค้นของแพทคุกรุ่น
"นังซัน....”


วุธแนะนำซันให้พนักงานในบริษัทรู้จัก
"ทุกคน นี่ซัน เพื่อนจากที่ทำงานเก่าพี่เอง พอบริษัทเปิดแล้วซันเขาจะมาช่วยงานที่บริษัทเราเป็นบางครั้ง ยังไงก็รู้จักกันไว้ก่อนนะ"
ทุกคนสวัสดีซัน ซันยิ้มตอบ โทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ ซันเห็นว่าพิสมัยโทรมาจึงแยกไปรับสาย
"ค่ะ พี่หมัย มีอะไร" ซันฟัง "เราได้งานแล้ว เยี่ยมมากเลยพี่หมัย นี่บอสรู้หรือยัง..งั้นไปแจ้งบอสได้เลย เดี๋ยวบ่ายๆซันกลับเข้าออฟฟิศแล้วจะไปคุย"
ซันกดวางสายแล้วเดินกลับเข้ามาหาวุธ
"วุธ มีข่าวดี เราได้งานสยามสมาร์ทโฟนแล้ว"
"มันต้องอย่างนี้สิ ฝีมืออย่างเธอไม่เคยพลาดอยู่แล้ว"
"ฝีมือฉันคนเดียวซะที่ไหน นายก็ช่วยให้ไอเดียดีๆไว้ตั้งเยอะ ขอบใจนายมากนะวุธ"
"แค่ขอบใจไม่พอ เพราะต่อไปเธอต้องมาช่วยงานเราเป็นการตอบแทน"
"อยู่แล้วล่ะน่า"
ดารณีกับจ๋ายืนอยู่ด้วยกันมุมหนึ่ง ทั้งสองมองมาทางวุธกับซัน
ดารณีพูดขึ้น "ท่าทางสองคนนั้นเขาสนิทกันนะ"
"ค่ะ สนิท..." สายตาของจ๋ายังมองมาที่วุธกับซัน "สนิทมากด้วย"
ดารณีสังเกตได้ว่าจ๋ามีสีหน้าไม่สบายใจ

ดารณีอยู่กับวุธในห้องทำงานเพียงสองคน ดารณีส่งซองเอกสารให้วุธ
"นี่เป็นของขวัญวันเปิดบริษัท แม่ให้วุธ"
วุธเปิดซองออกดู
"โฉนดอาคารหลังนี้ แม่โอนให้เป็นเป็นชื่อวุธแล้ว" ดารณีบอก
"นี่มันมากไปนะครับแม่ แม่ไม่จำเป็นต้องยกให้ผมก็ได้ ผมเคยบอกไปแล้วว่าผมจะเช่า"
"วุธ... ศักดิ์ศรีน่ะมีได้ แต่ให้มันสูงจนค้ำคอตัวเอง ที่จริงแม่ให้วุธได้มากกว่านี้ แต่นี่แม่รู้ว่าวุธต้องการยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง แม่ถึงได้ปล่อยให้วุธได้ทำอย่างที่อยากทำ รับไปเถอะ แค่รับของที่แม่ให้บ้าง มันคงไม่ได้ทำให้ลูกเสียศักดิ์ศรีใช่ไหม"
"งั้นก็..ขอบคุณครับแม่"
"งั้นเดี๋ยวแม่จะกลับเลย อย่ายุ่งเรื่องงานเพลินจนลืมไปส่งจ๋าด้วย"
"ครับ"
"อ้อ วุธ แล้วเพื่อนผู้หญิงคนนั้น" ดารณีถามขึ้น
"ซันเหรอครับ ทำไมครับแม่"
"เขาเป็นคนที่ทำให้วุธต้องออกจากงานที่บริษัทเก่าใช่ไหม"
"ไม่ใช่หรอกครับ ที่ผมลาออกเป็นเพราะผมอยากมาตั้งบริษัทเอง ไม่เกี่ยวกับซัน"
"วุธ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอะไรก็ตาม อย่าทำให้จ๋าเขาเสียใจเด็ดขาด คนอื่นจะเป็นยังไงแม่ไม่รู้ แต่แม่รู้ว่า จ๋าเขาเป็นผู้หญิงที่เหมาะกับวุธที่สุด"

แพทฉุน "นังซันมันจะตามจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน มันเกิดมาเป็นคู่แข่งของฉันมาตั้งแต่เรียนจนถึงตอนทำงาน"
"ใช่ ฉันยังจำได้ เธอกับยัยซันแข่งกันเป็นที่หนึ่งของรุ่นมาตลอด" สุธีร์สนับสนุน
"ตอนที่สอบแข่งกันขอทุนจากมหาวิทยาลัย งานนั้นยัยซันก็ได้ไป ตอนสอบชิงทุนไปเรียนต่อโทที่อเมริกา ยัยซันก็ได้ไปอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฉันเจ็บใจมากที่สุด"
"เธอจะเดือดร้อนไปทำไม ระดับเธอน่ะ ถึงไม่ต้องขอทุนก็ไปเรียนได้สบายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"
"แต่ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องเงิน"
"อ๋อ...มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี"
"ใช่! มันเป็นเรื่องของการแข่งขันที่คนอย่างฉันไม่ควรจะแพ้ใคร แต่ทำไมฉันถึงต้องแพ้ยัยซันตลอด"
"นี่ขนาดพวกเราเรียนจบกันมาตั้งหลายปี นังซันก็ยังตามมาจองล้างจองผลาญเธออีก"
"ใช่" แพทครุ่นคิดด้วยความแค้นใจก่อนจะพูดต่อ
"งานนี้ฉันไม่ยอมเจ็บคนเดียวแน่"

จ๋าแยกตัวออกมาโทรศัพท์คนเดียวเงียบๆ ที่มุมหนึ่งของบริษัทของวุธ
"นี่ตี๋น้อย... ที่จ๋าบอกว่าให้พยายามติดต่อซันไว้เรื่อยๆน่ะ ตี๋น้อยได้โทรหาซันเขาบ้างหรือยัง..." จ๋าฟัง "ยังใช่ไหม ว่าแล้วเชียว แล้วนี่วันนี้ตี๋น้อยว่างหรือเปล่า"


เจนนั่งพิมพ์งานต๊อกๆแต๊กอย่างเบื่อๆ อยู่ที่โต๊ะ กลุ่มพีอาร์จับกลุ่มเม้าท์ แต่งหน้า และกินขนมอยู่ถัดจากเจนไป ปุ๊กกี้เดินมาหยุดมองเหล่าพีอาร์สาวๆ
"นี่มีใครติดต่อคุณอรสาได้หรือยัง" ปุ๊กกี้ถาม
"โทรไปแล้วค่ะ แต่เธอไม่รับโทรศัพท์"
"ไม่ได้เรื่องเลย สาวพีอาร์บริษัทนี้ มีความพยายามแค่นี้หรือไงยะ"
ปุ๊กกี้จิกตามองกราดจนทุกคนหน้าเสีย
"จัดส่งกินแคร์ไลน์ใหม่ของเราไปให้คุณอรสาที่บ้าน จัดเป็นเซ็ทไปอย่างดีนะ แล้วโทรไปเชิญดูอีกทีนึง ถ้าคุณอรสาเห็นผลิตภัณฑ์ของเราอาจจะใจอ่อนขึ้นมาก็ได้"
ปุ๊กกี้ก็เดินกลับห้องทำงานไปอย่างไม่พอใจ ทุกคนแยกย้ายกลับไปที่โต๊ะอย่างเซ็งๆ
เจนพึมพำกับตัวเองเบาๆ "อรสา...”
เจนเปิดอินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลอรสา ภาพถ่ายของอรสาขึึ้นที่หน้าจอ เจนอ่าน
"คุณอรสา มาดามสองพันปี สุภาพสตรีแถวหน้าในวงการแฟชั่นและความงามของเมืองไทย"
เจนครุ่นคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างผลงานให้ได้

เจนออกมาตรงบริเวณที่จอดมอเตอร์ไซค์ของอาคารสำนักงาน เธอเห็นพนักงานส่งเอกสารคนหนึ่งกำลังจะออกรถ เจนเห็นกล่องที่มัดอยู่ท้ายมอเตอร์ไซค์
"พี่ๆๆ พี่กำลังจะไปส่งของให้บริษัทเดอะวิสดอมใช่ไหม"
"ครับ"
"ที่บ้านคุณอรสา" เจนถามต่อ
"ครับ"
"ดีเลย งั้นหนูไปด้วย" เจนบอก

เจนสวมหมวกกันน็อคนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของพนักงานส่งเอกสาร โดยอุ้มกล่องใส่สกินแคร์มาด้วย มอเตอร์ไซค์ฝ่าดงรถติด เจนอุ้มกล่องมาอย่างทุลักทุเล

จ๋ายืนรอตี๋น้อยอยู่ที่หน้าบริษัท ไม่นานตี๋น้อยก็มาถึง
"มาเร็วตี๋น้อย เดี๋ยวซันก็กลับก่อนพอดี" จ๋าเร่ง
จ๋ารีบดึงแขนตี๋น้อยเข้าไปด้านใน วุธกำลังคุยกับพนักงานอยู่ จ๋าพาตี๋น้อยเข้ามาหาวุธ
"วุธ ตี๋น้อยเขาแวะมาแสดงความยินดีกับวุธน่ะจ้ะ"
"สวัสดีครับคุณวุธ พอดีผมได้ข่าวจากจ๋าว่าคุณวุธเปิดบริษัทใหม่วันนี้ ก็เลยแวะมา" ตี๋น้อยบอก
"ขอบคุณมากครับ ที่จริงไม่ต้องลำบากก็ได้นะครับคุณตี๋น้อย"
"อ๋อ ไม่ลำบากหรอกครับ ผมเต็มใจมา"
จ๋าเอนตัวไปพูดกับวุธเบาๆ "ตี๋น้อยเขาอยากเจอซันน่ะวุธ"
วุธทำเป็นยิ้มแต่หน้าเสียเล็กน้อย ซันสะพายกระเป๋าเดินเข้ามาหาวุธ
"อ้าว คุณตี๋น้อย มายังไงคะเนี่ย" ซันทัก
ตี๋น้อยตอบซื่อๆ "อ๋อ..ขะ ขับรถมาครับ"
"นี่จะกลับแล้วเหรอ" วุธถามซัน
"ใช่น่ะสิ ทิ้งงานมาหลายชั่วโมงแล้ว แล้วเจอกันจ๋า คุณตี๋น้อย"
ซันออกไปจากบริษัท จ๋ารีบสะกิดตี๋น้อย
"ตี๋น้อย ไปส่งซันที่รถสิ"
ตี๋น้อยทำตามแต่โดยดี เขารีบตามซันไปพร้อมกับร้องเรียก
"คุณซัน เดี๋ยวผมไปส่ง"
จ๋ายิ้มอย่างพอใจ แต่วุธกลับไม่สบายใจ

ตี๋น้อยเดินมาส่งซันที่รถ ทั้งคู่ยืนคุยกัน
"ช่วงนี้คุณซันพอจะมีเวลาว่างไหมครับ"
"มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"เอ่อ ผมว่าจะนัดคุณซันไป ไปเที่ยวข้างนอกหรือไปกินข้าวกันบ้าง อะไรอย่างเงี้ยครับ"
"แต่ช่วงนี้ฉันคงจะยุ่งมากเลยค่ะ พอดีเพิ่งได้โปรเจคท์ใหม่มา" ซันบอก
"เสาร์อาทิตย์ล่ะครับ" ตี๋น้อยถามต่อ
"เสาร์อาทิตย์ บางทีฉันก็ทำงานค่ะ ถ้าไม่ทำงานก็ต้องนัดเพื่อนๆในกลุ่มไปทำโน่นทำนี่กัน"
"งั้นตอนเย็นหลังเลิกงาน"
"นั่นยิ่งไม่ได้เลยค่ะ เวลาเลิกงานของฉันเอาแน่ไม่ค่อยได้ บางวันมีประชุมล่วงเวลา บางวันถ้างานเร่งก็ต้องขนกลับไปทำที่บ้านด้วยซ้ำ"
"งั้น...เมื่อไหร่จมีเวลาว่างที่ไม่ได้ทำงาน หรือไปกับเพื่อนบ้างครับเนี่ย"
ในใจซันอยากเลี่ยงตี๋น้อยแต่ก็นึกแผนบางอย่างที่อาจทำให้ตี๋น้อยขยาด
"อืม ก็พอมีค่ะ" ซันพูดขึ้น
"งั้นผมขอไปพบคุณซันเวลานั้นนะครับ คุณซันไปที่ไหน ผมไปด้วย"
"คุณตี๋น้อยแน่ใจเหรอคะ ว่าอยากไปด้วยจริงๆ"
ตี๋น้อยตอบอย่างหนักแน่น "ครับ"

เจนมายืนอยู่หน้าบ้านอรสา ในมือของเธอหอบเอากล่องสกินแคร์มาด้วย เจนกดกริ่งแล้วรอสักพัก คนรับใช้บ้านอรสาก็ออกมาเปิดประตู
"มาพบใครคะ"
"คุณอรสาค่ะ" เจนตอบ
"นัดไว้หรือเปล่าคะ"
"เอ่อ..." แล้วเจนก็มั่วส่งไป "ค่ะ"
"อ๋อ ครูสอนโยคะ"
เจนสวมรอยทำเนียน เธอยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร
"คุณผ้หญิงบอกไว้แล้วล่ะค่ะว่าวันนี้จะมีครูมาสอนที่บ้าน แหม แต่มาเร็วจังนะคะ"
คนรับใช้เปิดประตูให้เจนเข้าบ้าน

อรสาผู้หญิงที่ดูสง่า อายุมากแต่ยังสวยเช้งกำลังทำโยคะบริหารใบหน้า ห่อปาก เม้มปาก อ้าปากกว้างสลับกันขณะออกเสียงไปด้วย หลายครั้ง
"กล้วย...น้ำ...ว้า"
เจนเดินตามหลังเด็กรับใช้เข้ามา
"ครูโยคะมาแล้วค่ะ คุณผู้หญิง"
เจนยกมือไหว้ "สวัสดีค่ะ"
อรสาโบกมือแบบไม่สนใจนักเพราะกำลังมีสมาธิกับการทำโยคะหน้าเด็ก
"มาก็ดีแล้ว ฉันกำลังซ้อมอยู่พอดี กล้วย....น้ำ...ว้า..”
เจนยิ้มแหยๆ และพยายามหาจังหวะอธิบายว่าเธอเป็นใคร
"คุณอรสาคะ ดิฉันเป็น..”
อรสาสวนขึ้น "นี่ครู มีแบบฝึกหัดใหม่ๆบ้างไหม ฉันละเบื่อกล้วยน้ำว้าเต็มที ฝึกมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ"
"เอ่อ...งั้นทำไมไม่ลองเปลี่ยนเป็น กล้วยตานี...ปลายหวีเหี่ยว...ล่ะคะ จะได้ขยับหน้าได้หลายแบบ" เจนมั่ว
"เออ เข้าท่าๆ" อรสาทำหน้าห่อปาก ฉีกปากกว้างตามจังหวะออกเสียง "กล้วยตานี...ปลายหวีเหี่ยว..กล้วย..ตา..นี...”
อรสาขยับปากแล้วหันมาสบตาเจนพอดี อรสารู้สึกผิดสังเกตจึงชะงัก
"เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน นี่เธอไม่ใช่ครูโยคะทำหน้าเด็กของฉันนี่"
"เอ่อ คือดิฉันไม่ได้เป็นครูโยคะค่ะ ดิฉันชื่อเจนจิรา เป็นพีอาร์ของเครื่องสำอางค์The Wisdom ดิฉันอยากจะมาเชิญคุณอรสาไปเป็นพรีเซ็นเตอร์โพรดักส์ไลน์ใหม่ของเราค่ะ"
เจนยิ้มหวาน แต่อรสาจ้องหน้าเจนเขม็ง

ประตูรั้วบ้านเปิดออก คนรับใช้เดินมาส่งเจนออกจากบ้าน
"เชิญค่ะ"
เจนเดินคอตกออกมา แล้วคนรับใช้ก็ปิดประตูใส่หน้าเธอ

นาฬิกาในออฟฟิศบอกเวลาเกือบบ่ายโมง ออฟฟิศเงียบกว่าปกติเพราะพนักงานออกไปพักกลางวัน เจนกลับมาถึงออฟฟิศ เธอเดินผ่านโต๊ะอาร์ทซึ่งยังนั่งทำงานอยู่ อาร์ทมองตามแล้วก็ลุกขึ้นมาหาเจนที่โต๊ะ
"นี่คุณ หายไปไหนมา พี่ปุ๊กกี้แกถามหาอยู่นะ" อาร์ทบอก
เจนไม่ตอบอะไร
"แอบหนีไปช้อปล่ะสิ"
"นี่ เห็นฉันอย่างนี้ฉันก็รู้จักทำงานนะยะ แล้วก็ทำอย่างฉลาดด้วย" เจนว่า
อาร์ททำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ
"เอาล่ะ จะบอกให้ก็ได้นายจะได้เลิกเข้าใจผิด รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะ" เจนมองซ้ายมองขวา แล้วเรียกอาร์ทมากระซิบข้างหู "ฉันไปหาคุณอรสาที่บ้านมา"
"ไปทำไม"
เจนกระซิบ "ไปชวนเขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์น่ะสิ"
"ทำไมต้องกระซิบด้วย"
"เพราะฉันยังไม่อยากให้คนอื่นรู้ อยากทำเซอร์ไพรส์"
"แล้วเขายอมมาไหม"
เจนส่ายหน้าเซ็งๆ "เพิ่งโดนไล่ออกมาเนี่ย ข้าวกลางวันก็ยังไม่ได้กิน"
"เนี่ยนะ ทำงานแบบฉลาด" อาร์ทส่ายหัวหน่ายๆ
ทิชากับกลุ่มพีอาร์กลับเข้ามาในออฟฟิศพอดี
"นี่เจน หายไปไหนมา" ทิชาถาม
"เอาครีมตัวอย่างไปแจกนักข่าว" เจนบอก
"เสร่อ ใครบอกให้ทำไม่ทราบยะ"
เจนขี้เกียจตอบจึงทำไม่สนใจ ทิชาเดินไปที่โต๊ะทำงาน เจนแอบเบะหน้าใส่

โจเข้ามาเลือกหาเพชรในร้านเพชร
"อยากได้แบบไหนคะ" พนักงานถาม
"ผมอยากได้ของขวัญชิ้นเล็กๆสักชิ้นนึง ให้เพื่อนน่ะครับ"
พนักงานชี้และแนะนำ ก่อนจะหยิบของให้โจเลือก


ศรัณย์เดินเข้ามาในร้านจูดี้แล้วมองหาใครบางคน อ้อมที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะเห็นศรัณย์มาก็โบกมือเรียก
"คุณศรัณย์ ทางนี้ค่ะ"
ศรัณย์ยิ้มให้แล้วเดินเข้ามานั่งด้วย

อ่านต่อหน้าที่ 2


ทางเดินแห่งรัก ตอนที่ 8 (ต่อ)
จูดี้เอากาแฟมาเสิร์ฟให้ศรัณย์ซึ่งนั่งคุยอยู่กับอ้อม

"ตามสบายนะคะ"
"ขอบคุณครับ" ศรัณย์บอก
จูดี้เดินกลับไปแล้ว ศรัณย์คุยกับอ้อมต่อจากที่คุยค้างไว้
"อย่างที่ผมบอกคุณอ้อมไปคราวก่อนนั่นแหละครับว่าผมกำลังหานักเขียนอยู่"
"เขียนคอลัมน์หรือคะ" อ้อมถาม
"ก็ไม่เชิงครับ คือตอนนี้ ตลาดนิตยสารซบเซาลง เพราะว่าคนสนใจสื่อดิจิตอลมากกว่า ผมก็เลยคิดว่าจะขยายกลุ่มลูกค้าด้วยการทำเว็บไซต์กับแอพพลิเคชั่นเป็นทางเลือกใหม่ ผมก็เลยจะชวนคุณอ้อมมาเขียนบทความลงในเว็บไซต์ คล้ายๆเขียนบล็อคน่ะครับ"
"อ๋อ ค่ะ เข้าใจแล้ว คุณศรัณย์อยากได้เรื่องแบบไหนล่ะคะ"
"ก็เรื่องที่คุณอ้อมกำลังสนใจอยู่นี่ไง เรื่องการตั้งครรภ์"
"แต่อ้อมยังไม่ท้องนะ"
"นั่นแหละที่ผมต้องการ ผมอยากให้คุณอ้อมเริ่มเขียนตั้งแต่กระบวนการแรกๆเลย ว่าบรรดาสาวยุคใหม่ที่อยากมีลูกน่ะ ต้องทำตัวยังไง มีิวิธีการอะไรบ้างที่ช่วยได้ ลองแล้ววิธีไหนเวิร์คหรือไม่เวิร์ค อะไรทำนองนี้แหละครับ ยิ่งคุณอ้อมหาวิธีแปลกๆ มาเขียนใส่ไปด้วยยิ่งดี"
"ชักน่าสนุกแล้วสิคะ"
"ใช่ ผมว่าต้องมีคนสนใจแน่ๆ ถ้ามีคนสนใจอ่านกันมาก อีกหน่อยคุณอ้อมก็เอามารวมเล่มเป็นพอคเก็ตบุค เดี๋ยวผมจัดพิมพ์ให้เอง"

วินขับรถเข้ามาจอด ณ ที่จอดรถคอนโดมีเนียม พอลงจากรถก็นึกขึ้นได้
"กุญแจห้อง"
วินล้วงหากุญแจในกระเป๋าต่างๆ แต่ก็ไม่เจอ เขาบ่นกับตัวเอง
"ลืมจนได้"

ศรัณย์กับอ้อมยังคุยกันอยู่
"ตกลงคุณอ้อมคิดว่าไงครับ ยอมเป็นนักเขียนให้ผมไหม ผมไม่ได้ขอให้มาทำให้ฟรีๆนะ มีค่าเขียนให้ตามปกติ"
"ก็ต้องโอเคสิคะ คุณศรัณย์อุตส่าห์เสนอโอกาสดีให้ขนาดนี้ จะปฏิเสธได้ยังไง"
"ขอบคุณมากครับคุณอ้อม งั้นต่อไปนี้เราก็ถือว่าเป็นทีมเดียวกัน"
"ค่ะ"
ศรัณย์พูดพลางยื่นมือให้อ้อมจับ ทั้งคู่จับมือตกลงกันแบบไม่ได้คิดอะไร วินเข้ามาในร้านพอดีกับจังหวะที่อ้อมกับศรัณย์กำลังจับมือกัน
"อ้อม"
อ้อมกับศรัณย์หันไปมองวินที่กำลังเข้ามาหา วินไม่ค่อยพอใจ
"อ้าววิน มาทำอะไรที่นี่" อ้อมถาม
จูดี้รีบเข้ามาช่วยรับสถานการณ์
"หมอวิน จะดื่มอะไรไหมคะ"
"ไม่ล่ะครับพี่จูดี้ พอดีผมลืมคีย์การ์ด ก็เลยว่าจะมาเอาจากอ้อม" วินหันไปพูดกับอ้อม "วินโทรหาอ้อมแล้วแต่อ้อมไม่รับ คิดว่าต้องอยู่ที่นี่"
"พอดีอ้อมคุยงานอยู่น่ะก็เลยปิดมือถือ อ้อ วินจ๊ะ นี่คุณศรัณย์ เป็นเจ้านายเก่าของของอ้อมเอง"
ศรัณย์ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร "สวัสดีครับ"
วินพยักหน้าให้พอเป็นพิธีโดยที่ยังหน้าตึงอยู่ จูดี้กลับไปที่เคาน์เตอร์แล้วพูดเบาๆกับแมน
"เป็นเรื่องจนได้ ท่าทางหมอวินจะหึงนะเนี่ย"

วินกับอ้อมกลับเข้ามาที่ห้องด้วยกัน โดยวินยังคาใจเรื่องศรัณย์อยู่
"เป็นเจ้านายเก่า แล้วมีธุระถึงต้องมาหาอ้อมถึงนี่"
"ก็บอกไปแล้วไงจ๊ะว่าเขาจะมาชวนอ้อมเขียนคอลัมน์ลงในเว็บไซต์"
"แล้วทำไมต้องจับมือกันด้วย" วินถาม
"ตายแล้ว นี่วินหึงเหรอ"
"ก็ใช่น่ะสิ เห็นเมียตัวเองจับมือกับผู้ชายคนอื่น จะให้ไม่รู้สึกอะไรเลยได้ยังไง"
"ดีใจจังเลย วินหึงอ้อมด้วยอ่ะ แต่อ้อมกับคุณศรัณย์น่ะรู้จักกันมานานแล้ว ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ สบายใจได้ เอ..แต่ที่จริงถ้ามีก็ดีนะ วินจะได้หึงอ้อมบ่อยๆ ไง เวลาวินหึงแล้วน่ารักดีน้า"
"นี่เห็นเป็นเรื่องตลกหรือไงอ้อม"
"ก็ตลกน่ะสิ"
อ้อมหัวเราะขำๆ แบบไม่ได้ใส่ใจนักก่อนจะเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็น ส่วนวินยังหน้างออยู่

โจกับแพทแยกมาคุยกันในมุมที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน โจหยิบกล่องเครื่องประดับเล็กๆออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท
"พี่มีของมาให้แพท"
"อะไรกันคะพี่โจ ให้ทำไม"
"เป็นการขอบคุณที่แพทช่วยพี่เลือกสร้อยให้ศิ ศิเค้าชอบมากเลยรู้ไหม แล้วก็ยังอุตส่าห์เป็นตัวกลางช่วยให้พี่กับศิคืนดีกันด้วย พี่ไม่รู้จะตอบแทนแพทยังไง"
"โถ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แพทช่วยพี่สองคนอย่างเต็มใจนะคะ" แพทบอก
"งั้นก็ รับไว้นะ" โจยื่นกล่องเพชรให้แพท
แพทรับไป "ขอบคุณค่ะ"
แพทมองกล่องเล็กๆในมือแล้วมองโจด้วยความปลาบปลื้มและประทับใจมาก

แพทเปิดกล่องของขวัญที่โจให้ เธอเห็นว่าข้างในมีเเข็มกลัดเพชรเล็กๆ อันหนึ่ง แพทหยิบขึ้นมามอง แล้วบรรจงติดกับอกเสื้อ แพทหยิบกระจกออกมาส่องแล้วก็ยิ้มกับตัวเอง

เจนนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โต๊ะทำงาน อาร์ทเดินเข้ามาคุยด้วย
"เป็นไงคุณ โทรหาคุณอรสาได้หรือยัง"
"เขาไม่ยอมรับสายเลย" เจนบอก
"แล้วทำไมคุณไม่ลองไปที่บ้านเขาอีกทีล่ะ"
"จะไปทำไม ตอนนี้คนใช้บ้านนั้นจำหน้าฉันได้แล้ว เขาคงยอมให้ฉันเข้าบ้านหรอก"
"ภารกิจไม่สำเร็จ แล้วมานั่งเล่นมือถืออยู่เนี่ยนะ"
"ฉันไม่ได้เล่นมือถือเฉยๆย่ะ แต่ฉันกำลังใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ แล้วตอนนี้ฉันก็ใช้วิธีที่ฉลาดล้ำเลิศที่สุดในการติดตามคุณอรสา"
เจนโชว์มือถือซึ่งเป็นหน้าIGของอรสาให้อาร์ทดู
"ฟอลโล่นางทางIG” เจนพูด
อาร์ทพยักหน้าเป็นเชิงชมว่าเจนก็มีความฉลาดอยู่เหมือนกัน
"คิดไม่ถึงล่ะสิว่าฉันจะสืบจนเจอ" เจนคุย
เจนดูมือถืออีกทีแล้วก็เจอบางอย่างในIGพอดี
"นี่ไงๆ เพิ่งอัพรูปเมื่อสิบนาทีก่อน ร้านอาหาร...ที่ไหนสักแห่ง ชื่ออ่านยากจัง"
"ไหนมาดูซิ"
เจนส่งมือถือให้อาร์ทดู หน้าจอมือถือเจนเป็นภาพถ่ายอรสาในร้านอาหารแห่งหนึ่งโดยมีการแท็กชื่อร้านไว้ด้วย
"ร้านนี้ผมรู้จัก" อาร์ทบอก
"ดี รู้จักใช่ไหม งั้นก็ไปด้วยกันเลย ฉันจะไปเจอเขา แล้วลองขอร้องเขาดูอีกสักครั้ง"
เจนรีบเก็บข้าวของบนโต๊ะ เธอคว้ากระเป่าถือเตรียมตัวไปทันที


เจนกับอาร์ทมาถึงหน้าร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง
"นี่นายรู้จักร้านอาหารหรูๆแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย" เจนถาม
"ร้านดังขนาดนี้ ใครเขาก็รู้จักทั้งนั้นล่ะคุณ"
เจนมองผ่านกระจกของร้านเข้าไปด้านในก็เห็นอรสานั่งอยู่กับเพื่อนไฮโซอีกคนอยู่
"นั่นไง อยู่ในร้านนี้จริงๆด้วย"
"งั้นก็เข้าไปเลย"
อาร์ททำท่าจะเข้าไปในร้าน แต่เจนรีบดึงแขนไว้
"เฮ้ย เดี๋ยวก่อน จะเข้าไปทำอะไร" เจนถาม
"ก็ไปนั่งกินข้าว พอได้จังหวะก็เข้าไปทักเขาดีๆ" อาร์ทถาม
"นายจะบ้าเหรอ ราคาอาหารแพงขนาดนี้ จะกินเข้าไปได้ยังไง" เจนเปิดเมนูที่ตั้งอยู่หน้าร้านดู "ดู..เมนคอร์สจานละเกือบสองพัน น้ำเปล่าขวดละหกร้อย ดูสิดู"
อาร์ทพูดแบบไม่ตื่นเต้น "ร้านแบบนี้ก็ราคานี้แหละ แล้วนี่จะเข้าไปหรือเปล่า"
"เข้าสิ! แต่ฉันไม่มีทางยอมเสียเงินห้าหกพันเพื่อการนี้หรอกนะ เก็บไว้ซื้อกระเป๋าใหม่ยังดีซะกว่า"
อาร์ทเหลือบมองกระเป๋าเจน
"ไอ้กระเป๋าใบนี้ของคุณก็เหมือนกัน ไม่ต้องถือเข้าไปให้เค้าหัวเราะเยาะหรอก"
เจนมองกระเป๋าตัวเอง "ทำไม นี่ซื้อมาแพงมากนะยะ"
"ของก๊อปปี้ จะแพงสักแค่ไหนกันเชียว" อาร์ทว่า
"ฮ้า.. นี่นายก็ดูออกเหรอ"
"คุณ.. อาชีพผมน่ะกราฟฟิคดีไซน์เนอร์นะ มันก็ต้องมีความรู้เรื่องสินค้าแฟชั่นอยู่บ้าง ระดับผมยังดูออก ระดับคุณอรสาจะไปเหลืออะไร"
เจนเอากระเป๋าถือสะพายไว้บนไหล่ของอาร์ท "อ้ะ งั้นถือไว้ให้หน่อย"
เจนเดินเข้าร้านไปทันที โดยไม่ฟังเสียงของอาร์ท
"เฮ้ย คุณ"

สามสาวยังมาปรึกษากันต่อที่ห้องของซัน ซันครุ่นคิดไปมา
"ยังไงฉันก็ไม่ไว้ใจแพทอยู่ดี" ซันบอก
"อยากรู้จริงๆว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหน"
"แพทเขารู้ว่าเจ๊สนิทกับซัน เขาอาจจะตีสนิทกับเจ๊เพื่อทำให้ซันเจ็บใจก็ได้"
"หรือไม่ก็ใช้พี่ศิเป็นเครื่องมือมาเล่นงานพี่ซัน"
"ถ้าเป็นเรื่องพวกนั้นฉันยังพอรับมือได้ ขออย่างเดียว.. เป้าหมายของยัยแพทอย่าเป็น พี่โจก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นพี่ศิเจอศึกหนักแน่ เพราะคู่ท้าชิงคนนี้จะน่ากลัวกว่าทุกคน ที่พี่ศิเคยเจอมา"
อ้อมกับเจนฟังแล้วก็ยิ่งไม่สบายใจ

แพทเพิ่งมาถึงที่ทำงาน เธออยู่ในชุดสีเรียบแล้วติดเข็มกลัดเพชรที่โจให้มาบนเสื้อ ขณะที่กำลังเดินมาที่ห้องแพทก็เจอกับสุธีร์ที่หน้าห้องพอดี สุธีร์สังเกตเห็นเข็มกลัดบนเสื้อก็ทักขึ้น
"อะไรเนี่ยหล่อน ติดเข็มกลัดเพชร ต๊าย...ป้ามาก ไม่เห็นจะเข้ากะหน้าแกเลยแพท"
"รู้แล้วล่ะน่าว่าไม่เข้า" แพทบอก
"เอ้า! แล้วจะติดทำไมยะ"
แพทไม่ตอบแต่ยิ้มๆ แล้วเดินเข้าห้องทำงาน

แพทกับสุธีร์นั่งคุยกันอยู่ในห้อง
"แกรู้ไหมธีร์ เข็มกลัดชิ้นนี้มันพิเศษยังไง" แพทถาม
"จะไปรู้ได้ยังไงล่ะยะ ฉันรู้แต่ว่าพี่โจให้แกมา" สุธีร์บอก
"ก็เพราะพี่โจให้มาน่ะสิ มันถึงได้สำคัญ ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนให้ของขวัญกับฉันโดยที่ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนมาก่อน แล้วพี่โจก็เป็นคนแรก"
"นี่หล่อน จากที่จะป่วนเขาเล่นๆ อย่าบอกนะว่าตอนนี้จะเอาจริง"
"ใช่ ก็เริ่มจะอยากได้ขึ้นมาจริงๆแล้ว"
"โฮ้ย นี่แกจะมาดราม่าเป็นสาวน้อยวัยแรกรักอะไรกันตอนนี้ ถ้าแกไปตกหลุมรักเขาเข้าจริงๆล่ะก็ แผนแก้แค้นยัยซันของฉันก็หมดสนุกสิยะ"
"มันจะสนุกมากกว่าเดิมต่างหากล่ะ นังซันกับพี่ศิเป็นพี่รักน้องรักกัน ถ้าคนนึงเจ็บ แกคิดว่าอีกคนจะมีความสุขอยู่ได้ไหม"
"ถ้าพี่เจ็บ น้องก็ต้องเจ็บ อืม.. ล้ำลึกนะยะหล่อน"
"ฉันบอกแล้วไงว่างานนี้ฉันจะไม่ยอมเจ็บคนเดียว" แพทว่า

วิภานั่งดูทีวีอยู่ในบ้านข้างๆ สุพงษ์ วิภาดูทีวีไปดื่มชาไป ขณะที่จะวางถ้วยชากลับเข้าที่ถ้วยชากลับหลุดมือตกพื้นแตกดังเพล้ง วิภาสะดุ้งเฮือก
"แย่แล้วเฮีย ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ”
"แย่อะไร ก็แค่ถ้วยแตกใบนึงไปเรียกเด็กมาเก็บสิ”
“แต่ตามตำราเขาว่าถ้าถ้วยจานแตกในบ้านเป็นลางร้าย คนในครอบครัวจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน หรือไม่ก็อาจมีใครกำลังมีเคราะห์”
สุพงษ์เซ็ง “เอาอีกละ”
“ไม่ได้ๆ ก่อนที่ใครสักคนในบ้านจะเป็นอะไรไป ฉันต้องมีหลานมาช่วยค้ำดวงวงศ์ ตระกูลของเรา”
วศินถือแก้วน้ำดื่มออกมาได้ยินพอดี
“ก็อดใจรอนิดนึงสิม๊า เดี๋ยวพี่หวานเขาก็คลอดแล้ว” วศินว่า
“โอย หลานยาย มันจะไปพอเสริมส่งบารมีคนในบ้านได้ยังไง แป๊ะกงเขาเคยบอกมาแล้วว่าต้องเป็นหลานย่า เป็นเด็กที่ได้มาจากลูกชายเพื่อจะมาสืบสกุลเราด้วย แล้วพวกเราจะหมดเคราะห์หมดโศก หมดโรคหมดภัย" วิภาบอก
"แล้วจะทำยังไง ตอนนี้อาอ้อมเขาก็มีปัญหาอยู่ หมอเขาก็บอกให้รอนี่นา” สุพงษ์
“ก็นั่นนะสิ”
“เออ ก็วศินไง อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้วนะเราน่ะ หาเมียสักคนได้แล้วมั้ง"
วศินหน้าเหวอจนแก้วแทบจะร่วงหลุดจากมือ

วิภาคุยกับวศินอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้าน
"ที่จริงที่ป๊าเขาบอกก็ถูกนะ แกน่ะต้องมีเมียสักคน" วิภาบอก
“ผมยังไม่พร้อมอ่ะม๊า" วศินบอก
"อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ จะไม่พร้อมได้ยังไง ไม่รู้ล่ะ ไปหาแฟนมาให้ด่วนเลยนะแล้วเดี๋ยวม๊ากับป๊าจะได้ไปทำเรื่องเจรจาสู่ขอให้
"โห..ม๊า ถ้าจะเอาเร็วขนาดนั้น ม๊าจัดเมียมาให้ผมซะเลยไหมล่ะ"
"เออ ความคิดนี้เข้าท่า" วิภาว่า
"ผมพูดเล่น"
"แต่ม๊าเอาจริง ถ้าแกยังไม่มีแฟน เดี๋ยวม๊าจัดการให้เอง"
วศินเหวอหนักขึ้นไปอีก

ซันกำลังพูดสายกับวุธอยู่ที่โต๊ะทำงาน
"ว่าไงนะวุธ จะให้ไปไหนนะ"
วุธคุยโทรศัพท์กับซันอยู่ในห้องทำงานของตัวเองที่บริษัทใหม่
"ไปดูฟาร์มผักออร์แกนิคที่เราเคยบอกไง พอดีวันเสาร์นี้เขาจะจัดกิจกรรมเปิดไร่ให้ลูกค้าเข้าไปเที่ยว คุณสยามเจ้าของเขาก็เลยชวนให้ไปดูบรรยากาศ เราจะได้เก็บข้อมูลก่อนที่จะวางแผนการตลาดให้เขาได้"
"ไกลหรือเปล่า"
"ไม่หรอก ขับรถสองสามชั่วโมงก็ถึงแล้ว"
"ไปกับนายสองคนเนี่ยนะ"
"ก็ใช่น่ะสิ ลูกค้าเขาอยู่ที่โน่นอยู่แล้ว"
"ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยว่างซะด้วย"
"นี่ คิดจะเบี้ยวซะแล้วเหรอ ไหนรับปากไว้ว่าจะช่วยกันไงล่ะ"
"โอเคๆ ไม่เบี้ยวหรอกน่า ไปก็ไป"
"งั้นวันเสาร์นี้เราจะไปรับที่คอนโดแต่เช้า"
วุธวางสายยิ้มๆ อย่างมีความสุข

เจนกึ่งลากกึ่งจูงอาร์ทมาถึงด้านนอกสปอร์ตคลับหรูแห่งหนึ่ง
"แน่ใจนะคุณว่าเขาอยู่ที่นี่" อาร์ทถาม
"แน่ใจ ฉันสืบมาแล้ว คุณอรสามาออกกำลังกายที่นี่แหละ" เจนบอก
แขกที่มาออกกำลังกายคู่หนึ่งเพิ่งเดินเข้าคลับ เจนกับอาร์ทจะเดินตามแต่พนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์หน้าทางเข้าเบรคไว้
"สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ" พนักงานถาม
"คือ..ดิฉัน..จะมาออกกำลังกายน่ะค่ะ" เจนบอก
"ที่สปอร์ตคลับของเรารับเฉพาะสมาชิกค่ะ ไม่รับคนนอก"
"งั้นสมัครสมาชิกเลยได้ไหมคะ" เจนถาม
"ปกติเราไม่รับคนทั่วไปค่ะ แขกของต้องเป็นระดับเอ็กซคลูซีฟ คือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือมีประวัติครอบครัวที่เก่าแก่ หรือไม่ก็เป็นแขกทางเราส่งจดหมายเชิญให้เท่านั้น"
"อ๋อ เฉพาะเซเลบว่างั้นเถอะ"
เจนกับอาร์ทมองหน้ากันว่าจะเอายังไงต่อดี เสียงข้อความLINEในโทรศัพท์เจนดังขึ้น เจนกดอ่านแล้วก็บ่น
"พี่ปุ๊กกี้ จะมาทวงงานอะไรตอนนี้ กำลังทำภารกิจสำคัญอยู่"
ในขณะที่เจนก้มหน้าก้มตากดข้อความตอบ อาร์ทก็โชว์บัตรใบหนึ่งให้พนักงานดูเงียบๆ เจนส่งข้อความเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมาเห็นพนักงานกำลังโค้งแล้วก็ผายมือเชิญให้เข้าด้านใน
"เชิญเลยค่ะ"
เจนเดินตามอาร์ทเข้าไปด้านในคลับแบบงงๆ แล้วเธอก็อารมณ์ดีขึ้นเมื่อคิดว่าพนักงานยินดีต้อนรับเพราะหน้าตัวเอง
เจนยิ้ม "หน้าฉันนี่คงดูไฮโซนะ ว่ามั้ย"
อาร์ทพยักหน้าเออออไปด้วย


เจนกับอาร์ทเดินหาอรสาไปรอบๆสปอร์ตคลับ แล้วเจนก็เห็นอรสาที่อยู่ในชุดออกกำลังกายนั่งจิบกาแฟอยู่ที่มุมหนึ่ง เจนรีบสะกิดบอกอาร์ท
"นั่นไง"
เจนรีบตรงเข้าไปหาอรสา โดยมีอาร์ทเดินตามหลัง
เจนยิ้มหวาน "คุณอรสาคะ"
อรสาเงยหน้ามองพอเห็นเป็นเจนเธอก็เซ็ง
"เธออีกแล้ว นี่จะตามฉันไปทุกที่เลยหรือไง"
เจนฉีกยิ้มก่อนตอบ "ค่ะ"
"ทำไมพนักงานบริษัทนี้ช่างตื๊อซะจริงๆ ฉันบอกไปแล้วใช่ไหมว่าไม่รับงานแบบนี้"
ยังไม่ทันที่อรสาจะพูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ของเจนก็ดังขึ้น เจนไม่อยากจะรับแต่พอเห็นชื่อปุ๊กกี้เธอก็ลนลาน
"พี่ปุ๊กกี้..." เจนรีบขอตัวกับอรสา "ขอ..ขอโทษนะคะ" เจนกระซิบกับอาร์ท "นายรับหน้าไปก่อนนะ"
เจนเดินแยกไปรับโทรศัพท์

อ่านต่อหน้าที่ 3


ทางเดินแห่งรัก ตอนที่ 8 (ต่อ)
ปุ๊กกี้กำลังหงุดหงิดในขณะที่โทรหาเจน

"นี่เธออยู่ไหนเจน"
"อ๋อ.." เจนหาทางแก้ตัว "ออกมา... เอ่อ...ออกมา เอาครีมตัวอย่างมาให้นักข่าวน่ะค่ะ"
"ใครบอกให้ไปไม่ทราบ นี่เลิกงานปุ๊บก็หายหน้าออกจากออฟฟิศปั๊บ งานบน โต๊ะเธอก็ยังกองอยู่ตั้งเยอะแยะ คอนเทนท์ที่จะเขียนลงเว็บไซต์เสร็จหรือยังแล้วข่าวพีอาร์ที่ต้องส่งให้นิตยสาร ฉันนัดให้ส่งวันนี้ใช่ไหม"
"คือ คือเขียนไว้แล้วค่ะ แต่ยังไม่เสร็จ"
"งานยังไม่เสร็จ แล้วยังกล้าออกไปข้างนอกเนี่ยนะ นี่เธอรู้จักคำว่าการลำดับความสำคัญหรือเปล่า ว่าอะไรสำคัญกว่าอะไร"
"ค่า เดี๋ยวจะรีบกลับไปปั่นให้เสร็จคืนนี้ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ"
เจนรีบกดวางสายแล้วก็ถอนหายใจเฮือก
"ก็เพราะรู้จักลำดับความสำคัญไงถึงต้องถ่อมาถึงที่นี่" เจนบ่นกับตัวเอง

เจนที่ไปโทรศัพท์กลับมาเห็นอรสากำลังพูดคุยกับอาร์ทอย่างเป็นมิตรและมีท่าทางเอ็นดู เจนมองอย่างแปลกใจแล้วก็ตามเข้ามาสมทบ อรสาหันมาบอกกับเจน
"เอาล่ะ เรื่องพรีเซ็นเตอร์ เป็นอันว่าฉันตกลง...”
เจนตกใจ "หา"
"จะถ่ายเมื่อไหร่ ที่ไหน ยังไง ก็โทรไปนัดเวลากับเลขาฉันได้เลย" อรสาบอก
"คะ! อ๋อๆ ค่ะ แล้วจะรีบติดต่อไปนะคะ" เจนบอก
อรสาเดินจากไป เจนมองอาร์ทอย่างงงๆอีกครั้ง

อาร์ทกับเจนเดินมารอแท็กซี่ที่บริเวณหน้าสปอร์ตคลับ เจนยังคาใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
"นี่นายไปพูดอะไร คุณอรสาถึงได้ยอมง่ายๆแบบนั้น" เจนถาม
"ก็ไม่ได้พูดอะไรนี่ ก็ขอร้องเขาตามปกติ" อาร์ทบอก
เจนมองแบบไม่ค่อยเชื่อ "ไม่จริงอ่ะ ฉันขอร้องเขาตั้งหลายครั้ง เขาไม่สนใจจะพูดกับฉันด้วยซ้ำ"
"เขาคงเห็นผมหน้าตาดีมั้ง"
"นั่นไง! ในที่สุดก็ยอมรับออกมา"
อาร์ทงง
"ฉันว่าแล้วเชียว นี่นายต้องไปหว่านเสน่่ห์อะไรกับเขาแน่ๆ หรือว่านายเป็น...เป็นพวกที่ชอบหาผู้หญิงอายุมากกว่ามาเป็นสปอนเซอร์ใช่ไหม"
"เฮ่ย คิดอะไรของคุณเนี่ย"
"แล้วคุณอรสาเขาก็คงเป็นประเภทชอบกินเด็ก เห็นนายเข้าก็เลยถูกใจ เขาถึงยอมตกลงรับปากง่ายดายขนาดนั้น"
"ไปกันใหญ่ นี่คุณเลิกถามเซ้าซี้เรื่องผมเถอะ นี่ผมช่วยคุณมาขนาดนี้แล้วนะ งานผมยังไม่เสร็จเลยก็ต้องมายุ่งอยู่กับคุณเนี่ย"
"โอเคๆ เดี๋ยวฉันพาไปหาอะไรกิน ร้านประจำฉันอยู่ไม่ไกล" เจนบอก

จ๋าเอาน้ำมาวางให้วุธที่โต๊ะสนามในสวนบ้านของจ๋า แล้วจ๋าก็หาทางตะล่อม
"นี่วุธจะไปดูฟาร์มผักออร์แกนิคกับซันเมื่อไหร่นะ" จ๋าถาม
"วันเสาร์นี้จ้ะ" วุธบอก
"จริงๆก็น่าไปเที่ยวเหมือนกันนะ จ๋าอยากเห็นฟาร์มผักมานานแล้วล่ะ"
"แต่ก่อนไม่เห็นจะสนใจเรื่องพวกนี้เลย”
"แต่ก่อนไม่ได้สนใจเท่าไหร่ แต่ตอนนี้จ๋าก็ควรจะสนใจเรื่องงานของวุธไว้บ้าง ใช่ไหมล่ะ วุธว่าถ้าจ๋าไปด้วย เจ้าของฟาร์มเขาจะว่าอะไรไหม"
"เขาคงไม่ว่าหรอก งานนี้แค่ไปเก็บข้อมูล สบายๆ ไม่เป็นทางการ ถ้าจ๋าอยากไปเที่ยวด้วยก็ไปสิ"
"งั้นวันเสาร์วุธมารับจ๋าที่ร้านนะ แล้วเราค่อยไปรับซันกัน"
"ได้จ้ะ"
วุธยิ้มรับ

อาร์ทนั่งกินกาแฟกับแซนวิชอยู่ที่โต๊ะหนึ่งในร้านจูดี้ จูดี้แยกมาซุบซิบกับเจนที่มุมเคาน์เตอร์
"โห..เพื่อนที่ทำงานน้องเจนมีหน้าตาน่ารักน่าชังแบบนี้ด้วยหรือคะ" จูดี้ถาม
"หน้าแบบนั้นน่ะหรือคะ น่ารักน่าชัง" เจนว่า
"ใช่ ดูเท่ห์ ติดดิน แต่ก็มีมุมกุ๊บกิ๊บกรุบกรอบ เหมือนพระเอกซีรี่ส์เกาหลีเลยอ่ะ วันหลังพี่จูดี้ไปเยี่ยมน้องเจนที่ทำงานบ้างดีกว่า"
จูดี้พูดแล้วก็ยกถาดเครื่องดื่มไปให้อาร์ท เจนเดินตาม
“กินเยอะๆนะพ่อหนุ่มน้อย อยากได้อะไรเพิ่มบอกพี่จูดี้นะคะ”
“ขอบคุณครับ”
จูดี้เดินกลับไป เจนหันมาแขวะอาร์ท
"เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่านายมีเสน่ห์กับผู้หญิงอายุมากกว่า ฉันไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมคุณอรสาเห็นนายแล้วถึงกับอ่อนปวกเปียกขึ้นมาทันที"
อาร์ทขี้เกียจตอบรับหรือปฏิเสธ เขาคิดว่าเจนอยากคิดอะไรก็ปล่อยให้เธอคิดไป

วันต่อมา วุธออกมาจากบ้านเตรียมตัวจะขึ้นรถพร้อมกับคุยโทรศัพท์ไปด้วย
"วุธกำลังจะออกจากบ้าน เดี๋ยวจะไปรับจ๋าที่ร้านนะ เตรียมตัวพร้อมหรือยัง"

ดอกไม้วางกองอยู่มุมหนึ่งในร้านของจ๋าซึ่งเตรียมไว้สำหรับจัดช่อ จ๋ากำลังพูดสายกับวุธ โดยมีลูกค้าเดินดูดอกไม้ในร้านด้วย
"สงสัยจ๋าจะยังไปไม่ได้น่ะวุธ พอดีมีลูกค้ามาสั่งดอกไม้ตั้งสิบช่อ จะใช้งานด่วนเย็นนี้"
"อ้าว งานเข้าซะงั้น"
"นั่นสิ วุธไปสายหน่อยได้ไหม"
"ไม่ได้หรอก นัดลูกค้าเอาไว้แล้ว"
"งั้นวุธไปก่อนเถอะ ถ้างานเสร็จแล้วจ๋าจะตามไป"
"แล้วจ๋าจะไปยังไง"
"เดี๋ยวจ๋าก็หาทางไปได้เองล่ะจ้ะ แค่นี้ก่อนนะ ลูกค้ารอคุยด้วย"
จ๋ากดวางสายแล้วเดินไปคุยกับลูกค้า
วุธกดวางสายจากจ๋าแล้วขึ้นรถขับออกไป

ซันยืนรอวุธอยู่ที่หน้าคอนโดมีเนียม วุธขับรถเข้ามาจอดรับซัน ซันเข้ามาใกล้รถไม่เห็นจ๋าจึงเปิดประตูทางด้านหน้าเข้าไปนั่ง
"แล้วจ๋าล่ะ ไม่ไปด้วยเหรอ" ซันถาม
"จ๋าเขามีลูกค้าด่วนน่ะ" วุธบอก
ซันพยักหน้ารับรู้ วุธขับรถออกไป
อ้อมกับเจนยืนอยู่แถวนั้นเพราะเดินลงมาส่งซัน ทั้งสองมองสถานการณ์ไม่ละสายตา
"สองต่อสองซะด้วยอ่ะพี่อ้อม" เจนว่า
"หาเรื่องอีกแล้วยัยซัน" อ้อมบอก


วุธกับซันมาถึงไร่ผักออร์แกนิคที่มีบรรยากาศสวยงาม แปลงผักเขียวขจี ผู้คนที่มาเที่ยวชมไร่กำลังทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันอยู่


วุธกับซันเดินดูแปลงผักโดยมีเจ้าของฟาร์มคอยอธิบาย
"ฟาร์มของเราเน้นการปลูกพืชผักอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมี พวกผักต่างๆนี่เรา ปลูกมานานแล้วแต่ก็ขายกันในวงแคบๆ ตอนนี้กำลังจะเริ่มทำนาปลูกข้าว กันเองด้วย ที่ผมอยากให้คุณวุธมาทำการตลาดให้ เพราะตั้งใจว่าอยากจะขยายตลาด อยากให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น"

จ๋าปิดประตูร้านดอกไม้แล้วเดินตามตี๋น้อยมาที่รถตี๋น้อยซึ่งจอดอยู่หน้าร้าน
"ขอบใจนะตี๋น้อยที่อุตส่าห์ไปเป็นเพื่ิอน ป่านนี้สองคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง แล้วก็ไม่รู้ ถ้าไปถึงแล้ว ตี๋น้อยก็ต้องพยายามไปอยู่ใกล้ๆซันเขาไว้นะ รู้หรือเปล่า"
"รู้แล้วจ้า จ๋าย้ำกับเราหลายรอบแล้ว" ตี๋น้อยบอก
เสียงโทรศัพท์ตี๋น้อยดังขึ้น ตี๋น้อยกดรับสาย
"เออ ว่าไง.... อ้าว กล้วยไม้พันธุ์ใหม่มาลง ทำไมมาลงเอาวันนี้ล่ะ..โอเคๆ เดี๋ยวผมจะเข้าไปดู"
ตี๋น้อยกดวางสายแล้วบอกจ๋า
"จ๋า เรามีธุระด่วนที่ฟาร์มน่ะ ขอแวะไปดูกล้วยไม้แป๊บนึงได้ไหม ยังไงเราก็ต้องผ่านกันอยู่แล้ว"
จ๋าพยักหน้าตกลง แล้วทั้งคู่ก็ขึ้นรถ

วุธกับซันเดินอยู่ด้วยกันในบริเวณฟาร์มผัก
"ที่จริงงานนายนี่มันสบายๆจริงๆนะเนี่ย ชักจะอิจฉาซะแล้วสิ ดูแลโปรเจ็คเล็กๆ ลูกค้าก็น่ารักสบายๆ" ซันบอก
"นี่เป็นเหตุผลที่เราเปิดบริษัทเองไงล่ะ เรามีสิทธิเลือกลูกค้า ไม่ใช่คอยแต่ให้ลูกค้ามาเลือกเรา" วุธว่า
"แต่โปรเจคท์แบบนี้ เงินมันไม่เยอะนะวุธ"
"ที่เรารับงานของฟาร์มนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เราเลือกรับงานโดยดูจากสินค้าและลูกค้าเป็นหลัก คุณสยามเจ้าของฟาร์มแกเป็นนักธุรกิจที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำธุรกิจแบบที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อให้ได้ค่าจ้างไม่มากเราก็เต็มใจทำ เราว่าถ้าจะขายอะไรเราก็ต้องรักแล้วก็เชื่อในสิ่งที่เราจะขายก่อน"
"ฉันเข้าใจนายนะ แต่บอกตรงๆว่าฉันคงทำแบบนายไม่ได้ งานของฉันคือทำงานตามออเดอร์ลูกค้าให้ดีที่สุด ต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ลูกค้าขายของได้มากที่สุด"
"แล้วเธอจะมีความสุขตอนไหน"
ซันยังตอบไม่ได้ ทันใดนั้นน้ำที่ใช้รดผักก็พุ่งมาจากสปริงเกลอร์หลายจุดพร้อมๆกัน วุธกับซันตกใจเพราะโดนน้ำ ทั้งคู่ยืนอยู่ท่ามกลางน้ำที่พุ่งขึ้นมาเป็นสาย
"ออกจากตรงนี้เถอะ เปียกหมดแล้ว" วุธเสนอ
วุธคว้าข้อมือซันจะพาออกจากบริเวณนั้น แต่วิ่งไปทางไหนน้ำจากสปริงเกอร์ก็พุ่งขึ้นมาเหมือนดักหน้า ไปๆมาทั้งคู่เริ่มหัวเราะกันอย่างสนุกสนานขณะวิ่งหนีน้ำไปทางโน้นทางนี้

วุธกับซันที่ตัวเปียกนั่งเช็ดหัวอยู่แถวร้านขายของในฟาร์ม วุธหยิบโทรศัพท์ออกมาดู
"โทรศัพท์เปียกหมดแล้ว" วุธบอก
"พังไหมเนี่ย" ซันถาม
"ไม่รู้เหมือนกัน แต่จอดับไปแล้ว ไม่เป็นไร แค่นี้เอง เดี๋ยวเอากลับไปซ่อมได้"
วุธมองผมซัน "เศษผักติดอยู่บนผมเธอแน่ะ"
"จริงอ่ะ"
ซันพยายามหาเศษผักบนผม เธอเอามือจับหาแต่ก็ไม่เจอ
"อยู่นี่"
วุธเอื้อมมือหยิบเป็นเศษหญ้าเล็กๆ ออกมาให้
"แค่เนี้ยะนะ แล้วบอกเศษผัก พูดซะเว่อร์"
วุธหัวเราะชอบใจ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่ข้างโต๊ะ
"ขอถ่ายรูปหน่อยนะครับ”
ซันกับวุธหันไปมองที่มาของเสียงพร้อมกัน ทั้งสองเห็นสยาม เจ้าของฟาร์มกดถ่ายรูปเขาและเธอด้วยกล้องโพลารอยด์ ภาพถ่ายค่อยๆเคลื่อนออกมาจากตัวกล้อง
“ถ่ายไว้ให้เป็นที่ระลึกจากไร่ของเราครับ”
เจ้าของฟาร์มส่งภาพถ่ายให้วุธ วุธมองภาพยิ้มๆ
“ขออีกสักภาพได้ไหมครับคุณสยาม” วุธบอก
“ได้เลยครับ” สยามบอก
สยามตั้งกล้องขึ้นอีกครั้ง วุธยิ้มให้กล้อง ซันมองวุธคิ้วขมวดเพราะงง เจ้าของฟาร์มกดถ่ายภาพจังหวะนั้นพอดี แล้วส่งภาพถ่ายให้วุธ วุธรับไปดูขำๆ
“ดูหน้าเธอสิ หน้างงมาก อ้ะ” วุธส่งภาพให้ซัน “เก็บไว้คนละใบ”
ซันเขินแต่พยายามกลบเกลื่อนตามนิสัย
"ไม่ล่ะ ฉันจะเก็บไว้ทำไมไม่ทราบ นี่เรามาทำงานนะ ไม่ได้มา เดท" ซันดึงภาพถ่ายมาจากวุธแล้วส่งคืนให้ช่างภาพ “คุณสยามเก็บไว้เถอะค่ะ”
สยามรับไปงงๆ วุธถอนใจเพราะรู้แล้วว่าซันเป็นแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

จ๋าเดินอยู่ในโรงเรือนกล้วยไม้โดยพยายามโทรหาวุธแต่ก็ไม่ติด
จ๋าถอนหายใจ "วุธเนี่ยน้า ทำไมต้องปิดเครื่องด้วย"
จ๋ากดวางสายอย่างเซ็งๆ ก่อนที่สายตาจะมองผ่านไปเห็นตี๋น้อยนำคนงานขนกล้วยไม้หลายต้นเข้ามาในโรงเรือน จ๋าสะดุดตาเข้ากับกล้วยไม้พันธุ์ที่ตัวเองไม่ได้เห็นบ่อยนัก
"นี่มัน ดอกว่านเพชรหึงนี่"
ตี๋น้อยบอก "ใช่ เพิ่งได้มาวันนี้เอง"
"สวยจังเลยอ่ะ พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่จ๋าชอบที่สุดเลยรู้ไหม"
ตี๋น้อยแซว "เพราะชื่อมันใช่ไหม เพชรหึงเนี่ย"
จ๋าตีแขนตี๋น้อยเบาๆ "ไม่ใช่ ชอบเพราะว่ามันสวยแปลก หายาก ต่างหากล่ะ"

ตี๋น้อยกับจ๋าเดินดูต้นกล้วยไม้ในโรงเรือนด้วยกันอย่างเพลิดเพลิน ตี๋น้อยชี้ชวนอธิบายให้ดูกล้วยไม้พันธ์ต่างๆ จ๋าตื่นเต้นกับบรรดาต้นกล้วยไม้ที่ออกดอกสวยงามหลากสีทำให้ลืมเรื่องวุธกับซันเสียสนิท

สยาม เจ้าของฟาร์มพาวุธกับซันมาเดินดูมุมต่างๆในฟาร์ม วุธกับซันเก็บผักและทำกิจกรรมต่างๆในไร่ด้วยกัน

ซันกับวุธเตรียมตัวจะกลับ ทั้งสองพากันไปที่จอดรถ
“จ๋าเขาคงมาไม่ทันแล้วล่ะ เดี๋ยวเราไปส่งเธอแล้วจะลองแวะไปหาเขาที่ร้าน” วุธบอก
“เออวุธ ฉันขอไปห้องน้ำแป๊บนึง"
ซันรีบเดินออกไปจากบริเวณนั้น

ซันเดินกลับมาที่บริเวณขายของก่อนจะเดินตรงมาหาเจ้าของฟาร์มพลางมองไปข้างหลังเพราะกลัววุธจะตามมาเห็น
"คุณสยาม ภาพโพลารอยด์ที่ถ่ายไว้เมื่อกี๊ ฉันขอได้ไหมคะ" ซันขอ
"เปลี่ยนใจเหรอครับ"
"ค่ะ พอดีนึกได้ว่าต้องเอาไปใช้งาน" ซันพูดแก้ตัว
"ได้ครับ"
เจ้าของฟาร์มส่งภาพถ่ายนั้นให้ซัน ซันเก็บภาพถ่ายใบนั้นไว้ในกระเป๋าถือ
"ขอบคุณมากค่ะ"
ซันรีบออกจากบริเวณนั้นทันที

ซันกลับมาหาวุธที่รออยู่ใกล้ทางออกที่จอดรถ
"เรียบร้อยแล้ว ไปกันได้แล้ว" ซันบอก
ทั้งคู่เดินออกไปจากโรงแรมด้วยกัน

จ๋ากับตี๋น้อยยืนคุยกับสยาม เจ้าของฟาร์มอยู่ที่หน้าร้านขายของ
"คุณวุธกับคุณซันกลับไปแล้วครับ" สยามบอก
"ไปนานหรือยังคะ" จ๋าถาม
"ก็ออกไปได้สักพักแล้วล่ะครับ"
จ๋ากับตี๋น้อยมองหน้ากัน โดยที่จ๋ามีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด


จ๋าพยายามโทรหาวุธแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ
"วุธเขาทำโทรศัพท์เปียกน้ำเลยต้องปิดเครื่อง จ๋าก็เลยโทรคุยกับซันแล้ว เขาใกล้จะถึงกรุงเทพกันแล้วล่ะ"
"งั้นก็คงไม่ทันกัน เอาไงต่อ ให้เราไปส่งจ๋าที่บ้านเลยไหม" ตี๋น้อยถาม
"ก็คงต้องอย่างงั้น"
ทั้งคู่กลับขึ้นรถ
"ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้วล่ะตี๋น้อย จ๋าต้องทำอะไรสักอย่าง” จ๋าร้อนใจ
ตี๋น้อยถาม "ยังไง"
"จ๋าต้องรีบจัดการเรื่องแต่งงานให้เร็วที่สุด" จ๋าพูด

อ่านต่อหน้าที่ 4


ทางเดินแห่งรัก ตอนที่ 8 (ต่อ)
ซันนั่งเหม่อลอยอยู่ที่ห้อง เธอเคลิ้มฝันเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุขกับวุธ
ซันนึกถึงตอนที่วุธกับเธอเล่นด้วยกันในนาข้าว
นึกถึงตอนที่วุธกับเธอทำกิจกรรมต่างๆในไร่ด้วยกัน
ซันกำลังอมยิ้ม สักพักก็มีมือมาสะกิดไหล่ ซันหันหน้ามาเห็นอ้อมกับเจนซึ่งนั่งอยู่ด้วยกันแต่แรกกำลังทำหน้าเซ็งอยู่
"แหม.. เพลินเลยนะพี่ซัน" เจนแซว
"หน้าตาฝันหวานเชียว ลืมล่ะสิว่ามีพวกฉันอยู่ในห้องด้วย" อ้อมว่า
ซันชะงักเมื่ออารมณ์โรแมนติคถูกเบรค
"ไหนว่าจะตัดใจ แต่กลับออกไปด้วยกันบ่อยๆแบบนี้ มันจะมีปัญหาตามมานะซัน" อ้อมเตือน
"ฉันก็พยายามเลี่ยงแล้ว แต่บางทีก็เลี่ยงไม่ได้นี่แก เขาช่วยงานฉัน ฉันก็ต้องมีน้ำใจกับเขาเป็นการตอบแทน ฉันก็เป็นคนธรรมดานะอ้อม ไม่ใช่หญิงเหล็กมาจากไหน ถ้าจะตัดใจจากผู้ชายที่เราแอบชอบเขามาเกือบสิบปี มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ"
"ใช่ มันไม่ง่าย แต่แกกำลังจะทำให้มันยากขึ้นกว่าเดิม"
"ฉันก็พยายามให้โอกาสตัวเอง ลองไปเจอผู้ชายอื่นๆตามที่แกแนะนำมาแล้วไง" ซันบอก
"แต่พี่ซันก็ไม่โอเคกับใครสักคน" เจนว่า
"ก็ผู้ชายพวกนั้นเขา....”
"ข้อเสียของผู้ชายที่แกไปเจอมาน่ะนะ มันก็เป็นข้อเสียของผู้ชายในโลกนี้ที่พบเห็นได้ทั่วไป มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดจะรับไม่ได้ซักหน่อย" อ้อมบอก
เจนรีบสนับสนุน "จริง"
"แต่ปัญหาของแกก็คือ แกตัดเรื่องวุธออกจากใจไม่ได้ แกก็เลยไม่ยอมเปิดใจให้กับผู้ชายอื่น"
ซันยอมแพ้ เธอเถียงไม่ออกเพราะเพื่อนพูดถูก
"เอ้า แม่ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์สูงทั้งสอง งั้นบอกมาซิ ว่าฉันต้องทำยังไง" ซันถามแซวๆ
"ถ้าเป็นเจนนะ ถ้าอยากเลิกกกับใครก็จะต้องไม่ไปเจอคนคนนั้นเลย" เจนบอก
"ใช่ แกต้องเลิกไปเจอเขาทั้งสองคน ทั้งวุธและจ๋า"
"ตลอดไปเหรอ"
"จนกว่าเขาจะแต่งงานกันไปแล้ว"
"แต่ฉันเป็นเพื่อนเจ้าสาวนะ"
"เรื่องนั้นน่ะ แกก็ควรจะยกเลิกไปด้วยซะเลย" อ้อมบอก
ในใจลึกๆ ซันก็อยากทำอย่างนั้น แต่เธอก็ไม่มั่นใจว่าจะทำได้


วุธนั่งดูภาพถ่ายโพลารอยด์เขากับซันแล้วก็ยิ้มๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต
วุธนึกถึงตอนที่ซันฉีกภาพถ่ายเขาที่หน้าผาริมทะเล
“ใช่ !! ถึงโลกจะแตก นายวุธจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลกนี้ ฉันก็ไม่ชอบ” ซันประกาศลั่น
"งั้นแกพิสูจน์สิ่งที่แกพูดสิ” เพื่อนคนหนึ่งเชียร์
เพื่อนๆทุกคนมองหน้าซันอย่างคาดคั้น ซันไม่รู้จะทำยังไงจึงตัดสินใจฉีกรูปวุธที่อยู่ในมือเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เพื่อนๆหน้าเสียและอึ้งกันไป อารมณ์ซันรุนแรงมากจนทุกอย่างเงียบ
ซันมองหน้าเพื่อนทุกคน “แค่นี้พอใจรึยัง”
เพื่อนชายคนหนึ่งพูดลอยๆขึ้นมา "เป็นไงได้ยินหรือยังวะ เค้าไม่ได้ชอบนายหรอก"
วุธปรากฏตัวออกมาช้าๆ ที่ด้านหลังของกลุ่มเพื่อน วุธมีสีหน้าจ๋อยเพราะผิดหวังมาก


วุธนึกถึงเรื่องของซันกับเขาในอดีตแล้วก็ยังอดใจหายไม่ได้
“เคยเป็นอย่างไงก็อย่างงั้น ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะซัน”
เขาค่อยๆ เก็บภาพถ่ายโพลารอยด์ใบนั้นไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน

รถของแพทแล่นเข้ามาจอดในที่จอดรถของบ้านศศิ แพทก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสวย เริ่ด เชิด เธอถอดแว่นสายตามองบ้านหลังนี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยแผนการณ์

แพทยิ้มหวานขณะเข้ามาในบ้าน โจกับศศิพร้อมลูกๆ ต้อนรับเป็นอย่างดี
"สวัสดีน้าแพทสิลูก ต้นกล้า ข้าวหอม" โจบอกลูก
เด็กสองคนพากันยกมือไหว้
"สวัสดีครับ"
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีค่ะ เด็กๆ" แพททักทาย
ข้าวหอมชม "คุณน้าคนนี้สวยจังเลยนะคะ"
แพทได้ฟังแล้วปลื้ม เธอนั่งลงโอบข้าวหอมมาใกล้ตัว
"น่ารักจังเลย ชื่อข้าวหอมใช่ไหมคะ"
แพทมีท่าทางรักใคร่เอ็นดูเด็กๆ

แพทนั่งกินข้าวกับครอบครัวโจ ศศิพยายามสำรวจท่าทีของแพทก่อนจะลองถามเพื่อหยั่งเชิง
"ได้ยินจากยัยซันว่าคุณแพทกับยัยซันเคยเรียนมาด้วยกัน"
"ค่ะ แต่ถ้าจะให้พูดให้ถูกก็คือแพทกับซันเคยเป็นคู่แข่งกันตอนเรียนน่ะค่ะ แต่นั่นมันก็เรื่องสมัยเด็กๆน่ะค่ะ ตอนนี้โตๆกันแล้ว ก็ไม่มีอะไร" แพทว่า
"อ๋อ เรียนมากับซันนี่เอง ซันเขาเป็นน้องรักของศิเขา รักกันมาก บางทีพี่เองยังแอบหึงเลย" โจบอก
ศศิหันไปค้อนโจ "พูดเพ้อเจ้อ"
"พี่ศิทำอาหารอร่อยมากเลยนะคะเนี่ย" แพทชม
"แต่่ก่อนก็ทำไมเป็นหรอกค่ะ มาฝึกทำตอนมีลูกนี่แหละ" ศศิบอก
"แต่ก่อนศิเขาเป็นสาวบ้างานครับ ทำกับข้าวไม่เป็น งานบ้านไม่เคยแตะ ตอนมีต้นกล้าก็ยังเลี้ยงลูกไปด้วยทำงานไปด้วย พอตอนหลังบริษัทพี่เริ่มลงตัว ศิเขาก็เลยลาออกมาเป็นคุณแม่และคุณเมียเต็มเวลา" โจเล่า
"นี่พี่ศิเสียสละมากเลยนะคะ"
"ก็เพื่อลูกน่ะค่ะ แต่พอไม่ทำงานแล้วก็เสียดายเหมืนกัน เหมือนชีวิตไม่มีคุณค่า"
"ใครบอกล่ะ ศิมีค่าที่สุดสำหรับทุกคนในบ้านนี้เลยนะ" โจหันไปถามลูกๆ "ใช่ไหมลูก"
ข้าวหอมตอบ "ใช่ค่ะ"
"ถ้าบ้านนี้ขาดศิไปสักคน พวกเราคงอดตาย" โจบอก
"โจต่างหากล่ะที่เป็นคนสำคัญของครอบครัว ถ้าบ้านเราไม่มีโจ พวกเราก็คงไม่มีวันนี้" ศศิว่า
ต้นกล้าเอ่ยขึ้น "จะเถียงกันทำไมล่ะครับ คุณพ่อกับคุณแม่ก็สำคัญทั้งสองคนนั้นแหละ ถ้าขาดใครไปซักคนนึง ผมกับข้าวหอมจะอยู่ได้ยังไง"
"พูดดีมากพี่กล้า เอาไปหนึ่งคะแนน" ข้าวหอมชมพี่ชาย
ข้าวหอมแบ่งไก่ชิ้นใหญ่จากจานตัวเอง ตักไปใส่จานให้ต้นกล้า
"เอ้า พ่อให้ด้วยอีกหนึ่งคะแนน"
โจตักไก่ให้ต้นกล้าอีกหนึ่งชิ้น โจกับศศิหัวเราะด้วยกัน ส่วนแพทหัวเราะฝืนๆ

วศินที่อยู่ในชุดเตรียมไปเที่ยวข้างนอกเดินลงบันไดมาถึงห้องรับแขก วิภาเดินมาเห็นพอดี
"อาวศิน จะไปไหน วันนี้ไม่ทำงานนี่"
"นัดเพื่อนไว้น่ะครับม๊า"
"เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย"
"โห ม๊า... ถามยังกับผมเป็นเด็กสาวๆไปได้ เพื่อนที่ทำงาน ก็ทั้งผู้หญิงผู้ชายนั่นแหละครับ"
วิภาหยิบถุงใส่ขวดยามาส่งให้วศิน
"งั้นเดี๋ยวแวะเอายานี่ไปให้อาอ้อมที่คอนโดด้วย"
"อะไรอ่ะ" วศินเปิดถุงออกดูข้างใน "ว่านชักมดลูก ของแบบนี้ม๊าเอาไปให้เองไม่ดีกว่าเหรอ จะได้คุยกับพี่อ้อมไปด้วย เดี๋ยวผมแวะไปส่งก็ได้"
"วันนี้ม๊าออกจากบ้านไม่ได้"
"ทำไมล่ะ"
"เมื่อเช้าจิ้งจกร้องทักมาจากทางด้านขวา โบราณว่าไม่ให้ออกจากบ้าน จะมีเคราะห์"
"เอาล่ะๆ เดี๋ยวผมจัดการให้เอง" วศินตัดบทเซ็งๆ

มื้ออาหารกลางวันผ่านไปแล้วแต่ทุกคนยังคุยกันอยู่ที่โต๊ะ
"แล้วนี่วันนี้พวกเราจะไปดูหนังกันหรือเปล่า" โจถาม
เด็กๆ ตอบพร้อมกัน "ไปค่ะ / ครับ"
"พี่สัญญากับลูกว่าเย็นนี้จะพาไปดูหนัง แพทไปด้วยกันไหม" โจชวน
"แหม ไม่ดีมั้งคะ กิจกรรมสำหรับครอบครัว" แพทว่า
"สามคนพ่อลูกไปดูกันนะ เดี๋ยวแม่จะไปเดินช้อปปิ้งรอ" ศศิบอก
"ดีเลยค่ะพี่ศิ งั้นแพทไปกับพี่ศิดีกว่า อยากจะให้พี่ศิช่วยเลือกของอยู่พอดี" แพทบอก

แพทกับศศิเดินเลือกกระเป๋ากันอยู่ในร้าน
"แพทนับถือพี่ศิมากเลยนะคะ ที่รู้ว่าพี่ศิกล้าทิ้งงานตัวเองรักมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลาแบบนี้" "แต่บอกตรงๆนะ พี่กลับอิจฉาสาวๆรุ่นแพทกับซันมากกว่า ที่มีโอกาสใช้ชีวิตตัวเองเต็มที่ ได้ใช้สมองสร้างงาน ใช้ฝีมือขับเคี่ยวกันว่าใครจะขายงานได้ ความรู้สึกแบบนั้นนี่มันตื่นเต้นท้าทายกว่าการเป็นแม่บ้านเยอะเลย ตอนนี้พี่ก็เป็นแค่มนุษย์แม่กระเซอะกระเซิงธรรมดา น่าเบื่อ" ศศิบอก
"ถ้าเป็นแพท พอแต่งงานแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยอมเสียสละงานตัวเองได้หรือเปล่า"
ศศิสนใจขึ้นมาทันที "พูดเหมือนกำลังจะแต่งงานเลยนะคะ"
"ยังหรอกค่ะ แต่สักวันก็คงต้องแต่ง"
"คุณแพทมีแฟนแล้วหรือคะ"
แพทเตรียมไว้แล้วว่าอาจจะเจอคำถามแบบนี้ เธอจึงโกหกได้เนียนๆ
"ก็...ดูๆกันอยู่น่ะค่ะ อุ๊ย ใบนั้นสวยนะคะ เหมาะกับพี่ศิเลย"
แพทตัดบทเพื่อไม่ให้โดนซักมาก แล้วเธอก็พยายามจะทำตัวสนิทสนมกับศศิมากขึ้นทุกที

แพทกับศศิอยู่บริเวณมุมขายเนคไทสำหรับผู้ชาย
"แพทว่าจะซื้อเนคไทให้เพื่อนผู้ชายคนนึง พี่ศิช่วยเลือกหน่อยได้ไหมคะ"
"ก็ต้องรู้ลักษณะนิสัยผู้ชายคนนั้นก่อนนะคะถึงจะเลือกถูก"
"เขาหล่อ ฉลาด อบอุ่น ใจดี ขี้เล่น มีเสน่ห์ เป็นผู้ใหญ่แล้วแต่บางทีก็ทำอะไรห่ามๆได้แบบที่เราไม่คิดมาก่อน"
"ที่บอกมานี่แอบคล้ายโจเหมือนกันนะเนี่ย"
"เหรอคะ นั่นสิคะ ก็มีส่วนคล้ายอยู่บ้าง" แพทว่า
"ลองดูเส้นนี้ไหม สีฟ้าเหมาะกับผู้ชายอบอุ่น ขี้เล่นนิดๆ"
"ถ้าพี่ศิว่าดี แพทก็ว่าดีค่ะ"
แพทรับเนคไทจากศศิมามอง
"พี่ศิรู้ไหมคะ ว่าการให้เนคไทผู้ชาย มันสื่อความหมายว่ายังไง"
"ยังไงคะ"
"มันหมายถึงว่า ฉันอยากจะเป็นเจ้าของคุณ" แพทบอก
"เหรอ นี่พี่ไม่รู้มาก่อนเลย ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนพิเศษของคุณแพทจริงๆ พี่ก็ขอให้คุณแพทโชคดีนะ"
แพทยิ้มอย่างมีความหมายล้ำลึกซ่อนอยู่

ศรัณย์ยกถุงใส่วิตามินหลายขวดมาวางให้บนโต๊ะขณะนั่งคุยอยู่กับอ้อม
"โอ้โห ทำไมเยอะขนาดนี้ล่ะคะ คุณศรัณย์" อ้อมตกใจเล็กๆ
"พอดีที่บ้านผมไปออสเตรเลียเพิ่งกลับมาน่ะครับ เลยได้ของมาเยอะแยะเลย ผมแบ่งมาฝากคุณอ้อมเพราะเห็นว่าเป็นของมีประโยชน์ทั้งนั้น คุณอ้อมกำลังเตรียมตั้งครรภ์อยู่แบบนี้ ก็น่าจะบำรุงร่างกายไว้"
"ขอบคุณมากเลยค่ะ"
วศินเข้ามาในร้าน พอเห็นอ้อมเขาก็ร้องทัก
"พี่อ้อม"
"อ้าววศิน เข้ามาสิ" อ้อมชวน
"เมื่อกี๊โทรหาพี่วิน พี่วินบอกว่าพี่อ้อมน่าจะอยู่ที่ร้านนี้"
"มีเรื่องล่ะสิ ถึงต้องมาหาถึงนี่"
"ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก หม่าม้าให้เอาของมาให้พี่อ้อมน่ะ ว่านชักมดลูกหมอตราวิเศษวิโสอะไรสักอย่าง" วศินว่า
วศินพูดแล้วก็เพิ่งหันไปมองศรัณย์
อ้อมแนะนำ "นี่คุณศรัณย์ เจ้านายเก่าพี่" อ้อมหันไปบอกศรัณย์ "นี่วศิน น้องชายวินค่ะ"
ศรัณย์กับวศินพยักหน้าให้กันราวกับมีแรงดึงดูดเมื่อสบตากัน

วิภากำลังโทรอธิบายเรื่องว่านให้อ้อมฟัง
"ที่ม๊าให้ไปเนี่ย ไม่ใช่ว่านชักมดลูกธรรมดานะ แต่เป็นสูตรช่วยให้มีบุตร เขาบอกว่าจะช่วยให้มดลูกแข็งแรง ช่วยเพิ่มการตกไข่ ของเขาดีจริงๆนา ม๊ากินมาตอนแต่ง งานกับป๊าเขาใหม่ๆ กินแป๊บเดียวเห็นผล สองเดือนก็ท้องอาวิน จากนั้นก็มียัยหวาน กับวศินตามมา ให้ไปก็กินซะล่ะ"

อ้อมกำลังคุยกับวิภาทางโทรศัพท์ โดยมีวินนั่งอยู่แถวนั้นจึงได้ยินด้วย
"ค่ะ"
"แล้วไอ้ที่เป็นเม็ดๆน่ะ นั่นก็เห็ดหลินจือ ช่วยขับของเสียในมดลูก พวกที่ปวดประจำเดือนเขาก็กินกันนะ พวกพังผืดอะไรนี่มันก็แพ้เห็ดหลินจือนี่แหละ เดี๋ยวนี้เขาทำเป็นเม็ดแล้ว กินง่าย ไม่ต้องไปต้มให้เหม็นห้อง" วิภาอธิบาย
"ขอบคุณค่ะม๊า"
อ้อมกดวางสายจากวิภา วินลุกขึ้นมาหา
"ม๊าให้ยามาอีกแล้วเหรอ" วินถาม
"จ้ะ"
วินเห็นถุงใส่วิตามินหลากหลายชินอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว
"แล้วนี่อะไร" วินถาม
"อ๋อ..ก็มี" อ้อมเอาวิตามินทั้งหมดออกมาจากถุง "โฟเลท แล้วก็ แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินบีรวม"
"ทำไมมันเยอะแยะมากมาย ม๊าให้ของพวกนี้ด้วยเหรอ"
"ไม่ใช่จ้ะ คุณศรัณย์เขาให้มาน่ะ เขาบอกว่าถ้าอยากท้องก็ต้องบำรุงเยอะๆ"
"คุณศรัณย์ นี่มายุ่งอะไรกับเรื่องท้องของเมียคนอื่น"
ทันใดนั้นเสียงข้อความจากโทรศัพท์ของอ้อมก็ดังขึ้นพอดี
"ใคร ส่งข้อความมาดึกป่านนี้" วินว่า
อ้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู
"คุณศรัณย์"
"อีกแล้ว" วินไม่พอใจ
"อื้อ เขาเตือนว่าอย่าลืมกินวิตามินน่ะ"
วินหงุดหงิด เขารวบวิตามินทั้งหมดไปเก็บใส่ตู้บานหนึ่งในครัว
"ไม่ต้องกินหรอก กินอะไรเยอะแยะขนาดนี้ เดี๋ยวตับก็พังกันพอดี" วินบอก
"วิน..”
วินเข้าห้องนอนไปด้วยความหงุดหงิด อ้อมขำๆ เพราะไม่คิดมาก

วุธกับจ๋านั่งกันอยู่ในบ้านของวุธ จ๋าพยายามหาโอกาสคุย
"วุธ จ๋าว่าเราต้องกำหนดวันแต่งงานกันได้แล้วนะ นี่พ่อจ๋าก็ถามทุกวันเลย จ๋าก็ไม่รู้จะตอบยังไง"
"ก็ได้นี่ จ๋าคิดไว้แล้วหรือยังว่าอยากจัดงานเมื่อไหร่" วุธถาม
"ยังน่ะสิ นี่จ๋าคิดอยู่นะว่า เราน่าจะไปขอฤกษ์แต่งงานจากพระอาจารย์ที่เก่งๆ วุธไปด้วยกันนะ"
"จ๋าก็รู้ว่าวุธไม่เคยสนใจเรื่องฤกษ์ยามอะไรพวกนี้ เลือกวันที่เราสองคนสะดวกไม่ดีกว่าเหรอ"
"วันที่เราสะดวก แล้วถ้ามันเป็นฤกษ์อัปมงคลล่ะ"
"จะมงคลหรือไม่มงคลมันก็ขึ้นอยู่กับเราสองคนไม่ใช่เหรอ ช่วงนี้บริษัทเพิ่งเปิด วุธไม่ค่อยมีเวลาเพราะต้องจัดการงานหลายอย่าง เอาเป็นว่าวุธตามใจจ๋าจ้ะ จ๋าจัดการมาได้เลย”
“นี่วุธจะไม่สนใจเลยเหรอ”
“สนใจสิ แต่วุธก็แล้วแต่จ๋าไง จ๋าหาฤกษ์มาได้วันไหน วุธก็สะดวกวันนั้นแหละ”
จ๋าเงียบไปเพราะเริ่มรู้สึกน้อยใจขึ้นมาอีก


อรสามาเป็นนางแบบครีมของThe Wisdom โดยถ่ายแบบอยู่ในสตูดิโอ ในมือของเธอถือครีมแล้วโพสต์ท่า ช่างภาพถ่ายภาพ ปุ๊กกี้กับจ๊อดยืนดูอยู่มุมหนึ่งโดยมีเจนอยู่ใกล้ๆด้วย
ทิชากับกลุ่มเพื่อนจับกลุ่มเมาท์กันพร้อมกับมองเจนด้วยความหมั่นไส้
“ขนาดทิชายังเชิญคุณอรสามาเป็นแบบไม่ได้ แล้วทำไมยัยเจนไปเชิญมาได้ก็ไม่รู้”
“แถมค่าตัวก็ไม่ได้คิดเวอร์ด้วยนะ แอบได้ยินพี่ปุ๊กกี้คุยกับนาง นางบอกว่ามีงบเท่าไหร่ก็เท่านั้น”
“หรือยัยเจนเป็นลูกหลานมหาเศรษฐีเส้นใหญ่ แต่พวกเราไม่รู้มาก่อน”
“โอย เพ้อเจ้อ” ทิชาว่า “ลูกหลานมหาเศรษฐีที่ไหนจะใช้กระเป๋าก๊อปร้อยเมตรขนาดนั้นยะ”
ทุกคนสะกิดแล้วมองเจน เพราะปุ๊กกี้กำลังชื่นชมเจนออกนอกหน้า
"เริ่ดมากเลยเจน นี่มันผลงานของเธอเต็มๆเลยนะ แล้วก็ไม่บอกสักคำว่าไอ้ที่หายไปจากออฟฟิศบ่อยๆ ก็เพราะภารกิจไปตามตัวคุณอรสา” ปุ๊กกี้ชื่นชม
“ก็เจนรู้จักจัดลำดับความสำคัญตามที่พี่ปุ๊กกี้บอกไงคะ” เจนถือโอกาสพูด
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะทำเพื่อพวกเราขนาดนี้ ทั้งที่มันไม่ใช่หน้าที่ของเธอสักหน่อย ต่อไปนี้ฉันคงต้องมองเธอใหม่ล่ะนะ”
เจนเหล่มองทางทิชาอย่างเป็นต่อ เธอรู้สึกได้หน้าไปเต็มๆ
“ขอบคุณนะเจนที่ทุ่มเททำเพื่อบริษัทมากขนาดนี้” จ๊อดพูด
“แหม..ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“เอาไว้วันหลังพี่จะพาไปเลี้ยงขอบคุณเป็นกรณีพิเศษแล้วกันนะ” จ๊อดบอก
เจนหน้าบาน ส่วนทิชามองอย่างแค้นเคือง

เจนที่อยู่มุมหนึ่งในสตูดิโอกำลังกดข้อความส่งLINEหาอาร์ท
"วันนี้ไปกินหมูกระทะกันมั้ย"
เสียงข้อความตอบกลับมา เจนกดดูเห็นอาร์ทส่งสติ๊กเกอร์ OK กลับมา

อ่านต่อตอนที่ 9

กำลังโหลดความคิดเห็น...