xs
xsm
sm
md
lg

พราว ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พราว ตอนที่ 17

สุดเขตต์ถูกพามาพักในห้องพักฟื้น โดยมีส้มจี๊ดคอยดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วง


พลางค่อยๆ ยื่นมือไปจับมือเขา และจับใบหน้าของเขา ซึ่งถ้าเป็นยามปกติคงไม่มีโอกาสได้ทำ ครั้นพอหันกลับมา เห็นมีนยืนอยู่ ก็ตกใจ หดมือกลับแทบไม่ทัน
“เธอเข้ามาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
“คุณสุดเขตต์เค้าปกป้องฉัน เอาตัวรับกระสุนแทนฉัน ฉันทิ้งเค้าไปไม่ได้”
ส้มจี๊ดยิ้มเยาะ “อ๋อ อย่างงี้เองเหรอ มีคนจะยิงเธอ แล้วเธอก็รอดเพราะเอาชีวิตของสุดเขตต์มารับเคราะห์แทนเธอ คิดว่าตัวเองโชคดีมากเลยใช่ไหมแม่ปานแดง”
“ฉันไม่ได้คิดอย่างงั้นเลยนะคะ ถ้าทำได้ ฉันอยากถูกยิงเองมากกว่าต้องมาเห็นคุณสุดเขตต์ต้องเจ็บตัว
แบบนี้”
มีนมองสุดเขตต์แล้วก็น้ำตาคลอ ทำเอาส้มจี๊ดแทบกรี๊ด
“น้ำเน่า เธอมันเก่งบีบน้ำตา ทำตัวน่าสงสารแบบนี้นี่เอง สุดเขตต์ถึงได้หลวมตัวเอ็นดูเธอ หรือไม่สุดเขตต์ก็คงหลงเพ้อคิดว่าเธอจะเป็นซุปตาร์พราวจริงๆ เวลาที่เธอเอาแป้งโป๊ะปานแดงน่าเกลียดๆของตัวเองไว้”
มีนส่ายหน้าเศร้าๆ “คุณไม่น่าพูดแบบนี้เลยนะคะ คุณกำลังดูถูกผู้ชายที่มีใจประเสริฐที่สุดในโลก”
ส้มจี๊ดอ้าปากค้าง เหมือนถูกตบหน้าจังๆ
“ด่าฉันเหรอ ออกไปนะ ออกไปให้พ้น ไป”
ส้มจี๊ดเข้ามากระชากแล้วดันมีนออกจากห้องไป พร้อมกับกระแทกประตูปิดใส่หน้า
มีนก้มลงหยิบเป้ที่ร่วงกับพื้น แล้วจู่ๆ ก็มีอาการหน้ามืด วูบๆ จนต้องเดินมานั่งยองๆ ลงที่ผนังข้างประตูห้อง
อาการปวดหัวกำเริบอีกครั้ง เธอยกมือกุมขมับด้วยความเจ็บปวด ตำรวจท้องที่ 2 นายเดินเข้ามาหยุดมอง
“เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณ ?”
มีนเงยหน้ามอง แล้วรีบลุกขึ้น ส่ายหน้า
“เปล่าค่ะ”
“คุณสุดเขตต์พักฟื้นอยู่ในห้องนี้ใช่ไหมครับ?”
“ค่ะ แต่เค้ายังหลับอยู่นะคะ”
ตำรวจทั้ง 2 นายเลยหยุดมองหน้ากัน
“จะมาถามเรื่องที่เค้าถูกยิงที่กองถ่ายใช่ไหมคะ มีอะไรถามฉันก็ได้ค่ะฉันอยู่ในเหตุการณ์”
นายตำรวจพยักหน้า
“งั้นก็ดีเลยครับ คุณเห็นไหมครับ ว่าคนที่ยิงเค้าเป็นใคร?”
“ไม่เห็นค่ะ แต่คิดว่าคุณสุดเขตต์อาจจะเห็นคนที่ยิง เพราะว่าเขาเป็นคนเอาตัวมาบังฉันไว้ เค้าก็เลยถูกยิงแทน”
“งั้นแสดงว่า คนร้ายตั้งใจจะยิงคุณเหรอครับ ?”

จันทร์จรีที่ชิงหนีออกจากกองถ่าย กลับมาถึงคอนโด เห็นเจ้าหน้าที่กำลังดูข่าวในทีวีอยู่ที่เคาน์เตอร์ เป็นข่าวที่สหวุฒิให้สัมภาษณ์อยู่ในกองถ่ายอโยธยา เธอเลยเดินเข้าไปแอบๆ ดูอยู่ข้างๆ เสา
“ผมยังให้รายละเอียดมากไม่ได้นะครับ เดี๋ยวจะเสียรูปคดี เอาเป็นว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนสนิทของคุณติณห์ได้ เค้ารับสารภาพครับ ว่าคุณติณห์เป็นผู้บงการให้ตามคุกคาม ปองร้าย ทำร้าย คุณพราวหลายครั้ง และตอนนี้เรากำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่าใคร มีส่วนสมรู้ร่วมคิด หรือร่วมมือในการตามปองร้ายคุณพราว
เราก็จะตามดำเนินคดีให้หมด”
จันทร์จรีได้ยินก็ตกใจ ก่อนจะรีบขึ้นลิฟท์ไปที่ห้องพยายามสงบสติอารมณ์
“อย่านอยด์ อย่าร้อนตัว ใจเย็นๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเรายิงพลาดไปโดนไอ้นักข่าวนั่น ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราร่วมมือกับคุณติณห์ ไม่งั้นตำรวจก็ตามมาจับเราแล้วซิ”
เธอพยายามหลอกตัวเอง พร้อมกับหันไปมองทีวี อยากรู้มีข่าวอะไรเพิ่มเติมอีก จึงตัดสินใจคว้ารีโมตกดเปิดทีวี
ภาพในทีวี. เห็นเป็นภาพถ่ายของมีนกับพราวจากในกองถ่าย มีเสียงผู้ประกาศข่าวในห้องส่งรายงานข่าว
“นี่เป็นภาพถ่ายจากกองถ่ายละครอโยธยา ที่คุณพราว-พิชญาดาปรากฏตัวขึ้น แล้วประกาศตัวว่าเป็นพราวตัวจริง ส่วนคนที่กำลังเข้าฉากถ่ายทำอยู่ เป็นแค่สแตนด์อินของเธอเท่านั้น”
จันทร์จรีอ้าปากค้าง เข่าอ่อน รีโมตร่วงจากมือ
“หน้าตาของทั้งคู่เหมือนกันมากจนแยกไม่ออกว่า ใครคือตัวจริง ใครคือตัวปลอม เหมือนเป็นฝาแฝดกันเลยค่ะ และตอนนี้ ยังไม่มีรายงานข่าวการตามหาตัวคุณพราวที่ถูกไฮโซติณห์จี้ตัวไปแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังกระจายกำลังออกตามหา ถ้ามีความคืบหน้ายังไง เราจะรายงานมาให้ทราบในข่าวช่วงต่อไปค่ะ”
จันทร์จรียิ่งเครียด
“คุณติณห์จับตัวนังพราวไป มันกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว ไหนๆ ก็จับมันไปแล้ว ฆ่ามันให้ได้นะคุณติณห์ คุณรวย คุณมีเงินมหาศาล เงินคือพระเจ้า เงินซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ในโลกนี้ ไม่มีใครเอาคุณติดคุกได้หรอกถ้าคุณมีเงิน
จรีจะรอคุณ”

ทางด้านสมชายก็จูงมือพราววิ่งหนีไปในป่า ติณห์กับพวกคนร้ายถือปืนตามไล่ล่ามาข้างหลัง พราวล้มลุกคลุกคลาน จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว ขาอ่อนแรงล้มลง สมชายต้องรีบประคองไว้ พลางถามอย่างกังวล
“ไม่ไหวเหรอ ?”
พราวแข็งใจตอบอย่างใจสู้ “ไหวๆ ขอนั่งพักแป๊บนึง”
“มาหลบตรงนี้ก่อน”
พราวนั่งหลังพิงกับต้นไม้ พร้อมกับกำหมัดทุบๆ ไปที่หลัง น้ำตาร่วง สมชายปลดแม็กกาซีนปีนออกมาดูกระสุน พบว่าเหลืออยู่ 4 นัด ตอนนั้นเองที่เห็นติณห์กับคนร้ายทั้งสามโผล่ตามมาทัน เขารีบก้มหลบ พลางกระซิบบอกพราว
“มันตามมาทันแล้ว”
พราวจับแขนสมชายด้วยความกลัว
“ผมรู้ว่าคุณเจ็บหลัง แต่เราต้องไปต่อ ไม่งั้นเราเสร็จมัน”
พราวพยักหน้า สมชายมองอย่างสงสาร
“เชื่อผมนะ กัดฟันทนเจ็บ ผมจะพาคุณรอดกลับไป”
พราวพยักหน้ารับ
“เห็นมันหรือยัง มันวิ่งมาทางนี้”
เสียงติณห์ตะโกนถามคนร้ายมาแต่ไกล สมชายจึงรีบดึงพราวให้ลุกวิ่งก้มๆ ตามเขาไปที่ป่าอีกด้าน
ที่เป็นเนินๆ แต่ด้วยความที่ไม่รู้ทางและป่าก็รกทึบ ทำให้ทั้งคู่ร่วงผลุบหายไปในดงตรงหน้า
ติณห์ได้ยินเสียงร้องของทั้งคู่ ก็หันขวับกลับมา

“มันอยู่ทางนั้น ตามไปเร็วซิ”

สมชายกัดฟันโหนรากไม้ไว้สุดกำลัง ด้วยมือซ้าย ที่มีแผลถูกยิงเฉี่ยวที่แขน ส่วนมือขวาที่กำปืนโอบประคองร่างพราวที่กอดคอเขาไว้แน่น
 

พราวกลัวสุดชีวิต พลางรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำให้สมชายลำบาก เลยพยายามจะยื่นมือไปคว้ารากไม้เพื่อช่วยตัวเอง
“อย่า คุณโหนไม่ไหวหรอก เกาะผมไว้เถอะน่า เกาะให้แน่นๆ”
เสียงติณห์กับพวกคนร้ายเดินใกล้ข้ามา พราวตกใจรีบกอดซบสมชายไว้แน่น
สมชายเหลือบตามองที่เบื้องล่าง เห็นพื้นอยู่ไกลๆ ประมาณการณ์แล้วน่าจะรอด วินาทีที่ติณห์จะก้าวมาถึงเนิน สมชายตัดสินใจกระชับมือข้างที่โอบพราว กอดกระชับแน่นขึ้น เอนตัวให้ราบติดให้มากที่สุด พลางปล่อยมือจากรากไม้ มาปิดปากพราวไว้ ไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา แล้วก็ปล่อยตัวไถลลงไป
พราวเบิกตาโพลงอย่างตกใจ พยายามจะกรีดร้อง แต่ถูกสมชายปิดปากไว้แน่น
ร่างของสมชายปล่อยหลังไถลตัวลงไป ในจังหวะที่ติณห์เดินมาถึงเนินพร้อมกับส่องปืนลงมาจะยิง แต่ไม่เห็นทั้งคู่แล้ว เห็นแต่กิ่งไม้ไหว ซึ่งติณห์เข้าใจว่าเกิดจากบรรดากระรอก,ลิง,ค่าง ฯลฯ แถวนั้น จึงไม่ติดใจสงสัย

สมชายไถลลงมา ถึงพื้นราบเบื้องล่าง ก็พาตัวพราวกลิ้งไปเพื่อไม่ให้ตัวกระแทก ร่างทั้งคู่กลิ้งมาหยุดอยู่ที่พื้นมุมหนึ่ง
สมชายนอนจุก เจ็บไปหมดทั้งแผ่นหลัง แต่มือยังกอดและปิดปากพราวไว้แน่น เธอพยายามดึงมือออก เขานึกขึ้นได้จึงปล่อยมือ ก่อนที่จะพากันเดินกันต่อไป ท่ามกลางท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดลง อากาศเริ่มเย็น เสียงสิงสาราสัตว์กลางคืนเริ่มออกหากิน ทางข้างหน้าเริ่มมองเห็นได้ลำบาก สมชายหันมาเห็นท่าพราวเดินเงอะงะๆ เลยเข้ามาคว้าแขนจูง
ให้เดินตามไปติด ๆ

สมชายพาพราวเดินหลุดแนวป่าออกมาเจอรีสอร์ทร้างครึ่งไม้ครึ่งตึกแห่งหนึ่ง ที่ปลูกอยู่กลางป่า แล้วถูกทิ้งร้างไว้ โดยรอบมีต้นไม้ขึ้นรกปกคลุมไปหมด ยังมีซากรถจอดทิ้งอยู่ข้างหน้า1คัน ป้ายรีสอร์ทหลุดห้อย เสียงกระดิ่งแขวนประดับต้องลมดัง บรรยากาศเงียบเชียบ วังเวง
พราวยืนเบียดสมชายอย่างกลัวๆ
“ที่นี่แหละ จะเป็นรีสอร์ทที่พักสำหรับพราวคืนนี้”
“ว่าไงนะ ไม่เอาอ่ะ”
สมชายหันมามองอย่างอ่อนใจ
“คุณซุปตาร์ครับ ผมเข้าใจนะว่าคุณกลัว แต่เราเดินลุยป่าต่อไปไม่ไหวหรอก มันมืดแล้ว มองไม่เห็นทาง แล้วผมก็ดูดาวเหนือนำทางไม่เป็นด้วย ดีไม่ดี เดินไปเจอเสือสิงห์กระทิงแรด ผมทิ้งคุณจริงๆด้วย เพราะผมเก่งแค่
กับสัตว์ 2 เท้า เจอสัตว์ 4 เท้าผมวิ่งป่าราบทุกที กัดฟันทนค้างที่นี่สักคืนน่า”
พราวมองค้อน “เอะอะก็บอกให้กัดฟันๆ ฟันฉันจะสึกหมดแล้ว”
“ งั้นก็ตามใจ ผมจะเข้าไปข้างใน หาน้ำอุ่นอาบ คุณจะยืนเป็นนางไม้รอพบปะสังสรรค์กับพวกสัมภเวสีอยู่ตรงนี้ ก็ได้นะ ผมไม่ห้าม”
พูดจบก็รีบเดินเข้าประตูรีสอร์ทไป พราวหันยืนมองอย่างกลัวๆ
“จะบ้าเหรอ คิดได้ไงว่าข้างในจะมีน้ำอุ่นให้คุณอาบ จะรอกันหน่อยได้ไหม”
พราวรีบวิ่งตามสมชายไป แล้วก็รู้สึกเจ็บหลังแปลบขึ้นมา

สมชายเดินสำรวจตรวจตาไปทั่วบริเวณจนเห็นว่าทุกอย่างปลอดภัยดี จึงค่อยๆ ลดปืนลง กลับมาชะโงกหน้าลงไปมองพราวที่ยืนแอบอยู่ที่บันไดข้างล่าง
“โอเค. คุณ ปลอดภัย”
พราวเลยเดินขึ้นบันไดตามมา สมชายเดินนำเข้ามาในห้องนอนที่โล่งๆ มีผ้าปูเตียง เก้าอี้เก่าๆ ตู้เก่าๆ
ถูกทิ้งไว้อยู่บ้าง
“คืนนี้เราจะฮันนีมูนกันที่ห้องนี้แหละ”
สมชายพูดกวนๆ พลางเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไป เห็นด้านนอกได้ชัดเจนถ้ามีใครบุกเข้ามา พอหันกลับมา ก็เห็นพราวยืนมองจ้องเขาอยู่กลางห้อง
“อะไรคุณ ทำไมจ้องผมอย่างงั้น?”
“ตะกี้คุณพูดว่าอะไรนะ ฮันนีมูนเหรอ ?”
“ผมพูดอย่างงั้นเหรอ คุณหูแว่วไปเองรึเปล่า หรือไม่ก็อาจจะมีใครมากระซิบข้างๆ หูคุณ”
พราวเหลือบมองไปข้างหลังช้าๆ แล้วก็เห็นเงาตัวเองในกระจกตู้แตกๆ เธอถึงกับกรีดร้องเสียงหลง พลางโผเข้าไปกอดสมชายแน่นพร้อมกับชี้มือไปที่ตู้
“เงาอะไรอยู่ตรงนั้น”
สมชายมองไป เห็นเงาในกระจก สะท้อนภาพพราวกำลังกอดเขาอยู่
“เงาตัวเองน่ะคุณ มันอยู่ในกระจก ไม่ใช่ผีหรอก ลืมตาดูซินั่น”
พราวค่อยๆ หันไป พอเห็นว่าเป็นแค่เงาตัวเองก็โล่งอก แล้วก็หันมามองหน้าสมชายที่เธอกอดอยู่
“ฉันกำลังถูกตามล่า กำลังหนีตาย คุณยังมีอารมณ์มาหลอกผีฉันอีกเหรอ”
สมชายหุบยิ้ม อารมณ์น้อยใจแล่นมาเป็นริ้ว
“ข้อเสียของผมก็ปากหมานยังงี้แหละ แต่ผมไม่เคยหลอกใครให้รัก แล้วเที่ยวตามไล่ฆ่าเหมือนกับคนที่คุณกำลังเจออยู่ตอนนี้ไง ปล่อย”
พูดพลางดึงมือพราวที่กอดเขาออก
“แล้วก็ไปหาที่ตรงไหนนั่งนอนพักเก็บแรงซะไป ผมจะคอยเฝ้าเป็นยามให้เอง”
“ใช่ซิ จรีคงจะชอบปากหมานๆของคุณ”

พราวประชดกลับ พร้อมกับหันเดินไปดึงผ้าปูเตียงมาปูพื้นนั่งพิงฝา สมชายหันไปมองอย่างงงๆ

สุดเขตต์ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นพร้อมกับได้ยินเสียงส้มจี๊ดกำลังพูดโทรศัพท์อยู่หน้าจอทีวี ที่เปิดแต่ภาพไว้ มีเสียงคลอเบาๆ
 
“น้องเขียนโปรยหัวข่าวไปเลยนะ ...พราว ซุปตาร์ลวงโลก สร้างความเสื่อมเสียให้วงการบันเทิงไทย”
แม้จะเบลอๆเพิ่งตื่น แต่ก็พอมีสติเข้าใจว่าส้มจี๊ดกำลังทำอะไร
“ไอ้ส้มจี๊ด แกอย่าทำอย่างงั้นนะเว้ย”
ส้มจี๊ดหันมาเห็นสุดเขตต์ตื่นก็ดีใจ
“แค่นี้ก่อนนะน้องเขียนข่าวตามที่พี่บอกนั่นแหละ ตีพิมพ์พรุ่งนี้เช้าเลย”
ส้มจี๊ดรีบวางสายเข้ามาดูสุดเขตต์
“เป็นไงบ้างแก ฉันเป็นห่วงแกมากเลยรู้ไหม ดูดิ ใช่เรื่องไหมต้องมาเจ็บตัว”
“แกอย่าเขียนข่าวโจมตีคุณพราวได้ไหม ฉันขอร้อง”
ส้มจี๊ดได้ฟังก็ยิ่งฉุน
“ฉันบอกว่าเป็นห่วงแก ทำไมแกไม่ฟัง ไม่ขอบใจฉันสักคำที่มาเฝ้าห่วงแก มัวแต่ห่วงนังพราวอยู่ได้”
“แกฟังฉันมั่งซิไอ้ส้มจี๊ด คุณพราวเค้าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวงใครหรอกเค้าจำเป็น“
ส้มจี๊ดยิ้มเหยียดๆ “นังพราวจำเป็น หรือนังปานแดงบ้านเด็กกำพร้านั่นจำเป็นต้องใช้เงินกันแน่ถึงได้ยอมขายตัวเป็นร่างทรงของนังพราวเที่ยวหลอกลวงคนทั้งประเทศน่ะ”
“แกรู้เรื่องมีนแล้วเหรอ แกอย่าทำอะไรมีนนะเว้ย”
สุดเขตต์ตกใจ ยันตัวจะลุกขึ้นจนเจ็บแผลที่ไหล่ซ้าย
“เห็นมั้ย เดี๋ยวแผลแกก็ฉีกหรอก แกนอนแล้วไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว มัวแต่ห่วงคนอื่น ตัวแกเอง เกือบตาย ยังไม่สำนึกอีก”
พูดพลางรีบคว้าปุ่มมากดเรียกนางพยาบาล

มีนยืนแอบมองไปที่ทีวีในโรงพยาบาลเพื่อตามข่าวพราว ขณะที่โทร. คุยกับแม่แก้วไปด้วย
“มีนไม่เป็นไรเลยจ้ะแม่แก้ว จริงๆ ค่ะมีนไม่โกหก มีแต่คุณสุดเขตต์ที่ถูกยิง แต่ก็ปลอดภัยแล้ว รอแค่เค้าฟื้นจากผ่าตัดเท่านั้นเอง”
“ตั้งแต่บ่ายมามีแต่ข่าวเรื่องคุณพราวทุกช่องเลยลูก ออกซ้ำไปก็ซ้ำมา ว่าคุณพราวมีตัวปลอมตัว บางช่องก็พูดแรงว่าคุณพราวกับสแตนด์อิน ทำตัวเหมือนหลอกลวงแฟนคลับ มีน ตอนนี้ทุกคนรู้เรื่องลูกหมดแล้วนะ มีนจะมีความผิดอะไรกับเค้าไหมลูก?”
แม่แก้วร้อนใจ มีนเองก็หวั่นใจไม่แพ้กัน แต่ก็พยายามเก็บไว้
“ไม่หรอกแม่แก้ว เรื่องนี้มีนไม่ค่อยห่วงเท่าเรื่องคุณพราวถูกคุณติณห์จับตัวไป ป่านนี้ยังไม่มีข่าวเลยว่าเจอตัวหรือยัง”
“น่าสงสารคุณพราวจริงจริ๊ง มีชื่อเสียงเงินทองแต่ก็ดูเหมือนมีแต่เรื่อง เธอจะเคยมีความสุขกับเค้าบ้างไหมเนี่ยะ”
แมนขอมือถือจากแม่แก้วเพื่อคุยกับมีนบ้าง
“ฮัลโหลพี่มีน พี่เฝ้าคุณสุดเขตต์อยู่คนเดียวเหรอ ให้แมนไปอยู่เป็นเพื่อนพี่ไหม”
“ไม่ต้องหรอก พี่อยู่ได้”
“แน่ใจนะพี่ ไม่มีนักข่าวตามหาตัวพี่เหรอ ในข่าวเค้าเดากันใหญ่ ว่าพี่เป็นใครมาจากไหน ทำไมหน้าตาเหมือนคุณพราวยังกับเป็นฝาแฝดกัน อย่าให้นักข่าวรู้นะครับว่าพี่เป็นใคร พี่ไม่สงบสุขแน่พี่มีน เค้าต้องตามเปิดเผยชีวิตพี่”
มีนหนักใจ เพราะตอนนี้ก็มีส้มจี๊ดคนหนึ่งล่ะที่รู้แล้ว

“มีนอยู่ไหน ?”
คำถามของสุดเขตต์ทำเอาส้มจี๊ดถึงกับทั้งเจ็บ ทั้งจุก
“ฉันอยู่ตรงหน้าแก แต่แกกลับถามหายัยปานแดงบ้านเด็กกำพร้า ยัยนั่นมันดีกว่าฉันตรงไหนเหรอ ?”
“ตรงที่ใจไง”
สุดเขตต์หันมาตอบ ส้มจี๊ดถึงกับอึ้งน้ำตาคลอ เหมือนถูกมีดแทงตรงหัวใจ
“ทำไม ฉันมันใจร้ายเหี้ยมโหดมากเลยใช่ไหม ฉันไปฆ่าใครตายงั้นเหรอ ?”
“ส้มจี๊ด ปากกาแกน่ะ ที่แกเขียนข่าว บางทีมันก็เป็นอาวุธน่ะเว้ย ถ้าแกเขียนไม่ดี มันก็ฆ่าคนได้ ฉันรู้ว่าคุณพราวอาจจะเคยทำให้แกตกงานลำบาก แต่มันเป็นอดีตไปแล้ว แกควรลืมมันได้แล้ว อโหสิเถอะเพื่อน”
จังหวะนั้นมีนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดี
“มีนขอร้องอีกคนนะคะคุณส้มจี๊ด ถ้าคุณพราวทำอะไรไม่ดีกับคุณเอาไว้ อภัยให้คุณพราวเถอะค่ะ
มีนมาช่วยงานคุณพราว มีนรู้ว่าชีวิตเธอเหนื่อยแค่ไหน เธอไม่เคยมีความสุขจริงๆ เลย”
ส้มจี๊ดมองด้วยสายตาดูแคลน
“ช่วยงานเหรอ ช่วยยัยพราวหลอกลวงตุ้มตุ๋นคนน่ะซิ ฉันจะเล่นเธอด้วย”
“ถ้างั้นก็เอาเลย แกช่วยเล่นสายข่าวตัวดีของแกด้วยนะ”
ส้มจี๊ดหันขวับมามองสุดเขตต์อย่างแปลกใจ
“งงอะไร สายข่าวแกก็คุณจันทร์จรีไง รู้ไหม คนที่จะยิงมีนแล้วพลาดมาโดนฉันเนี่ยะ คือสายข่าวแกไง
แกน่ะคิดว่าตัวเองฉลาด แต่เปล่าเลย แกกลับตกเป็นเครื่องมือให้คุณจันทร์จรี หลอกใช้ทำร้ายคุณพราวโดยไม่รู้ตัว ถ้ามีข่าวออกไปว่าแกร่วมมือกับคุณจันทร์จรีตามเล่นคุณพราวมาตลอด อะไรจะเกิดขึ้น คิดดู?”
“ไม่นะ ไม่จริง”
ส้มจี๊ดช็อก ก่อนจะรีบออกจากห้องไป มีนรีบเดินเข้าไปหาสุดเขตต์ พลางก้มกอดเขาไว้

ส้มจี๊ดเดินออกมาจากห้อง พร้อมกับน้ำตาไหลพราก สิ่งที่ทำกับพราว กำลังจะย้อนกลับมาเล่นตัวเอง
มันเจ็บปวดมาก เมื่อรู้ว่าตัวเองตกเป็นเครื่องมือให้คนที่กำลังจะกลายเป็นฆาตกร
 
พลางค่อยๆ หันกลับไปมองที่ห้องของสุดเขตต์ ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองแพ้ราบคาบทั้งเรื่องความรักและงาน

มีนช่วยประคองสุดเขตต์ลุกขึ้นนั่งพิงหมอนที่เตียง
 
“ตำรวจยังตามตัวคุณพราวไม่เจออีกเหรอ ?”
มีนส่ายหน้า “เมื่อกี้มีนไปตามข่าวในทีวี เค้าว่ายังไม่มีข่าวอะไรคืบหน้าเลยค่ะ ตอนนี้นักข่าวก็เลยหันมาเล่นเรื่องของคุณติณห์ ตามสืบจนรู้สาเหตุว่าที่คุณติณห์แค้นคุณพราว ก็เพราะเข้าใจว่าคุณพราวเคยหักอกน้องชาย
จนเสียผู้เสียคน แล้วขับรถไปชนจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา”
สุดเขตต์ถึงกับอึ้งไป “เป็นเจ้าชายนิทรา โหดร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ข่าวล่าสุดออกมาแบบนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว คุณพราวทำจริงๆ รึเปล่า ?”
“จริงหรือไม่จริง คนที่น่าจะรู้ดีที่สุดคือคุณพราวเอง แล้วก็คนที่ใกล้ชิดคุณพราว มากที่สุด”
มีนพยักหน้า และคนคนนั้นก็คือแฟรงค์

แฟรงค์นั่งอยู่บนวีลแชร์มีบอยเข็นเข้ามา และมีเอมี่ผู้ช่วยคู่ใจเดินถือแฟ้มเอกสาร ไอแพดขนาบเข้ามาในห้องแถลงข่าว นักข่าวที่ถูกเชิญมาด่วน พากันถ่ายรูปรัว
“สวัสดีค่ะทุกคน สวัสดีค่ะ”
แฟรงค์กับเอมี่ยกมือไหว้ทุกคน ด้วยสีหน้าจริงจัง ทั้งเครียด และแฝงด้วยความเศร้ากับการถูกจับตัวไปของพราว
“ก่อนอื่นต้องขอโทษทุกคนนะคะ ที่จัดแถลงข่าวขึ้นกะทันหันแบบนี้”
นักข่าวแย่งกันยิงคำถามชุดใหญ่
“สแตนด์อินคุณพราวเป็นใครคะ? / เป็นพี่น้องหรือฝาแฝดกันรึเปล่า? / มันเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนชาวแฟนคลับรึเปล่าว? / กี่ครั้งแล้วที่คุณพราวใช้สแตนด์อิน? ฯลฯ
แฟรงค์กับเอมี่มองสบตากันอย่างเตรียมใจมาแล้วว่าจะเจอกับสถานการณ์แบบนี้
“เอาล่ะค่ะๆ ใจเย็นๆ เรื่องนี้มีคำตอบแน่ แต่ไม่ใช่เวลานี้ แฟรงค์จะรอให้พราว ได้กลับมาแถลงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ตอนนี้เราต้องเอาใจช่วยพราวนะคะ พราวกำลังถูกจับตัวไป โดยคู่หมั้นที่กำลังโกรธแค้นและเข้าใจผิด”
แฟรงค์กับเอมี่ร้องไห้ แล้วก็เริ่มแฉต่อทันที
“นี่ค่ะหลักฐานที่แฟรงค์กล้าพูด กล้าออกมาแถลงข่าวว่าคุณติณห์เข้าใจผิด”
แฟรงค์พูดพลางโชว์รูปที่ copy ออกมาจากไอแพด เป็นรูปของจันทร์จรีถ่ายแนบแน่นกับตรีในอิริยาบทของคู่รัก 3-4 ท่าให้นักข่าวดู
“พราวไม่เคยคบหากับคุณตรีน้องชายของคุณติณห์เกินเลยจากคำว่าเพื่อน แต่อดีตเด็กปั้นในสังกัดของ
แฟรงค์ที่ชื่อจันทร์จรีคนนี้ต่างหาก ที่คบหาเป็นแฟน หรือมากกว่าแฟนก่อนที่จะมาอยู่กับแฟรงค์ และด้วยความที่จันทร์จรี
คนนี้อยากจะเป็นดารา ก็ให้น้องชายคุณติณห์มาขอร้องพราว ให้ช่วยพาตัวเองมาเจอพี่ เพื่อให้ปั้นเป็นดาราให้ดัง ด้วยความรักเพื่อน และอยากให้โอกาสคน พราวก็หลวมตัวทำอย่างงั้น พาแม่คนนี้มาพบพี่ แล้วพี่ก็หลวมตัวปั้นนังตัวร้ายนี่ จนได้ก้าวเข้ามาในวงการ มีที่ยืนเป็นดารา สปอร์ตไลท์ส่องหน้า แล้วยังไง รู้มั้ยคะ แม่คนนี้ก็เขี่ยน้องชายคุณติณห์ทิ้ง ถีบหัวส่งเค้า”
แฟรงค์โยนรูปในมือทิ้ง นักข่าวพากันฮือฮาแย่งรูป เอมี่ยืนแจกมือเป็นระวิง

จันทร์จรีดูรูปตัวเองที่เคยถ่ายคู่กับตรี ถูกแฟรงค์แฉลง IG
“อีแฟรงค์ มึงแฉกูเหรอ มึงจะฆ่ากูด้วยวิธีนี้เหรอ อีผู้จัดการข้ามเพศ อีผู้จัดการจากนรก”
จันทร์จรีเหวี่ยงวีนอยู่คนเดียว พลันเสียงมือถือก็ดังขึ้น
“นักข่าว แกโทรมาทำไม ฉันไม่มีอะไรจะพูด”

“ในชีวิตการเป็นผู้จัดการดารา แฟรงค์จะไม่ทำอยู่ 3 ข้อ คือ ไม่โกงเด็ก ไม่กินเด็ก และไม่ฆ่าเด็ก แต่วันนี้ แฟรงค์ต้องทำผิดจรรยาบรรณของตัวเอง”
แฟรงค์พูดอย่างกล้ำกลืน ปากคอสั่นเทา
“ด้วยการออกมาฆ่าเด็กที่เคยปั้นด้วยการแฉ แฟรงค์จำเป็นต้องทำ เพื่อปกป้องพราว หนึ่งเดียวในดวงใจ
ของแฟรงค์”
“แล้วคุณแฟรงค์รู้ได้ยังไงคะว่าคุณจันทร์จรี เป็นต้นเหตุให้น้องชายคุณติณห์เสียใจ จนขับรถไปคว่ำ ไม่คิดว่าอาจจะเป็นดาราหรือผู้หญิงคนอื่นเหรอคะ”
นักข่าวย้อนถาม
“เอาอย่างงี้ดีกว่านะคะ แฟรงค์ขอความกรุณา กราบล่ะคะ ใครที่เคยเป็นเพื่อนจันทร์จรี น้องๆ พริตตี้ทั้งหลายที่เคยทำงานร่วมกับจันทร์จรี ก่อนที่จะมาเป็นดารา ช่วยส่งเสียง ส่งรูป หรือข้อความอะไรก็ได้มาที่ไอจีแฟรงค์หรือพราวก็ได้ ช่วยยืนยันหน่อยเถอะค่ะ ว่าพฤติกรรมของคนๆ นี้ เป็นยังไง ถือว่าช่วยชีวิตพราว ถ้าคุณติณห์ได้เห็น จะได้ปล่อยพราวกลับมาขอความกรุณานะคะ ขอความกรุณา”
แฟรงค์กับเอมี่ยกมือไหว้ นักข่าวพากันถ่ายรูป จังหวะนั้นเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา
“ทียังงี้แล้วทำเป็นมายกมือไหว้ ทำไมไม่รู้จักดูแลพราวให้ดี”
ทุกคนหันไปมอง เห็นวารีเดินโวยเข้ามา พร้อมน้าอรและพีค นักข่าวพากันงง
“หลานฉันอยู่ไหน คอยดูนะ ถ้าพราวเป็นอะไรไป ฉันจะเอาเรื่องพวกเธอ”
นักข่าวกรูเข้ามาถ่ายรูป พีคยิ้มแป้น พลางฉวยโอกาสแนะนำตัวเอง
“ผมเป็นน้องชายพี่พราวครับ ชื่อพีคครับ”
แฟรงค์ถอนหายใจ
“มาก็ดีแล้ว ฉันอยากจัดมานานแล้ว แฟรงค์ขอจบการแถลงข่าวเพียงเท่านี้นะคะ แต่รับรองว่าจะมีภาค 2อีกแน่นอน ขอบคุณค่ะ ไปเร็วเอมี่”

“เป็นผู้จัดการประสาอะไรห่ะ ปล่อยให้ดาราของตัวเองถูกจับตัวไปได้ค่าเหนื่อยก็แบ่งเปอร์เซ็นต์จากค่าตัวพราวไปเป็นกอบเป็นกำ”
วารีเปิดฉากโจมตีแฟรงค์อย่างไม่ไว้หน้า
“ที่เป็นกอบเป็นกำเพราะเราทำงานด้วยกัน เข้าใจไหมคะคำว่าทำงาน ไม่ได้แบมือขอเงินใช้ไปวันๆ เหมือนพวกคุณ”
วารี น้าอร และพีคหน้าเสีย
“เฮ้ย พูดยังงี้มันด่ากันนี่หว่า”
พีคจะเข้ามาเอาเรื่อง บอยแถออกมาเท้าเอวรับหน้าไว้
“อย่าทำอะไรพี่ฉันนะ เตือนไว้ก่อนพ่อเด็กอ่อน”
“มาด่าว่าฉันไถเงินใช้ได้ยังไง ฉันนี่เป็นน้าของพราวนะ เป็นญาติสนิท เป็นญาติในสายเลือดแท้ๆ ของพราวคนเดียวที่เหลืออยู่”
น้าอรยกความเป็นญาติมาอ้าง แต่กลับโดนเอมี่ย้อนศรเข้าให้
“แล้วน้าได้เคยทำอะไรเพื่อหลานสาวแท้ๆ คนเดียวบ้างไหมคะ”
แฟรงค์มองกราดใส่ทุกคน
“พวกคุณไม่เหนื่อยกันบ้างเหรอห่ะ ถามจริงๆเหอะ กับไอ้เรื่องเงินๆ ทองๆ กับปัญหาไอ้โน่นไอ้นี่มาให้พราวตามแก้ๆ ตลอดเวลา บอกไว้เลยนะ ถ้าพราวเป็นอะไรไป พวกคุณจะไม่ได้อะไรเลยสักสลึงเดียว”
“ก็ลองดู ถ้าแกจะฮุบสมบัติของพราวไปหมด แกกับฉันได้เจอกันที่ศาลแน่”

แฟรงค์เชิดหน้า “ยินดีค่ะ แต่คงเป็นศาลเจ้านะคะ เพราะว่าพราวสั่งแฟรงค์เอาไว้ว่า... "

พราว ตอนที่ 17 (ต่อ)

แฟรงค์ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ทื่ริมสระว่ายน้ำของคอนโด
 
“พี่แฟรงค์ ถ้าเกิดพราวเป็นอะไรไป พี่ช่วยบริจาคเงินทองสมบัติทุกอย่างของพราว ให้การกุศลหมดเลยนะ”
แฟรงค์ตกใจหันมามองพราวค้าง ขวดครีมกันแดดร่วงจากมือ
วารีได้ฟังถึงกับแทบกรี๊ด
“นังเด็กโง่ บริจาคให้การกุศล คนพวกนั้นมันเป็นโคตรเหง้าตระกูลตัวเองหรือไง ที่ยืนหัวหงอกหัวดำอยู่ตรงนี้3 ชีวิตกลับไม่สนใจ”
น้าอรพยักหน้า “ถ้าพราวไม่คิดถึงน้า ไม่คิดถึงนังแม่เลี้ยงนี่ ก็ควรจะคิดถึงน้องบ้าง”
เอมี่ย้อนถาม “แล้วมีใครคิดถึงพราวบ้างไหมคะ คิดแต่ว่าถ้าไม่มีพราวแล้ว ตัวเองจะอยู่กันอย่างลำบาก”
พีครีบโพลางขึ้นมา “แล้วจะให้ทำยังไง พวกเราทำอะไรมันก็ผิด”
แฟรงค์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรยากเลย แค่ทำตัวดีๆ คิดถึงใจพราวให้มากกว่าคิดถึงเงินของพราว ทำให้พราวอยู่ด้วยแล้วมีความสุข แค่นี้ก็จบแล้ว”
วารีเถียงไม่ไออก พีคได้แต่เงียบ น้าอรน้ำตาร่วง
“แล้วตอนนี้ก็กลับบ้านไปสวดมนต์กันเถอะค่ะ ขอพระคุ้มครองพราวให้รอดกลับมาอย่างปลอดภัย”

สมชายถือปืนค้นหาของอยู่ชั้นล่าง จนมาเจอเทียนไข 3 เล่มที่ใช้แล้ว ถูกทิ้งไว้ที่พื้นพร้อมกับไฟเช็ค และอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งช้อน บ้องกัญชา ที่บ่งบอกว่ามีขี้ยาเข้ามาแอบเสพยาในนี้
เขายิ้มอย่างโล่งใจที่อย่างน้อยคืนนี้ก็ยังพอมีแสงสว่างอยู่บ้าง พลางรีบคว้าไฟแช็คและเทียนวิ่งกลับขึ้นชั้นบนไป

สมชายจุดเทียนที่วางเรียงบนกระป๋อง ขณะที่พราวนั่งเอนข้างพิงอยู่กับผนังหน้านิ่วคิ้วขมวด พลางบีบนวด หลังตัวเอง
“ปวดหลังเหรอ ?”
พราวพยักหน้า “อื้อ...”
“ยิ่งนอนคุดคู้แบบนี้ก็ยิ่งเจ็บ มานอนดีๆ ผมช่วย”
“ไม่เป็นไร”
สมชายส่ายหน้า
“ไม่เป็นไรแล้วจะมานอนหน้านิ่วอย่างงี้เหรอ นอนราบตัวตรงๆ อาจช่วยยืดกล้ามเนื้อให้ปวดน้อยลงได้ เวลาแบบนี้ ช่วยทำตัวว่านอนสอนง่ายหน่อยนะ”
พราวจำต้องยอมทำตาม สมชายนั่งลงให้พราวได้นอนเหยียดตัวยาวหัวหนุนอยู่กับตักเขา จนเธอรู้สึกสบายขึ้น
พราวนอนมองหน้าสมชาย แสงไฟทำให้มองเห็นหน้าเขาชัดเจน
“เป็นไง หายปวดไหม ?”
“ก็หายปวดหน่อยนึง แต่ไม่เห็นจะหายปวดใจเลย”
สมชายมองเธออย่างเห็นใจ
“ก็ทั้งหล่อรวยมีตระกูล ใครจะไปคิดว่านายติณห์จะกลายเป็นซาตานในคราบเจ้าชายไปได้ คุณอย่าเสียใจไปเลย คิดซะว่าเพราะเค้าเข้าใจผิด ถ้าเค้ารู้ความจริงว่าคุณไม่ได้ทำร้ายจิตใจน้องชายเค้า เค้าก็คงไม่ทำร้ายคุณ แล้วอาจจะรักคุณมากด้วยซ้ำ”
“คุณคิดอย่างงั้นเหรอ คิดว่าคุณติณห์จะรักฉันจริงๆเหรอ ?” พราวย้อนถาม
“ก็ขึ้นอยู่กับคุณ ถ้าซุปตาร์พราวรักเค้าจริงๆ เค้าก็อาจจะรักคุณ”
สมชายพยายามไม่มองสบตาพราวที่มองจ้องเขาอยู่
“แล้วคุณล่ะ ?”
สมชายชะงัก ยังเจ็บและเคืองอยู่
“คุณลืมเหรอ คุณเลือกนายติณห์ไปแล้วที่โรงพยาบาล ผมตกรอบแล้ว ผมก็ไม่ต้องการถูกโหวตเข้ามาใหม่ ผมไปแล้วไปเลย เพราะฉะนั้น นอนซะเถอะคุณซุปตาร์ เก็บแรงไว้เหนื่อยพรุ่งนี้ดีกว่า”
พราวค่อยๆ หลับตาลง แต่ปากยังคงพึมพำกับความกังวลที่อยู่ในใจ
“ถ้าฉันรอดออกจากป่าไปได้ ฉันอาจจะไปตายคาวงการ ตอนนี้ทุกคนคงรู้ความจริงหมดแล้ว ว่าพราวมีตัวจริงและตัวปลอม เฮ่อ...”
แล้วพราวก็ค่อยๆหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน
สมชายนั่งมองหน้าพราว พลางยื่นมือไปจับหน้าเธอไว้ ด้วยความรักล้นใจ แต่ในเมื่อเธอไม่ได้เลือกเขา
คนรักศักดิ์ศรีอย่างสมชายก็ไม่มีวันงอนง้อพราวเหมือนกัน

บรรยากาศยามรุ่งสางดูเงียบวังเวง มีหมอกจางๆ ติณห์และพวกคนร้ายค่อยๆ เดินย่องอยู่รอบๆ รีสอร์ท ก่อนจะเดินเข้าไปภายใน

สมชายลืมตาตื่นขึ้น พบว่าตัวเองนอนเหยียดยาวโอบพราวอยู่ จังหวะนั้นหู ก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาภายในบ้าน
เขารีบขยับพลิกตัวหูแนบฟังที่พื้น สีหน้าตื่นตระหนก
“คุณๆ ตื่น”
พราวรู้สึกตัวตื่น สะดุ้ง ลืมตาขึ้นมอง
“เบาๆนะ ผมได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในบ้าน เร็วลุก เราต้องรีบไปกันแล้ว”
พราวลุกขึ้น หลังที่เจ็บค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง สมชายชักปืนออกมาเตรียมพร้อม มืออีกข้างกุมมือพราวไว้แน่น พลางเดินตรงไปที่ประตู ค่อยๆ จ่อปืนโผล่ออกไปอย่างระแวดระวัง
สมชายเดินจูงพราวออกมาจากห้อง พลางจ่อปืนพร้อมยิงทุกเมื่อ แต่เมื่อเดินจะลงบันไดไปชั้นล่าง 1 ในคนร้าย ที่แอบอยู่ห้องข้างๆ ก็โผล่ออกมายิงระยะประชิด แต่สมชายเห็นก่อน จึงฉากหลบทัน มันจึงยิงพลาด คนร้ายอีก 2 คน โผล่มายิงซ้ำ เขาต้องผลักพราวหลบเข้าไปในห้อง ส่วนตัวเองกลิ้งไปอีกทาง
พราวที่นั่งหลบอยู่ ก็ต้องตกใจเมื่อมีปืนจ่อมาข้างๆ พอหันไปมอง ก็เห็นติณห์ยืนจ่อปืนอยู่
“ลุกขึ้น”

พราวกรีดร้องเสียงดัง สมชายตกใจเห็นติณห์กำลังจี้ตัวพราวลงบันไดไป เขาพยายามจะโผล่ไปช่วยแต่ถูก3 คนร้ายยิงสกัดไว้อยู่กับที่

ติณห์ดึงพราวลงมาชั้นล่าง พราวทั้งเจ็บหลังทั้งกลัวจนลนลาน
 
“คุณติณห์ คุณจะโกรธเกลียดฉันก็ได้ ฉันยอมแล้ว แต่ให้นึกถึงตัวเองบ้าง ถ้าคุณทำอะไรฉัน อนาคตของคุณจะเป็นยังไง”
ติณห์ตะคอกกลับ “อนาคตของผม มันหมดลงตั้งแต่คุณทำให้น้องชายผมนอนเหมือนศพอยู่บนเตียงแล้ว” “ไหนคุณบอกว่ารอปาฏิหาริย์ไงคะ คุณยังมีหวังว่าตรีจะฟื้นขึ้นมาอีกถ้าคุณติดคุก แล้วไม่ได้อยู่ดู ปาฏิหาริย์นั้น มันจะมีประโยชน์อะไร ?”
“เงียบนะ ความเจ็บปวดในใจผม มันไม่มีวันหายไปได้ ถ้าคุณยังไม่ได้ชดใช้ นั่งคุกเข่าลง”
ติณห์จับปืนด้วย 2 มือจ่อไปที่พราว ดวงตาเขาเต็มไปด้วยแรงอาฆาตจนดูขาดสติ
พราวสะอื้นไห้ พลางค่อยๆ คุกเข่าลงช้าๆ

ในที่สุดสมชายก็จัดการพวกคนร้ายทั้งสาม จนตายเกลี้ยง พลางมองไปยังชั้นล่าง ด้วยความเป็นห่วงพราว
จากนั้นก็รีบลุกถือปืนวิ่งลงบันไดไป

ติณห์กำลังจะสำเร็จโทษพราวที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า
“ก่อนจะตาย คุณอยากจะพูดอะไรไหม ซูเปอร์สตาร์พราว”
พราวเงยหน้ามองติณห์ ทั้งน้ำตา
“พราวกับตรีเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกัน”
ติณห์โมโหแทบคลั่ง
“โกหก จะตายอยู่แล้ว ยังจะปากแข็งอีกเหรอ ขอโทษมา”
พราวพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้าว่าตัวเองไม่ได้ทำ
“ขอโทษน้องผมมาเดี๋ยวนี้ ขอโทษ”
ติณห์ยกมือเกร็งทำท่าจะยิง สมชายวิ่งถือปืนออกมาเล็งไปที่ติณห์
“อย่านะคุณติณห์ อย่ายิงนะ”
ติณห์ยิ่งกระชับปืนเล็งไปที่พราวอย่างสุดแค้น
“เอาเลย ยิงผมเลย แล้วมาดูว่าผมหรือคุณจะยิงเร็วกว่ากัน”
สมชายช่วยพูดแก้ตัวให้พราว “คุณกำลังแก้แค้นผิดคนนะ คุณพราวไม่ได้ทำร้ายน้องชายคุณ”
“ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนกัน”
“ผมไม่ได้แก้ตัว ผมกำลังพูดความจริง เอางี้ไหม คุณวางปืนนะ แล้วเรามาคุยกันดีๆ คุณมั่นใจว่าใช่คุณพราว แต่ผมบอกว่าไม่ใช่ งั้นเรามาหาหลักฐานยืนยันกัน”
สมชายพยายามต่อรอง
“ผมไม่อยากเสียเวลา”
“แค่เสียเวลาแล้วไม่ต้องเป็นฆาตกรฆ่าใครตาย มันไม่คุ้มกว่าเหรอห่ะ”
“หุบปาก”
ติณห์ทำท่าจะยิง สมชายก็เกร็งนิ้วพร้อมจะยิง พราวกลัวจนตัวสั่น หลับตาปี๋
ทันใดนั้นสหวุฒินำกำลังเข้ามาพร้อมตะโกน
“อย่ายิงนะคุณติณห์ ใจเย็นๆ ก่อน ผมมีหลักฐานนะว่าผู้หญิงคนที่เป็นต้นเหตุตัวจริง เป็นใคร ?”
ติณห์อึ้ง พลางหันไปมองอย่างลังเล สหวุฒิรับรูปถ่าย 3-4ใบมาจากลูกน้อง
“ผมเอาเข้าไปเอง ผมไม่มีปืนนะ ผมจะเอารูปเข้าไปให้คุณ ใจเย็นๆ นะครับ”
สหวุฒิเดินเอารูปไปยื่นให้ ติณห์กระชากมาจากมือสหวุฒิ ขณะที่มือยังถือปืนจ่อไปที่พราว
“ถอยไป”
สหวุฒิก้าวถอยหลังพร้อมกับมองมาที่สมชาย ทั้งคู่ลอบสบตากันพลางส่งสัญญาณพร้อมตะครุบตัวติณห์ สมชายพยักหน้า ขณะที่ติณห์ก้มลงมองรูปในมือ เห็นรูปจันทร์จรีกับตรี ที่สนิทแนบแน่นกันมาก
“จรี นี่มันอะไรกัน เธอโกหกฉันมาตลอด เธอคบกับตรีตั้งแต่เมื่อไหร่ จรี”
ติณห์แผดเสียงด้วยความโกรธ วินาทีนั้นสหวุฒิกับสมชายพยักหน้าให้กัน สมชายกระโจนเข้าไปกระแทกติณห์ล้มลง ขณะที่สหวุฒิเข้าไปคว้าตัวพราวหลบออกไปห่างๆ อย่างรวดเร็ว ไปอยู่ในกลุ่มของตำรวจ
สมชายปล้ำสู้กับติณห์ พอได้จังหวะก็จับเขาคว่ำกดล็อกมือไพล่หลัง พลางรับกุญแจมือจากตำรวจอีกคนมาใส่มือติณห์
“ผมขอจับคุณข้อหาพยายามฆ่าคุณพราว และบงการฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ”
พูดจบก็ดึงตัวติณห์ลุกขึ้น ฝ่ายถูกจับยอมรับสภาพ พลางมองไปที่พราว ทื่ยืนร้องไห้ ด้วยความเห็นใจเขา
ติณห์หลบตาพราว เพราะรู้สึกละอายที่เข้าใจผิดมาตลอด
สหวุฒิหันมาสั่งการ “คุมตัวไป แล้วคนร้ายที่เหลือ ?”
“อยู่ข้างในครับ”
“ที่เหลือตามผมมา”
พูดจบสหวุฒิก็นำทีมพาตำรวจเข้าไป สมชายหันเดินมาหาพราวที่ยืนปาดน้ำตาอยู่ พลางถอนใจอย่าง
โล่งอก
“จบซะที คดีปองร้ายซูเปอร์สตาร์พราว”
“ทีนี้ก็คงหมดหน้าที่ของบอดี้การ์ดสมชายแล้วซินะ”
สมชายยกมือยื่นไปให้พราว “ยินดีที่ได้รับใช้ครับ ซูเปอร์สตาร์พราว”
พราวค่อยๆยื่นมือไปจับมือสมชาย
“ยินดีที่มีโอกาสให้คุณได้ดูแลพราว บอดี้การ์ดสมชาย”
สมชายฝืนยิ้ม พร้อมกับยื่นแขนอีกข้างกอดพราว แล้วก็ร่ำลากันด้วยหัวใจที่ยอมรับการจากลาจากผู้หญิงที่เขารักมาก
“ขอให้คุณโชคดี”
“คุณก็เหมือนกัน โชคดีนะ”
สมชายรีบตัดใจผละออกมา พลางบอกให้ตำรวจที่เหลือช่วยดูแลพราว ขณะที่ตัวเองเข้าไปช่วยสหวุฒิ
ด้านใน
 
พราวได้แต่ยืนมองอย่างน้อยใจ

แฟรงค์กับเอมี่ยืนรอพราวอยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลอย่างกระวนกระวาย ครู่หนึ่งรถตำรวจแล่นเข้ามาจอด ก่อนที่พราวจะเปิดประตูลงจากรถ
 
“เจ๊ พราวกลับมาหาเราแล้ว”
“พราว”
แฟรงค์อ้าแขนรอรับทั้งน้ำตา
“พี่แฟรงค์ เอมี่”
พราวโผเข้าไปกอดทั้งคู่
“ขวัญเอ้ย กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวนะ”
“หมดทุกข์หมดโศกกันซะที”
พอนายตำรวจที่มาส่งพราวขับรถไป เอมี่รีบหันมาถามพราว
“เออนี่ รู้ยังพราว ใครเป็นคนยิงมีนแล้วพลาดไปโดนนายสุดเขตต์”
“ใคร ?”
แฟรงค์ทำสีหน้าเคียดแค้น “ก็นังจันทร์จรีน่ะซิ มันร่วมมือกับคุณติณห์ทุกอย่างเพื่อกำจัดหนู ป่านนี้ตำรวจคงออกหมายล่าตัวมันแล้วล่ะ ได้ดังไปทั้งประเทศสมใจนาง”
พราวถอนใจ
“ไม่น่าเลยจรี”

ติณห์ที่ถูกจับใส่กุญแจมือ ถูกสมชายและสหวุฒิเดินคุมตัวมาภายในสำนักงานตำรวจเพื่อทำการควบคุมตัวและสอบสวน สภาพของเขาในเวลานี้ย่ำแย่ ทรุดโทรม ไม่หลงเหลือเค้าความเป็นไฮโซอยู่เลย
สมชายจับแขนเขาจะพาเดินไปยังห้องขัง แต่จู่ๆ ติณห์กลับหยุดเดิน สมชายหันมามอง
“เดินซิครับคุณติณห์ ผมจะพาคุณไปพักอยู่ในห้องขังก่อน รอการสอบสวน”
“เอ่อ เดี๋ยวก่อน ผม ผมยังไม่พร้อม”
สมชายถอนหายใจ
“คนที่กระทำความผิด มักไม่พร้อมกับการเข้าไปอยู่ในห้องขังทุกคนแหละครับ ก่อนจะทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ควรจะคิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน เพราะไม่มีใครจะหลุดรอดความผิดไปได้หรอกครับ แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น ไปครับ”
จู่ๆ ติณห์ก็พูดขึ้นมา
“ผมอยากโทรหาน้องชายก่อน ผมอยากคุยกับน้องชายผม เมื่อวานเค้ามีไข้ ไม่ค่อยสบาย ผมเลยพาเค้าไปส่งไว้โรงพยาบาล แล้วสัญญาว่าวันนี้จะไปรับกลับบ้าน แต่ตอนนี้ผมไปรับน้องไม่ได้แล้ว น้องผมคงรอผมอยู่ ผมขอโทร. คุยกับคนที่ดูแลน้องผมก่อน นะครับสารวัตร”
พูดพลางมองสมชายด้วยแววตาอ้อนวอน สมชายมองอย่างเห็นใจ ก่อนหันไปขออนุญาตผู้กำกับ
“ผู้กำกับ ผมขออนุญาตนะครับ”
สหวุฒิพยักหน้า สมชายหันไปขอมือถือของติณห์จากเจ้าหน้าที่ที่ยึดไว้เป็นหลักฐาน
“ผมให้เวลาคุณโทรไม่นานนะครับ“
“ขอบคุณมากครับ”
ติณห์รีบรับมือถือกดโทร. หาพยาบาล
“ฮัลโหล นี่ผมนะ ตรีเป็นยังไงบ้าง ไข้ลดลงแล้วเหรอ วันนี้ เอ่อ ผมยังไปรับตรีกลับบ้านไม่ได้นะ แล้วก็ไม่รู้ว่า จะไปรับเมื่อไหร่ ให้ตรีอยู่ที่โรงพยาบาลไปก่อน อยู่ต่อไปเรื่อยๆ บอกหมอ บอกพยาบาลดูแลตรีให้ดีๆ เรื่องค่าใช้จ่าย ผมจะสั่งทนายไปจัดการให้ ไม่ต้องห่วง แล้วฝากคุณดูแลตรีแทนผมด้วยนะ ดูแลเค้าให้ดี ผมฝากด้วยนะ ขอบคุณมาก เอ่อ...ขอผมพูดกับตรีหน่อย”
สมชายยืนฟังติณห์พูดคุยโทรศัพท์ ด้วยความรู้สึกเห็นใจ
“ฮัลโหลตรี พี่เพิ่งรู้ความจริงวันนี้เอง ว่าคนที่ทำให้ตรีเป็นอย่างงี้คือจรีไม่ใช่คุณพราว พี่มันโง่ เข้าใจผิด
ตลอด กว่าพี่จะรู้ตัว มันก็สายเกินไปแล้ว วันนี้พี่ไปรับน้องไม่ได้ แต่รอพี่นะตรีรอพี่ก่อน พี่สัญญาว่าจะไปหาน้องให้ได้ พี่จะไม่มีวันทอดทิ้งน้อง รอพี่นะตรี”
ติณห์ลดมือถือในมือลง แล้วก็ถึงกับน้ำตาซึม ก่อนจะยื่นส่งมือถือคืนให้กับสมชาย แล้วเดินคอตกเข้าห้องขังไป

ขณะเดียวกันตำรวจก็นำกำลังมาตามจับจันทร์จรีที่คอนโด แต่กลับไม่พบวี่แววของเจ้าของห้อง
จันทร์จรี...อดีตดาราที่สวยเจิดจรัส ตอนนี้หมดอนาคต เพราะตกเป็นผู้ต้องหายิงสุดเขตต์และพยายามฆ่าพราว

สมชายเดินอยู่ที่ย่านการค้า หลังสายสืบรายงานว่าพบบุคคลต้องสงสัยเหมือนประเสริฐแฟนคลับโรคจิตกำลังเดินในละแวกนี้ ครู่หนึ่งเขาก็เห็นด้านหลังผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนจดๆ จ้องๆ หยิบหนังสือมาดู โดยเฉพาะหนังสือที่มีข่าวพราวกับมีน แต่ยังไม่เห็นหน้ามันเต็มๆ ชัดๆ แต่สังเกตเห็นว่าชายคนนั้นกอดกล่องๆ หนึ่งไว้ในอ้อมแขน
ระหว่างนั้นมีสาวสวยนุ่งกระโปรงสั้นมาหยิบหนังสือยืนดูอยู่ข้างๆ มันแอบเหล่มองมา ก่อนจะค่อยๆ ล้วงมือถือออกมา ก่อนจะค่อยๆ แอบยื่นมือไปถ่ายใต้กระโปรง
“ไอ้โรคจิต”
พอหญิงสาวหันมามอง มันรีบชักมือถือกลับ ทำเป็นกดเบอร์เหมือนจะโทร พลางหันเดินตรงไปที่ประตูทางออกร้านหนังสืออย่างรวดเร็ว
ตอนมันออกมาจากประตูร้าน สมชายเห็นหน้ามันเต็มๆ

“ใช่มันจริงๆ”

ประเสริฐเดินฮัมเพลง กอดกล่องในมืออย่างมีความสุข สมชายเดินตามมาข้างหลัง มองไปรอบๆ เห็นว่าปลอดภัยจากผู้คนถ้าเขาจะเข้าชาร์จจับตัว เขารีบปรี่เข้าหามันทางด้านหลัง แต่มันดันเหลียวมาเห็นก่อน
 
“เฮ้ย”
มันรีบออกวิ่ง ขณะที่มือสมชายตะปบบ่ามันได้แบบเฉี่ยวๆ
“อย่าหนีนะ”
แต่มันสะบัดหลุดแล้ววิ่งหนี สมชายออกวิ่งตาม จนในที่สุดก็คว้าตัวมันไว้ได้ เขารีบจับล็อกแขนมันไพล่หลังแล้วใส่กุญแจมือ ก่อนที่จะหันไปสั่งสายสืบที่วิ่งตามเข้ามา
“ดูมันไว้”
จากนั้นก็ลุกเดินไปยังกล่องที่ร่วงอยู่ เหล่าไทยมุงบีบล้อมเข้ามาอย่างอยากรู้อยากเห็น
“อย่าเข้ามาครับ ถอยไป”
“ระวังนะสารวัตร ระเบิดรึเปล่า ?”
สมชายส่ายหน้า “ร่วงเป็นร้อยครั้ง ถ้าเป็นระเบิด ก็ตายกันหมดแล้ว”
พลางเดินเข้ามาใช้เท้าเขี่ยกล่องที่บุบบี้ และมีของข้างในหลุดออกมา
“อะไรของมัน ?”
พอพลิกกล่องขึ้น ก็เห็นเป็นยกทรงกางเกงในจีสตริงลายสีแสบสันต์ 2 ชุด สมชายยืนเซ็งเหล่ไปมองประเสริฐที่มองชุดชั้นในแล้วทำหน้าหื่นๆ
พร้อมกันนั้นสมชายก็เหลือบเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ในกองชุดชั้นใน เขารีบหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน แล้วก็ยิ่งต้องหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
“พราวครับ คุณเลิกกับไอ้ไฮโซติณห์แล้ว เรามาคืนดีกันนะครับ ผมจะให้โอกาสคุณอีกครั้งใส่ชุดชั้นนี้แล้วถ่ายคลิปมาให้ผมดู ผมคิดถึงคุณ ผมอยากดู ได้โปรด ไม่อย่างงั้น ผมโกรธนะครับ ผมจะตามฆ่าคุณอีก”
สมชายกำกระดาษในมือ พลางหันไปมองประเสริฐอย่างฉุนจัด แต่มันกลับทำหน้าไม่สะทกสะท้าน

สมชายเดินมาหยุดยืนเท้าระเบียง พลางตัดสินหยิบมือถือขึ้นมา อยากจะโทร. หาพราว แต่ก็พยายาม ตัดใจ ได้แต่พิมพ์ข้อความส่งไปให้
“ผมจับไอ้แฟนคลับโรคจิตให้คุณได้แล้ว คุณหมดห่วงได้แล้ว ขอให้เป็นดาวอยู่บนฟ้าอย่างมีความสุขนะครับ.....พราว”

ขณะที่ตรียังคงนอนไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียง ท่ามกลางความเงียบเหงา โดดเดี่ยว ราวกับไร้ชีวิต พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น พยาบาลรีบเดินไปเปิดประตู แล้วก็ต้องแปลกใจ
“คุณ”
พราวถอดแว่นออก พลางส่งยิ้มให้
“ฉันมาเยี่ยมตรีค่ะ”
“เอ่อ เชิญค่ะคุณพราว”
พราวเดินเข้าห้องมา โดยมีเอมี่ถือช่อดอกไม้ตามมา
“ตรี พราวมาเยี่ยมนะ ตรีดูดีมาก ตรียังหล่อเหมือนเดิม”
นิ้วมือตรีเริ่มขยับ เหมือนราวกับเขารับรู้การมาเยี่ยมของพราว
ครู่หนึ่งประตู ก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ติณห์จะค่อยๆ ก้าวเข้าห้องมา โดยมีทนายความวัยกลางคน เดินตามเข้ามาด้วย เขามองนิ่งไปที่พราวที่กำลังพูดกับตรี
“ตรีรู้ไหม คุณติณห์เค้าทำทุกอย่างเพื่อตรีนะ เค้ารอตรีกลับมาทุกเวลา ตรีต้องสู้นะ กลับมาเป็นตรีคนเดิม ให้ได้ คุณติณห์รออยู่ พราวก็รออยู่ พราวอยากเห็นตรีกลับมาเป็นคนเดิม ความทุกข์ ความแค้นทุกอย่าง จะได้หมดไปจากใจพวกเราทุกคนเสียที”
ติณห์ฟังแล้วก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ กับสิ่งเลวๆ ที่เขาทำไว้กับเธอ
“ขอบคุณมากครับคุณพราวที่มาเยี่ยมตรี”
ทุกคนหันมามอง พราวยิ้มดีใจ ที่ได้เห็นติณห์
“คุณติณห์ ตำรวจปล่อยตัวคุณแล้วเหรอคะ?”
“ผมให้ทนายทำเรื่องขอประกันตัวออกมาชั่วคราวครับ ผมต้องออกมาดูแลตรี ให้เรียบร้อยก่อนถูกดำเนินคดี”
พราวมองเขาอย่างเห็นใจ
“ถ้ามีอะไรให้พราวช่วยก็บอกนะคะ พราวยินดีจะช่วยดูแลตรีค่ะ”
“คุณไม่โกรธผม? ทั้งๆ ที่ผมเกือบจะฆ่าคุณให้ตายเหรอครับ”
พราวส่ายหน้าช้าๆ “พราวไม่โกรธคุณค่ะ ก็คุณไม่รู้นี่คะ คุณเข้าใจผิด”
ติณห์มองพราว ด้วยความซึ้งใจ “ผมขอคุยกับคุณตามลำพังได้ไหมครับ ?”
เอมี่รีบกระซิบบอก “อย่านะพราว”
แต่พราวกลับแตะแขนเอมี่เป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ก่อนจะหันกลับมามองหน้าติณห์ แล้วส่งยิ้มให้แทนคำตกลง
“พราวก็มีอะไรอยากจะคุยกับคุณเหมือนกันค่ะ”

“ในชีวิตของผม ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหน ทำให้ผมรักได้เลย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมอยากจะรักคุณ”
ติณห์หันมามองพราวอย่างแสนเศร้า เธอหันมาส่งยิ้มให้อย่างจริงใจ
“รู้ไหมคะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่เราอยู่ในฐานะคู่หมั้นกัน ฉันคิดอยู่เสมอค่ะ ว่าฉันโชคดีมากที่ได้มาเจอผู้ชายอย่างคุณ”
“เสียดายนะครับ ที่มันเป็นแค่แผนชั่วร้ายของผม ผมตกอยู่ในวังวนของความแค้น ทำให้ผมตาบอด มองไม่เห็นว่าผมมีเพชรอยู่ในมือ ผมนึกว่าตัวเองฉลาดล้ำ ที่หลอกใช้จรีได้ แต่ผมคิดผิด จรีหลอกตรีคนนึงแล้ว ยังมาหลอกผมได้อีก ผมโง่ยิ่งกว่าตรีซะอีก คุณพราวครับ”
ติณห์จับมือพราว น้ำตาคลอ
“ผมอยากจะขอโทษคุณ ขอโทษจริงๆ ผมไม่ควรได้รับการอภัยจากคุณเลย เมื่อผมมองกลับไป ผมเกลียดตัวเองมาก ผมทำกับคุณได้ยังไงผมส่งคนตามทำร้ายคุณ หลายครั้งมันโหดร้ายมาก ผมทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณเกือบเอาชีวิตไม่รอด ผม ผมมันเลว”
“แต่ฉันอภัยให้คุณค่ะคุณติณห์”
พราวพูดพร้อมกับโอบกอดติณห์อย่างอ่อนโยน
“อย่าว่าตัวเองอย่างงั้น คุณไม่ใช่คนเลวหรอก คุณแค่หลงทางไปเพราะความอาฆาตแค้น ลืมเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมาซะนะคะ คุณมีอีกหลายอย่างที่ต้องสู้ต่อไป โดยเฉพาะเรื่องคดีทางกฎหมาย อย่าลืมว่าคุณมีตรีที่รอคุณอยู่ น้องชายกำลังรอพี่ชายที่แสนดีคนนี้อยู่นะคะ”
“ขอบคุณมากครับคุณพราว ผมก็หวังว่าศาลจะเมตตาผม เหมือนกับคุณ”
พราวผละออกจากติณห์ พร้อมกับปาดน้ำตา ก่อนจะบรรจงถอดแหวนหมั้นออกจากนิ้วส่งคืนให้
“แหวนวงนี้เป็นของตรีใช่ไหมคะ เก็บไว้ให้ตรีนะคะ สักวันตรีอาจจะฟื้นขึ้นมาสวมแหวนวงนี้ให้ผู้หญิงสักคนที่รักตรีด้วยความจริงใจ โชคดีนะคะคุณติณห์”
พราวยิ้มให้กำลังใจ ขณะที่ติณห์ได้มองเธอด้วยความรู้สึกเสียใจและเสียดายอย่างสุดซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนพราวจะเดินผละจากติณห์ไปหาเอมี่ที่ยืนรออยู่

ติณห์ยืนมองแหวนในมือ แล้วก็นึกเสียใจ เมื่อหวนย้อนถึงภาพที่เขาคุกเข่าขอหมั้นพราวที่หัวหิน

พราว ตอนที่ 17 (ต่อ)

ขณะที่ชีวิตติณห์กำลังชดใช้ความผิด สมชายก็ตัดสินใจลาออกจากการเป็นตำรวจมุ่งหน้ากลับสู่บ้านอิงรักโฮมสเตย์
 
ทันทีจอดรถต้องนั่งอึ้งไป ความหลังความรักที่มีกับพราวก็ประดังเข้ามาในใจเขาทันที น้องนุชกับลุงจ่อย รีบวิ่งออกมาต้อนรับอย่างดีใจ พลางแกล้งเรียกเขาว่าบอดี้การ์ดสมชายเลียนแบบพราว
สมชายหุบยิ้ม ทำขรึมทันที
“หยุด ห้ามเรียกบอดี้การ์ดสมชายอีก พี่ไม่ได้เป็นบอดี้การ์ดให้ยัยซุปตาร์นั่นอีกแล้ว พูดง่ายๆ ว่าคดีจบก็จบกัน แล้วก็เลิกคบ”
สมชายพูดจบ ก็โยนกระเป๋าเป้ให้ลุงจ่อย แล้วเดินผละไป น้องนุชถอนใจทำหน้าผิดหวัง

สมชายตอกป้ายที่หน้าป้ายโฮมสเตย์ว่า “ปิดปรับปรุงชั่วคราว” น้องนุชกับลุงจ่อยยืนมองงงๆ
“ขอถามหน่อยจะได้ไหมครับ ?” ลุงจ่อยอดข้องใจไม่ได้ “แล้วจะปิดถึงเมื่อไหร่ ?”
สมชายตอบหน้าตาเฉย “ยังไม่มีกำหนด”
“มันเกิดไรขึ้น พี่คิดไรอยู่ มาปิดโฮมสเตย์เราแบบนี้ เค้ารู้สึกม่ะดีนะ”
สมชายรีบอธิบาย
“พวกเราใช้โฮมสเตย์หาเงินหนักเกินไป ดูซิ โทรมไปหมดแล้ว พี่ก็แค่อยากปิดปรับปรุง -ซ่อม-แต่งมันใหม่ ไม่เห็นต้องคิดอะไรมากเลย”
สมชายผลักหัวน้องนุชเบาๆ แล้วเดินถือฆ้อนเข้าไป
“อ๋อเหรอ? ปิดปรับปรุง เค้ารู้ทันหรอกน่า พี่ชายอยากอยู่แบบเงียบๆ คนเดียว คิดถึงความหลังตอนคุณพราวมาอยู่ที่นี่อ่ะดิ เนอะ”
น้องนุชกับลุงจ่อยพยักหน้าให้กัน

สมชายเปิดประตุเข้ามาในห้องที่พราวเคยพักอยู่ แล้วทิ้งตัวลงนอนหนุนแขนเหงาๆ คิดถึงความหลัง แต่แทนที่คิดถึงแล้วจะสุข มันกลับทุกข์ใจจนต้องหลับตาข่มใจ

จันทร์จรีที่หนีกลับมาอยู่ในสภาพเดิมก่อนเข้าวงการ สวมวิกบ๊อบ อำพรางไม่ให้ใครจำได้ กำลังเดินตามทางเดินไปตามระเบียงทางเดินหน้าห้องในแฟลตที่ซอมซ่อ ในมือหิ้วถุงข้าวห่อ พอเดินมาม้านั่งหน้าห้องๆ หนึ่ง เธอก็เห็นหนังสือพิมพ์ถูกอ่านทิ้งไว้ มีรูปติณห์ขึ้นหน้า1 จึงรีบคว้ามาอ่าน
“ไฮโซติณห์ทุ่มเงินและทรัพย์สินพันล้านประกันตัวเอง เพื่อมาต่อสู้คดีนอกคุก ศาลเมตตา เห็นว่ายังมีน้องชายที่นอนเป็นเจ้านิทราต้องดูแล”
จันทร์จรียิ้ม มีความหวัง
“บอกแล้วว่าเงินคือพระเจ้า เงินมันซื้อชีวิตคนได้”
จากนั้นก็รีบโยนหนังสือพิมพ์ทิ้ง ล้วงมือถือตัวเองออกมาดู คิดจะโทรติดต่อกับติณห์ ก่อนจะรีบเดินไป

มีนเดินเข้ามา แฟรงค์กับเอมี่ที่นั่งรอเครียดกันอยู่เงยหน้ามอง
“เตรียมตัวเตรียมใจมาพร้อมแล้วใช่ไหม ?”
เมื่อมีนมองไป ก็เห็นพราวที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้โซฟาพนักสูงตัวใหญ่ด้านหลังลุกขึ้น แม้ในภาวะกดดันแบบนี้ พราวก็ยังอยู่ในมาดนางพญา
“พร้อมค่ะ”
พราวกับมีนมองหน้ากัน ส่งยิ้ม เป็นกำลังใจให้กัน
“งั้นเราก็ออกไปกัน”
แต่แฟรงค์กลับบอกว่า “แต่เจ๊ยังไม่พร้อม”
ทุกคนเบรกเอี๊ยด
“มันเป็นไฟท์ตัดสินความเป็นความตายของบัลลังก์ซูเปอร์สตาร์พราวเลยนะ ว่าจะอยู่หรือไป”
พราวสูดลมหายใจอย่างพร้อมเผชิญความจริง
“พราวพร้อมจะไป ถ้าสังคมตัดสินว่าพราวไม่ควรจะนั่งเชิดคออยู่บนบัลลังก์อีกต่อไปแล้ว”
แฟรงค์ส่ายหน้า “พราว ถ้าหนูไป เจ๊ทำใจไม่ได้”
“พี่แฟรงค์คะ ดาราเกิดและมีชื่อเสียงมาได้เพราะประชาชนยอมรับนะคะ ไม่มีดาราคนไหนทำเย่อหยิ่งจองหอง สามารถโด่งดังอยู่ได้โดยไม่แคร์เสียงประชาชนหรอกค่ะ เราต้องยอมรับความจริง พราวห่วงก็แต่มีน หลังจากวันนี้ ชีวิตมีนอาจจะต้องเดือดร้อนวุ่นวายเพราะเข้ามาเกี่ยวข้อง กับซูเปอร์สตาร์พราวคนนี้”
แต่มีนก็ยิ้มสู้เช่นกัน
“มีนไม่กลัวหรอกค่ะ มีนเชื่อว่าความดีที่เราทำไว้ จะคุ้มครองเราเอง”
พราวยกมือทาบอกตัวเอง ซาบซึ้งตื้นตันเป็นที่สุด
“ฉันไม่รู้จะขอบคุณมีนยังไง ฉันเคยอ่านผ่านๆ ตา เค้าว่าในชีวิตคนเราทุกคน จะมีเทวดานางฟ้าประจำตัวลงมาคุ้มครองโดยที่เราไม่รู้ แต่ฉันรู้แล้ว ว่ามีนคือนางฟ้าของฉัน”

พราวโผกอดมีน แฟรงค์กับเอมี่ยืนมองอย่างตื้นตัน

ติณห์เดินเข็นวีลแชร์พาตรีออกมามาหยุดยืนที่ร่มไม้ใหญ่ริมบึงอย่างเหงาๆ สองมือของเขาจับไปที่ไหล่ของน้องชาย ความหวังที่ตรีจะฟื้นกลับมาเป็นคนเดิม ไม่เหลือในใจอีกแล้ว
 
จันทร์จรีที่กลับมาแต่งหน้าแต่งตัวสวยเหมือนเดิมขับรถเข้ามาจอด พลางมองซ้ายมองขวาอย่างระวัง แล้วลงจากรถเดินตรงเข้ามาหาติณห์
“คุณติณห์คะ”
ติณห์หันมามอง เห็นหน้าจันทร์จรีแล้ว ความโกรธพุ่งขึ้นมาอีก แต่พยายามข่มใจเอาไว้ ขณะที่จันทร์จรีก้าวเข้ามาตีหน้าเศร้า
“จรีไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากคำว่าขอโทษ จรีไม่คิดว่าความตั้งใจที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง จะทำร้ายตรีจนต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้”
ติณห์ยิ้มขมขื่น
“ความฝันเหรอ ความฝันที่จะเป็นดาราของคุณ ดับอนาคตของน้องชายผม”
ติณห์ขบกรามจนเป็นสัน พร้อมๆ กับจับปืนที่พกมา หมายจะแก้แค้นจันทร์จรี และอาจหมายถึงปลิดชีพตัวเขาและตรีให้พ้นทุกข์ไปด้วย แต่จันทร์จรีกลับค่อยๆ คุกเข่าลงต่อหน้าตรี แล้วจับมือคร่ำครวญ
“ตรี ยกโทษให้จรีด้วยนะคะ ต่อจากนี้ไป จรีสัญญาว่าจรีจะดูแลตรี เพื่อชดใช้ความผิดที่จรีทำให้ตรีต้องเป็นแบบนี้ จรีสำนึกแล้ว จรีมันเลวที่ไม่เคยค่าความรักของตรีที่มีให้ ยกโทษให้จรีด้วย”
จันทร์จรีร้องไห้แทบขาดใจราวกับสำนึกผิดจริง ทำให้ติณห์ชะงักมือที่ถือปืนทันที
“จรีจะทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ทำให้ตรีฟื้นกลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ จรีจะทำ กลับมานะตรี กลับมายิ้มหัวเราะได้เหมือนเดิม”
จากนั้นก็ลงทุนซบหน้าร้องไห้กับมือของตรี ทำเอาติณห์น้ำตาไหลเผาะ เขาเองก็อยากเห็นน้องชายกลับมายิ้มหัวเราะได้เหมือนเดิมเช่นกัน
ติณห์ปล่อยมือจากปืน แล้วเปลี่ยนใจทันที

สุดเขตต์ยืนรออยู่ที่ห้องแถลงข่าว ไม่ได้มาเป็นตากล้องนักข่าวอีกต่อไป แต่เขามาพร้อมมีน ระหว่างนั้น
ส้มจี๊ดรีบร้อนเข้ามาในห้องพร้อมกล้องถ่ายรูป พลางหันเดินไปหาจุดเหมาะๆ เพื่อยืนถ่ายรูป พอหันมาเจอสุดเขตต์ ก็ถึงกับน้ำตาคลอ แต่ก็พยายามตัดใจ
สุดเขตต์หันมาเห็นส้มจี๊ด ก็ส่งยิ้มให้ เพราะสำหรับเขา ส้มจี๊ดก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดี และสักวันความเป็นเพื่อนคงกลับมาเป็นเหมือนเดิม

พราวก็เดินออกมาที่ห้องแถลงข่าว ท่ามกลางเสียงกดชัตเตอร์รัวของบรรดานักข่าว ช่างภาพ และเสียงปรบมือต้อนรับของบรรดาแฟนคลับ ที่มาพร้อมป้ายไฟ
แฟรงค์กับเอมี่เดินตามออกมา โดยมีมีนที่ทุกคนพากันสนใจยิ่งกว่าพราวรั้งท้าย
ทั้งหมดเดินมาที่นั่งโต๊ะแถลงข่าว มีแฟรงค์นั่งคั่นระหว่างพราวกับมีน
“สวัสดีค่ะ พราวต้องขอบคุณแฟนคลับและนักข่าวทุกท่านนะคะ ที่ให้โอกาสพราวได้มาแถลงข่าวในวันนี้ ทุกคนคงอยากจะรู้จักสแตนด์อินของพราว นี่คะ มีน สแตนด์อินที่คอยรับบทบาทแทนพราว คอยช่วยเหลืองานพราวมาตลอด”
มีนยกมือไหว้ทุกคน แล้วตาก็มองไปที่สุดเขตต์ ที่ส่งยิ้มมาให้กำลังใจ ส้มจี๊ดยกกล้องถ่ายรูป เห็นมีนแล้วยังเจ็บใจไม่หาย ก่อนจะเริ่มต้นยิงคำถามแรก
“ขอถามเลยนะคะคุณพราว คุณแอบใช้สแตนด์อินหน้าเหมือนตัวเองมานานแค่ไหนแล้ว แล้วมันมีเหตุผลอะไรนักหนาถึงต้องทำเรื่องแบบนี้ คิดบ้างไหมคะ ว่านี่มันเป็นการแหกตาประชาชนครั้งมโหฬาร แล้วคุณจะรับผิดชอบกับการกระทำของคุณครั้งนี้ยังไงคะ คุณพราว”
สุดเขตต์ทำหน้าอ่อนใจ ไม่ว่ายังไง ส้มจี๊ดก็ยังคงเป็นส้มจี๊ด ขณะที่พราว มีน แฟรงค์ เอมี่อึ้งกับคำถาม

จันทร์จรีลุกขึ้นปาดน้ำตาและเริ่มแผนต่อรอง
“แต่กว่าจรีจะกลับมาดูแลตรีได้ จรีคงต้องมอบตัวกับตำรวจซะก่อน จรีกำลังหนี หลบๆซ่อนๆ จรีไม่อยากจะเข้าไปอยู่ในคุก จรีกลัวเข้าไปแล้วไม่รู้จะเจอกับอะไรบ้าง”
ติณห์ยิ้มอย่างรันทด
“คุณเจอแน่ ผมเข้าไปแล้ว มันไม่ต่างจากนรกหรอก แค่มันอยู่บนดิน และเรายังไม่ตายไม่เท่านั้น”
จันทร์จรีกลัวขึ้นมาจับจิต
“คุณช่วยจรีนะ จรีไม่อยากติดคุก ได้โปรดนะคะ ช่วยจรีด้วย”

พูดพร้อมกับยื่นมือไปเกาะแขนติณห์อ้อนวอน แต่อีกฝ่ายกลับแกะมือออกอย่างเย็นชา แม้เคยมีความสัมพันธ์กัน แต่เขาไม่มีเยื่อใยให้อีกแล้ว

“พราวจะไม่แจกแจงรายละเอียดนะคะ ว่ามีนเข้ามาเป็นสแตนด์อินพราวได้ยังไง เอาเป็นว่ามีนไม่ได้อยากจะทำหรอก แต่เพราะพราวขอร้อง”
 
“เพราะมีนเองก็อยากจะช่วยคุณพราวค่ะ”
จู่ ๆมีนก็พูดขึ้น พราว แฟรงค์ เอมี่หันไปมองอย่างอึ้งๆ
“คุณพราวกำลังถูกตามปองร้าย กำลังหวาดกลัว ไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่ก็ยังต้องรับผิดชอบงานในวงการบันเทิงที่ต้องทำ มีนก็แค่เข้ามาช่วยเพื่อไม่ให้เจ้าของงานเสียหาย เพื่อประชาชน เพื่อแฟนคลับของคุณพราวทุกคน ให้โอกาสคุณพราวเถอะนะคะ คุณพราวไม่ได้ตั้งใจหลอกลวงใครเลยจริงๆ ให้โอกาสนะคะ คุณพราวช่วยเหลือมีน ช่วยเหลือเด็กกำพร้าให้โอกาสคุณพราวเถอะนะคะ”
มีนเอาแต่ผงกหัวขอร้อง แล้วอยู่ๆ อาการปวกหัวก็กำเริบขึ้นมาอย่างรุนแรง จนตัวชักเกร็งหมดสติ
สุดเขตต์พุ่งเข้ามาหา ประคองมีนไว้
พราวตกใจ “มีนเป็นอะไร มีน ?”
“อาการมีนกำเริบแล้ว ต้องรีบส่งโรงพยาบาล มีนเป็นเนื้องอกในสมองครับ ต้องผ่าตัดด่วน แต่มีนไม่มีเงิน”
แฟรงค์กับเอมี่แทบช็อกที่รู้ว่ามีนเป็นโรคร้ายขนาดนี้ พราวได้ยินอย่างนั้นก็พูดขึ้นทันที
“แต่ฉันมี รีบพามีนส่งโรงพยาบาลเลยค่ะ ฉันจะรักษามีนเองจนกว่ามีนจะหา”
สุดเขตต์ดีใจจนน้ำตาคลอ
“ขอบคุณมากครับคุณพราว มีน ได้ยินไหม คุณพราวจะรักษามีน มีนจะหายแล้ว”
สุดเขตต์อุ้มมีนออกไป พราว แฟรงค์ เอมี่รีบตามไป นักข่าวและแฟนคลับตามกันไปหมด เหลือแต่ส้มจี๊ด
ที่ถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว พลางยืนมองตามด้วยสายตาที่อ่อนลง

“คุณไปมอบตัวซะ แล้วผมจะไปประกันตัวคุณออกมา”
จันทร์จรีเงยหน้ามองติณห์อย่างแทบไม่เชื่อหู
“จริงๆ เหรอคะ คุณจะช่วยจรี ขอบพระคุณมากค่ะคุณติณห์ ไม่ว่ายังไงคุณก็เป็นผู้ชายที่แสนดีสำหรับจรีเสมอ”
เธอพยายามจะจะโผกอด แต่พอติณห์มองหน้า เธอเลยจำต้องหยุด
“คุณคงหมดรักจรีแล้ว”
“ผมไม่เคยรักคุณ ที่ผ่านมา ผมก็แค่ผู้ชายเลวๆที่หลอกใช้คุณเพื่อแก้แค้นคุณพราว”
“แต่จรีรักคุณมากนะคะ”
ติณห์แเค่นยิ้ม “คุณไม่ได้รักผมหรอกจรี คุณรักความรวยของผมต่างหาก เอาเป็นว่าถ้าคุณกลับมาดูแลน้องชายผม ผมจะให้คุณ10 ล้าน”
จันทร์จรีตะลึงค้าง
“และถ้าคุณสามารถทำให้น้องผมฟื้นขึ้นมาได้ คุณต้องการเท่าไหร่ ผมจะให้”
จันทร์จรีดีใจจนเนื้อเต้น แต่ต้องพยายามข่มอาการไว้ไม่ให้ติณห์รู้
“จรีไม่อยากได้เงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่หลังจากประกันตัวแล้ว จรีจะกลับมาดูแลตรีให้ค่ะ จรีสัญญาตรี รอจรีนะ”
จันทร์จรีเดินผละจากติณห์กับตรีมา ด้วยแววตาลิงโลด ที่จะได้กลับมามีชีวิตสบายอีกครั้ง

จันทร์จรีขับรถพลางหัวเราะอย่างสะใจ
“10 ล้านเหรอ ฮ่ะๆ ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่ทิ้งแกไอ้ตรี เพราะสุดท้ายร่างเป็นผักปวกเปียกของแก ก็มาช่วยชีวิตฉันไว้เต็มๆ แต่ฝันไปเถอะ ว่าฉันจะทำให้แกฟื้นขึ้นมาอีก ฟื้นมาเป็นมารชีวิตฉันเปล่าๆ แค่คิดก็ขยะแขยงแล้วที่ต้องกลับไปดูแลแก ฉันจะกลับไปดูแลแก แล้วทำให้คุณติณห์หลงใหลฉันอีกครั้ง แล้วสมบัติทุกอย่างของเค้า ก็จะเป็นของฉันคนเดียว” แต่แล้วเสียงหัวเราะก็สะดุดกึก เมื่อจู่ๆ ก็มีรถกระบะคันหนึ่งขับพุ่งออกมาจากซอยข้างๆ อย่างกระชั้นชิด
จันทร์จรียกมือขึ้นปิดหน้า
เสียงรถชนโครมดังสั่น พร้อมกับเสียงหวีดร้องของจันทร์จรี

สุดเขตต์นั่งรอ ยืนรออย่างกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องผ่าตัด ด้วยความเป็นห่วงมีน พลางนึกถึงคำพูด ที่เธอเคยบอกว่าไม่อยากผ่าตัดเพราะกลัวจะเป็นอัมพาต ความจำเสื่อม และอาจไม่ฟื้นกลับมาอีก
แมนรีบพาแม่แก้วมาหลังรู้ข่าว แม่แก้วร้องไห้โฮ พลางต่อว่าแมนกับสุดเขตต์ ที่ไม่เคยบอกเรื่องอาการป่วยของมีน
แม่แก้วเดินรอที่ประตูห้องผ่าตัด ขณะที่ยังร้องไห้ไม่หยุด จนทรุดจะเป็นลม สุดเขตต์กับแมนต้องเข้าไปช่วยพยุง

เวลาผ่านไป ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออกมา สุดเขตต์ แม่แก้ว แมนลุกขึ้นมองไป เห็นหมอเดินท่าทางเหนื่อยอ่อนออกมา ทั้งสามมองอย่างรู้สึกใจเสีย แม่แก้วยกมือขึ้นทาบอก น้ำตาพราก

ส้มจี๊ดกับนักข่าวมาทำข่าวที่งานอีเว้นท์อีกงานหนึ่ง เมื่องานเลิก ก็มีนักข่าวสาวคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“รู้แล้ว รู้แล้ว”
ทุกคนหันไปมอง “รู้อะไรของแก ?”
“ก็คนที่ขับรถชนกับรถกระบะจนไฟลุกไหม้เกรียมอยู่ในรถเมื่อตอนกลางวันไง สายข่าวฉันโทรมาบอก ว่าตำรวจรู้แล้วคนขับเป็นใคร ?”
ส้มจี๊ดรีบหันมาถาม “ใครเหรอน้อง ?”
“ก็สายข่าวพี่ไงคะพี่ส้มจี๊ด”
ส้มจี๊ดยิ่งฟัง ก็ยิ่งแปลกใจ “สายข่าวพี่ น้องหมายถึงใคร ?”

“ยัยจันทร์จรีไงคะ สายข่าวที่คอยคาบเรื่องของพราวมาให้พี่เขียนด่าเค้าไง แล้วไม่ใช่สายข่าวธรรมดาซะด้วย แต่เป็นผู้ต้องหาพยายามฆ่าคุณพราว”

แทนที่จะตกใจที่จันทร์จรีตาย ส้มจี๊ดกลับเอาแต่คิดปกป้องตัวเอง
 
“นี่ น้องอย่ามาปากหมาใส่ร้ายพี่นะ”
“อ้าว ถ้าน้องปากหมา แล้วปากพี่ตัวไรคะ เที่ยวหาข่าวลอบกัดเค้าน่ะ ดีไม่ดี แอบร่วมมือกับยัยจรี ตามฆ่าเค้าด้วยรึเปล่าไม่รู้”
“อีปากหมา ไม่รู้จักรุ่นพี่รุ่นน้อง แกใส่ร้ายฉันเหรอ”
ส้มจี๊ดปราดเข้าไปกระชากคอเสื้อจะตบ นักข่าวรุ่นน้องไม่ยอมแพ้ กระชากคอเสื้อเงื้อมือตบกลับ จนนักข่าวคนอื่นต้องช่วยกันห้ามไว้
“รุ่นพี่แบบนี้ ไม่นับถือหรอกเว้ย ทำเสียชื่อสถาบันนักข่าว”
ส้มจี๊ดตอกกลับ “โธ่เอ้ย ทำมาเป็นรักสถาบัน ตัวเองก็เที่ยวเขียนข่าวจิกแขวะแหวะ ดาราเหมือนกันแหละวะ”
“หนูแค่จิกแค่แขวะ แต่แหวะน่ะพี่เลย จ้องโจมตีแต่คุณพราว เค้าทำอะไรดี ไม่เคยเขียนชมเค้าเลย นักข่าวมีแต่อคติแบบนี้ ไม่ควรอยู่ในวงการ”
“เฮ้ย พอแล้วแก ไปเหอะ อย่าไปมีเรื่องกับคนแบบนี้เลย”
ส้มจี๊ดหันมาตวาด “ทำไม ฉันเป็นคนยังไงเหรอ โธ่เว้ย ไอ้นักข่าวอ่อนหัด มาปีนเกียวฉัน ไม่รู้จักไอ้ส้มจี๊ดซะแล้ว พวกแกก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน อิจฉาล่ะซิ ที่ขายข่าวไม่เก่งเท่าฉัน เพราะไม่มีสมอง”
นักข่าวทุกคนพากันมองหน้าส้มจี๊ดอย่างไม่พอใจ จากนั้นก็พร้อมใจกันเดินเลี่ยงออกไป ทิ้งให้ส้มจี๊ดยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครคบ

สุดเขตต์ แม่แก้ว แมนรีบเข้ามาในห้องพักฟื้น ทันทีที่ได้รับแจ้งว่ามีนฟื้นแล้ว มีนมองไปที่ทั้ง 3 คนด้วยแววตานิ่งๆ
“ลองทักคนไข้ดูซิครับ ว่าจำได้ไหม?”
คำพูดของหมอ ทำเอาสุดเขตต์ใจแป้ว เพราะมีนเคยพูดเรื่องผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัดให้ฟัง ว่ามีโอกาสที่คนที่ผ่าตัดสมอง จะจำอดีตไม่ได้ เขาเดินเข้าไปจับมือมีนแน่น แต่อีกฝ่ายกลับมองหน้าด้วยแววตาไร้ความรู้สึก
“หวัดดีครับ ตื่นแล้วเหรอมีน จำได้ไหม หล่อๆ ยืนอยู่ตรงหน้านี้ ใคร ?”
มีนมองจ้องสุดเขตต์อยู่นาน แต่แล้วก็ส่ายหน้าช้าๆ
“ใครคะ คุณเป็นใคร ?”
สุดเขตต์ถึงกับใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แม่แก้วกับแมนหน้าซีดเผือด
“มีน ก็ผมไงครับ ผมสุดเขตต์ คุณจำไม่ได้เหรอ? ลองนึกดูดีๆ ซิครับ”
มีนพยายามนึก “สุดเขตต์ ฉันไม่รู้จักคุณ”
สุดเขตต์ถึงกับน้ำตาร่วง รีบหันไปมองแม่แก้วกับแมน ทั้งคู่รีบเข้ามาจับมือมีน
“มีน นี่แม่นะลูก แม่แก้ว หนูจำได้ใช่ไหม ?”
“นี่แมนนะพี่ น้องชายของพี่ไงครับ จำผมได้ไหม ?”
มีนมองไปที่แม่แก้วกับแมน สลับไปมาอยู่ครู่หนึ่ง
“จำไม่ได้ ใครคะ?”
แม่แก้วปล่อยโฮลั่น จน แมนต้องกอดปลอบใจไว้
“ที่ไหนคะเนี่ยะ ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง ฉันเป็นอะไรคะ ฉันชื่อมีนเหรอคะ”
“คุณหมอ ทำไมถึงเป็นอย่างงี้ ทำไมมีนจำอะไรไม่ได้”
สุดเขตต์ทนฟังไม่ได้ รีบเดินออกจากห้องไปทันที
“ใจเย็นๆ ครับ คนไข้เพิ่งจะฟื้น อาจจะมีอาการข้างเคียงหลังการผ่าตัดสมอง ความจำของคนไข้อาจจะหายไปได้ในระยะเวลาช่วงนึง แต่ก็อาจจะกลับมาได้อีกนะครับ ต้องใช้เวลา”

สุดเขตต์เดินเลี่ยงออกมายืนตามลำพัง สีหน้าเครียด ด้วยความเป็นห่วงมีน
“คุณรอดนะมีน คุณไม่ตาย คุณเอาเนื้อร้ายออกไปจากชีวิตได้ แต่ทำไมเคราะห์กรรมยังไม่หมดไปจากชีวิตคุณอีก มีนสุดที่รักของผม ถ้าผมเป็นแทนคุณได้ ผมจะยอมแลก เพื่อให้ชีวิตคุณมีความสุขเหมือนคนอื่นเค้าเสียที”
จากนั้นเขาก็เดินย้อนกลับเข้าไปในห้อง พลางพูดปลอบใจแม่แก้วกับแมน ที่อยู่ในอาการเศร้าโศกไม่ต่างกัน
“แม่แก้วครับ แมน อย่าหมดหวังนะครับ เราต้องทำใจให้ได้ ยอมรับความจริง ยังไง มีนก็ยังมีพวกเรา 3 คนอยู่ เราต้องช่วยกันทำให้มีนรู้สึกว่ามีนมีพวกเราเสมอ ถึงมีนจะจำพวกเราไม่ได้ แต่มีนก็มีพวกเราอยู่ด้วยตลอดเวลา”
แม่แก้วปาดน้ำตาช้าๆ พลางพยายามมองในแง่ดี
“ที่จริง มีนจำอดีตของตัวเองไม่ได้ก็ดีเหมือนกัน มีนจะได้ลืมทุกข์โศกของตัวเองที่ผ่านมาทั้งหมด ชีวิตใหม่ของมีนจะได้ขาวสะอาด บริสุทธิ์ ต่อจากนี้ไป ก็จะได้เจอแต่เรื่องดีๆ มีแต่ความรักและความสุขนะลูกนะ”
แม่แก้วเอื้อมมือไปบีบมือแมนไว้แน่น
“แม่แก้วไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลมีนให้เอง ผมจะไม่ทอดทิ้งมีน ความทางจำดีๆ ที่เคยมี ผมจะช่วยฟื้นความจำให้มีนเอง”
“ขอบคุณมากค่ะคุณสุดเขตต์ ขอบคุณที่รักมีนมากขนาดนี้ แม่ขอบใจจริงๆ”

สุดเขตต์จับมือแม่แก้วไว้ พร้อมทั้งส่งยิ้มให้กำลัง

พราว ตอนที่ 17 (ต่อ)

มีนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ขณะที่สุดเขตต์กำลังเอาอัลบั้มรูปที่เคยถ่ายมาเปิดให้ดู เพื่อกระตุ้นความทรงจำ
 
“นี่แม่แก้ว แม่แก้วที่เป็นคนดูแลบ้านเด็กกำพร้าแสนรักไง คนที่เลี้ยงมีนกับแมนมา คนนี้นี่ไงแมน น้องชายมีน
ส่วนนี่น้องโต้ เด็กที่บ้านเด็กกำพร้า ที่มีนช่วยทำงานหาเงิน มาเป็นค่าผ่าตัดรักษาโรคลมชักจนหาย”
“โต้ น่ารักจัง”
สุดเขตต์ดีใจที่เห็นมีนยิ้มได้
“ส่วนนี่ ผมสุดเขตต์ กับคุณ มีน เรารักกัน แล้วก็ไปเที่ยวทะเลด้วยกัน”
มีนเงยหน้ามองสุดเขตต์ ด้วยแววตาว่างเปล่า
“เรารักกัน ?”
“ครับ เรารักกัน”
มีนส่ายหน้าช้าๆ “จำไม่ได้”
“ไม่เป็นไรครับ ค่อยๆ นึก ผมรอได้ และต่อให้คุณจะจำไม่ได้ ผมก็ยังรักคุณ”
แม้ความทรงจำจะยังไม่กลับมา แต่คำพูดและสายตาที่อ่อนโยนของสุดเขตต์ ก็ทำให้มีนรู้สึกดี
“เอ่อ ฉันเหนื่อยแล้วค่ะ ฉันอยากจะนอน”
สุดเขตต์รีบเก็บอัลบั้ม พลางช่วยดูแลประคองให้มีนค่อยๆ นอนลง จากนั้นก็ห่มผ้าให้ แล้วก็นั่งเฝ้าจนมีนค่อยๆหลับไป พร้อมกับน้ำตาของเขาที่ค่อยๆ เอ่อออกมา มันเจ็บปวดทรมานมาก แต่เขาก็บอกกับตัวเองว่าเขาพร้อมจะสู้ โดยไม่ท้อ

พราวนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในมือ เห็นข่าว
“จันทร์จรี ดาราดาวรุ่งซิ่งหนีคดี อัดก็อปปี้กระบะ ดับอนาถ”
“จรี ฉันอโหสิให้เธอ ชาติหน้ามีจริง ขอให้เราเกิดมาพบกัน ในฐานะมิตรที่ดีต่อกัน”
จากนั้นก็วางหนังสือพิมพ์เดินไปยืนเหงาๆ มองออกไปที่ระเบียงอยู่คนเดียว กำลังคิดทบทวนถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการมากที่สุดในชีวิตตอนนี้
พราวตัดสินใจ ชีวิตพราวต้องมีสมชาย

พราวนั่งอยู่ที่มุมโซฟารับแขกสวยๆ พลางพูดต่อหน้ากล้อง ด้วยท่วงท่าสง่างาม มีสติและปราศจากความกังวลใดๆ
“พราวต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้นัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พราวคิดว่า นี่เป็นการตัดสินใจส่วนตัวครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของพราว พราวอยากจะขอบคุณทุกกำลังใจที่สนับสนุนพราว ขอบคุณความรัก ความหวังดีที่มีให้พราวมาตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วงการ แล้วพร้อมน้อมรับความผิดหวัง คำวิจารณ์ในสิ่งที่พราวได้ทำพลาดไปในเรื่องมีน กับหน้าที่
สแตนด์อินของพราว พราวคิดว่าตัวเองควรรับผิดชอบกับเรื่องนี้ พราวขอประกาศว่า นับแต่วันนี้ พราว-พิชญาดาจะไม่ใช่
ซูเปอร์สตาร์อีก พราวจะเป็นแค่คนธรรมดา แล้วพราวจะขอไปอยู่กับคนที่พราวรักค่ะ”
พราวพูดพลางยิ้มให้กล้องอย่างโล่งใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอก
จากนั้นเธอก็ขับรถมุ่งตรงสู่อัมพวาทันที แต่พอขับรถมาถึงอิงรักโฮมเตย์ ก็ต้องเบรกเอี๊ยด เมื่อเห็นป้าย
“ปิดปรับปรุงชั่วคราว”
“ปิดเหรอ มีอะไรรึเปล่า ?”

น้องนุชเดินดูมือถือ พลางพูดบ่นมาตามทาง
“ได้ไงเนี่ยะ คุณพราวประกาศอำลาวงการ ไม่เห็นใจติ่งแฟนคลับเลยอ่ะ ไม่มีดาราระดับตัวแม่ให้ตามติด ชีวิตติ่งเหงาตายเลย โอปป้าสมชายจะรู้บ้างไหมเนี่ยะ จริงๆ เล๊ย ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน ไม่ยอมเล่าเรื่องคุณพราวให้ฟังสักนิดเลย”
ทันใดนั้นก็ต้องชะงักเมื่อเห็นพราวเดินลากกระเป๋าเข้ามาในโฮมสเตย์ ที่ชุดสุดเก๋ หมวกพร้อม แว่นตาพร้อมเหมือนเดิม น้องนุชอ้าปากค้าง พลางกระพริบตาหลายครั้ง
“ใช่คุณพราวจริงๆ ด้วย เราไม่ได้มโนไปเอง คุณพราว”
น้องนุชวิ่งตะโกนเข้าไปหา พราวยกมือปิดหน้าเบรกเหมือนครั้งแรกที่เคยเจอกัน
“สงบสติหน่อยคุณน้อง อย่าตะโกนค่ะ พี่ต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่อชุบตัวเป็นคนธรรมดา หลังจากที่แขวนนวมจากวงการ”
“หมายความว่า...”
พราวพยักหน้า “อือหื้อ ห้องเดิมยังรอพี่อยู่ใช่ไหมจ๊ะคุณน้อง”
“เย้! อ็อนนีพราว หายโกรธนุชแล้ว”
น้องนุชโผเข้ากอดพราวดีใจจนน้ำตาร่วง เธอโอบกอดเด็กสาวอย่างไม่ถือโกรธ
“แต่ถ้าอยากให้พี่หายโกรธสนิทล่ะก็ บอกมานะ พี่ชายเราอยู่ที่ไหน?”
“ห้องเดิมเลยค่ะ”

พราวส่งจูบให้แล้วเดินลากกระเป๋าไป

สมชายเดินออกมาจากห้อง ยืนหันหลังปิดประตู พร้อมกับเสียงคุ้นๆ ดังแว่วมา
 
“มายุ่งอะไรกับห้องของฉัน”
เขาถึงกับชะงักหันมามอง เห็นพราวยืนอยู่พร้อมกระเป๋าเดินทาง เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“เอ่อ...คุณ”
พราวถอดแว่นออก มองหน้าสมชายยิ้มๆ
“ค่ะ ฉันเอง พราว”
สมชายมองไปที่กระเป๋าเดินทาง แม้จะดีใจ แต่ไม่มั่นใจ พราวอาจจะอยากมามีความสัมพันธ์ชั่วคราวกับเขาแล้วจากไปอีกก็ได้ เลยชักสีหน้าเฉยชาใส่
“คุณหนีอะไรจากรุงเทพมาอีก?”
พราวส่ายหน้า “เปล่า ฉันเลิกหนีแระ ฉันจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่”
“เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกแล้ว ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมพักใจส่วนตัวของดารานะคุณ เหงาๆ เบื่อๆก็มา หายอยากแล้วก็จากไป”
“ฉันไม่ไปไหนอีกแล้ว ฉันจะอยู่ที่นี่ตลอดไป เข้าห้องก่อนนะ”
พราวพูดพลางเข็นกระเป๋าจะเข้าห้อง แต่สมชายคว้ากระเป๋าเอาไว้ พราวชะงักหยุด
“แต่ผมไม่ให้คุณอยู่”
“ทำไมล่ะ คุณไม่คิดถึงฉันเหรอ”
“ไม่คิดถึง ไม่ให้อยู่ด้วย คุณออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
สมชายตามเข้าไปจะคว้าแขน แต่พราวล้มตัวลงนอนบนเตียง
“ไม่ไป ฉันจะอยู่”
สมชายตามมาดึงตัวที่เตียง
“ผมไม่ให้อยู่ ออกไป”
พราวดึงสมชายล้มคว่ำลงมาใกล้ แล้วพูดแหย่ใส่
“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะอยู่กับคุณ”
“งั้นผมไป”
สมชายดึงมือพราวออก ลุกออกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องไป
“นายสมชาย ผู้ชายเล่นตัวมันเป็นยังงี้นี่เอง”
พราวลุก คว้ามือถือจากกระเป๋าถือแล้วรีบตามไปที่ท่าน้ำ พลางเปิดคลิปที่เธอประกาศอำลาวงการให้สมชายดู
“อะไรนะ นี่คุณประกาศลาวงการเหรอ ?”
พราวจรดนิ้วที่ปากให้สมชายเงียบเพื่อฟังข้อความสำคัญ
“พราวจะเป็นแค่คนธรรมดา แล้วพราวจะขอไปอยู่กับคนที่พราวรักค่ะ”
สมชายตะลึงงัน ตัวชาไปหมด ขณะที่พราวพูดต่อจากคลิป
“และตอนนี้ พราวก็มายืนอยู่ต่อหน้าเค้าแล้ว แต่เค้ากลับไล่ให้พราวกลับไป เค้าไม่อยากให้พราวอยู่ด้วย ไม่เป็นไร พราวจะกลับไปอย่างที่เค้าต้องการ ไม่เป็นไร”
พราวปาดน้ำตา หันเดินกลับ
สมชายตามมาคว้าแขน พร้อมกับดึงเธอมากอดไว้
“ผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น ผมก็อยากจะอยู่กับคุณตลอดไป”

พราวกอดสมชายแน่นอย่างสุดแสนดีใจ

สุดเขตต์เข็นวีลแชร์พามีนออกมาสูดอากาศนอกโรงพยาบาล ที่ศีรษะของเธอยังมีผ้าพันแผลอยู่รอบ
 
“อยู่แต่ในห้อง มีนอาจจะเบื่อ ออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง ดีไหมครับ?”
มีนพยักหน้ายิ้มๆ “ดีค่ะ”
พลางมองเลยไปที่ศาลพระภูมิ เห็นคนพาคนไข้มาไหว้ ก็ทำท่าจะลุกไปบ้าง
“มีน จะลุกทำไมล่ะครับ เดี๋ยวก็ล้ม”
“ฉันอยากจะเดินน่ะค่ะ”
“เอ่อ แน่ใจนะ คุณเดินไหว”
มีนไม่ตอบ แต่พยายามยันกายลุกขึ้น
“ผมช่วยพยุงครับ”
สุดเขตต์ช่วยพยุงให้มีนลุกขึ้นจากรถเข็น เธอค่อยๆ ก้าวขาเดินช้าๆ
“หมอกายภาพคงดีใจ ที่เห็นคุณเดินคล่องขึ้น”
“ถ้าฉันเดินได้เมื่อไหร่ ฉันจะไปที่ตรงนั้น”
มีนชี้ไปข้างหน้า สุดเขตต์มองตามไป
“อ๋อ เค้าเรียกศาลพระภูมิ มีนอยากจะไหว้พระเหรอครับ”
“ไหว้พระ ?”
สุดเขตต์พยักหน้า “ครับ เวลาคนป่วยไม่สบาย ก็จะมาไหว้พระขอพรให้ท่านช่วยให้หายเร็วๆ”
“พระ? พระ พระ”
มีนพูดพลางยื่นมือไปจับที่คอตัวเอง สุดเขตต์มองอย่างแปลกใจ
“มีอะไรครับมีน?”
“สร้อยพระฉันหาย สร้อยพระฉัน ฉันแขวนไว้ตรงนี้ มันหายไปไหน คุณช่วยฉันหาหน่อย”
สุดเขตต์ยิ้มด้วยความดีใจ
“สร้อยพระไม่ได้หายไปไหนหรอก หมอถอดออกตอนคุณผ่าตัด ตอนนี้แม่แก้วเป็นคนเก็บเอาไว้”
“จริงซิ แม่แก้วต้องเป็นคนเก็บเอาไว้ เพราะแม่แก้วบอกว่าสร้อยเส้นนั้น เป็นสร้อยของแม่ที่ให้ไว้คุ้มครองมีน มีนจะต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีที่สุด”
“มีน คุณจำได้แล้วมีน”
สุดเขตต์กอดมีนไว้แน่นอย่างสุดแสนดีใจ
“ฉันจำสร้อยได้แล้ว จำแม่แก้วได้ และหวังว่าสักวัน ฉันจะจำได้ว่าเคยรักคุณ”
สุดเขตต์ยิ้มทั้งน้ำตา
“ผมจะรอวันนั้น”

ทางด้านพราวกับสมชาย ก็เริ่มต้นปลูกต้นรักกันใหม่อีกครั้ง โดยไม่มีกำแพงใดๆ มาขวางกั้นอีกแล้ว ทั้งคู่เอนไหล่ซบกันอย่างมีความสุข ท่ามกลางบรรยากาศชวนฝันที่อิงรักโฮมสเตย์
พราวนั่งปอกผลไม้ใส่จานอยู่ที่ริมศาลา โดยมีสมชายนอนหนุนตักอยู่ด้วย
“จะปอกทำไมนักหนาผลไม้ ปอกทิ้งไว้แบบผู้ดีๆ มันไม่อร่อยหรอก สู้ปอกกินสดๆไม่ได้ ดิบๆ บ้านๆ แต่หวานชื่นใจ”
จากนั้นทั้งคู่ก็แอบหยิบเงาะมาคนละลูก พลางแอบแกะเปลือกรอ ก่อนจะพูดขึ้นมาพร้อมกัน
“แล้วก็กินด้วยกัน”
ทั้งคู่ต่างก็เอาเงาะใส่ปาก แล้วหันมาพร้อมกัน ต่างคนต่างตกใจ มองจ้องหน้ากันขำๆ แล้วในที่สุดทั้งคู่ก็มองตากันอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะปล่อยเงาะออกมาพร้อมๆกัน สมชายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆและพูดกับพราว
“ผมรักคุณมาก รู้รึเปล่า”
“ฉันก็รักคุณมาก รู้ไว้เนอะ”
แล้วทั้งคู่ก็จูบกันแนบแน่น และเนิ่นนาน

ข่าวบันเทิงในจอทีวียามดึก กำลังสัมภาษณ์ความคิดเห็นของคนหลากหลายอาชีพและวัย ที่ต่างก็เรียกร้องอยากให้พราวกลับมาเป็นซูเปอร์สตาร์คนดิมของวงการอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยความคิดเห็นจากพี่จิ๋ม เจ้าแม่แห่งวงการนิตยสาร
“การอำลาวงการของคุณพราวช็อกวงการมาก แต่พี่ก็เข้าใจ คุณพราวเป็นถึงซูเปอร์สตาร์เบอร์1 ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบกรณีใช้สแตนด์อินออกงานแทน แต่ทุกคนก็เข้าใจว่าที่คุณพราวทำลงไป ก็เพื่อป้องกันตัวเองจากกรณีถูกปองร้าย ไม่อย่างงั้นคุณพราวอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เอาเถอะค่ะ ไหนๆ ตอนนี้เรื่องถูกปองร้ายก็จบลงไปแล้ว อย่าไปพูดถึงมันอีกมาพูดถึงเรื่องคุณพราวกันดีกว่า ตอนนี้มีแต่กระแสเรียกร้องให้คุณพราวกลับมา พี่ในฐานะแฟนคลับคนรักพราวคนหนึ่ง ขอเรียกร้องให้คุณพราวคิดใหม่นะคะ คิดให้ดีๆ กลับมาเถอะค่ะ ทุกคนคิดถึงคุณมาก และหวังว่าคุณพราว ก็คงคิดถึงพวกเราทุกคนเช่นเดียวกัน และพวกเราก็รอต้อนรับคุณอยู่กลับมานะคะ”
สมชายเดินลงมาจากห้อง เห็นพราว น้องนุช กำลังดูทีวี. อย่างตั้งอกตั้งใจ
“ดูอะไรกันอยู่เหรอ ?”
น้องนุชอ้ำอึ้ง พลางหันมองไปที่พราว ที่รีบลุกขึ้น ทำหาว
“ฉันง่วงแระ ไปนอนก่อนนะ”
พูดจบก็หันเดินออกไปหน้าตาเฉย
“ต้องมีอะไรแน่ๆ ว่าไงเรา บอกพี่มาเดี๋ยวนี้” สมชายหันมาคาดคั้นถามน้องนุช
“พี่ชายไม่รู้เหรอ ตอนนี้นะ มีแต่ข่าวเรียกร้องให้พี่พราวกลับเข้าวงการรายวัน ตะกี้เจ๊จิ๋มทีวีสตาร์ออกโรงมาเรียกร้องเองเลยนะ ให้พี่พราวกลับไป แฟนคลับคิดถึง”
“เหรอ แล้วอดีตซูเปอร์สตาร์เค้าว่าไงบ้างล่ะ ?”
“นั่งเงียบอ่ะ ไม่พูดไรเลย พี่ชายว่าคุณพราวอยากจะกลับไปไหม ?” น้องนุชย้อนถาม
“ไม่รู้ซิ”
“ต้องรู้ดิ พี่ชายเป็นแฟนคุณพราว ไม่รู้ใจแฟนตัวเองได้ไง ว่าแต่พี่ชาย อยากให้พี่พราวกลับเข้าวงการรึ
เปล่าล่ะ?”
สมชายได้แต่เงียบ ก่อนจะเดินตามพราวออกไป

พราวนั่งครุ่นคิดอยู่ในห้องนอน ใจหนึ่งก็คิดถึงงานในวงการ อีกใจก็รักสมชาย ไม่อยากจากเขาไปไหนอีกแล้ว พลันสียงเคาะประตูดังขึ้น
“หลับแล้วเหรอคุณ ?”
“เอ่อ ยังค่ะ”
พราวรีบล้มตัวลงนอน พลางปั้นหน้าสบายๆ เพราะไม่อยากให้สมชายรู้ว่า เธอแอบคิดจะหวนคืนวงการ
“ไหนบอกว่าง่วง แต่นอนไม่หลับ คิดอะไรอยู่เหรอ บอกได้ป่ะ?”
“เปล่านี่ สมองว่างมาก ไม่ได้คิดไรเลย”
พราวทำเป็นยิ้มร่าเริง แต่ก็ซ่อนความรู้สึกจากสายตาสมชายไม่ได้
“ถ้าคุณอยากกลับไปทำงานในวงการอีก ผมก็ไม่ขวางคุณนะพราว”
พราวอึ้งไปชั่วอึดใจ “คุณได้ยินฉันพูดสักคำหรือยังว่าอยากจะกลับไปนะ”
สมชายเอื้อมมือไปกุมมือพราวไว้
“พราว คุณคือหนึ่งเดียวในหัวใจของคนทั่วประเทศนะ ซูเปอร์สตาร์พราว ไม่มีใครมาแทนที่คุณได้หรอก ต่อให้มีดาราคนไหนดังขึ้นมาเทียบเท่าคุณ แต่ก็ไม่มีใครจะเหมือนพราวได้เด็ดขาด คุณกลับเข้าวงการเถอะ ผมจะไม่เปลี่ยนไป สมชายจะสนับสนุนและอยู่เคียงข้างพราวเสมอ”
พูดพลางตับมือพราวขึ้นมาจูบอย่างอบอุ่น พราวยิ้มดีใจ
“แล้วถ้าฉันกลับไป คุณไม่กลัวเหรอ ว่าเราจะต้องเลิกกันอีก?”
“คุณจะทิ้งนายสมชายได้ลงคอเหรอ”
พราวส่ายหน้า “ฉันไม่ทิ้งคุณหรอก กลัวแต่นายสมชายนั่นแหละ จะเบื่อซุปตาร์พราว แล้วปล่อยฉันไว้บนดาวตามลำพังมากกว่า”
“ผมไม่ปล่อยคุณแน่ซุปตาร์พราว ไม่เชื่อผมจะพิสูจน์ให้คุณดู”

จากนั้นสมชายก็จู่โจมเข้าระดมจูบพราว จนเธอตั้งตัวไม่ติด

ที่งานประกาศรางวัลศิลปินขวัญใจมหาชน เนืองแน่นไปด้วยดารา-นักแสดง ที่มากันแบบมืดฟ้ามัวดิน รวมไปถึงบรรดาสื่อมวลชนที่แย่งกันกดชัตเตอร์รัว
 
ส้มจี๊ดวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในงาน พลางคว้ากล้องขึ้นมา พร้อมเบียดไปยังที่ที่เตรียมไว้ให้นักข่าว
“เหล่าซุปตาร์มากันหรือยัง ขอที่ให้ฉันยืนหน่อยซิ มองไม่เห็นเลย”
นักข่าวกระแทกส้มจี๊ดจนกระเด็นออกมา พลางมองหน้ากันอย่างรังเกียจ
“พื้นที่สำหรับนักข่าวตรงนี้เต็มแล้วค่ะ ถ้าอยากจะทำข่าว ก็ไปหาที่ยืนเอาเอง”
ส้มจี๊ดหน้าเหวอ เจ็บใจจนน้ำตาคลอ ทันใดนั้นเสียงพิธีกรของงานก็ประกาศขึ้น
“ขอต้อนรับการกลับมาของซุปเปอร์สตาร์อันดับ1 พราว-พิชญาดา”
ส้มจี๊ดรีบหันไปมอง เห็นพราวในชุดราตรีสวยสง่าเดินเข้าพรมแดงมา โดยจูงมือมากับสมชายชุดสูทหล่อ เท่ นักข่าววิ่งกรูกันเข้าไป ชนไหล่ส้มจี๊ดจนเซล้มลงไปนั่งกับพื้น กล้องร่วงจากมือกระแทกพื้นกระจาย โดยไม่มีใครสนใจ จนเธอต้องค่อยๆ คว้ากล้องลุกเดินออกไปจากงานอย่างเงียบๆ
“ท่านผู้มีเกียรติครับ เป็นที่น่ายินดีที่เสียงเรียกร้องของแฟนๆทั่วประเทศอยากเห็นคุณพราวกลับคืนสู่บัลลังก์อีกครั้งประสบความสำเร็จ วันนี้คุณ พราว-พิชญาดาให้เกียรติมาร่วมงานประกาศรางวัลศิลปินขวัญใจมหาชน และเปิดเผยตัวเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้ประกาศลาวงการไป และที่ขาดไม่ได้ พราว-พิชญาดา มาพร้อมกับบอดี้การ์ดในชีวิตจริง ผู้ยืนหยัด ดูแล ปกป้องและอยู่เคียงข้างซูเปอร์สตาร์มาตลอด บอดี้การ์ดสมชาย”
พราวยิ้ม พร้อมกับโบกมือให้ทุกคน ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งเกาะแขนสมชายไม่ห่าง
“เดี๋ยวครับ คนสำคัญที่ขาดไม่ได้ เห็นคุณพราวที่ไหนต้องเห็นคุณแฟรงค์ผู้จัดการปั้นดาวที่นั่น”
แฟรงค์ปรากฏกายในในชุดฟรุ้งฟริ้งมีแมวแขวนกระดิ่งอยู่บนหัวเดินหิ้วกระเป๋าโบกมือตามเข้ามา
“ตามมาด้วยคุณเอมี่ ผู้ช่วยหน้าใสหัวใจเข้มครับ”
เอมี่ที่เดินตามแฟรงค์มาติดๆ รีบยกมือไหว้ทุกคน

จากนั้นพิธีกรในงานก็เริ่มต้นสัมภาษณ์แฟรงค์
“คุณแฟรงค์ครับ เชิญทางนี้หน่อยครับ ขอสัมภาษณ์หน่อยครับ คุณแฟรงค์ทำยังไงครับถึงเปลี่ยนใจคุณพราว ให้ตัดสินใจหวนกลับสู่วงการอีกครั้งหนึ่งได้”
แฟรงค์ส่ายหน้าอย่างมีจริต “ฉันเปล่านา เค้ามาเอง”
“คุณพราวเป็นคนตัดสินใจเอง จริงเหรอครับ ?”
“จริง คงจะเป็นเพราะเสียงเรียกร้องของทุกคนที่ยังคิดถึงพราว อยากเห็นพราวนั่นแหละ แฟรงค์ต้องขอกราบงามๆที่อ้อมใจของทุกท่าน ที่ยังรักและเอ็นดูพราวเด็กแฟรงค์คนนี้ ไม่ว่าจะโลกนี้ โลกหน้าหรือโลกไหน ยอดเยี่ยมสุดๆใน 3 โลกค่ะ”
“แล้วคิดว่าวันนี้คุณพราวจะคว้ารางวัลอะไรติดไม้ติดมือไปบ้างครับคุณเอมี่?”
พิธีกรหันมาถามเอมี่
“แหม ของมันแน่อยู่แล้ว พราว-พิชญาดาต้องคว้ารางวัลใหญ่ ดาราซูเปอร์สตาร์ขวัญใจมหาชนไปครองชัวร์ป้าบ”
“ขอแสดงความยินดีล่วงหน้านะครับ ผมคิดว่าทุกท่านคงมีความรู้สึกเช่นเดียวกับผม คือปลื้มปริ่ม ดีใจมีโอกาสได้เห็นคุณพราว-พิชญาดา กลับมาเป็นซูเปอร์สตาร์อีกครั้ง เดี๋ยวผมคงมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณพราว ตอนนี้นักข่าวกำลังรุมล้อมถ่ายรูปอยู่ครับ ขยับไปไหนไม่ได้เลย ฮอตจริงๆ”

ทางด้านพราวกับสมชายก็ยังคงยืนให้นักข่าวรุมถ่ายรูป แต่จู่ๆ กลับมีผู้ชาย ที่แต่งกายเหมือนนักข่าว มือถือกล้องแฝงตัวเข้ามา จะลอบทำร้ายพราว แต่สมชายสกัดออกไปได้เสียก่อน พร้อมๆ กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของงานจำนวนหนึ่ง ที่รีบวิ่งเข้ามารับตัวคนร้ายไปจากสมชาย ที่เหลือกระจายกันจับตาดูทั่วงาน ที่ผู้คนพากันวิ่งแตกตื่น
สมชายชักปืนออกมาพร้อมพิทักษ์พราว พลางตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ในฐานะผู้มีประสบการณ์
“เจ้าหน้าที่ ระวังนะครับ อาจมีคนร้ายคนอื่นแฝงตัวมาอีก กระจายจับตาดูให้ทั่วดีกว่า”
เจ้าหน้าที่กระจายกันออกจับตาดู สมชายรีบเดินกลับมาถามพราวอย่าเป็นห่วง
“เป็นยังไงบ้างคุณ?”
พราวส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่เป็นไรคะ”
“แล้วลูกของเราล่ะ อะไรกระแทกโดนกระทบกระเทือนบ้างรึเปล่า ?”
แฟรงค์กับเอมี่ได้ยินถึงกับตกใจตาเหลือก พราวจับที่ท้องตัวเองแล้วพูดยิ้มๆ
“ไม่ต้องห่วงค่ะที่รัก ฉันดูลูกของเราไว้อย่างดี”
สมชายโอบเอวพราวหันมายิ้มให้แฟรงค์ ที่มองเหล่อย่างหมั่นไส้
“ขอให้ออกมาเหมือนแม่นะจ๊ะ อย่าให้เหมือน...”
“ผมว่า จะเหมือนแม่หรือเหมือนพ่อก็ได้ แต่อย่าให้เหมือน...”
สมชายเหล่มองแฟรงค์ แล้วหัวเราะขำ
พราวยืนกอดกับสมชายยิ้มมีความสุข ท่ามกลางแสงแฟลชกล้องนักข่าวที่กลับมาอีกครั้ง หลังเหตุการณ์วุ่นวายสงบลง

บางคนอาจพราว....ในชาติกำเนิด...
หลายคนอาจพราว....ในฐานะทางสังคม
และอีกหลายๆคน....อาจพราวในความสง่างาม....


แต่จะมีสักกี่คน...ที่จะพราวในคุณค่าและความดีของตนเอง

จบบริบูรณ์

กำลังโหลดความคิดเห็น...